ตอนที่ 82 ระบายอารมณ์
หลันจิ่นตั้งใจจะหาที่ที่ไม่มีคน——
ทว่าเมิ่งอิงกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น และในตอนที่หล่อนกำลังจะอ้าปากพูด แม่หวงที่อยู่ไม่ไกลก็พุ่งพรวดเข้ามาทางพวกเธอทันที
ท่าทางของแม่หวงดูน่ากลัวมากจริงๆ
ตอนแรกหลันจิ่นนึกว่าแม่หวงจะมาหาเรื่องเธอ จึงเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างหลายก้าวเพื่อเลี่ยงแม่หวงตามสัญชาตญาณ
แต่ใครจะรู้ว่าแม่หวงตั้งใจมาหาเธอจริงทว่าก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเมื่อเธอเห็นเมิ่งอิงที่น่าแค้นใจยิ่งกว่าหลันจิ่น มีหรือเธอจะยังสนใจอดีตลูกสะใภ้คนนี้ได้อีก เธอพุ่งตรงไปทางเมิ่งอิงทันที
เมิ่งอิงเจ้าเล่ห์นัก ทันทีที่เห็นแม่หวงพุ่งเข้ามา หล่อนก็รีบขยับหนีไปด้านข้างทันที ทว่าทิศทางที่เมิ่งอิงหนีไปกลับเป็นทิศทางเดียวกับที่หลันจิ่นขยับหลบ ความคิดของเมิ่งอิงย่อมเดาได้ไม่ยาก หล่อนคงกะจะใช้เธอเป็นโล่กำบังแน่ๆ
หลันจิ่นมีหรือจะยอมให้เป็นไปตามนั้น เมื่อเห็นเมิ่งอิงวิ่งมาทางเธอ เธอก็กระชากเสื้อของเมิ่งอิงไว้ แล้วสะบัดมือเหวี่ยงหล่อนลงไปกองกับพื้นตรงหน้าทันที
หลันจิ่นแรงเยอะมาก การเหวี่ยงเพียงครั้งเดียวนี้ทำให้เมิ่งอิงล้มกระแทกพื้นจนมึนงงและลุกไม่ขึ้นเลยทีเดียว
เมื่อแม่หวงวิ่งมาถึงก็ไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย หล่อนกระโดดขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวเมิ่งอิงแล้วลงมือจิกทึ้งตบตีเมิ่งอิงที่นอนอยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อมองดูแม่หวงในตอนนี้ ไม่ต้องพูดถึงท่าทางที่ราวกับคนเสียสติ ทั่วทั้งหัวยุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แถมรองเท้ายังหายไปข้างหนึ่งด้วยซ้ำ ท่าทางแบบนี้ของแม่หวงเป็นสิ่งที่หลันจิ่นเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ดูท่าเรื่องนี้คงจะเหยียบโดนกับระเบิดในใจของแม่หวงเข้าอย่างจังแล้วจริงๆ
แต่หลันจิ่นกลับรู้สึกเพลียจิตมาก หากอยากจะอาละวาดก็ไปอาละวาดที่อื่นสิ ทำไมต้องมาทำที่หน้าบ้านเธอด้วย ที่นี่ไม่ใช่ทำเลทองอะไรเสียหน่อย ถึงต้องให้คนพากันแห่มาหาคำตอบกันขนาดนี้
แต่ในเมื่อมาแล้วก็ช่างเถอะ การรู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหนก็ถือเป็นเรื่องดี พ่อหวงกับแม่หวงเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร หากสามารถ…… จัดการไปพร้อมกันเลยก็ไม่มีอะไรเสียหาย
เวลานี้แม่หวงยังคงระดมทุบตีเมิ่งอิงที่อยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากเสียงดังโครมครามจึงดึงดูดให้ชาวเมืองรอบๆ พากันมามุงดูอย่างรวดเร็ว เพราะเรื่องสนุกแบบนี้ปกติไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ
ในตอนนั้น พ่อหวงที่พละกำลังและฝีเท้าสู้แม่หวงไม่ได้ก็วิ่งตามมาถึงช้ากว่าก้าวหนึ่ง เขายืนหอบแฮกพลางสูดหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนจะเข้าไปโอบกอดแม่หวงจากทางด้านหลัง หมายจะดึงตัวเธอออกจากร่างของเมิ่งอิ่ง
ทว่าพ่อหวงเป็นคนอ่อนแอจนติดเป็นนิสัย แถมยังมีแรงไม่เท่าไหร่ ประกอบกับเมื่อตอนกลางวันหัวก็เพิ่งจะได้รับบาดเจ็บมา ดึงอยู่ตั้งหลายครั้งก็ยังแยกเธอไม่ออก ซ้ำยังโดนแม่หวงข่วนเข้าให้อีกหลายแผล เมื่อเขาเหลือบไปเห็นหลันจิ่นที่ยืนดูละครอยู่ข้างๆ จึงอ้าปากตะคอกลั่น “หลันจิ่น มาช่วยหน่อยสิ ยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม เกิดเรื่องขึ้นมาเธอจะรับผิดชอบไหมฮะ”
หลันจิ่นอยากจะกลอกตาให้ข้ามมิติไปเลย เธอรับผิดชอบงั้นเหรอ รับผิดชอบกับผีน่ะสิ “ฉันบอกว่าคุณ…… อดีตพ่อสามีคะ ฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องฟังคุณด้วยล่ะ อีกอย่างนะ อดีตแม่สามีของฉันกำลังตบตีนังเมียน้อยที่มาอ่อยอดีตสามีของฉันอยู่ ถือว่าอดีตแม่สามีช่วยระบายอารมณ์แทนฉันแท้ๆ แล้วฉันจะไปห้ามเธอทำไมล่ะคะ ถ้าให้ฉันพูดนะ ตบให้ตายไปเลยยิ่งดี”
แม้ตอนนี้แม่หวงกำลังรุมสกรัมเมิ่งอิงอยู่ แต่คำพูดของหลันจิ่นเธอกลับได้ยินอย่างแจ่มแจ้ง จากน้ำเสียงเยาะเย้ยของหลันจิ่นนั้น ทำให้เธอปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าหลันจิ่นเดาเรื่องราวอัปยศทั้งหมดออกแล้วจริงๆ
ทว่ารอบข้างมีคนมุงดูเรื่องสนุกอยู่เต็มไปหมด เธอไม่มีทางหันไปโต้เถียงอะไรได้ ตอนนี้ไม่สนเรื่องอื่นแล้ว ขอระบายอารมณ์ใส่ตัวการที่นอนอยู่ใต้ร่างให้หนำใจก่อนค่อยว่ากัน
แต่หลิงเจียงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับไม่ได้นิ่งดูดาย หล่อนเอ่ยขึ้นว่า “แบบนี้ต้องแจ้งความนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะตีกันจนเกิดเรื่องใหญ่เอา”
หลันจิ่นไม่ได้สนใจเรื่องแจ้งความเลยสักนิด เพราะยังไงเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ จึงบอกว่า “แจ้งสิ ฉันไม่ได้ห้ามคุณซะหน่อย”
หลิงเจียงหมุนตัวไปโทรศัพท์แจ้งความ ตอนแรกนึกว่าต้องรออีกพักใหญ่กว่าจะมีคนมา ใครจะไปคิดว่าผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ในตอนที่แม่หวงยังไม่หมดแรงและมือที่ทุบตีเมิ่งอิ่งยังไม่หยุดลง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุแล้ว
ทว่าเมื่อเห็นตำรวจที่เดินนำเข้ามา หลันจิ่นกลับต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นคนคุ้นเคยตรงหน้า หลันจิ่นก็มุมปากกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยทักทาย “ผู้กองสือ สวัสดีค่ะ”
ตำรวจคนนี้ก็คือหัวหน้าทีมสืบสวนที่เคยติดต่อกับพวกเธออยู่หลายครั้ง หลังจากผ่านคดีความมาหลายคดีบวกกับการแวะมาสอบถามข้อมูลที่บ้านอยู่บ่อยๆ หลันจิ่นกับผู้กองสือคนนี้จึงนับว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี
พอผู้กองสือเห็นว่าเป็นหลันจิ่น มุมปากของเขาก็กระตุกเช่นกัน เขาเอ่ยด้วยความหงุดหงิดปนเพลียใจเล็กน้อยว่า “คราวนี้เรื่องวุ่นวายคงไม่ได้เกี่ยวกับคุณอีกหรอกนะ”
“เกี่ยวจริงค่ะ แต่ฉันไม่ผิดแน่นอน แล้วเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำไมถึงเป็นคุณที่โดนส่งมาล่ะคะ”
ทว่าทันทีที่หลันจิ่นพูดจบ หลิงเจียงก็เดินไปยืนข้างๆ ผู้กองสือพลางเอ่ยถามว่า “พวกคุณรู้จักกันด้วยเหรอ”
หลันจิ่นมองสายตาของทั้งคู่สลับกันไปมา ก่อนจะเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า “หรือว่าพวกคุณจะเป็น……”
หลิงเจียงยิ้มตอบ “นี่แฟนฉันเองจ้ะ พอดีสถานีตำรวจแถวนี้อยู่ไม่ไกล แล้วฉันก็มีทางด่วนสายตรงญาติสนิทน่ะ เจ้าหน้าที่เลยมาถึงไวหน่อย”
“แหม ช่างบังเอิญจริงๆ เลยนะคะ”
“นั่นสิ บังเอิญจริงๆ” ผู้กองสือเพลียจิตอย่างแท้จริง เขาเหลือบมองหลันจิ่นทีหนึ่งก่อนจะหันไปมองคนที่กองอยู่บนพื้นแล้วเอ่ยถาม “เอาละ เล่ามาซิว่านี่มันเรื่องอะไรกันอีก”
หลันจิ่นมองคนที่อยู่บนพื้นเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “เรื่องมันยาวค่ะ เป็นเรื่องเก่าเล่าใหม่ทั้งนั้นเลย”
พอได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ก็พอจะเดาออกว่าเป็นเรื่องประเภทไหน สรุปคือน้ำเน่าและยาวเหยียด ผู้กองสือยิ้มขมขื่น “งั้นไปคุยกันที่สถานีเถอะ คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องไปด้วยกัน”
เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ยังไงเธอก็ไม่มีความผิด ทว่าเรื่องรองน้ำคงต้องพับไว้ก่อน แต่สิ่งสำคัญคือจะทิ้งลูกกับหมาไว้ที่บ้านตามลำพังไม่ได้ ถึงแม้ความจริงทั้งคู่จะอยู่ในพื้นที่มิติของเธอ แต่คนอื่นไม่รู้ หากเธอไปนานขนาดนั้น ลูกสาวคงจะหวาดกลัวแน่ๆ
หลันจิ่นจึงเอ่ยว่า “ฉันขอไปช้ากว่าก้าวหนึ่งได้ไหมคะ ลูกสาวกับหมาของฉันยังอยู่ที่ห้องเลย เมื่อกี้ฉันบอกแกไว้ว่าจะรีบกลับเลยไม่ได้พาออกมาด้วย การสอบปากคำคราวนี้ไม่รู้จะเสร็จตอนไหน ฉันขออนุญาตกลับไปรับแกมาด้วยได้ไหมคะ”
ในสถานการณ์พิเศษย่อมต้องผ่อนปรนตามความเหมาะสม ยิ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเด็กด้วย ผู้กองสือย่อมไม่คิดจะเข้มงวดกับเธอในเรื่องนี้ เขาจึงบอกว่า “เดี๋ยวฉันให้เจ้าหน้าที่ตามคุณกลับไปคนหนึ่ง แล้วจะเหลือรถไว้ให้คันหนึ่ง พวกเราจะล่วงหน้าไปก่อน แล้วคุณค่อยตามไป”
ผู้กองสือส่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งให้ตามหลันจิ่นไป ตอนแรกหลันจิ่นคิดจะไหว้วานให้หวงจิ้งเหอช่วยรองน้ำให้ ทว่าผู้กองสือกลับเอ่ยขัดขึ้นว่า “พวกเธอสองคนต่างก็อยู่ในเหตุการณ์ ต้องไปสถานีด้วยกัน ส่วนถังน้ำให้หลิงเจียงถือไว้เถอะ ที่สถานีมีหัวก๊อกน้ำ เดี๋ยวจะรองให้เต็มถังแล้วให้พวกเธอหิ้วกลับมาเอง”
เมื่อผู้กองสือพูดจบ เขาก็รับล้อลากจากมือของหวงจิ้งเหอไปทันที หลิงเจียงเดินตามผู้กองสือไปที่สถานีก่อน ส่วนหวงจิ้งเหอเดินกลับไปเป็นเพื่อนเธอที่ห้องเพื่อรับลูกและหมา
ทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านของหลันจิ่น หลันจิ่นอาศัยจังหวะตอนเปิดประตูใช้กระแสจิตส่งลูกสาวและหมาออกมาจากพื้นที่มิติ ทันทีที่ประตูเปิดออก เจ้าตัวเล็กและเจ้าน่าน่าก็พุ่งตัววิ่งมาทางเธอทันที
ในสถานการณ์เช่นนี้ต้องรู้จักพลิกแพลงตามน้ำ ไม่อย่างนั้นความลับอาจจะรั่วไหลได้ง่ายๆ
โชคดีที่ก่อนหน้านี้หลันจิ่นเคยซักซ้อมสถานการณ์จำลองแบบนี้กับเจ้าตัวเล็กอยู่บ่อยครั้ง พอเห็นว่าด้านหลังของหลันจิ่นมีคนอื่นอยู่ด้วย เจ้าตัวเล็กก็เอ่ยขึ้นอย่างฉลาดหลักแหลมทันทีว่า “แม่จ๋า แม่ไปตั้งนานแน่ะ ถังถังคิดถึงแม่ที่สุดเลย”
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น