ตอนที่ 60 โดนดันเจี้ยนใหม่จองเวรเข้าให้แล้ว
“มันอยู่ในกระโปรงหลังรถจ้ะ อาตมาเห็นพวกคนไข้หามมันออกมาจากกระโปรงหลังรถแล้ว”
“มันคืออะไรเหรอ? ศพเหรอคะ?”
“ใช่จ้ะ เป็นผู้หญิงที่ถูกสับออกเป็นหลายชิ้น บรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทาง”
นักพรตเฒ่านิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “เจ้าของรถคันนี้อาจจะเป็นฆาตกร พอฆ่าคนเสร็จแล้วกำลังจะเอาศพไปทิ้งระหว่างทาง แต่ดันมาเจอช่วงวันสิ้นโลกเข้าพอดีเลยตาย รถเลยจอดทิ้งไว้ริมถนนแบบนั้น”
“เช็ดเข้!”
เซียวจวิ้นเจ๋อรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งหัว
“แสดงว่าเศษซากศพของผู้หญิงคนนี้เป็นตัวดึงดูดฝูงผีพวกนี้มางั้นเหรอ? เมื่อกี้พวกเรามัวแต่รีบหนีออกมาจากสวนสนุก เห็นว่ารถไม่มีอะไรผิดปกติก็เลยขับออกมาเลย ถ้ารู้อย่างนี้ตรวจดูหลังรถก่อนก็ดี!”
“พวกผีพวกนี้ใส่ชุดคนไข้กันหมด หรือว่าจะเป็นผู้ป่วยจากโรงพยาบาลบ้า? แหม... ดูจะเป็นผีที่มีน้ำใจงามกันจังเลยนะ”
ซ่งหมางหัวเราะเบา ๆ พลางเปรยขึ้น
“ในเมื่อคนเจ็บถูกพาไปแล้ว งั้นพวกเราก็ไปกันได้แล้วใช่ไหม?”
ทว่าทันทีที่เธอพูดจบ กลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาแตะจมูกก็เริ่มมีกลิ่นธูปเทียนเผาไหม้เจือปนเข้ามา
ในหัวของเธอมีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น
【ยินดีต้อนรับสู่ดันเจี้ยนอาถรรพ์ คุณได้หลงเข้ามาใน 'โรงพยาบาลบ้าเขตบูรพา' ภูมิประเทศของโรงพยาบาลซับซ้อนและวกวน โปรดระวังอย่าหลงทาง และจงหาทางออกให้พบภายในสามวัน】
【หากไม่สามารถออกมาได้ภายในสามวัน คุณจะตกอยู่ในความมืดมิดตลอดกาล เมื่อผ่านดันเจี้ยนได้จะได้รับรางวัลมหาศาล】
【ชื่อดันเจี้ยน: โรงพยาบาลบ้าเขตบูรพา / จำนวนผู้ทดสอบ: 1 คน / ระดับความยาก: 3 ดาว】
พอฟังคำอธิบายจบ ซ่งหมางก็รู้ทันทีว่านี่คือดันเจี้ยนเดี่ยว เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา
โดยปกติแล้ว ดันเจี้ยนเดี่ยวระดับ 3 ดาวจะมีความยากมากกว่าดันเจี้ยนกลุ่มระดับ 3 ดาวเสียอีก เธอเกรงว่าซ่งเหวินฉีจะได้รับบาดเจ็บในดันเจี้ยนเดี่ยวที่อาจจะเจอแยกกัน
สภาพแวดล้อมรอบตัวซ่งหมางเริ่มแปรเปลี่ยนไป เธอไม่ทันได้สำรวจรอบ ๆ แต่รีบหยิบโทรศัพท์กระดาษกงเต็กออกมาหวังจะส่งข้อความหาซ่งเหวินฉี
ทว่ายังไม่ทันได้ส่ง ข้อความจากซ่งเหวินฉีก็เด้งเข้ามาเสียก่อน:
【หมางหมาง ทำไมลูกหายไปกะทันหันแบบนี้?! พวกเขาบอกว่าลูกถูกดึงเข้าไปในดันเจี้ยน แต่ทำไมพวกเราที่เหลือถึงไม่ได้เข้าไปด้วยล่ะ?】
ซ่งหมางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ “มีแค่ฉันคนเดียวที่โดนดึงเข้าดันเจี้ยนเหรอ?”
วินาทีต่อมา เซียวจวิ้นเจ๋อก็ส่งข้อความตามมาติด ๆ
เซียวจวิ้นเจ๋อ: 【ศิษย์น้องหญิง ระวังตัวด้วยนะโว้ยยย! ท่านเจ้ากรมบอกว่าดันเจี้ยนเดี่ยวที่เจ้าเข้าไปน่ะ พอเจ้าก้าวเท้าเข้าไปปุ๊บ ระดับความยากมันอัปเกรดเป็น 4 ดาวทันทีเลย!】
【ท่านเจ้ากรมบอกว่าเดิมทีดันเจี้ยนนี้ไม่ใช่ดันเจี้ยนเดี่ยว แต่มันต้องรับคนได้ยี่สิบกว่าคน! ฉันสงสัยว่าเจ้าโดนพลังของดันเจี้ยนจองเวรเข้าให้แล้ว มันเลยดึงเจ้าเข้าไปแค่คนเดียว!】
ซ่งหมาง: “...”
จองเวรฉันเหรอ?
ก็ได้... งั้นมาดูกันว่าดันเจี้ยนนี้จะมีดีแค่ไหน
ซ่งหมางส่งข้อความตอบทั้งสองคน บอกให้หาทางกลับเขตปลอดภัยไปก่อน จากนั้นเธอก็เก็บโทรศัพท์
จังหวะนั้น มีกระดาษกงเต็กที่มีตัวอักษรสลักไว้แผ่นหนึ่งปลิวลงมาจากด้านบน เธอเอื้อมมือไปรับมันไว้
กฎของโรงพยาบาล (บน)
กฎข้อที่ 1: โปรดจำสีเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ไว้ให้ดี
กฎข้อที่ 2: จงรักษาปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยทุกคน แต่พวกเขามักจะพูดจาไร้สาระ อย่าหลงเชื่อคำพูดของผู้ป่วยง่าย ๆ
กฎข้อที่ 3: จงกลับเข้าห้องพักก่อนเวลาเที่ยงคืน
กฎชุดบนคราวนี้ดูเรียบง่ายมีเพียงสามข้อ แต่ความเรียบง่ายก็หมายถึงข้อมูลที่ได้รับนั้นน้อยตามไปด้วย
ซ่งหมางจ้องกฎสามข้อนี้อยู่นาน พลางสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวแล้วขมวดคิ้ว
ตอนนี้เธอยืนอยู่ที่ทางเดินชั้นหนึ่งของโรงพยาบาล ตลอดทางเดินมีห้องอยู่มากมาย แต่ทุกห้องล้วนปิดประตูสนิท ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เธอก็พบแผนผังของตึกติดอยู่ที่ผนังทางเดิน
ตึกนี้มีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นหนึ่งส่วนใหญ่เป็นห้องตรวจโรคของหมอ ชั้นสองเป็นห้องกิจกรรม ชั้นสามเป็นแผนกเครื่องมือแพทย์ ส่วนชั้นสี่และชั้นห้าคือแผนกผู้ป่วยใน
“สั่งให้ฉันกลับห้องก่อนเที่ยงคืน ห้องที่ว่านี่น่าจะเป็นบ้านปลอดภัย แต่ตึกนี้มีตั้งห้าชั้น แถมแต่ละชั้นก็มีห้องเยอะขนาดนี้ ฉันต้องกลับห้องไหน? คงไม่ใช่ให้สุ่มเข้าห้องไหนก็ได้หรอกนะ?”
ซ่งหมางพึมพำกับตัวเอง พลางเหลือบมองเวลาบนโทรศัพท์ ซึ่งแสดงเวลา 10:03 น.
เวลาบนโทรศัพท์กระดาษกงเต็กของเธอนั้นซิงค์กับโลกภายนอก แต่ในดันเจี้ยนเวลาเดินไม่เท่ากับข้างนอก ดังนั้นเวลาบนมือถือจึงใช้เป็นที่อ้างอิงไม่ได้
ซ่งหมางเดินจากทางเดินมาที่ห้องโถงชั้นหนึ่ง และพบนาฬิกาแขวนอยู่ที่ผนัง เวลาในดันเจี้ยนตอนนี้คือ 9 โมงเช้า
เธอมองลอดหน้าต่างห้องโถงออกไปข้างนอก เห็นเพียงความมืดมิดสนิท ดูยังไงก็เหมือนเวลากลางคืน
ไฟภายในโรงพยาบาลก็เปิดสว่างจ้า
“จะเป็น 9 โมงเช้าได้ยังไง? นาฬิกาโรงพยาบาลนี่มันเสียหรือเปล่าเนี่ย?”
ถ้านาฬิกาในโรงพยาบาลเชื่อถือไม่ได้ เวลาบนมือถือก็ไม่ซิงค์กับดันเจี้ยน แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าใกล้เที่ยงคืนแล้ว
ดันเจี้ยนนี่มันเขี้ยวจริง ๆ
“อีกอย่าง ห้องไหนคือบ้านปลอดภัยก็ยังไม่รู้ สงสัยต้องหาผีสักตนถามดูแล้วล่ะ”
พอพูดจบ ซ่งหมางก็ได้รับยินเสียง แก๊ก ดังมาจากทางเดิน มีประตูห้องหนึ่งเปิดออก
เสียงประกาศจากลำโพงเก่า ๆ ดังซ่า ๆ ดังขึ้น “เชิญคนไข้ไปรับการตรวจที่ห้องตรวจหมายเลข 3”
ซ่งหมางเดินตรงไปแล้วก้าวเข้าไปในห้องตรวจ
ภายในห้องมีหมอชายสวมชุดกาวน์ขาวนั่งอยู่ เขากำลังก้มหน้าก้มตาดูแบบสอบถามในมือ
“มาตรวจโรคเหรอ?”
หมอชายถามขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง
เมื่อซ่งหมางนั่งลง เขาก็ยื่นแบบสอบถามชุดนั้นให้เธอ “กรอกแบบสอบถามนี้ก่อน ผมจะได้เข้าใจอาการเบื้องต้นของคุณ”
“อ้อ”
ซ่งหมางกวาดสายตามองเนื้อหาในแบบสอบถาม
คุณชื่อจางหมิงหัวใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
คุณอาศัยอยู่ในเมืองเจียงซื่อใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
คุณเป็นผู้หญิงใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
คุณเป็นหมอใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
ในห้องนี้มีนาฬิกาใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
ประตูปิดอยู่ใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
คุณสามารถเข้าห้องได้ใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
คุณชอบส่องกระจกใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
ที่นี่คือโรงพยาบาลใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
คุณสวมชุดนอนสีแดงอยู่ใช่หรือไม่? (ใช่/ไม่ใช่)
หมอชายยื่นปากกาให้ซ่งหมาง พลางจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้ม “กรอกแบบสอบถามให้เสร็จก่อน แล้วผมจะบอกว่าปัญหาของคุณอยู่ที่ไหน”
ซ่งหมางรับปากกามาหมุนเล่นในมือ
คำถามพวกนี้ประหลาดมาก โดยเฉพาะคำถามสุดท้าย “คุณสวมชุดนอนสีแดงอยู่ใช่หรือไม่?”
กฎข้อที่ 1: โปรดจำสีเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ไว้ให้ดี
ซ่งหมางจำได้แม่นยำว่า วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ทับด้วยเสื้อกันหนาวมีฮู้ดสีเทา
เธอก้มลงมองตัวเองเท่าที่สายตาจะมองเห็น เธอก็ยังคงสวมชุดเดิมชุดนั้นอยู่
ซ่งหมางนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มติ๊กคำตอบตามความเป็นจริงที่เธอคิดว่าถูกต้อง พร้อมกับคอยสังเกตปฏิกิริยาของหมอ
พอเขียนถึงข้อที่ 10 เธอเพิ่งสังเกตว่าลำดับข้อผิดไป... ไม่มีข้อ 9!
เมื่อเห็นเธอหยุดนิ่งไม่ยอมเขียนต่อ หมอชายก็แค่นหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย “คนไข้ ทำไมไม่ตอบต่อล่ะครับ?”
“ถ้าคุณตอบถูกทั้งหมด ผมจะบอกคุณเองว่าห้องพักของคุณอยู่ที่ไหน”
ซ่งหมางเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะติ๊กคำตอบข้อสุดท้ายลงไป: 【ไม่ใช่】
เมื่อเห็นเธอเลือกคำตอบนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของหมอชายก็อันตรธานหายไปทันที เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ
“คนไข้... คุณตอบผิดแล้วล่ะ”
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น