ตอนที่ 81 คุยกันหน่อยไหม?
ต้องยอมรับว่าไม่มีใครรู้จักลูกดีเท่าคนเป็นแม่ ในตอนที่หย่าร้างกันนั้นเพราะไม่มีหลักฐานมัดตัว หลันจิ่นจึงสามารถขนเงินและบ้านในชื่อของเหรินสิงไปได้ทั้งหมด ทว่าหลังจากวันสิ้นโลกมาถึง เพราะเหรินสิงมีเหrินซือเฉียวเป็นข้อต่อรอง หลันจิ่นจึงต้องสิ้นชีพลงเพราะเหตุนี้
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ในตอนนี้แม่หวงได้ปักใจเชื่อไปแล้วว่าหลันจิ่นรู้เรื่องที่เมิ่งอิงกับพ่อหวงแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ลับหลังเธอ และในเวลานี้คงกำลังหัวเราะเยาะเย้ยเธออยู่เป็นแน่
เวลานี้แม่หวงไม่เพียงแต่โกรธพ่อหวงและโกรธเมิ่งอิงเท่านั้น แต่สิ่งที่เธอรู้สึกโกรธยิ่งกว่าคือการที่หลันจิ่นอาจจะรับรู้เรื่องราวอัปยศนี้
ทว่าเมื่อนึกถึงตรงนี้ เธอกลับรู้สึกว่าเรื่องราวในตอนนี้มันคงยังไม่จบลงง่ายๆ เมิ่งอิงไม่มีที่ไป ด้วยนิสัยของหล่อนคงไม่พ้นต้องไปหาหลันจิ่นแน่ และหากปล่อยให้หล่อนไปอาละวาดอีกรอบ หน้าตาและศักดิ์ศรีของเธอคงได้ย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี
แม่หวงที่เดิมทีนั่งลูบอกระบายความอึดอัดอยู่บนเก้าอี้พลันลุกพรวดขึ้นมาตัวตรงราวกับศพเดินได้ เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ไม่ได้การ เมิ่งอิงต้องไปหาหลันจิ่นแน่ พวกเราก็ต้องไปเหมือนกัน”
“หา” พ่อหวงยังตามสถานการณ์ไม่ทัน ทำหน้ามึนงง “ไม่ใช่สิ จะไปหาหลันจิ่นที่ไหนล่ะ คุณไม่มีที่อยู่ไม่ใช่เหรอ”
“ฉันไม่ได้โง่นะ ที่บอกว่าไม่มีที่อยู่น่ะฉันแค่พูดหลอกเมิ่งอิงไปงั้นเอง” ความจริงเธอสืบหาที่อยู่ของหลันจิ่นจนแจ่มแจ้งตั้งนานแล้ว
จากนั้น แม่หวงก็พาพ่อหวงรีบก้าวเท้าออกจากบ้านไปอย่างรีบร้อน
หมู่บ้านที่แม่หวงอาศัยอยู่ไม่ได้ห่างจากหมู่บ้านของหลันจิ่นมากนักเป็นเรื่องจริง ขนาดเมิ่งอิงที่สวมรองเท้าส้นสูงยังใช้เวลาเดินเพียงยี่สิบกว่านาที สองสามีภรรยาวัยทองที่สวมรองเท้าผ้าใบส้นแบนย่อมใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็มาถึงหน้าประตูใหญ่ของหมู่บ้านที่หลันจิ่นพักอยู่
ทว่าทั้งคู่เพิ่งมาถึงและยังไม่ทันจะได้เข้าไปในหมู่บ้าน ก็มองเห็นหลันจิ่นและคนแปลกหน้าอีกสองคนกำลังหิ้วถังน้ำเดินอยู่แต่ไกล ดูเหมือนกำลังจะไปรองน้ำ สองสามีภรรยาจึงรีบสาวเท้าเดินตามหลังพวกเธอไปทันที
……
และก็เป็นไปตามที่สองสามีภรรยาคาดไว้ เมิ่งอิงที่ไม่มีที่ไปกำลังคิดจะหาเรื่องหลันจิ่นอยู่จริงๆ
หลังจากเตลิดออกจากบ้านตระกูลเยิ่น เมิ่งอิงเดินอย่างไร้จุดหมาย ทว่าฝีเท้ากลับค่อยๆ คลื่อนย้ายมาทางหลันจิ่น
ตอนแรกหล่อนคิดจะกลับไปยังห้องเช่าเดิมที่เคยอยู่ ทว่าเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ ต่อให้เบื้องบนจะไม่ยัดคนนอกเข้ามา ห้องของหล่อนก็คงถูกคนที่อยู่ร่วมห้องแบ่งปันพื้นที่กันไปจนหมดแล้ว จะไปเหลือที่ว่างให้หล่อนซุกหัวนอนได้อย่างไร
เมื่อหนทางห้องเช่าใช้ไม่ได้ผล ในสมองจึงผุดภาพของหลันจิ่นขึ้นมาทันที
ในเมื่อหล่อนไม่มีที่อยู่ ก็แค่ไปยึดบ้านของหลันจิ่นมาเสีย หรือไม่ก็ตื๊อให้หลันจิ่นยกบ้านให้หล่อนอยู่สักหลัง หลันจิ่นมีบ้านตั้งหลายหลัง จะแบ่งให้แฟนของอดีตสามีอยู่สักหลังมันจะทำไม หากหลันจิ่นไม่ยอม หล่อนก็จะบุกเข้าไปในบ้านของหลันจิ่น บังคับให้หลันจิ่นเลี้ยงดูปูเสื่อหล่อน และคอยทารุณกรรมลูกของเธอ ไม่ว่าจะอย่างไร หล่อนต้องไปสร้างความลำบากใจให้หลันจิ่นให้ได้ สรุปคือหล่อนจะไม่มีวันปล่อยให้หลันจิ่นเสวยสุขอยู่คนเดียวเด็ดขาด
พวกโจรขโมยมักจะมีตรรกะเห็นแก่ตัวเป็นของตัวเอง และความคิดของพวกเมียน้อยก็ไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะเข้าใจได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การที่เมิ่งอิงรนหาที่ตายเดินมาหาเองแบบนี้ สำหรับหลันจิ่นแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานไปได้มากทีเดียว
หากในระหว่างกระบวนการนี้ไม่ดึงดูดความสนใจจากคนอื่นได้ ก็จะยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
เมิ่งอิงสวมรองเท้าส้นสูง เดินไปเดินมาอยู่ยี่สิบกว่านาทีก็กลับมายังสถานที่ที่เจอหลันจิ่นเมื่อตอนเช้า หล่อนยืนวิเคราะห์อยู่กับที่ หลันจิ่นต้องพักอยู่แถวนี้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มาซื้อของที่สหกรณ์แห่งนี้
เมื่อตอนเช้าแม้หล่อนจะรีบเดินหนี แต่ตอนจากไปก็แอบหันกลับมามองแวบหนึ่ง ทิศทางนั้นมันคือทิศทางของหมู่บ้านที่หล่อนเคยพักอยู่นี่นา
แต่ในหมู่บ้านเดียวกันหล่อนก็ใช่ว่าไม่เคยลงมาเดินเล่น หล่อนมั่นใจว่าในหมู่บ้านเดิมไม่มีหลันจิ่นแน่นอน ดังนั้นที่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือหมู่บ้านฝั่งตรงข้ามนั่นเอง
แต่ไม่ว่าจะเป็นที่นั่นจริงหรือไม่ วันนี้หล่อนจะไปปักหลักดักรอที่น่ะแหละ วันนี้ดักไม่เจอ พรุ่งนี้ก็มาดักใหม่ แต้มผลงานในบัตรประจำตัวผู้อยู่อาศัยของหล่อนยังพอมีเหลืออยู่บ้าง ก่อนที่แต้มผลงานจะหมดลง หล่อนต้องหาตัวหลันจิ่นให้เจอจนได้
จากนั้นเมิ่งอิงก็เดินมายังจุดรองน้ำของหมู่บ้าน หล่อนเลือกพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วมุดตัวเข้าไปซ่อนอย่างมิดชิดเพื่อดักรอ……
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ไม่มีคน
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
ยังคงไร้วี่แวว
จนกระทั่งเข้าสู่ชั่วโมงที่สี่ของการนั่งรอ เมิ่งอิงถึงได้เห็นเงาร่างของหลันจิ่น
ยังไม่ทันที่หล่อนจะดีใจว่าการคาดเดาของตัวเองถูกต้อง เงาร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่เดินอยู่ข้างกายหลันจิ่นก็ดึงดูดสายตาของเมิ่งอิงเข้าเสียก่อน
เมิ่งอิงขยำใบไม้ในพุ่มไม้เต็มแรง ก่อนจะขว้างลงพื้นด้วยความเดือดดาล หล่อนรีบพุ่งตัวไปหยุดตรงหน้าหลันจิ่นแล้วเอ่ยเยาะเย้ยทันที “หลันจิ่น เธอนี่มันแน่จริงๆ เพิ่งหย่าได้ไม่ทันไรก็หาผู้ชายหนุ่มฟิตขนาดนี้ได้แล้ว เหรินสิงหายสาบสูญไปตั้งนาน เธอยังมีอารมณ์มาเดินจู๋จี๋พลอดรักกันอยู่ที่นี่ เธอยังมีหัวใจอยู่หรือเปล่า”
หลันจิ่นรู้ว่าเมิ่งอิงต้องมาหาเธอแน่ แต่ไม่นึกว่าหล่อนจะมาไวขนาดนี้ เธอตอกกลับอย่างดูแคลนว่า “นี่คือเพื่อนบ้านของฉัน ถ้าเธอพูดจาดีๆ ไม่เป็นก็หุบปากไปซะ แล้วฉันก็บอกไปแล้วว่านั่นน่ะอดีตสามี ฉันไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว การที่เขาหายตัวไปมันจะเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ คนที่มีพิรุธที่สุดก็คือเธอนั่นแหละ ใครจะไปรู้ว่าเธอเอาคนไปซ่อนไว้ที่ไหน พอหาคนไม่เจอแล้วมาพาลหาเรื่องฉัน เธอนี่มันเก่งจริงๆ”
หลังจากหลันจิ่นพูดจบ แม้แต่หลิงเจียงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา พวกเธอเดินออกมาด้วยกันสามคน ไม่ใช่แค่หวงจิ้งเหอที่เดินอยู่ข้างหลันจิ่น ตัวหล่อนเองก็ยืนอยู่ข้างๆ หลันจิ่นเหมือนกัน ทว่ายัยคนตรงหน้านี่กลับตลกสิ้นดี จงใจมองข้ามหล่อนไปดื้อๆ แล้วพุ่งเป้าด่าแค่หลันจิ่นกับหวงจิ้งเหอ
หล่อนไม่มีตัวตนในสายตายัยนี่หรืออย่างไร
หลิงเจียงไม่ใช่คนที่มีนิสัยยอมคนอยู่แล้ว ประกอบกับเมื่อเช้าเพิ่งได้ดูละครสนุกๆ ไป คราวนี้หล่อนจึงเอ่ยด้วยความรำคาญว่า “ฉันว่าเธอนี่มันยังไงนะ ทำตัวเหมือนหมาดมกลิ่นตามมาถึงที่นี่เลย หลันจิ่น เธอต้องระวังตัวให้ดีนะ สภาพแบบนี้ วันดีคืนดีอาจจะแอบสะกดรอยตามไปถึงบ้านเธอเลยก็ได้”
หลิงเจียงรู้สึกว่าตนเองไม่เคยพบเคยเจอใครที่หนาหน้าทนขนาดนี้มาก่อน เริ่มแรกก็ลดตัวไปเกือกกลั้วกับลูกชายเขา…… ต่อมายังไปมีอะไรกับพ่อเขาอีก…… สรุปคือตัวเองเป็นเมียน้อยแท้ๆ แต่กลับมาตามหาเรื่องเมียเก่าเขาได้เช้าเย็น ไม่รู้ว่าสมองหล่อนทำด้วยอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น หลันจิ่นก็หย่าขาดไปแล้ว ต่อให้เธอกับหวงจิ้งเหอจะไม่มีอะไรในกอไผ่ หรือต่อให้มีอะไรกันจริงๆ ในเมื่อหย่าแล้ว การที่เธอจะหาคนใหม่มันก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมไม่ใช่หรือ
แต่เมิ่งอิงนี่สิ นอกจากจะทำลายครอบครัวคนอื่นแล้ว ยังไม่ยอมปล่อยให้เมียเก่าเขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข หลิงเจียงอดสงสัยไม่ได้จริงๆ “นี่เธอคงไม่ได้ไปขุดสุสานบรรพบุรุษหล่อนมาหรอกมั้ง ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้”
หลันจิ่นถอนหายใจแล้วบอกว่า “คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ ตอนที่ฉันหย่ากับอดีตสามี ฉันหาหลักฐานความสำส่อนของพวกมันได้ อดีตสามีเลยต้องออกจากบ้านไปแต่ตัว ยัยนี่เลยไม่ได้เงินไปสักหยวนเดียวเลยน่ะค่ะ”
พอหลันจิ่นอธิบายแบบนี้หลิงเจียงก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที “อ้อ มิน่าล่ะ แต่เรื่องหายสาบสูญนี่มันยังไงกัน”
“ตอนที่น้ำเพิ่งลดใหม่ๆ ยัยนี่บอกว่าอดีตสามีมาหาฉัน แต่ฉันไม่เจอตัว จากนั้นอดีตสามีก็หายตัวไปเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอค่ะ” หลันจิ่นพูดด้วยสีหน้าไร้เดียงสาสุดขีด จงใจมองข้ามความจริงที่ว่าตอนนี้ร่างของเหรินสิงยังนอนนิ่งอยู่ในพื้นที่มิติของเธอ
หลิงเจียงขมวดคิ้ว “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอเล่า”
“ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ แต่หล่อนคิดว่าเกี่ยวนี่นา” พูดจบหลันจิ่นก็หันไปมองเมิ่งอิง ในเมื่อตอนนี้คนค่อนข้างเยอะ หากปล่อยไว้คงไม่ดี สู้หาที่ที่คนน้อยๆ จัดการดีกว่า “คุยกันหน่อยไหม”
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น