ตอนที่ 98 ของดีแต่รูป
เมื่อถึงเวลาบ่ายเกือบ 3 โมง ทั้งสี่คนก็ต่างคนต่างมาที่ชั้น 6 ตามที่นัดหมายไว้
ในเวลานี้ระดับน้ำได้ท่วมสูงขึ้นมาถึงชั้น 1 ครึ่งแล้ว คาดว่าผ่านคืนนี้ไปน้ำคงท่วมขึ้นมาถึงชั้น 2 แน่นอน
อีกทั้งหลังจากที่ฝนตกติดต่อกันมาครึ่งเดือน ในวันนี้อุณหภูมิอากาศก็เกิดการลดลงอย่างฮวบฮาบ จากเมื่อวานที่อุณหภูมิภายนอกสูงถึง 70 องศาเซลเซียส ก็พุ่งลดลงเหลือเพียง 40 องศาเซลเซียส การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่แตกต่างกันเช่นนี้ หากไม่ระวังตัวให้ดีก็อาจจะล้มป่วยเอาได้ง่ายๆ
ดังนั้นตอนออกจากห้อง เธอจึงปิดประตูห้องนอนใหญ่เอาไว้ เพื่อสร้างภาพลวงตาว่าลูกสาวและสุนัขถูกขังไว้ในห้องนอน แต่ในความเป็นจริง ทั้งเด็กและสุนัขต่างถูกเธอเก็บเข้าไปไว้ในพื้นที่มิติเรียบร้อยแล้ว
พอเดินมาถึงชั้น 6 ก็เห็นผู้พักอาศัยหลายคนมาถึงบ้านของซูหานกันก่อนแล้ว กลุ่มคนแต่ละกลุ่มต่างยืนจับกลุ่มก้อนพูดคุยกันไปคนละเรื่อง ไม่ได้รบกวนซึ่งกันและกัน
ตอนที่หลันจิ่นลงมาถึง เด็กสาวที่อยู่คนเดียวจากชั้น 12 และหญิงวัยกลางคนจากห้อง 701 ต่างก็ยืนรออยู่ที่ทางเดินชั้น 6 พอเห็นว่าคนที่เดินลงมาคือเธอ หญิงวัยกลางคนจากห้อง 701 ก็กรอกตาใส่ทันที
หลันจิ่นไม่ได้ใส่ใจ เธอไม่ได้รู้สึกว่าพฤติกรรมของตัวเองมีอะไรผิดปกติ บ้านของเธอเอง อยากให้ใครมาก็มา ไม่ได้อยากให้ใครมา ใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้า
ดังนั้น การกรอกตาของหญิงวัยกลางคนผู้นี้จึงไม่มีผลอะไรต่อหลันจิ่นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นหลันจิ่นทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน หญิงวัยกลางคนจากห้อง 701 ก็รู้สึกขัดลูกตาตั้งใจจะเข้ามาหาเรื่อง แต่พวกเขาสี่คนมาถึงตรงเวลาพอดี ทันทีที่ซูหานเห็นพวกเธอก็ไม่ได้เปิดช่องว่างให้คนจากห้อง 701 ได้เข้ามาป่วน เขาเริ่มนับจำนวนคนที่มาถึงทันที
เมื่อเห็นซูหานนับจำนวนคนไปเรื่อยๆ หลันจิ่นก็เผลอนับจำนวนคนในฝูงชนไปพร้อมกับเขาด้วย
ต้องยอมรับว่าคนที่เหลือรอดอยู่ในตึกนี้จริงๆ ก็มีจำนวนไม่น้อยเลย พวกเขาอ้างว่าประชุมกันที่บ้านของซูหาน ทว่าความจริงแล้วห้องของเขาไม่สามารถจุคนได้ขนาดนั้น ทั้งในห้อง นอกห้อง และรวมไปถึงช่องบันไดหนีไฟนับว่าคนแน่นขนัดจริงๆ
ตอนที่ซูหานนับมาถึงกลุ่มของพวกเธอ เธอได้ยินซูหานพึมพำตัวเลขราวๆ 48 คน และเมื่อรวมกับคนที่ยังไม่ได้มา น่าจะสรุปได้ว่าคนในตึกนี้น่าจะเหลืออยู่ราวๆ 60-70 คน
หลังจากนับจำนวนคนเสร็จ ใครมาหรือไม่มาซูหานก็พอจะรู้ในใจแล้ว เมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่กำหนดไว้แล้ว เขาจึงเอ่ยขึ้นทันที “ได้เวลาแล้ว ใครที่ควรมาคงมากันครบแล้ว ในฐานะหัวหน้าตึก 12 ของพวกเรา หัวข้อการประชุมในครั้งนี้ก็คือปัญหาปากท้องที่ทุกคนกังวลใจมากที่สุดนั่นเอง”
“พวกเราถูกกักขังอยู่ในบ้านมาครึ่งเดือนแล้ว ต่อให้ก่อนหน้านี้เคยซื้อเสบียงจากซูเปอร์มาร์เก็ตมาตุนไว้ คาดว่าเวลานี้ก็คงใกล้จะหมดลงแล้ว ถ้าไม่มีอาหารแล้วเราจะ……”
ซูหานยังพูดไม่ทันขาดคำ ก็ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด “เลิกพูดจาสวยหรูพวกนี้ได้แล้ว พวกเรารอมาตั้งนาน ไม่ได้มาฟังคุณพรรณนาแบบนี้ คุณแค่บอกมาว่าจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรก็พอ”
“งั้นก็ได้ ผมขอพูดถึงวิธีที่ผมคิดไว้เลยละกัน ในเมื่อทุกคนต่างถูกกักขังอยู่ในตึกเดียวกัน ก็ถือว่าทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อให้ต่างคนต่างกินของใครของมันพอหมดแล้วจะทำยังไงต่อ? ดังนั้นผมจึงคิดว่า ทำไมพวกเราไม่เอาอาหารทั้งหมดมารวมกัน แล้วหุงหาเป็นมื้อใหญ่เหมือนการกินข้าวหม้อเดียวกันในอดีตล่ะ แบ่งกันกินแบบนี้ก็น่าจะยืดเวลาออกไปได้อีกหลายมื้อ”
ทันทีที่ซูหานพูดจบ กลุ่มชายหนุ่มหญิงสาวบางส่วนก็ไม่รอฟังคำตอบและเดินขึ้นชั้นบนไปทันที จะให้เอาอาหารของบ้านตัวเองไปเลี้ยงคนอื่นงั้นหรือ เลิกฝันไปเถอะ พวกเขาไม่ได้สติฟั่นเฟือนถึงขนาดจะยอมรับเงื่อนไขพรรค์นี้หรอก
คำพูดประเภทนี้ อย่าว่าแต่คนหนุ่มสาวเลย แม้แต่หลันจิ่นก็ยังไม่อยากจะฟัง แต่เธอก็คิดว่าในเมื่อลงมาแล้ว ถือโอกาสศึกษาความคิดของซูหานไปก็ไม่เสียหาย เธอจึงอดทนไม่ยอมเดินหนีขึ้นไป
ทว่าเธอทนไหว หวงจิ้งเหอทนไม่ไหว เขาพูดกระซิบกับหลันจิ่นเบาๆ “พี่หลัน ผมขอตัวขึ้นไปก่อนนะครับ”
“อืม” หลังจากหลันจิ่นขานรับ หวงจิ้งเหอก็เดินขึ้นชั้นบนไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
ระหว่างนั้นซูหานพยายามสุดความสามารถที่จะห้ามไว้ ทว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าคุณห้ามแล้วคนอื่นเขาจะทำตาม ในที่สุดคนหนุ่มสาวก็เดินจากไปจนหมด เขาจึงเอ่ยด้วยความเสียดาย “คนหนุ่มสาวพวกนี้นี่จริงๆ เลย จะฟังให้จบก่อนก็ไม่ได้ ต่อให้ไม่อยากทำ จะให้ข้อเสนอแนะแล้วมาปรึกษาหารือกันก่อนก็ยังดีกว่าไม่ใช่หรือ การรวมพลังกันมันย่อมดีกว่าต่างคนต่างอยู่เหมือนแมลงวันหัวขาดไปวันๆ”
ทว่าคำพูดพรรค์นี้พูดกับคนหนุ่มสาวไปก็เปล่าประโยชน์ ยิ่งคนเขาเดินจากไปหมดแล้วจะมาพูดอะไรตอนนี้ก็สายเกินไป
ทว่าหลันจิ่นสังเกตเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายที่ซูหานมุ่งเน้นดูเหมือนจะไม่ใช่กลุ่มคนหนุ่มสาว เพราะคนที่เหลืออยู่ในห้องนี้ต่างก็เป็นพวกคนวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุทั้งนั้น
ซูหานไม่ได้ใส่ใจที่ถูกพวกคนหนุ่มสาวหักหน้า กลับหันไปเอ่ยตักเตือนผู้คนที่เหลืออยู่ว่าพวกนั้นไม่รู้จักกาลเทศะ
ทว่าหลังจากนี้ คือประเด็นสำคัญของจริง “ความจริงที่ผมอยากจะพูดไม่ใช่แค่เรื่องปัญหาปากท้องเท่านั้น บ้านใครที่มีของอย่างอื่น พวกเราสามารถหาชั้นใดชั้นหนึ่งมาแบ่งกันใช้ร่วมกันได้ เพื่อความสะดวกของทั้งตัวเองและผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่นใครที่มีแผงโซลาร์เซลล์ หากใครนำออกมาแบ่งปันกันใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องเอาอาหารมาแลกเปลี่ยน เพราะตอนนี้ไม่มีไฟฟ้า การได้กินอาหารอุ่นๆ สักมื้อถือเป็นเรื่องสำคัญมาก”
พูดจบ ซูหานก็จับจ้องไปทางหลันจิ่น เพราะแผงโซลาร์เซลล์ของหลันจิ่นถูกแบกจากชั้น 1 ขึ้นมาถึงชั้น 33 ใครก็ตามที่มีความใส่ใจย่อมต้องสังเกตเห็น
แน่นอนว่าในตึกนี้ไม่ได้มีแค่บ้านของหลันจิ่นที่ซื้อแผงโซลาร์เซลล์มา เมื่อเห็นหลันจิ่นไม่แสดงปฏิกิริยาอะไร ซูหานจึงเบนสายตาไปหาคนอื่นต่อ ในบรรดาคนเหล่านั้นมีส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ให้การตอบรับ ทว่าก็ยังคงมีบางคนที่ตอบตกลง
แค่มีคนตอบตกลงก็ถือว่าเป้าหมายของซูหานบรรลุผลแล้ว
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากข้อความทำนองว่า ใครมีอะไรก็เอามาแบ่งปันกัน แล้วใช้ชีวิตร่วมกันไป มีบ้านละนิดละหน่อยรวมกันเข้า ชีวิตความเป็นอยู่ก็จะดีขึ้นเอง
สำหรับแนวคิดของซูหาน มีทั้งคนที่สนับสนุนและคนที่คัดค้าน
หลังจากเขาพูดจบ คนที่สนับสนุนก็อยู่ต่อ ส่วนคนที่คัดค้านก็พากันเดินจากไปตามระเบียบ
หลันจิ่นฟังตั้งแต่ต้นจนจบ เรื่องอื่นเธอไม่รู้ แต่เรื่องที่ซูหานใจกว้างด้วยทรัพย์สินของผู้อื่น แต่กลับไม่ยอมควักเนื้อตัวเองออกมาสักนิด แถมยังฉวยโอกาสหาประโยชน์เพื่อจะขึ้นมาเป็นผู้นำตึกอีก หลันจิ่นรู้สึกดูแคลนคนประเภทนี้ยิ่งนัก
ดังนั้นหลังจากเขาพล่ามจบ เธอก็หมุนตัวเดินขึ้นชั้นบนทันที
เมื่อเธอเดินออกมา หลิงเจียงและเหล่าเกาก็เดินตามออกมาด้วย
หลังจากขึ้นมาถึงชั้นบน หลิงเจียงยิ้ม “ฟังออกไหมว่าเขาคิดอะไร?”
“ฟังออกค่ะ ก็แค่พวกปากหวานก้นเปรี้ยว เป็นแค่ของดีแต่รูปที่ไม่มีความสามารถอะไรจริงๆ คนแบบนี้ไม่น่าเกรงกลัวเลยค่ะ ฉันนึกว่าพวกเราจะได้ผู้นำที่มีความสามารถจริงๆ เสียอีก เฮ้อ ฉันคิดมากไปเอง” พูดจบหลันจิ่นก็ถามต่อ “ประชุมจบแล้ว สถานที่ก็นัดกันแล้ว พวกเราจะออกไปหาเสบียงกันวันไหนดีคะ”
หลิงเจียงกลั้นขำ “พรุ่งนี้เช้าแล้วกันค่ะ ออกไปแต่เช้าตรู่ คนข้างนอกจะได้น้อยหน่อย พวกเราจะได้ฉวยโอกาสหาเสบียงกลับมาให้ได้มากที่สุด ขืนปล่อยไว้นานวันเสบียงพวกนี้ยิ่งหามาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน”
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น