ตอนที่ 97 เรือพายยาง
หวงจิ้งเหอเดิมทีก็ไม่ใช่คนหัวทึบ เพียงแต่เขาได้รับการปกป้องมาดีเกินไปหน่อยจนขาดประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ เท่านั้น แต่ในเมื่อนิยายวันสิ้นโลกที่หลันจิ่นให้เขาอ่านไปก่อนหน้านี้ไม่ได้เสียเปล่า พอใช้สมองวิเคราะห์ดูครู่หนึ่ง เขาก็เข้าใจถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
“ผมเข้าใจแล้วครับพี่หลัน ผมไม่มีปัญหา งั้นพวกเรามาเป็นพันธมิตรกันเถอะ”
ทว่ามีบางเรื่องที่หลันจิ่นยังรู้สึกว่าต้องกำชับให้ดี “การเป็นพันธมิตรก็คือเป็นพันธมิตร แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ยังไม่รู้จักนิสัยใจคอของอีกฝ่ายดีพอ สำหรับพันธมิตรแล้ว คำว่าไม่คิดร้ายต่อผู้อื่นน่ะห้ามขาด แต่คำว่าป้องกันตนเองจากผู้อื่นก็ห้ามละเลย เรื่องเสบียงในบ้านพวกเราน่ะ จำไว้ว่า……”
“เรื่องนั้นแน่นอนครับ ไม่บอกเด็ดขาด ตายก็ไม่บอก ใครมาขอยืมก็ไม่ให้ครับ”
“ดีมาก ขอแค่เธอเข้าใจก็พอ” หลันจิ่นลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้ฉันจะลงไปเอาวอล์กเกอร์ทอล์กนะ ในเมื่อเป็นพันธมิตรกันแล้ว มีวอล์กเกอร์ทอล์กไว้ติดต่อกันย่อมสะดวกกว่า ถือเป็นการแสดงความจริงใจของพวกเราด้วยไปในตัว พร้อมกันนี้จะได้ไปปรึกษากันด้วยว่าเรื่องตอนบ่ายควรทำอย่างไร”
สถานที่ประชุมคือบ้านของเหล่าเกา จริงๆ แล้วเธอก็แค่ต้องการไปดูว่าเรือพายยางของเหล่าเกามีหน้าตาเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง หลังจากหลันจิ่นเดินขึ้นลงตึกอยู่พักหนึ่ง เธอก็หยิบเอาวอล์กเกอร์ทอล์กออกมาแล้วเคาะประตูบ้านเหล่าเกา
เมื่อหลันจิ่นยื่นวอล์กเกอร์ทอล์กให้กับทั้งสองคน ทั้งคู่ก็ทำหน้าตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด “ฉันว่าอยู่ว่าทำไมที่บ้านได้ยินเสียงสัญญาณดังบ่อยๆ ที่แท้ก็เจ้าสิ่งนี้เองหรอกเหรอ พวกเธอนี่ซ่อนของเก่งจริงๆ”
“ซ่อนอะไรกันล่ะคะ ในเมื่อไม่มีไฟไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ พวกเราก็พึ่งพาเจ้าสิ่งนี้ในการติดต่อสื่อสารกันตลอด ใช้มาตั้งนานแล้ว ในเมื่อตอนนี้เราเป็นพันธมิตรกันแล้ว ของสิ่งนี้ย่อมขาดไม่ได้ พวกเรามาใช้สิ่งนี้ติดต่อกันเถอะค่ะ จะได้สะดวกขึ้นเยอะ”
หลังจากรับวอล์กเกอร์ทอล์กไปแล้ว เหล่าเกาและหวงจิ้งเหอก็จูนคลื่นสัญญาณให้ตรงกัน จากนั้นวอล์กเกอร์ทอล์กของทั้งสี่คนก็สามารถสื่อสารโต้ตอบกันได้ตลอดเวลา
และหลังจากจูนสัญญาณเรียบร้อย เหล่าเกาก็นำเรือพายยางของเขาออกมาแสดงให้พวกเธอเห็นทันที
เรือพายยางวางอยู่ในห้องนอนเล็กของเขา ทันทีที่เหล่าเกาผลักประตูเข้าไป หลันจิ่นก็แวบเห็นข้าวของภายในห้องวางกองรวมกันอย่างยุ่งเหยิง ทว่าเธอไม่ได้จ้องมองรายละเอียดในห้องมากนัก เพราะอย่างไรเสียก็ไม่ใช่บ้านของตัวเอง จ้องมองนานเกินไปย่อมดูไม่มีมารยาท
หลังจากเสียงดังปึงปังอยู่ครู่หนึ่ง เหล่าเกาก็นำเรือพายยางที่สูบลมเต็มที่ออกมา พร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ใช้คู่กับเรือ
เขายืนอยู่ต่อหน้าทุกคนพลางถือเรือพายยางด้วยท่าทางตื่นเต้นพลางแนะนำว่า “เรือของฉันใบนี้ค่อนข้างเล็กครับ นั่งได้ 2 คนแบบฝืดๆ ถ้าขนเสบียงไปด้วยก็เต็มพอดี แต่จริงๆ นั่งคนเดียวน่ะดีที่สุดครับ แต่ถ้าออกไปหาเสบียงคนเดียวผมว่ามันอันตรายเกินไป ดังนั้นทางที่ดีควรไปกันเป็นคู่ เรือใบนี้มีตะกร้าใบเล็กด้านหลังสำหรับใส่เสบียงได้ครับ
ดังนั้นแม้จะบรรทุกของข้างบนได้ไม่มากก็ไม่เป็นไร เพราะด้านหลังเรือยังมีจุดสำหรับผูกเชือกได้ ผมเจอถุงกันน้ำใบหนึ่งที่บ้าน เลยคิดว่าถ้าใส่เสบียงที่หามาได้ไว้ในถุงนี้แล้วลากตามน้ำไปก็น่าจะได้ เพียงแต่รอบหนึ่งอาจจะขนได้ไม่มากนัก แต่อันที่จริง ผมก็คิดว่าครั้งแรกที่เราออกไปหาเสบียงคงหาอะไรมาได้ไม่มากเท่าไหร่หรอกครับ”
ไม่ใช่เพราะเหล่าเกาไม่มีความมั่นใจ แต่เพราะเสบียงจำนวนมหาศาลถูกทางการจัดการขนย้ายเก็บกู้ไปก่อนหน้านี้หมดแล้ว ข้างนอกเวลานี้จะไปเหลืออะไรกัน พวกเธอออกไปก็คือไปสำรวจดูที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก่อน ถ้าที่นั่นไม่มีก็ไปที่สหกรณ์ต่อ สรุปคืออะไรที่กินได้ก็เก็บกวาดให้หมด
ทว่าหลันจิ่นเห็นสภาพเรือที่เหล่าเกานำออกมาแล้ว เธอถึงกับไม่อยากจะมอง นี่เขาเรียกแค่ ‘ค่อนข้างเล็ก’ เหรอ มันเล็กจิ๋วอย่างกับของเล่นชัดๆ เป็นเรือนั่งคนเดียวเสียมากกว่า “คุณเคยนั่งสองคนจริงๆ เหรอคะ? นั่งลงไปแล้วจะไม่จมเหรอ? อีกอย่างดูท่าแล้วบรรทุกเสบียงได้น้อยมาก คุณกะจะออกไปหาเสบียงทุกวันเลยเหรอคะ”
คำถามของหลันจิ่นทำเอาเหล่าเกาพูดไม่ออก ทว่าเขาก็หาของชิ้นอื่นมาแทนไม่ได้จริงๆ “จะให้ว่ายน้ำลากไปเหรอครับ ถ้าครึ่งทางหมดแรงขึ้นมาจะยิ่งลำบากกว่าเดิมนะ”
หลันจิ่นแสร้งทำเป็นครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันว่าเรือพายยางที่คุณมีดูไม่แข็งแรงเท่าเรือพายยางที่อดีตสามีฉันใช้ตกปลาเลยค่ะ เรือลำนั้นนั่งได้ 2-4 คน แถมวางของได้เยอะมาก ฉันว่าเรือของคุณนั่งได้แค่คนเดียวจริงๆ นะ”
ตอนที่หลันจิ่นไปหยิบวอล์กเกอร์ทอล์ก เธอได้นึกข้ออ้างที่สมเหตุสมผลนี้ไว้เพื่อฉวยโอกาสนำเรือพายยางออกมา
เรือพายยางลำนั้นเดิมทีก็ใช้สำหรับออกไปตกปลาได้อยู่แล้ว และข้ออ้างเรื่อง ‘อดีตสามีเอาไปตกปลา’ ก็นับเป็นข้อแก้ตัวที่ยอดเยี่ยม เพราะอดีตสามีสิ้นชีพไปแล้ว ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาเคยตกปลาหรือไม่ เรื่องนี้เธอจะอ้างอย่างไรก็ได้
หลิงเจียงเอ่ยถาม “แล้วเรือพายยางของอดีตสามีเธอตอนนี้ยังอยู่ไหม?”
“อยู่ค่ะ ฉันเก็บไว้เอง มันเป็นแบบสูบลมอัตโนมัติ พับเก็บแล้วไม่กินเนื้อที่ กางออกมาก็สูบลมเต็มอัตโนมัติเอง ก่อนหน้านี้ใช้ไปแค่ครั้งเดียวเองค่ะ ของพวกนี้ราคาไม่ถูก ฉันเสียดายเลยเก็บไว้ตลอด”
เมื่อหลันจิ่นพูดจบ ทั้งสามคนที่เหลือต่างตื่นเต้น เหล่าเการีบเอ่ยทันที “งั้นตอนนี้เธอลองไปหาดูสิครับ ถ้าหาเจอ พวกเราจะได้ออกไปหาเสบียงด้วยกัน”
พูดจบหลันจิ่นก็กลับไปที่บ้านอีกครั้ง ไม่นานเธอก็นำเรือพายยางที่ปล่อยลมออกเรียบร้อยแล้วออกมาจากพื้นที่มิติ แทบจะในทันทีที่กางออก เรือพายยางก็ค่อยๆ พองลมขึ้นอัตโนมัติ หลังจากลมเต็มลำ มันก็กลายเป็นเรือพายยางขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที
ต้องยอมรับเลยว่าเรือพายยางลำนี้ดูแข็งแรงมั่นคงกว่าเรือของเหล่าเกาอยู่หลายเท่าตัว
เหล่าเกาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ เมื่อเห็นเรือลำนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า “ไม่นึกเลยว่าอดีตสามีเธอจะทำตัวไม่เอาไหน แต่รสนิยมถือว่าไม่เลวเลยนะ เรือลำนี้ยี่ห้อเดียวกับของฉันเลย คุณภาพดีมาก ของฉันก็น่าจะเป็นรุ่นที่ใช้ตกปลาเหมือนกันแต่เป็นรุ่นนั่งคนเดียว นั่งได้เต็มที่ก็สองคน ส่วนลำนี้เป็นเรือสำหรับสองคน นั่งสัก 3-4 คนยังไหว แถมยังมีพื้นที่เหลือไว้บรรทุกเสบียงด้วย ดีมาก กว้างขวางและใช้งานได้จริงสุดๆ เลย”
เมื่อมีเรือพายยางสองลำ ทั้งสี่คนก็ต้องมาปรึกษาหารือกันว่าควรใช้งานอย่างไร
เหล่าเกาเอ่ย “เรือลำของฉันผมใช้เองแล้วกันครับ ขาไปขามาจะได้ขนเสบียงได้เต็มที่เท่าที่จะใส่ได้ ส่วนพวกคุณสามคนนั่งเรือลำใหญ่นะ เตรียมเชือกกับตะกร้าไปด้วย ถ้าในเรือวางของไม่พอ ก็ลากตามหลังเรือไป เอาเป็นว่าเสบียงต้องห้ามขาด”
เรื่องลากเสบียงตามหลังมาจะสะดวกหรือไม่นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ทว่าพวกเขากลับไม่ได้คำนึงถึงปัญหาที่ว่าถ้าเสบียงที่ลากตามหลังหนักเกินไป เรือจะจมหรือไม่
หลันจิ่นเอ่ยว่า “ถ้าเป็นไปได้ หลังจากออกไปแล้วพวกเราลองหาเรือเพิ่มอีกสักลำเถอะค่ะ เรือมันลำเล็กไปพวกเราจะบรรทุกเสบียงได้ไม่มากพอ”
“นั่นสินะครับ แต่ต้องหาให้เจอก่อน” หลิงเจียงเอ่ยต่อ “เรือพายยางสองลำนี้ดูสะดุดตาเกินไป ไม่แน่ว่าพอพายออกไป คนพวกนั้นในตึกคงอยากจะยืมพวกเราแน่ๆ”
ส่วนจะให้ยืมหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง
หากให้ยืมแล้วพวกเขาไม่ยอมเอามาคืนจะทำอย่างไร?
ทว่าถ้าไม่ให้ยืม คนพวกนั้นไม่มีเสบียงกินก็จะคอยจ้องมองพวกเธอตาเป็นมันอยู่ดี นี่เป็นเรื่องที่จัดการลำบากจริงๆ
“เอาเป็นว่าประชุมตอนบ่ายให้จบก่อนเถอะค่ะ”
เรือพายยางของหลันจิ่นถูกทิ้งไว้ที่บ้านของเหล่าเกา เพราะเมื่อดูจากสถานการณ์ภายนอกแล้ว ในกลุ่มพวกเขาสี่คน เหล่าเกาคือคนเดียวที่มีพละกำลังแข็งแกร่งที่สุดและสามารถปกป้องเรือลำนี้ได้ดีที่สุด
หลันจิ่นไม่ได้คัดค้านอะไร ในเมื่อตกลงจับมือเป็นพันธมิตรกันแล้ว หากจะมาแสดงท่าทีไม่ไว้วางใจกันตั้งแต่แรกย่อมไม่ดีแน่
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น