ตอนที่ 448 ต้นแอปเปิล
“ได้ๆๆ ขายให้ก็ได้ แต่ต้องห้าคริสตัลนิวเคลียสนะ!” คนคนนั้นเห็นว่าที่เขาพูดมาก็มีเหตุผล จึงตัดสินใจปล่อยวางในลักษณะยอมหักไม่ยอมงอ
หลี่หมิงเบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อ “นายคีบขึ้นมาตอนนั้นใช้ไปแค่คริสตัลนิวเคลียสเดียวไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่สิ” เขาตอบอย่างถือดี “ในเมื่อนายอยากได้ ก็ต้องยอมรับราคาที่ฉันเสนอ”
คราวนี้ถึงคราวที่หลี่หมิงต้องลังเล ห้าคริสตัลนิวเคลียสจะคุ้มจริงเหรอ?
คริสตัลนิวเคลียสห้าก้อนสามารถแลกเหรียญเกมได้ตั้งยี่สิบห้าเหรียญ เชียวนา เอาเหรียญเกมตั้งยี่สิบเหรียญไปคีบ ไม่เชื่อหรอกว่าจะคีบตุ๊กตาแอปเปิลไม่ได้สักตัว!
เขาไม่เชื่อหรอกว่าตัวเองจะดวงซวยขนาดนั้น!
สายตาของหลี่หมิงเลื่อนไปมองเครื่องคีบตุ๊กตา ภายในมีตุ๊กตาอยู่เพียบ
แต่จะเป็นไปได้ไหมว่าในเครื่องหนึ่งเครื่องจะมีตุ๊กตาแอปเปิลแค่สิบห้าตัวเท่านั้น?
พอนึกถึงความเป็นไปได้นี้ หลี่หมิงก็ขนลุกซู่ ไม่มีทางยอมเด็ดขาด!
ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็เท่ากับว่าเครื่องหนึ่งเครื่องจะออกรางวัลใหญ่ปริศนาเกี่ยวกับตุ๊กตาแอปเปิลได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นน่ะสิ?
หลี่หมิงควบคุมความคิดตัวเองไม่ได้จนต้องเดินไปที่เครื่องคีบตุ๊กตาแล้วเริ่มนับอย่างจริงจัง
ตุ๊กตาแอปเปิลบางตัวถูกทับอยู่ด้านล่าง แค่ที่หลี่หมิงมองเห็น มีเพียงแค่ห้าถึงหกตัวเท่านั้น
เขาถืออยู่ในมือสามตัว ลูกค้าคนอื่นก็คีบออกมาได้สามตัว
นั่นหมายความว่า ข้างนอกมีอยู่หกตัว ชิบหายแล้ว มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ!
หลี่หมิงตัดสินใจหันหลังกลับไปหาลูกค้าคนนั้นทันที “ห้าคริสตัลนิวเคลียสใช่ไหม ได้เลย”
ลูกค้าคนนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจเด็ดขาดได้รวดเร็วขนาดนี้
แต่ในเมื่อมีโอกาสได้กำไรก็ต้องรีบคว้าไว้ เขารีบรับคริสตัลนิวเคลียสแล้วยื่นตุ๊กตาให้ “เอ้า จ่ายเงินของของ คืนคำไม่ได้นะ!”
หลี่หมิงอดไม่ได้ที่จะนึกขำในใจ ใครกันแน่ที่จะต้องเสียใจภายหลัง เดี๋ยวก็รู้กัน เขาเก็บตุ๊กตาอย่างอารมณ์ดี
บังเอิญที่ลูกค้าอีกสองคนที่เหลือก็อยู่ในกลุ่มคนดูศึกครั้งนี้ หลี่หมิงจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปหาพวกเขาเพื่อขอซื้อตุ๊กตาแอปเปิลต่อ
คนหนึ่งยอมขายให้ง่ายๆ แต่อีกคนกลับยืนกรานไม่ยอมขายไม่ว่ายังไงก็ตาม
หลี่หมิงไม่สามารถชิงเอามาได้ ก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่เขาคิด...
ต่อแถวแล้วต่อแถว ในที่สุดก็ถึงคิวเขาเสียที เขาถลกแขนเสื้อเตรียมตัวลุยเต็มที่ แลกคริสตัลนิวเคลียสไปสิบก้อน ได้เหรียญเกมมาห้าสิบเหรียญอย่างมีความสุข
ลู่หลีที่อยู่ในรถบ้านพลางแทะคอเป็ดพลางดื่มชานม มองดูหลี่หมิงคีบตุ๊กตาด้วยท่าทางที่ตั้งใจสุดๆ
พอใช้เหรียญเกมครบห้าสิบเหรียญ หลี่หมิงก็คีบตุ๊กตาแอปเปิลที่มองเห็นอยู่ด้านบนออกมาได้จนหมด
แต่ยังมีบางตัวที่ถูกฝังอยู่ใต้ตุ๊กตาตัวอื่น มองไม่เห็นแม้แต่เงา จะคีบยังไงล่ะนี่? ไม่มีเหตุผลเลย!
หลี่หมิงจึงต้องไปหาเจ้าของเครื่อง พูดอย่างมั่นใจว่า “บอสครับ เครื่องนี้เปิดออกได้ไหม ผมอยากคีบตุ๊กตาที่อยู่ข้างล่างน่ะ”
เจ้าของเครื่องลังเล ไม่รู้ว่าทำแบบนี้ผิดกฎไหม จึงหันไปมองลู่หลีที่กำลังดูการต่อสู้จากในรถบ้าน
ลู่หลีนึกถึงตอนที่คีบตุ๊กตาครั้งก่อน ไม่เพียงแต่สามารถปรับตำแหน่งตุ๊กตาได้ หากคีบแล้วไม่พอใจยังเปลี่ยนในเครื่องเดิมได้ตามใจชอบอีก
เธอจึงมั่นใจและโบกมือใหญ่ “ได้!”
เจ้าของเครื่องได้รับอนุญาตก็พยักหน้าทันที กดปุ่มเปิดเครื่องบนคอมพิวเตอร์แสง จากนั้นต้องทำการสแกนใบหน้าที่หน้าเครื่อง
สแกนผ่านเรียบร้อยถึงจะเปิดเครื่องได้จริง
เจ้าของเครื่องรื้อกองตุ๊กตาไปมา พอรู้ว่าเขาต้องการตุ๊กตาแอปเปิลก็จัดการหยิบมันออกมาวางไว้ข้างบนให้
หลี่หมิงตาเป็นประกาย เริ่มจินตนาการถึงรางวัลใหญ่ปริศนาแล้ว เขาจึงรีบเข้าไปคีบต่อทันที
ลูกค้าคนอื่นก็ไม่เร่งรีบ ต่างยืนมุงดู นี่คือรางวัลใหญ่ที่ต้องสะสมตุ๊กตาแอปเปิลถึงสิบห้าตัวเลยนะ!
ช่างน่าตื่นเต้นรอคอยจริงๆ!
หลังจากเสียคริสตัลนิวเคลียสไปอีกเกือบยี่สิบก้อน ในที่สุดหลี่หมิงก็รวบรวมตุ๊กตาแอปเปิลได้ครบสิบสี่ตัว เหลืออีกเพียงตัวเดียวที่อยู่ในมือของลูกค้าที่ยืนกรานไม่ยอมขาย
หลี่หมิงทั้งแค้นทั้งโกรธ คนคนนี้ต้องดูออกแน่ๆ ว่ามันมีความลับ เลยคิดจะกักตุนเพื่อโขกสับเขาสินะ!
แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อมาถึงสิบสี่ตัวแล้ว จะหยุดตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง
หลี่หมิงจำใจต้องไปคุยกับคนคนนั้นด้วยความอึดอัดใจ ต่อรองอยู่นานอีกฝ่ายก็ไม่ยอมขาย จนสุดท้ายยอมใจอ่อนบอกว่าต้องจ่ายหนึ่งร้อยคริสตัลนิวเคลียส!
นี่มันจะเอาชีวิตหลี่หมิงชัดๆ! ขายตัวเขาไปก็ยังไม่ถึงหนึ่งร้อยคริสตัลนิวเคลียสเลยด้วยซ้ำ!
เขาเร่งรีบจนหัวหมุน ทันใดนั้นภาพของพ่อค้าลู่ก็แวบเข้ามาในหัว ดวงตาเขาก็เป็นประกายราวกับเกิดใหม่ รีบวิ่งไปที่รถบ้านทันที
“พ่อค้าลู่! พ่อค้าลู่! อยู่ไหมครับ?” หลี่หมิงตะโกนเรียกเข้าไปข้างใน เอ๊ะ ทำไมข้างในไม่มีคนล่ะ?
ลู่หลีลุกจากโซฟาในมือยังถือคอเป็ด มองดูเขาที่รีบร้อนจนทำตัวไม่ถูกด้วยความสงสัย “เป็นอะไรไป?”
หลี่หมิงรีบตอบ “พ่อค้าลู่ ผมขอยืมคริสตัลนิวเคลียสหนึ่งร้อยก้อนได้ไหมครับ? มีเรื่องด่วน!”
“เรื่องอะไร?” ลู่หลีถามอย่างระมัดระวัง
หลี่หมิงรีบอธิบายเหตุผลอย่างรวดเร็ว ลู่หลีพอเข้าใจเรื่องราวก็ตัดสินใจหยิบคริสตัลนิวเคลียสหนึ่งร้อยก้อนออกมา “เอ้า เอาไป รีบเอามาคืนนะ”
“ขอบพระคุณอย่างสูงครับ!” หลี่หมิงถอนหายใจยาว รับถุงนั้นมาด้วยสองมือพลางกล่าวอย่างซาบซึ้ง
จากนั้นก็เดินถือถุงไปหาคนคนนั้นด้วยความอารมณ์ดี พลางโยนถุงลงตรงหน้าอย่างองอาจ “ตุ๊กตา จ่ายเงินของของ!”
คนคนนั้นพอเห็นว่าเขาเอาคริสตัลนิวเคลียสมาให้จริงๆ ก็ถึงกับตะลึง นึกสงสัยว่าตุ๊กตาตัวนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า
แต่ดูไปดูมาก็ไม่พบอะไร จึงจำใจต้องยื่นให้หลี่หมิง
หลี่หมิงกลั้นหายใจพยายามไม่ให้แสดงความผิดปกติออกมา จนกระทั่งตุ๊กตาแอปเปิลมาอยู่ในมือ เขาถึงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเผยรอยยิ้มออกมา
เขารีบเก็บตุ๊กตาเข้ามิติ แล้ววิ่งไปที่เครื่องคีบตุ๊กตาอย่างมีความสุข เขาอยากรู้จริงๆ ว่าตุ๊กตาแอปเปิลสิบห้าตัวจะแลกรางวัลอะไรได้!
ลูกค้าคนอื่นเห็นดังนั้นก็พากันเปิดทางให้เขาอย่างพร้อมเพรียง
เพื่อให้เขาเข้าไปถึงเครื่องคีบตุ๊กตาได้อย่างสะดวกที่สุด
เพราะทุกคนต่างรู้ว่าเขากำลังสะสมตุ๊กตาแอปเปิลให้ครบสิบห้าตัวเพื่อรางวัลใหญ่ปริศนา
มนุษย์ย่อมมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา
ลู่หลีลงมาดูใกล้ๆ มองดูเขานับจำนวนแล้วหยอดตุ๊กตาแอปเปิลลงไปในช่องทีละตัวจนตัวสุดท้าย
รอบข้างเงียบกริบ ทุกคนต่างจับจ้องไปที่หน้าจอ
ลำแสงสีขาววาบผ่านไป ต้นแอปเปิลต้นหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า ซึ่งใหญ่กว่าต้นที่อยู่ในแปลงผักของเซิ่งเสวียนมาก
สูงอย่างน้อยสองชั้นของตัวตึก บนต้นเต็มไปด้วยผลแอปเปิลสีแดงสดที่หนาแน่น
กิ่งก้านถึงกับโน้มลงมา หลี่หมิงมองจนอึ้ง มีผลแอปเปิลลูกหนึ่งห้อยลงมาตรงหน้าพอดี
เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปเด็ด แล้วกัดกินทันทีโดยไม่ล้าง กรอบหวานฉ่ำคอ
หลี่หมิงกินแอปเปิลลูกนั้นจนหมดในเวลาไม่นาน จากนั้นก็ยืนมองแอปเปิลเต็มต้นอย่างเคลิบเคลิ้ม ช่างงดงามเหลือเกิน
แอปเปิลมากมายเหล่านี้ ทั้งหมดเป็นของเขา รวมทั้งต้นนี้ด้วย!
เขาสตั๊นไปเลย รางวัลใหญ่ปริศนาคือต้นแอปเปิลนี่เอง!
ข้างต้นแอปเปิลยังมีตัวอักษรลอยอยู่: 【ต้นแอปเปิล ผลจะออกใหม่ทุกวัน พลังต่อสู้ศูนย์ดาว พลังป้องกันสิบดาว จะมอบแอปเปิลอร่อยๆ ให้เจ้าของ~】
หลี่หมิงตกใจอีกรอบ มันเป็นต้นแอปเปิลที่ออกผลได้ทุกวัน ของล้ำค่าชัดๆ!
ลูกค้าคนรอบข้างก็ตกตะลึง ถ้าพวกเขารู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นต้นไม้ทั้งต้นล่ะก็ พวกเขายอมตายเพื่อสะสมให้ครบแล้ว!
---
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น