-->

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 82 ระบายอารมณ์

ตอนที่ 82 ระบายอารมณ์


หลันจิ่นตั้งใจจะหาที่ที่ไม่มีคน——


ทว่าเมิ่งอิงกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น และในตอนที่หล่อนกำลังจะอ้าปากพูด แม่หวงที่อยู่ไม่ไกลก็พุ่งพรวดเข้ามาทางพวกเธอทันที


ท่าทางของแม่หวงดูน่ากลัวมากจริงๆ


ตอนแรกหลันจิ่นนึกว่าแม่หวงจะมาหาเรื่องเธอ จึงเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างหลายก้าวเพื่อเลี่ยงแม่หวงตามสัญชาตญาณ


แต่ใครจะรู้ว่าแม่หวงตั้งใจมาหาเธอจริงทว่าก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเมื่อเธอเห็นเมิ่งอิงที่น่าแค้นใจยิ่งกว่าหลันจิ่น มีหรือเธอจะยังสนใจอดีตลูกสะใภ้คนนี้ได้อีก เธอพุ่งตรงไปทางเมิ่งอิงทันที


เมิ่งอิงเจ้าเล่ห์นัก ทันทีที่เห็นแม่หวงพุ่งเข้ามา หล่อนก็รีบขยับหนีไปด้านข้างทันที ทว่าทิศทางที่เมิ่งอิงหนีไปกลับเป็นทิศทางเดียวกับที่หลันจิ่นขยับหลบ ความคิดของเมิ่งอิงย่อมเดาได้ไม่ยาก หล่อนคงกะจะใช้เธอเป็นโล่กำบังแน่ๆ


หลันจิ่นมีหรือจะยอมให้เป็นไปตามนั้น เมื่อเห็นเมิ่งอิงวิ่งมาทางเธอ เธอก็กระชากเสื้อของเมิ่งอิงไว้ แล้วสะบัดมือเหวี่ยงหล่อนลงไปกองกับพื้นตรงหน้าทันที


หลันจิ่นแรงเยอะมาก การเหวี่ยงเพียงครั้งเดียวนี้ทำให้เมิ่งอิงล้มกระแทกพื้นจนมึนงงและลุกไม่ขึ้นเลยทีเดียว


เมื่อแม่หวงวิ่งมาถึงก็ไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย หล่อนกระโดดขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวเมิ่งอิงแล้วลงมือจิกทึ้งตบตีเมิ่งอิงที่นอนอยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง


เมื่อมองดูแม่หวงในตอนนี้ ไม่ต้องพูดถึงท่าทางที่ราวกับคนเสียสติ ทั่วทั้งหัวยุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แถมรองเท้ายังหายไปข้างหนึ่งด้วยซ้ำ ท่าทางแบบนี้ของแม่หวงเป็นสิ่งที่หลันจิ่นเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ดูท่าเรื่องนี้คงจะเหยียบโดนกับระเบิดในใจของแม่หวงเข้าอย่างจังแล้วจริงๆ


แต่หลันจิ่นกลับรู้สึกเพลียจิตมาก หากอยากจะอาละวาดก็ไปอาละวาดที่อื่นสิ ทำไมต้องมาทำที่หน้าบ้านเธอด้วย ที่นี่ไม่ใช่ทำเลทองอะไรเสียหน่อย ถึงต้องให้คนพากันแห่มาหาคำตอบกันขนาดนี้


แต่ในเมื่อมาแล้วก็ช่างเถอะ การรู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหนก็ถือเป็นเรื่องดี พ่อหวงกับแม่หวงเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร หากสามารถ…… จัดการไปพร้อมกันเลยก็ไม่มีอะไรเสียหาย


เวลานี้แม่หวงยังคงระดมทุบตีเมิ่งอิงที่อยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากเสียงดังโครมครามจึงดึงดูดให้ชาวเมืองรอบๆ พากันมามุงดูอย่างรวดเร็ว เพราะเรื่องสนุกแบบนี้ปกติไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ


ในตอนนั้น พ่อหวงที่พละกำลังและฝีเท้าสู้แม่หวงไม่ได้ก็วิ่งตามมาถึงช้ากว่าก้าวหนึ่ง เขายืนหอบแฮกพลางสูดหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนจะเข้าไปโอบกอดแม่หวงจากทางด้านหลัง หมายจะดึงตัวเธอออกจากร่างของเมิ่งอิ่ง


ทว่าพ่อหวงเป็นคนอ่อนแอจนติดเป็นนิสัย แถมยังมีแรงไม่เท่าไหร่ ประกอบกับเมื่อตอนกลางวันหัวก็เพิ่งจะได้รับบาดเจ็บมา ดึงอยู่ตั้งหลายครั้งก็ยังแยกเธอไม่ออก ซ้ำยังโดนแม่หวงข่วนเข้าให้อีกหลายแผล เมื่อเขาเหลือบไปเห็นหลันจิ่นที่ยืนดูละครอยู่ข้างๆ จึงอ้าปากตะคอกลั่น “หลันจิ่น มาช่วยหน่อยสิ ยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม เกิดเรื่องขึ้นมาเธอจะรับผิดชอบไหมฮะ”


หลันจิ่นอยากจะกลอกตาให้ข้ามมิติไปเลย เธอรับผิดชอบงั้นเหรอ รับผิดชอบกับผีน่ะสิ “ฉันบอกว่าคุณ…… อดีตพ่อสามีคะ ฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องฟังคุณด้วยล่ะ อีกอย่างนะ อดีตแม่สามีของฉันกำลังตบตีนังเมียน้อยที่มาอ่อยอดีตสามีของฉันอยู่ ถือว่าอดีตแม่สามีช่วยระบายอารมณ์แทนฉันแท้ๆ แล้วฉันจะไปห้ามเธอทำไมล่ะคะ ถ้าให้ฉันพูดนะ ตบให้ตายไปเลยยิ่งดี”


แม้ตอนนี้แม่หวงกำลังรุมสกรัมเมิ่งอิงอยู่ แต่คำพูดของหลันจิ่นเธอกลับได้ยินอย่างแจ่มแจ้ง จากน้ำเสียงเยาะเย้ยของหลันจิ่นนั้น ทำให้เธอปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าหลันจิ่นเดาเรื่องราวอัปยศทั้งหมดออกแล้วจริงๆ


ทว่ารอบข้างมีคนมุงดูเรื่องสนุกอยู่เต็มไปหมด เธอไม่มีทางหันไปโต้เถียงอะไรได้ ตอนนี้ไม่สนเรื่องอื่นแล้ว ขอระบายอารมณ์ใส่ตัวการที่นอนอยู่ใต้ร่างให้หนำใจก่อนค่อยว่ากัน


แต่หลิงเจียงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับไม่ได้นิ่งดูดาย หล่อนเอ่ยขึ้นว่า “แบบนี้ต้องแจ้งความนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะตีกันจนเกิดเรื่องใหญ่เอา”


หลันจิ่นไม่ได้สนใจเรื่องแจ้งความเลยสักนิด เพราะยังไงเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ จึงบอกว่า “แจ้งสิ ฉันไม่ได้ห้ามคุณซะหน่อย”


หลิงเจียงหมุนตัวไปโทรศัพท์แจ้งความ ตอนแรกนึกว่าต้องรออีกพักใหญ่กว่าจะมีคนมา ใครจะไปคิดว่าผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ในตอนที่แม่หวงยังไม่หมดแรงและมือที่ทุบตีเมิ่งอิ่งยังไม่หยุดลง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุแล้ว


ทว่าเมื่อเห็นตำรวจที่เดินนำเข้ามา หลันจิ่นกลับต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นคนคุ้นเคยตรงหน้า หลันจิ่นก็มุมปากกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยทักทาย “ผู้กองสือ สวัสดีค่ะ”


ตำรวจคนนี้ก็คือหัวหน้าทีมสืบสวนที่เคยติดต่อกับพวกเธออยู่หลายครั้ง หลังจากผ่านคดีความมาหลายคดีบวกกับการแวะมาสอบถามข้อมูลที่บ้านอยู่บ่อยๆ หลันจิ่นกับผู้กองสือคนนี้จึงนับว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี


พอผู้กองสือเห็นว่าเป็นหลันจิ่น มุมปากของเขาก็กระตุกเช่นกัน เขาเอ่ยด้วยความหงุดหงิดปนเพลียใจเล็กน้อยว่า “คราวนี้เรื่องวุ่นวายคงไม่ได้เกี่ยวกับคุณอีกหรอกนะ”


“เกี่ยวจริงค่ะ แต่ฉันไม่ผิดแน่นอน แล้วเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำไมถึงเป็นคุณที่โดนส่งมาล่ะคะ”


ทว่าทันทีที่หลันจิ่นพูดจบ หลิงเจียงก็เดินไปยืนข้างๆ ผู้กองสือพลางเอ่ยถามว่า “พวกคุณรู้จักกันด้วยเหรอ”


หลันจิ่นมองสายตาของทั้งคู่สลับกันไปมา ก่อนจะเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า “หรือว่าพวกคุณจะเป็น……”


หลิงเจียงยิ้มตอบ “นี่แฟนฉันเองจ้ะ พอดีสถานีตำรวจแถวนี้อยู่ไม่ไกล แล้วฉันก็มีทางด่วนสายตรงญาติสนิทน่ะ เจ้าหน้าที่เลยมาถึงไวหน่อย”


“แหม ช่างบังเอิญจริงๆ เลยนะคะ”


“นั่นสิ บังเอิญจริงๆ” ผู้กองสือเพลียจิตอย่างแท้จริง เขาเหลือบมองหลันจิ่นทีหนึ่งก่อนจะหันไปมองคนที่กองอยู่บนพื้นแล้วเอ่ยถาม “เอาละ เล่ามาซิว่านี่มันเรื่องอะไรกันอีก”


หลันจิ่นมองคนที่อยู่บนพื้นเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “เรื่องมันยาวค่ะ เป็นเรื่องเก่าเล่าใหม่ทั้งนั้นเลย”


พอได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ก็พอจะเดาออกว่าเป็นเรื่องประเภทไหน สรุปคือน้ำเน่าและยาวเหยียด ผู้กองสือยิ้มขมขื่น “งั้นไปคุยกันที่สถานีเถอะ คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องไปด้วยกัน”


เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ยังไงเธอก็ไม่มีความผิด ทว่าเรื่องรองน้ำคงต้องพับไว้ก่อน แต่สิ่งสำคัญคือจะทิ้งลูกกับหมาไว้ที่บ้านตามลำพังไม่ได้ ถึงแม้ความจริงทั้งคู่จะอยู่ในพื้นที่มิติของเธอ แต่คนอื่นไม่รู้ หากเธอไปนานขนาดนั้น ลูกสาวคงจะหวาดกลัวแน่ๆ


หลันจิ่นจึงเอ่ยว่า “ฉันขอไปช้ากว่าก้าวหนึ่งได้ไหมคะ ลูกสาวกับหมาของฉันยังอยู่ที่ห้องเลย เมื่อกี้ฉันบอกแกไว้ว่าจะรีบกลับเลยไม่ได้พาออกมาด้วย การสอบปากคำคราวนี้ไม่รู้จะเสร็จตอนไหน ฉันขออนุญาตกลับไปรับแกมาด้วยได้ไหมคะ”


ในสถานการณ์พิเศษย่อมต้องผ่อนปรนตามความเหมาะสม ยิ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเด็กด้วย ผู้กองสือย่อมไม่คิดจะเข้มงวดกับเธอในเรื่องนี้ เขาจึงบอกว่า “เดี๋ยวฉันให้เจ้าหน้าที่ตามคุณกลับไปคนหนึ่ง แล้วจะเหลือรถไว้ให้คันหนึ่ง พวกเราจะล่วงหน้าไปก่อน แล้วคุณค่อยตามไป”


ผู้กองสือส่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งให้ตามหลันจิ่นไป ตอนแรกหลันจิ่นคิดจะไหว้วานให้หวงจิ้งเหอช่วยรองน้ำให้ ทว่าผู้กองสือกลับเอ่ยขัดขึ้นว่า “พวกเธอสองคนต่างก็อยู่ในเหตุการณ์ ต้องไปสถานีด้วยกัน ส่วนถังน้ำให้หลิงเจียงถือไว้เถอะ ที่สถานีมีหัวก๊อกน้ำ เดี๋ยวจะรองให้เต็มถังแล้วให้พวกเธอหิ้วกลับมาเอง”


เมื่อผู้กองสือพูดจบ เขาก็รับล้อลากจากมือของหวงจิ้งเหอไปทันที หลิงเจียงเดินตามผู้กองสือไปที่สถานีก่อน ส่วนหวงจิ้งเหอเดินกลับไปเป็นเพื่อนเธอที่ห้องเพื่อรับลูกและหมา


ทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านของหลันจิ่น หลันจิ่นอาศัยจังหวะตอนเปิดประตูใช้กระแสจิตส่งลูกสาวและหมาออกมาจากพื้นที่มิติ ทันทีที่ประตูเปิดออก เจ้าตัวเล็กและเจ้าน่าน่าก็พุ่งตัววิ่งมาทางเธอทันที


ในสถานการณ์เช่นนี้ต้องรู้จักพลิกแพลงตามน้ำ ไม่อย่างนั้นความลับอาจจะรั่วไหลได้ง่ายๆ


โชคดีที่ก่อนหน้านี้หลันจิ่นเคยซักซ้อมสถานการณ์จำลองแบบนี้กับเจ้าตัวเล็กอยู่บ่อยครั้ง พอเห็นว่าด้านหลังของหลันจิ่นมีคนอื่นอยู่ด้วย เจ้าตัวเล็กก็เอ่ยขึ้นอย่างฉลาดหลักแหลมทันทีว่า “แม่จ๋า แม่ไปตั้งนานแน่ะ ถังถังคิดถึงแม่ที่สุดเลย”


(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

ฟอนต์
ขนาดตัวอักษร
ธีมสี
ระยะห่างบรรทัด
🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×