ตอนที่ 83 ขับรถขนศพภาษาอะไรเนี่ยช้าชะมัด ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง?
เสียงแผดตะโกนกึกก้องจากฝูงผีจำนวนมหาศาลทำเอาทุกคนในที่นั้นสะดุ้งโหยงไปตาม ๆ กัน
ทุกคนเห็นรถยนต์คันที่พังแล้วจู่ ๆ ก็มาปรากฏอยู่ข้างกายพวกเขา พร้อมกับกลุ่มผีที่ยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เซียวจวิ้นเจ๋ออ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "พวกมัน... พวกมันแบกรถมาให้เลยเหรอ? ทำไมมันว่าง่ายขนาดนี้!"
นักพรตเฒ่าที่มีดวงตายินหยางยิ่งเห็นภาพชัดเจนกว่าใครเพื่อน จนสีหน้าเริ่มดูซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
ผีพวกนี้ตอนแบกรถมาน่ะ ท่าทางมันดูตื่นเต้นดีใจสุดขีดเลยนะนั่น
พอเห็นซ่งหมางเข้าหน่อย แต่ละตนก็ทำหน้าตาพินอบพิเทาเหมือนขันทีที่มีตำแหน่งในวังสมัยโบราณเปี๊ยบ ขาดก็แต่คุกเข่าโขกหัวให้ซ่งหมางเท่านั้นแหละ!
นักพรตเฒ่าหันไปถามซ่งหมางอย่างสงสัย "แม่หนูซ่ง ผีพวกนี้มาจากดันเจี้ยนโรงพยาบาลบ้าฝั่งตะวันออกใช่ไหม? ทำไมพวกมันถึงดูเคารพเธอขนาดนี้ล่ะ?"
ซ่งหมางตอบหน้าตาเฉย "เพราะฉันคือฮ่องเต้ไงคะ"
นักพรตเฒ่า: "..."
คนอื่น ๆ: "..."
ทุกคนเห็นซ่งหมางตอบด้วยสีหน้าจริงจัง ก็เริ่มสงสัยว่าเธอเข้าไปในดันเจี้ยนโรงพยาบาลบ้าแล้วติดเชื้อโรคจิตประเภทหลงผิด (Delusion) กลับออกมาหรือเปล่า!
ซ่งเหวินฉีในฐานะแม่ ถึงกับยื่นมือไปแตะหน้าผากลูกสาว "ไข้ก็ไม่มีนะ ทำไมพูดจาเลอะเทอะแบบนี้ล่ะลูก"
ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำ ผีตนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลก็รีบก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม
"เชิญฝ่าบาทขึ้นรถพ่ะย่ะค่ะ"
ผีตนนั้นพูดเสร็จ ก็หันไปเห็นว่ารถยังถูกผีตนอื่น ๆ แบกค้างไว้กลางอากาศ
เขาแผดเสียงด่าผีตนอื่นทันที "พวกแกแบกเกี้ยวภาษาอะไรกันฮะ ฝ่าบาทจะขึ้นรถแล้ว ต้องวางรถลงสิโว้ย!"
"พวกแกชูรถไว้สูงขนาดนั้น ท่านจะขึ้นไปยังไง ถ้าฝ่าบาทตกลงมาพวกแกจะรับผิดชอบไหวไหม!"
"เออจริงด้วย ต้องวางลงก่อน!"
"รีบวางรถลงเร็ว!"
"ฝ่าบาทขึ้นรถระวังนะพ่ะย่ะค่ะ ขอบประตูนี่มันสะดุดง่าย!"
"ฝ่าบาท ให้กระหม่อมแบกขึ้นรถเลยไหมพ่ะย่ะค่ะ?"
เหล่าผีต่างพากันเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
คนอื่น ๆ: ???
คนดู: ???
ซ่งหมางถือโทรศัพท์กระดาษกงเต็กไว้ในมือตลอด แม้กล้องจะไม่ได้แพนไปทางพวกผีโดยตรง แต่ผู้ชมก็ได้ยินชัดเจนว่าพวกมันพูดอะไรกันบ้าง
【ดูความประจบสอพลอนั่นสิ นี่ใช่ผีจริงเปล่าเนี่ย? เสียสถาบันผีหมดเลยโว้ย!】
【แบกรถคันเดียวได้ตั้งหมื่นหยวน ถ้าฉันมีแรงฉันก็อยากไปแบกเหมือนกันแหละ】
【นี่แสดงให้เห็นอะไร? แสดงว่าแค่มีเงินกงเต็ก คุณก็ได้สัมผัสประสบการณ์ระดับจักรพรรดิในวันสิ้นโลกได้เลยไงล่ะ!】
ซ่งหมางโบกมือหยอย ๆ แล้วบอกว่า "ไม่ต้องแบกหรอก เก็บแรงไว้แบกเกี้ยวให้ฉันก็พอ"
พูดจบเธอก็หันไปมองเพื่อนร่วมทีม
"ที่นี่มันไม่ปลอดภัยใช่ไหมล่ะ? พวกเราขึ้นรถกันเถอะ จะได้ตามไปดูหน้าไอ้พวกหน้าไม่อายที่มาแย่งที่นั่งรถขนศพของเราหน่อย"
ได้ยินดังนั้นทุกคนจึงรีบขึ้นรถไป
พอพ้นประตูรถได้ไม่นาน ผีข้างนอกก็ร่วมแรงร่วมใจกันแบกรถยนต์ขึ้น และพุ่งทะยานไล่ตามทิศทางที่รถขนศพเพิ่งจากไปทันที
ความเร็วของรถขนศพนั้นไวกว่ารถทั่วไปมาก แถมยังเคลื่อนที่ทะลุผ่านสิ่งกีดขวางในโลกความจริงได้ด้วย
พวกผีที่แบกรถน่ะทะลุกำแพงได้ก็จริง แต่ตัวรถยนต์มันเป็นวัตถุจริง ๆ เลยทะลุตามไม่ได้ พวกมันจึงต้องแบกรถอ้อมสิ่งกีดขวางเพื่อไล่กวดรถขนศพคันนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย
ขณะเดียวกันบนรถขนศพ ทุกที่นั่งถูกเติมเต็มไปด้วยผู้คน ผู้หญิงที่ตะโกนลั่นเมื่อครู่นี้นั่งอยู่แถวหลัง ๆ
พอรถออกมาได้ครู่หนึ่ง เธอส่องมองออกไปทางหน้าต่างเพื่อดูสถานการณ์ทางโรงพยาบาลบ้า
คนสนิทที่อยู่ข้างกายเธอถามอย่างลังเล "คุณหนูครับ เมื่อกี้ผมเหมือนเห็นคนจากกรมปราบผี ทำไมเราไม่ให้พวกเขาขึ้นมาด้วยล่ะครับ?"
"พวกเราเพิ่งชิงของล้ำค่าของผีเจ้าสาวมา มันกำลังคลั่งสุด ๆ ถ้าคนจากกรมปราบผีไปเจอเข้า คงหนีรอดยากนะครับ"
ผู้หญิงคนนั้นแค่นหัวเราะ "แกนึกว่าฉันไม่เห็นหรือไง? ฉันเห็นนังซูอวิ๋นนั่นตั้งนานแล้ว!"
"อย่างแรกเลยคือที่นั่งมันมีจำกัด ถ้าพวกมันขึ้นมา คนของเราก็ขึ้นมาไม่ครบ อย่างที่สองคือ ต่อให้พวกมันตายอยู่ที่นั่นแล้วจะทำไม?"
"แกอย่าลืมสิว่าเมื่อก่อนซูอวิ๋นมันแย่งตำแหน่งผู้อำนวยการกรมปราบผีเขตเจียงไปจากพ่อฉันยังไง มันไม่เคยไว้หน้าตระกูลสวี่ของฉันเลย แล้วตอนนี้ทำไมฉันต้องไปสนความตายของมันด้วย?"
"มันตายไปก็ดี ตำแหน่งผู้อำนวยการเขตเจียงจะได้กลับมาเป็นของพ่อฉันเสียที!"
ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่า สวี่เหยา มาจากตระกูลในสำนักลึกลับ นิสัยเย่อหยิ่งและเผด็จการมาแต่ไหนแต่ไร
คนสนิทที่อยู่ข้างกายรู้ซึ้งถึงนิสัยเธอดี จึงไม่กล้าปริปากพูดอะไรต่อ
ทันใดนั้นเอง
ใครบางคนจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วอุทานอย่างตกใจ "คุณหนูครับ! ทางโน้นมีผีกลุ่มใหญ่แบกรถวิ่งไล่ตามเรามา จะทันอยู่แล้วครับ! พวกมันตามเรามาทำไม หรือว่าจะเป็นสมุนที่ผีเจ้าสาวส่งมา?"
"อะไรนะ?"
สวี่เหยาขมวดคิ้วเดินไปที่หน้าต่างอีกฝั่งเพื่อดูเหตุการณ์ และเธอก็ได้เห็น "ผีแบกรถ" จริง ๆ
เมื่อเธอมองชัด ๆ รถคันนั้นก็เข้ามาประชิดแล้ว ทำให้เธอมองเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างใน
"ทำไมเป็นพวกมันล่ะ?!"
คนของสวี่เหยาที่เห็นซ่งหมางและพรรคพวกต่างก็พากันตกตะลึง
"ทำไมพวกผีถึงยอมแบกรถให้พวกมัน?"
"หรือว่าพวกมันจะโดนผีกลุ่มอื่นรุมทึ้ง แล้วกำลังจะโดนพาไปที่อันตรายอื่น?"
"ดูไม่เหมือนนะครับ ผมดูเส้นทางที่พวกมันวิ่งมาเหมือนจะไปที่เดียวกัน... คือเขตปลอดภัย!"
สวี่เหยาได้ยินเสียงวิจารณ์รอบข้างก็อดไม่ได้ที่จะแย้ง "จะเป็นไปได้ยังไง! ผีในวันสิ้นโลกน่ะโหดเหี้ยมจะตายไป ชอบกินคนเป็นชีวิตจิตใจ เจอคนเป็นต้องฆ่าทิ้ง จะยอมมาทำงานให้มนุษย์ได้ยังไง!"
"ยกเว้นแต่จะเป็นคนที่มีสถานะในยมโลกอย่างท่านสีอวี้เท่านั้นถึงจะบงการผีได้ ไม่อย่างนั้นไม่มีทางเด็ดขาด!"
พูดถึงตรงนี้ สวี่เหยาก็เผยแววตาสะใจ "มีผีรุมล้อมขนาดนั้น พวกมันต้องกำลังถูกพาไปที่ดันเจี้ยนที่อันตรายกว่าเดิมเพื่อไปตายหมู่ชัวร์!"
"มีเหตุผลครับ!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังคล้อยตามความคิดของสวี่เหยา ปรากฏว่ารถคันนั้นกลับวิ่งขนานตามมาติด ๆ รถขนศพเลี้ยวทางไหน รถคันนั้นก็เลี้ยวตามทางนั้นเป๊ะ
"มันยังตามเรามาอยู่นะครับ"
ใครบางคนสันนิษฐาน "หรือว่าพวกผีพวกนั้นจะเล็งพวกเราไว้ด้วย กะจะหามไปพร้อมกันเลย?"
สวี่เหยานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนบอกคนขับรถขนศพ "พี่คนขับ ช่วยขับให้เร็วกว่านี้หน่อย มีบางอย่างตามมาข้างหลัง รีบสลัดมันให้หลุดที!"
ผีคนขับตอบกลับอย่างไม่พอใจ "จะเร่งอะไรนักหนา รีบไปเกิดใหม่หรือไง? ถ้ารีบนักก็ลงไปวิ่งเองไป๊!"
สวี่เหยาสีหน้าเปลี่ยนวูบ
เธอในฐานะคุณหนูจากตระกูลใหญ่ในสำนักลึกลับ ถูกประคบประหงมมาแต่เด็ก ไม่เคยมีใครกล้าตวาดใส่เธอแบบนี้ ทำให้ในใจเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าในเขตปลอดภัยมีเพียงท่านสีอวี้เท่านั้นที่สั่งรถขนศพออกมาได้ หากเธอไปหาเรื่องผีคนขับแล้วเรื่องถึงหูท่านสีอวี้ เธอและคนตระกูลสวี่อาจจะเสียสิทธิ์ในการใช้รถขนศพไปตลอดกาล
รถขนศพนี่บางครั้งมันช่วยชีวิตคนได้เลยนะ!
สวี่เหยาจึงได้แต่สะกดกลั้นความไม่พอใจไว้ในใจ
ภายนอกรถ พวกผีแบกรถเริ่มวิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนรถยนต์คันนั้นเริ่มขยับมาตีคู่กับรถขนศพ
ซ่งหมางเปิดกระจกรถแล้วกวาดสายตามองคนในรถขนศพ
สวี่เหยาเองก็จ้องมองออกมาพอดี
สายตาทั้งสองประสานกัน
ซ่งหมางเดาะลิ้นแล้วเปรยขึ้นว่า "ขับช้าภาษาอะไรเนี่ย ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง? รถห่วย ๆ แบบนี้ยังจะมาแย่งอีก นึกว่ามาเก็บขยะขายซะอีกนะเนี่ย"
สวี่เหยาที่เพิ่งโดนผีคนขับตวาดมา เจอซ่งหมางมาพูดถากถางซ้ำเข้าไปอีก ความโกรธก็ปะทุขึ้นทันที
เธอจ้องหน้าซ่งหมางเขม็งแล้วตวาด "แกเป็นใคร บังอาจมาพูดจาสามหาวกับฉันแบบนี้!"
ซ่งหมาง: "ฉันคือฮ่องเต้ และฉันก็คุยกับพวกไอ้ถ่อยแบบนี้แหละ มีปัญหาเหรอ?"
"แกมันประสาท! รนหาที่ตายชัด ๆ!"
สวี่เหยาเปิดหน้าต่างรถขนศพออกทันที ในมือเธอคว้าปืนของจริงออกมาเล็งตรงไปที่กลางหว่างคิ้วของซ่งหมาง
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น