ตอนที่ 61 คุณหมอคะ ฉันเป็นโรคไม่เสียเงินแล้วจะตายค่ะ
ซ่งหมางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุกคามที่เย็นเยียบและบีบคั้น เธอจึงนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม "ข้อไหนที่ฉันตอบผิดเหรอคะ?"
"ผิดหลายข้อเลยล่ะ"
"งั้นคุณหมอคิดว่าฉันเป็นโรคอะไรล่ะคะ?"
"ผมคิดว่าคุณมีความผิดปกติทางด้านการรับรู้ที่รุนแรงมาก"
หมอชายชี้ไปที่คำถามข้อสุดท้าย "ดูข้อนี้สิ ถามว่าคุณได้ใส่ชุดนอนสีแดงอยู่หรือเปล่า ทั้งที่คุณสวมชุดนอนสีแดงอยู่แท้ ๆ ทำไมคุณถึงเลือกตอบว่าไม่ใช่ล่ะ?"
"ฉันไม่ได้ใส่ชุดนอนสีแดงค่ะ"
"คุณใส่"
"ฉันไม่ได้ใส่"
สายตาที่หมอชายมองซ่งหมางยิ่งทวีความเย็นเยียบ เขาเน้นย้ำทีละคำ "คนไข้ คุณมีการรับรู้ที่ผิดเพี้ยนไป คุณสวมชุดนอนสีแดงอยู่จริง ๆ"
ซ่งหมางวางปากกาลง จ้องมองหมอชายอย่างสงบนิ่งแล้วกล่าว "คุณหมอคะ ฉันว่าฉันไม่ได้มีการรับรู้ที่ผิดเพี้ยนหรอกค่ะ แต่ฉันเป็นโรคอื่นที่ร้ายแรงกว่านั้นมาก"
"โรคอะไร?"
"ฉันอยากใช้เงินทุกวันเลยค่ะ ถ้าวันไหนไม่ได้ใช้เงินสักนิด ฉันจะรู้สึกเหมือนมีมดรุมกัดตามตัว มันทรมานมาก เหมือนกำลังจะขาดใจตายยังไงยังงั้นเลยค่ะ"
"...?"
ยังไม่ทันที่หมอชายจะทันได้ตั้งตัว ซ่งหมางก็ฟาดปึกเงิน กงเต็ก หนาปึกลงบนโต๊ะดัง ปัง!
เธอยังแสร้งถามด้วยสีหน้าใสซื่อ "คุณหมอคะ ที่นี่มีที่ให้ใช้เงินบ้างไหมคะ? วันนี้ฉันยังไม่ได้ใช้เงินเลย ฉันทรมานเหลือเกิน รู้สึกเหมือนจะตายแล้วค่ะ!"
เมื่อเห็นกองเงินกงเต็กสูงพะเนินบนโต๊ะ แถมแต่ละใบยังมีมูลค่าหน้าบัตรถึงหนึ่งพันหยวน ดวงตาของหมอชายก็เบิกกว้างด้วยความตะลึง พร้อมกับแววตาที่สั่นไหวด้วยความตื่นเต้น
"มี! ที่นี่มีที่ให้ใช้เงิน!"
หมอชายเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาควบคุมตัวเองไม่ได้จนยื่นมือหมายจะสัมผัสเงินกงเต็กเหล่านั้น
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะแตะโดน ซ่งหมางก็รวบเงินทั้งหมดกลับไปทันที
หมอชายขมวดคิ้วแล้วเอ่ย "คนไข้ คุณมาหาหมอที่นี่ แต่ยังไม่ได้จ่ายค่ารักษาเลยนะ"
"ก็ได้ค่ะ"
ซ่งหมางหยิบส่งให้เขาหนึ่งใบ (หนึ่งพันหยวนกงเต็ก) เห็นได้ชัดว่าดวงตาของหมอชายฉายแววปลาบปลื้มสุดขีด
ซ่งหมางนิ่งคิดแล้วพูดต่อ "คุณหมอคะ ฉันว่าการรับรู้ของฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก ฉันก็แค่ชอบใช้เงินเท่านั้นเอง"
"ถ้าการรับรู้ของฉันมีปัญหา นั่นก็หมายความว่าการใช้เงินมันเป็นเรื่องที่ผิด และหลังจากนี้ฉันก็ไม่ควรใช้เงินพร่ำเพรื่อแบบนี้อีก ใช่ไหมคะ?"
"หา?"
หมอชายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบแก้คำพูด "ใช่ ๆ ๆ คุณแค่ชอบใช้เงิน การชอบใช้เงินมันจะเป็นโรคได้ยังไง? นี่มันเป็นเรื่องปกติสามัญที่สุดเลยนะ! คุณใช้เงินได้ดีมาก!"
หมอชายประคองเงินกงเต็กหนึ่งพันหยวนไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ต้องรู้ก่อนว่าโรงพยาบาลแห่งนี้เรียกเก็บค่าตรวจอย่างมากที่สุดก็แค่สองร้อยหยวน และยังมีหลายคนไม่มีปัญญาจ่ายด้วยซ้ำ!
แต่ยัยคนนี้เล่นจ่ายค่าตรวจทีเดียวหนึ่งพันหยวน เขาไม่เคยเจอมาก่อนเลยในชีวิต เขาจะไปทำลายความกระตือรือร้นในการใช้เงินของเธอไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคนไข้!
ซ่งหมางหยิบเงินกงเต็กออกมาอีกหนึ่งพันหยวน แล้วบอกกับหมอชายว่า "คุณหมอคะ ฉันชอบแค่การใช้เงินค่ะ ฉันไม่ชอบทำอย่างอื่นเลย เพราะฉันเป็นคนหัวช้า ทำอะไรก็ไม่ค่อยดีสักอย่าง"
"อย่างเช่นแบบสอบถามชุดนี้ เขียนยังไงก็เขียนไม่ถูกสักที ฉันให้เงินคุณหมอ แล้วคุณหมอช่วยเขียนให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?"
หมอชายมีท่าทีลังเล "แต่แบบสอบถามนี้มีไว้เพื่อให้ผมเข้าใจอาการป่วยของคุณนะ ถ้าผมเขียนให้เอง แล้วผมจะวินิจฉัยคุณได้ยังไงล่ะ?"
ซ่งหมาง: "พวกเราก็คุยกันมาตั้งนานแล้ว คุณหมอน่าจะรู้จักฉันดีพอสมควรแล้วล่ะค่ะ คุณหมอก็เขียนไปตามที่คุณหมอเห็นนั่นแหละ"
หมอชายจ้องมองซ่งหมาง "ผมเป็นหมอนะ ไม่ใช่คนไข้ ผมจะไปกรอกแบบสอบถามนี้ได้ยังไง!"
ซ่งหมางหยิบเพิ่มให้อีกหนึ่งพันหยวน "ฉันไม่รู้จะเขียนยังไงจริง ๆ ค่ะ คุณหมอช่วยฉันหน่อยไม่ได้เหรอ?"
หมอชาย: "คุณเลิกเอาเงินให้ผมได้แล้ว ผมบอกแล้วไงว่าผมเป็นหมอ! นี่มันแบบสอบถามสำหรับคนไข้ หมอเขียนไม่ได้! คุณต้องเป็นคนเขียนเอง!"
ซ่งหมางไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอชักเงินกงเต็กออกมาอีกสิบใบ (หนึ่งหมื่นหยวน) แล้วโยนลงบนโต๊ะของเขา
"ถ้าคุณหมอเขียนออกมาได้ดี คราวหน้าพวกเราอาจจะได้ร่วมงานกันอีกนะคะ แต่ถ้าคุณหมอยังยืนยันว่าเขียนไม่ได้ ฉันคงต้องไปหาคุณหมอห้องอื่นให้ช่วยแล้วล่ะค่ะ!"
เมื่อเห็นซ่งหมางลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินจากไป หมอชายก็ลนลานทันที
"เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป!"
เขารีบปรี่เข้ามาขวางซ่งหมางไว้ "เขียนได้ครับ ผมเขียนได้แน่นอน! เดี๋ยวผมเขียนให้เอง!"
หมอชายหวนนึกถึงกองเงินกงเต็กพะเนินที่ซ่งหมางหยิบออกมาตอนแรก ในใจก็รู้สึกคันยุบยิบ!
เงินกองนั้นมีแต่ใบละหนึ่งพัน แถมตั้งซ้อนกันสูงกว่าแก้วน้ำของเขาเสียอีก อย่างน้อย ๆ ต้องมีเป็นแสน!
นี่มันเถ้าแก่เนี้ยสายเปย์ชัด ๆ!
ถ้าปล่อยให้เธอไปหาหมอคนอื่น เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าจะต้องสูญเสียลาภก้อนโตไปขนาดไหน! ลำพังแค่เงินที่เธอให้มาตอนนี้ ก็มากกว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขารวมกันเสียอีก แถมยังมากกว่าเงินเดือนเขาถึงสิบเท่า!
หมอชายเชิญซ่งหมางให้นั่งลงตามเดิม พลางกระแอมไอหนึ่งทีแล้วว่า "การรับรู้ของคุณไม่มีปัญหาจริง ๆ นั่นแหละ ผมรู้สึกว่าคุณเป็นคนปกติสมบูรณ์ดี ในเมื่อเป็นแบบนั้น ผมจะช่วยกรอกแบบสอบถามให้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย!"
"แบบสอบถามนี้หลัก ๆ มีไว้ให้คนไข้กรอก ในเมื่อคุณไม่ใช่คนไข้ ก็ไม่จำเป็นต้องกรอกเองหรอกครับ!"
หมอชายกวาดเงินกงเต็กทั้งหมดไปเก็บไว้ทันที
เขาหยิบแบบสอบถามใบที่ซ่งหมางเคยเขียนไว้มา คำตอบที่เธอเคยติ๊กไว้จางหายไป และเขาก็เริ่มลงมือเขียนใหม่
คุณชื่อจางหมิงหัวใช่หรือไม่? ใช่
คุณอาศัยอยู่ในเมืองเจียงซื่อใช่หรือไม่? ใช่
คุณเป็นผู้หญิงใช่หรือไม่? ใช่
คุณเป็นหมอใช่หรือไม่? ใช่
ในห้องนี้มีนาฬิกาใช่หรือไม่? ใช่
ประตูปิดอยู่ใช่หรือไม่? ใช่
คุณสามารถเข้าห้องได้ใช่หรือไม่? ใช่
คุณชอบส่องกระจกใช่หรือไม่? ใช่
ที่นี่คือโรงพยาบาลใช่หรือไม่? ใช่
คุณสวมชุดนอนสีแดงอยู่ใช่หรือไม่? ใช่
เห็นหมอชายกรอกแบบสอบถามเสร็จ ซ่งหมางก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว "ทำไมคุณหมอติ๊กคำว่า 'ใช่' ทุกข้อเลยล่ะคะ คุณหมอมั่วหรือเปล่า? แล้วคุณหมอก็ไม่ได้ถามชื่อฉันสักคำ รู้ได้ยังไงว่าฉันชื่อจางหมิงหัว?"
"ก็ที่เสื้อคุณมีเขียนไว้นี่ครับ"
หมอชายเงยหน้าขึ้นมองที่หน้าอกของซ่งหมาง "ตรงนั้นไม่ได้แขวนป้ายชื่อไว้เหรอครับ? คุณก็ชื่อจางหมิงหัวไง"
"เฮ้อ ผมบอกแล้วไงว่าคุณมีการรับรู้ที่ผิดเพี้ยน แม้แต่สีเสื้อตัวเองยังไม่รู้เลย..."
พูดถึงตรงนี้ หมอชายเห็นซ่งหมางมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ เขาจึงรีบหุบปากทันที
เขายิ้มแห้ง ๆ อย่างกระดากอาย "คนไข้ครับ สำหรับข้อมูลของคุณ ผมกรอกให้เรียบร้อยแล้ว"
"คุณไปพักผ่อนที่ห้องพักของคุณก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะจัดโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมตามผลแบบสอบถามนี้ให้เอง"
เมื่อเห็นหมอเก็บแบบสอบถามไป ซ่งหมางก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เธอกลับกวาดสายตาสำรวจห้องตรวจนี้แทน
5. ในห้องนี้มีนาฬิกาใช่หรือไม่? ใช่
6. ประตูปิดอยู่ใช่หรือไม่? ใช่
7. คุณสามารถเข้าห้องได้ใช่หรือไม่? ใช่
เธอนึกถึงคำถามสามข้อนี้ที่หมอเลือกตอบว่า "ใช่" ทั้งหมด
แต่ตั้งแต่เธอเข้ามา เธอยังไม่เห็นนาฬิกาในห้องนี้เลยสักเรือนเดียว! แถมประตูห้องตรวจก็ยังเปิดอ้าอยู่อีกต่างหาก!
ตอนที่ซ่งหมางเดินเข้ามา เธอจำได้แม่นว่าตัวเองไม่ได้ปิดประตู เพราะเธอไม่รู้ว่าข้างในเป็นยังไง จึงคิดจะเปิดประตูทิ้งไว้เพื่อให้หนีออกมาได้สะดวกหากเกิดอันตราย
หรือว่าตามตรรกะของหมอผีตนนี้ แบบสอบถามต้องตอบให้ตรงข้ามกับความเป็นจริงงั้นเหรอ?
ไม่ใช่สิ...
มันยังมีคำถามอีกสามข้อคือ คุณอาศัยอยู่ในเมืองเจียงซื่อใช่ไหม? คุณเป็นผู้หญิงใช่ไหม? ที่นี่คือโรงพยาบาลใช่ไหม? ซึ่งสามข้อนี้คำตอบคือ "ใช่" และมันก็ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบันของเธอ แสดงว่าแบบสอบถามไม่ได้ต้องตอบตรงข้ามเสมอไป
ซ่งหมางนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะถามหมอชายว่า "ฉันไม่เห็นมีนาฬิกาในห้องนี้เลยนะคะ นาฬิกาอยู่ที่ไหนเหรอคะ?"
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น