ตอนที่ 95 ผิดหวัง
เด็กสาวคนนี้คือคนที่เธอเคยเจอตอนช่วงหมอกพิษ ตอนที่เธอกับหวงจิ้งเหอลงไปเข้าแถวรับของแจกจ่ายนั่นเอง
ตอนนั้นเด็กสาวคนนี้ยืนอยู่ข้างหน้าพวกเธอสองคน แต่พวกเธอก็แค่คุยกันไม่กี่คำหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกันอีก แล้วจู่ๆ ทำไมถึงคิดจะมาขออาศัยอยู่ด้วยกันเสียอย่างนั้น เธอเองยังกล้าตัดสินใจมาอยู่กับคนไม่รู้จักเลย แล้วเธอไม่กลัวเลยหรืออย่างไร
ยังมีผู้หญิงจากห้อง 701 อีกคน เธอชัดเจนว่าไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับทั้งสองคนนี้เลย แล้วทั้งคู่รู้เลขที่บ้านของเธอได้อย่างไร แถมยังมากันคนละเวลา เป็นการวางแผนกันไว้ หรือมีคนบงการอยู่เบื้องหลังกันแน่
ไม่ว่าเธอจะคิดอย่างไร ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีปัญหาไม่น้อยเลย
……
เด็กสาวที่อยู่หน้าประตูเห็นเธอเปิดประตูก็ยิ้มแห้งๆ อย่างลนลาน จากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าสงสารว่า “พี่สาวคะ สวัสดีค่ะ ฉันอยู่ชั้น 12 พอดีอาศัยอยู่คนเดียว ช่วงกลางดึกมีคนมาเคาะประตูบ้านฉันหลายคนเลย ฉันกลัวมากค่ะ จะขออนุญาตย้ายมาพักอยู่ที่ห้องพี่ได้ไหมคะ”
“ไม่ได้”
การปฏิเสธอย่างไม่ลังเลของหลันจิ่นเป็นสิ่งที่เด็กสาวคาดไม่ถึง ทว่าเด็กสาวก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระวนกระวายว่า “พี่สาวคะ ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันอยู่บ้านคนเดียวแล้วกลัวจริงๆ นะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำตัวเป็นภาระ พี่มีอะไรกินฉันก็กินตามนั้น ไม่ต้องลำบากพี่หรอกค่ะ แค่อยากมาอยู่เป็นเพื่อนกันเฉยๆ”
“ในตึกนี้ก็น่าจะมีคนที่อยู่คนเดียวเหมือนกับเธออยู่อีกนะ ลองไปถามคนอื่นดูเถอะค่ะ ที่นี่ไม่สะดวกจริงๆ”
หลันจิ่นทำเป็นมองข้ามน้ำและอาหารที่เด็กสาวแสดงให้เห็นตรงหน้า เธอขมวดคิ้วแน่นและปฏิเสธอย่างหนักแน่น
ดูเหมือนเจ้าน่าน่าจะสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของเธอ มันจึงพุ่งตัวมาที่หน้าประตูแล้วเห่าเสียงดังใส่เด็กสาวที่อยู่ด้านนอกจนเด็กสาวตกใจถอยหลังกรูด ท่าทางหวาดกลัวปนไปกับความน้อยเนื้อต่ำใจนั้น ต่อให้ใครเห็นก็คงอดคิดไม่ได้ว่าหลันจิ่นกำลังรังแกเธออยู่
ท่าทางแบบนี้ ต่อให้เป็นคนที่ไม่ชอบหาเรื่องใคร ก็ไม่มีทางเปิดประตูรับคนแปลกหน้าเข้ามาแน่นอน
หลันจิ่นถือโอกาสเอ่ยว่า “เห็นไหมคะ บ้านฉันเลี้ยงหมา มันดุมากเลย มันไม่ชอบคนนอก ถ้าเธอเข้ามาต้องไม่สะดวกแน่ๆ เกิดมันกัดขึ้นมาจะทำยังไง บ้านฉันก็เพิ่งจะไม่มีอาหารสุนัขพอดีด้วย เธอจะมาเป็นอาหารให้มันหรือเปล่าล่ะ”
เด็กสาวหน้าประตูส่ายหัวรัว แม้จะดูหวาดกลัวมาก แต่ฝีเท้ากลับสั่นระริกไม่ยอมเดินจากไปไหน
ใบหน้าของเด็กสาวเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เสียงสะอื้นไห้เบาๆ นั้นผ่านไปไม่นานก็ดึงดูดผู้หญิงจากห้อง 3204 ให้ออกมาดู หล่อนเปิดประตูกั้นเหล็กออกแล้วพิงวงกบประตูพูดจาประชดประชัน “แหม แม่หนูน้อยน่าสงสารจังเลยนะ แค่ขอให้ช่วยรับไปอยู่ด้วยไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย แถมยังเตรียมอาหารมาเองด้วย ทำไมจิตใจเธอถึงได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ ไม่มีน้ำใจสงสารคนอื่นเลยหรือไง”
“ในเมื่อคุณมีน้ำใจมากขนาดนั้น งั้นคุณก็รับเขาไปอยู่ด้วยสิคะ” พูดจบหลันจิ่นก็ปิดประตูใส่หน้าคนทั้งสองคนทันที ‘ปัง’
ทว่าผู้หญิงจากห้อง 3204 ไม่ใช่คนดีอะไร หากให้เด็กสาวคนนี้ย้ายเข้าบ้านไป เกิดไปยุ่งกับสามีของหล่อนขึ้นมาจะทำอย่างไร หลังจากหลันจิ่นปิดประตู หล่อนก็รีบปิดประตูห้องของตัวเองตามทันที เพราะกลัวว่าเด็กสาวคนนี้จะหันกลับมาขอความช่วยเหลือจากหล่อน
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ เด็กสาวจากชั้น 12 ก็เดินลงบันไดไปทั้งน้ำตานองหน้า และในช่องบันไดหนีไฟนั่นเอง หล่อนก็บังเอิญเดินไปชนกับผู้หญิงจากห้อง 701 เข้าพอดี
หญิงสาวที่ถูกหลันจิ่นปฏิเสธทั้งสองคนต่างก็ปลอบใจกันไปมา ก่อนจะตกลงปลงใจจับคู่เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน หญิงสาวจากห้อง 701 จึงย้ายขึ้นมาอยู่ที่ชั้น 12 ทันที
ถึงแม้ชั้น 12 จะไม่ได้สูงเท่าชั้น 32 แต่ก็ยังดีกว่าชั้น 7 ที่เป็นห้องของหล่อนเอง ดังนั้นการได้ย้ายมาพักอยู่ที่นี่จึงทำให้หล่อนรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก
ส่วนเรื่องที่ทั้งสองคนนี้จะอยู่ด้วยกัน หลันจิ่นกลับรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เห็น เด็กสาวจากชั้น 12 ไม่มีทางเป็นคู่ปรับของคนห้อง 701 ได้เลย หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น คนแรกที่จะโดนหลอกขายคงหนีไม่พ้นเด็กสาวจากชั้น 12 นี่แหละ
ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากท่าทางของผู้หญิงห้อง 701 แล้ว หล่อนน่าจะไม่เหลือเสบียงอาหารอะไรติดตัวเลยเสียด้วยซ้ำ
สรุปคือเข้าบ้านใคร บ้านนั้นก็ซวยไป
ทว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องไปกังวล หากเข้าสู่ช่วงฤดูฝนหนัก สถานการณ์ในวันข้างหน้าคงเลวร้ายลงไปอีก พวกเขาถ้าไม่มารบกวนเธอเธอก็คงไม่ว่าอะไร แต่หากมีอะไรล้ำเส้นเข้ามา เธอจะต้องจัดการกำจัดให้สิ้นซากในแบบเงียบๆ เพื่อลดภาระของตัวเอง
อย่าโทษว่าเธอใจดำ หากอยู่ในวันสิ้นโลกแล้วเธอไม่ใจดำ คนที่จะต้องตายก็คือตัวเธอเอง
……
หลังจากโดนปฏิเสธไปสองครั้ง เมื่อรู้ว่าบ้านของเธอหมดหวังแล้ว พวกเขาก็เงียบหายไป
ทว่าพอฝั่งหลันจิ่นเงียบสงบลง ฝั่งบ้านอื่นกลับเริ่มวุ่นวายขึ้นมา
ตัวอย่างเช่น หวงจิ้งเหอที่อาศัยอยู่คนเดียว รวมถึงเหล่าเกาที่อาศัยอยู่คนเดียวเช่นกัน
แต่เมื่อเทียบกับหวงจิ้งเหอแล้ว เหล่าเกาที่มีมัดกล้ามเนื้อแน่นนั้นนับว่าเป็นตัวตนที่ทั้งอันตรายและปลอดภัยในเวลาเดียวกัน
ความอันตรายหมายถึงตัวเหล่าเกาเอง ส่วนความปลอดภัยก็หมายถึงเหล่าเกาเช่นกัน
ทว่าไม่ว่าจะหวงจิ้งเหอหรือเหล่าเกา ต่างก็ไม่ใช่ประเภทที่จะยอมให้คนแปลกหน้าย้ายเข้าบ้านได้ ดังนั้นบ้านของทั้งสองคนนี้ย่อมเป็นสถานที่ที่ถูกปฏิเสธเช่นเดียวกัน
ทว่าการถูกปฏิเสธในเรื่องที่พัก สำหรับพวกเขาในตอนนี้กลับเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่ออยู่ต่อหน้าความปลอดภัยของชีวิต อาหารการกินย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าไม่ใช่หรือ?
ดังนั้นหลังจากจัดการปัญหาเรื่องที่พักได้ไม่นาน เรื่องปากท้องก็เริ่มเป็นประเด็นถกเถียงขึ้นมา
……
ผ่านไปอีกสองวัน ชายหนุ่มผู้สวมแว่นตากรอบทองและมีรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าก็เดินเคาะประตูห้องของทุกคนในชั้นนี้
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูจากห้องข้างๆ หลันจิ่นก็ช้าลงครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูบ้านของตนเองออกไป
แม้ประตูห้องพักทั้งสามหลังจะเปิดออกทั้งหมด แต่กลับไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา ทุกคนต่างใช้สายตามองสำรวจชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนทางเดิน
ชายหนุ่มหน้าประตูยิ้มให้พวกเขาเล็กน้อยก่อนจะแนะนำตัวว่า “สวัสดีครับ ผมเป็นหัวหน้าตึก 12 ของพวกเรา ตอนนี้มาแจ้งให้ทุกคนไปร่วมประชุมสั้นๆ กันที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นห้องของผมครับ”
ชายหนุ่มพูดจบ เห็นว่าห้อง 3201 ยังไม่ได้เปิดประตู จึงชี้ไปทางนั้นแล้วถามว่า “ห้องนี้ไม่มีคนอยู่หรือครับ”
ผู้หญิงจากห้อง 3204 เบ้ปากแล้วตอบว่า “ห้องนี้เหรอคะ ห้องนี้เป็นคู่แต่งงานใหม่ พอเปิดให้ย้ายเข้าฐานที่มั่นกลุ่มแรก พวกเขาก็ย้ายออกไปตั้งนานแล้วค่ะ”
เมื่อทราบว่าห้อง 3201 ไม่มีคนอยู่ ชายหนุ่มก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาหันกลับมามองพวกเธอแล้วเอ่ยต่อว่า “ผมชื่อซูหาน ช่วงหมอกพิษเคยเป็นอาสาสมัครมาก่อน ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าตึก 12 ครั้งนี้ที่มาหา เพราะต้องการรวบรวมลูกบ้านที่ยังหลงเหลืออยู่ในตึกให้มาประชุมกัน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาปากท้องของพวกเราในอนาคตครับ”
ผู้หญิงจากห้อง 3204 พอได้ยินคำว่าปัญหาปากท้อง ก็เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นว่า “เกิดอะไรขึ้นคะ หรือว่าเสบียงช่วยเหลือมาถึงแล้ว”
“ไม่ใช่ครับ ยังไม่ได้รับข่าวสารเรื่องเสบียงช่วยเหลือ แต่เพราะเหตุนี้แหละ พวกเราถึงต้องยิ่งรวมพลังกันเพื่อเอาตัวรอด โปรดมาร่วมตัวกันที่ชั้น 6 ตอนบ่าย 3 โมง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องเสบียงอาหารกันนะครับ”
เรื่องแค่นี้ต้องคุยอะไรกัน ผู้หญิงจากห้อง 3204 พอได้ยินว่าไม่มีเสบียงช่วยเหลือก็เปลี่ยนท่าทีทันที “คุณไม่ได้จะให้บ้านคนอื่นเอาเสบียงตัวเองออกมาให้คนอื่นกินหรอกนะ บ้านใครบ้านมันไม่ดีกว่าเหรอ เรื่องแบบนี้มีอะไรต้องคุยกันคะ”
“นอกจากเรื่องเสบียงแล้ว พวกเรายังสามารถคุยเรื่องอื่นกันได้ ทุกคนอาศัยอยู่ที่เดียวกัน คงไม่อยากเห็นเพื่อนบ้านต้องอดตายหรอกใช่ไหมครับ”
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น