-->

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 91 ไม่ไป



ตอนที่ 91 ไม่ไป

หวงจิ้งเหอโทรศัพท์หาพ่อแม่แต่เช้าตรู่ คาดว่าทางนั้นยังไม่เริ่มทำงานจึงรับสายได้รวดเร็ว หวงจิ้งเหอถามด้วยความตื่นเต้นว่า “พ่อครับ ผมเพิ่งได้รับข่าวมาว่าฐานที่มั่นเมืองเจสร้างเสร็จแล้ว แล้วฐานที่มั่นจิงซื่อล่ะครับ สร้างเสร็จหรือยัง? ผมกับพี่หลันจะไปที่นั่นได้หรือยังครับ”

“ยังไม่เสร็จ ฐานที่มั่นทางนี้ขนาดค่อนข้างใหญ่ สร้างเสร็จไม่เร็วขนาดนั้นหรอก แกกับหลันจิ่นรออยู่ที่เมืองเจไปอีกสักพักเถอะ อย่าเพิ่งวิ่งวุ่นไปไหนเลย อยู่แค่ในหมู่บ้านนั่นแหละ ถ้าไปได้เมื่อไหร่พ่อจะรีบแจ้งพวกแกเป็นคนแรก แกยังกลัวว่าพ่อกับแม่จะลืมแกหรือไง”

หวงจิ้งเหอไม่ได้รู้สึกผิดหวัง “ไม่ใช่แบบนั้นครับ แค่ตื่นเต้นน่ะ ไม่รู้ว่าข้างในฐานที่มั่นจะเป็นยังไง”

“ก็คงเหมือนๆ กันนั่นแหละ เอาละ พ่อกับแม่ต้องไปทำงานแล้ว มีข่าวอะไรจะรีบติดต่อแกทันที”

พ่อหวงและแม่หวงวางสายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากวางสายหวงจิ้งเหอก็รีบนำเรื่องนี้ไปบอกกับหลันจิ่นทันที

หลันจิ่นเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ในเมื่อช่วงฤดูฝนหนักยังมาไม่ถึง เธอไม่อยากเสี่ยงถูกน้ำท่วมขังระหว่างทางจนขยับไปไหนไม่ได้ ต่อให้สร้างเสร็จแล้วเธอก็จะรอไปทีหลังอยู่ดี เธอจึงบอกว่า “งั้นพวกเราก็รอฟังข่าวไปก่อนเถอะ ที่นี่ก็เป็นบ้านของเรา อยู่ต่ออีกสักพักก็ไม่เป็นไร”

……

สี่คนที่ทานมื้อเช้าเสร็จแล้วต่างมารวมตัวกันที่ชั้น 32 ก่อนจะออกเดินทางไปยังยิมมวยพร้อมกัน

เพียงแต่หลังจากทั้งสี่คนพบหน้ากัน เรื่องข่าวสารที่ได้รับจากในกลุ่ม พวกเขากลับไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันเลย ดูเหมือนว่าทุกคนต่างก็มีความคิดเห็นของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้

ทว่าการที่พวกเขาทั้งสี่คนไม่เอ่ยถึงเรื่องหนึ่ง แต่คนทั่วทั้งหมู่บ้านต่างพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะมีการจัดเตรียมแผนงานไว้ก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเริ่มกระจายเสียงโฆษณาเชิญชวนชาวบ้านให้ย้ายเข้าฐานที่มั่นกันตั้งแต่เช้าตรู่ พอเห็นกลุ่มของพวกเธอเดินออกมาพร้อมกัน เจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านก็ราวกับเห็นฝูงแกะอ้วนพีที่รอการเชือด สายตาที่มองมานั้นดูตื่นเต้นเกินเหตุ ตื่นเต้นจนใครที่เห็นต่างก็รู้สึกว่าคนผู้นี้มีเจตนาไม่ดี

ทว่าเจ้าตัวกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น ยังคงยิ้มระรื่นเดินเข้ามาหาแล้วเริ่มใช้คำพูด ‘หว่านล้อม’ ว่า “พวกคุณคงเห็นข้อความในกลุ่มแล้วใช่ไหม ฐานที่มั่นเมืองเจสร้างเสร็จแล้ว อยู่แถวถนน XX ทางนั้นมีน้ำมีไฟแถมยังมีเครื่องปรับอากาศให้เปิดด้วยนะ เทียบกับที่นี่แล้วนับว่าเป็นสถานที่ที่ดีกว่ามาก ถ้าพวกคุณมีรถก็ขับไปเองได้เลย แต่ถ้าไม่มีรถ วันจันทร์หน้าก็จะมีความปลอดภัยและมีรถคอยรับส่งทุกคนไปพร้อมกันด้วย ที่สำคัญค่าเข้าพักก็ไม่แพง แค่คนละสิบกิโลกรัมธัญพืชก็เข้าพักได้แล้ว”

น้ำเสียงของเจ้าหน้าที่ราวกับว่าพวกเธอได้ตอบตกลงที่จะย้ายไปที่ฐานที่มั่นเดี๋ยวนี้เสียเดี๋ยวนี้

เงื่อนไขของฐานที่มั่นนับว่ายั่วยวนใจจริงๆ มีทั้งน้ำ ไฟ และเครื่องปรับอากาศ สภาพแวดล้อมดีกว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้อย่างเห็นได้ชัด

ทว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นคงไม่ได้นึกเลยว่า ในเวลานี้จะมีสักกี่คนที่สามารถหาค่าเข้าพักที่เป็นธัญพืชสิบกิโลกรัมมาจ่ายได้ ไม่ว่าชีวิตในชาตินี้จะเป็นอย่างไร แต่ในชาติก่อนเธอจำได้แม่นว่าจำนวนคนที่เลือกย้ายไปในล็อตแรกนั้นมีน้อยจริงๆ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หลันจิ่นก็ไม่คิดจะไป ดังนั้นเธอจึงไม่อยากเสียเวลาฟัง

พอเห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยพอใจของหลันจิ่น น่าน่าที่อยู่ข้างๆ ก็รีบเดินแทรกเข้ามาตรงกลางระหว่างสองคน แล้วแผดเสียงเห่าใส่เจ้าหน้าที่คนนั้นดังลั่น “โฮ่ง โฮ่ง”

ท่าทางแยกเขี้ยวขู่ของน่าน่าทำให้เจ้าหน้าที่ตกใจจนผงะไปหลายก้าว “แม่หนู ช่วยจูงหมาให้ดีๆ หน่อยได้ไหม อย่าให้มันกัดคนสิ”

“หมาของฉันไม่กัดคนค่ะ”

ประโยคนี้ถือเป็นประโยคยอดฮิตของคนเลี้ยงสุนัข แต่หมาจะกัดหรือไม่กัดจริงๆ ไม่มีใครควบคุมได้หรอก แน่นอนว่าหมาของเธอไม่เหมือนกัน หมาที่ดื่มน้ำพุวิญญาณไม่มีทางเป็นหมาธรรมดาแน่ ดังนั้นเมื่อพูดออกไปแบบนั้น เธอจึงไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไรเลย

แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ “พวกคุณที่เลี้ยงหมาก็พูดแบบนี้กันทุกคน พอหมาไปกัดคนเข้าก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ สรุปคือจูงมันให้ดีๆ อย่าให้มันมากัดฉันล่ะ ไม่รู้ด้วยว่าเวลานี้จะมีวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ฉีดหรือเปล่า”

พูดจบ เจ้าหน้าที่ก็ยื่นกระดาษที่คล้ายกับใบปลิวโฆษณามาให้พวกเธอ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเผด็จการว่า “ในนี้มีที่อยู่ฐานที่มั่น พวกคุณลองพิจารณาดูว่าจะไปยังไง แล้วมาลงทะเบียนกับฉันที่นี่ก่อน”

หลันจิ่นมองเจ้าหน้าที่คนนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยว่า “ฉันไม่ได้บอกว่าจะไปนะคะ ฉันไม่ไปฐานที่มั่นค่ะ”

หลังจากหลันจิ่นปฏิเสธ หวงจิ้งเหอก็รีบเอ่ยตามทันที “ผมก็ไม่ไปฐานที่มั่นเหมือนกันครับ”

ในเมื่อพวกเขาทั้งสองคนไม่คิดจะไป การปฏิเสธทันทีตรงหน้านับเป็นเรื่องปกติ ทว่าใครจะไปคิดว่าพอพวกเขาพูดจบ หลิงเจียงและเหล่าเกาก็เอ่ยขึ้นว่า “พวกเราก็ไม่ไปฐานที่มั่นเหมือนกัน”

ทันทีที่ได้ยินว่าพวกเขาไม่มีใครคิดจะไปฐานที่มั่นเลย ท่าทีที่เป็นมิตรของเจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนไปทันที การเชิญชวนคนให้ไปฐานที่มั่นได้หนึ่งคนจะได้รางวัลเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งซอง พวกเขามากันสี่คนใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งหมา ถ้านับตามรายหัว นั่นหมายถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหกซองเชียวหนา มองเห็นบะหมี่หกซองลอยหลุดมือไปแถมยังหมายถึงอดค่ากับข้าวไปหลายมื้อ หล่อนจะยิ้มออกได้อย่างไร “ไม่ใช่สิ ฐานที่มั่นดีขนาดนี้ทำไมพวกคุณถึงไม่ไปล่ะ ต่อไปพวกเราก็ต้องย้ายไปกันทุกคนอยู่ดี”

หลันจิ่นไม่ได้สนใจหล่อนแม้แต่น้อย เธอจูงหมาแล้วหันหลังเดินจากไปทันที

เพราะมีสุนัขคอยป้องกัน เจ้าหน้าที่ที่กลัวโดนกัดจึงไม่กล้าเข้ามาใกล้พวกเธออีก แต่หล่อนก็รู้สึกไม่สมาอารมณ์ที่ต้องเสียเวลาฟรีไปเปล่าๆ จึงตะโกนไล่หลังมาด้วยความโกรธแค้นว่า “ไม่ไปทำไมไม่บอกแต่เนิ่นๆ เสียเวลาฉันจริง”

หลิงเจียงเป็นคนอารมณ์ร้อน เดิมทีตั้งใจจะหันกลับไปโต้เถียงด้วย ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปากก็โดนเหล่าเกาดึงตัวเอาไว้ “พอได้แล้ว เธอจะไปถือสาหาความกับหล่อนทำไม”

หลิงเจียงเดินจากมาแล้ว แต่ในใจยังคงคุกรุ่น “คนแบบนี้มันต้องโดนสั่งสอนเสียบ้าง น่าจะปล่อยให้ฉันไปจัดสักปราบหนึ่งจริงๆ ท่าทีแบบนั้นน่ะ ใครเขาไม่รู้บ้างว่าที่หล่อนเรียกคนไปฐานที่มั่นเพราะหวังรางวัลน่ะ ดูหน้าหล่อนตอนเปลี่ยนสีสิ ไม่ใช่นักแสดงเปลี่ยนหน้ากากก็คงทำไม่ได้เร็วขนาดนี้หรอก”

พูดจบ หลิงเจียงก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเขายังไม่รู้ความจริงจึงอธิบายว่า “ผู้กองสือเล่าให้ฟังน่ะค่ะว่าเชิญคนไปฐานที่มั่นได้หนึ่งคนจะได้รางวัลเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งซอง รางวัลนี้ได้ทันทีหลังลงทะเบียนเสร็จ ยุคนี้ใครบ้างล่ะจะไม่ต้องการอาหาร แต่จะมาใช้วิธีการแบบนี้มันก็ไม่ใช่”

“แล้วแบบนี้จะไม่เกิดการสวมรอยทำเรื่องเท็จหรอครับ? ถ้าผมลงทะเบียนไปแล้วหล่อนเอาบะหมี่ไป แต่ผมไม่ยอมไปจริงๆ หล่อนก็จะได้บะหมี่ไปฟรีๆ สิครับ” หลันจิ่นถามด้วยความสงสัย

“ไม่ใช่อย่างนั้น การลงทะเบียนน่ะส่วนหนึ่ง แต่ต้องสวมบัตรประจำตัวผู้อยู่อาศัยเพื่อยืนยันตัวตนด้วย เขียนชื่อลงในกระดาษเปล่าๆ จะไปได้ประโยชน์อะไรกัน ดังนั้นเรื่องนี้ทำเรื่องเท็จไม่ได้หรอก เบื้องบนเขามีคำสั่งลงมาและแจกเป้าหมายงานให้คนข้างล่างด้วย ทุกคนมีภาระหน้าที่ต้องทำ แต่การใช้วิธีการแบบนี้มันน่าเกลียดจริงๆ” หลิงเจียงพูดจบ อารมณ์โกรธก็ยังไม่จางหาย

ทว่าเหล่าเกากลับเอ่ยด้วยความสงสัยว่า “พวกเธอสองคนทำไมไม่ไปฐานที่มั่นกันล่ะ ฐานที่มั่นนั่นเงื่อนไขดีมากเลยนะ”

ทั้งสองคนไม่ได้อธิบายอะไรมาก แม้ว่าครึ่งเดือนที่ผ่านมาพวกเขาจะเข้ากันได้ดี แต่มันก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ผิวเผินเท่านั้น ความสัมพันธ์ที่ราบรื่นนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ไม่มีเรื่องผลประโยชน์และเงินทองมาเกี่ยวข้อง หวงจิ้งเหอเข้าใจความจริงข้อนี้ดีจึงเลือกที่จะปิดบัง ส่วนหลันจิ่นยิ่งไม่มีทางเล่าความจริง “ฐานที่มั่นเพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่ๆ เรายังไม่รู้สถานการณ์อะไรเลย พวกเราตั้งใจจะรอให้คนอื่นเข้าไปอยู่ก่อนค่อยดูสถานการณ์อีกที อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ใช่ว่าจะอาศัยอยู่ไม่ได้เสียเมื่อไหร่”

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

ฟอนต์
ขนาดตัวอักษร
ธีมสี
ระยะห่างบรรทัด
🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×