-->

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 397 ร้านเจิ้งซินจีพ่าย



ตอนที่ 397 ร้านเจิ้งซินจีพ่าย


ด้านหลังยังมีห้องคลังสินค้าขนาดเล็กอีกห้องหนึ่ง สามารถเอาไว้ใช้สำหรับจัดเก็บสิ่งของเบ็ดเตล็ดได้

“อยากจะลองดูหน่อยไหม” ลู่หลีเอ่ยชวน

“เอาสิ เอาสิ!” เฝิงจวนกระตือรือร้นอยากจะลิ้มลอง ทว่ากลับรู้สึกมึนงงจนไม่ซาบว่าจะต้องเริ่มลงมือจากตรงไหนดี

ขั้นแรก ลู่หลีบอกเล่าวิธีสั่งซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางระบบห้างสรรพสินค้าให้เฝิงจวนซาบ เมื่อสั่งซื้อเสร็จสิ้นก็นำของทั้งหมดไปจัดเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง

ในระหว่างที่เธอคอยให้คำแนะนำ เฝิงจวนก็ก้มหน้าก้มตาปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย ท่าทางดูมีความคล่องแคล่วว่องไวดี

ตัวเนื้อไก่พ่ายทอดล้วนเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป เพียงแค่นำไปใส่ลงในหม้อทอดไฟฟ้าก็สามารถทอดได้ทันที

“มา พวกเราใช้ที่คีบ คีบเนื้อไก่พ่ายขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง แล้วใส่ลงไปในหม้อทอดไฟฟ้าเลย” ลู่หลีคอยสั่งการ เฝิงจวนปฏิบัติตามทันที

น้ำมันในหม้อทอดเดือดได้ที่แล้ว ทันทีที่ใส่เนื้อไก่พ่ายลงไป เสียงน้ำมันเดือดซู่ซ่าก็ดังขึ้นทันตา พร้อมกับส่งกลิ่นอายความหอมหวลอบอวลออกมาในพริบตา เฝิงจวนเฝ้ามองดูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

นึกไม่ถึงเลยว่าในวันสิ้นโลกแบบนี้ ตัวเขาจะยังคงมีโอกาสได้มานั่งทอดไก่พ่ายกินอยู่อีก

บนหม้อทอดไฟฟ้ามีเครื่องจับเวลาติดตั้งอยู่ ยามที่สัญญาณนับถอยหลังสิ้นสุดลง ลู่หลีก็คีบไก่พ่ายทอดออกมา นำมาวางพักไว้บนถาดเหล็กด้านข้างเพื่อให้คลายความร้อนลงหน่อย

ที่บริเวณข้างๆ ถาดเหล็กมีผงยี่หร่า ผงบ๊วย และเครื่องปรุงรสอื่นๆ ตั้งวางอยู่พร้อมสรรพ

เพียงแค่คอยโรยผงปรุงรสลงบนไก่พ่ายทอดตามความต้องการของลูกค้าก็เป็นอันเสร็จสิ้น

เฝิงจวนทำความเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เข้าใจเป็นอย่างดีเยี่ยม ทว่าในเวลานี้สิ่งที่เขาอยากจะทำมากที่สุดก็คือ…การเข่นฆ่าไก่พ่ายทอดชิ้นนี้ลงท้องไปซะ! ลู่หลีเองก็อยากกินเหมือนกัน การช่วยตัดผมให้พวกนั้นเมื่อครู่ช่างสิ้นเปลืองพลังงานไปไม่น้อย ถึงแม้เธอจะไม่ได้เป็นคนลงมือตัดด้วยตัวเองก็ตาม แต่ความเหน็ดเหนื่อยที่ได้รับกลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลยสักนิด

ดังนั้นเธอจึงหยิบมีดที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมา สับฉับๆ สองสามที หั่นแยกออกเป็นสองส่วน จากนั้นก็หยิบซองกระดาษสำหรับใส่ไก่พ่ายทอดออกมา แบ่งใส่คนละซอง

“อ่ะ” ยื่นส่งให้เฝิงจวน

คนทั้งสองคนพากันนั่งยงโย่อยู่ที่ข้างๆ ตู้กระจกโชว์สินค้า ตรงบริเวณประตูทางเข้า พากันนั่งกินของอร่อยอย่างไม่สนใจสายตาของใครเลย

ถัดจากร้านเจิ้งซินจีพ่ายก็คือพื้นที่ของตลาดมืด และถัดไปอีกก็คือร้านชานม ในตอนนั้นเองก็มีลูกค้าบางส่วนที่เพิ่งจะซื้อชานมเสร็จแล้วเดินก้าวออกจากร้านมา จนมาสะดุดตากับคนทั้งสองคนที่กำลังนั่งเด่นอยู่ตรงนี้เข้า

ยามที่ได้กลิ่นอายความหอมของไก่พ่ายทอดลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ร่างกายก็ขยับเดินตามกลิ่นเข้ามาโดยอัตโนมัติ พวกเขาพากันเอ่ยถามด้วยท่าทางลังเลใจว่า “ของสิ่งนี้มีขายไหม”

ลู่หลีเหลือบสายตามองไปทางเฝิงจวน “ถ้านายอยากจะเปิดร้านวันนี้เลยก็ย่อมได้นะ”

เรื่องราคาขายก็ถูกกำหนดเอาไว้เสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว สามารถเปิดฉากทำการค้าขายได้ในทันที

เฝิงจวนรีบพยักหน้ารับคำเป็นพัลวัน “ตกลง งั้นก็เปิดร้านวันนี้เลยก็แล้วกัน ฉันรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ฤกษ์งามยามดีมาก”

ถึงแม้ลู่หลีจะไม่ซาบว่าเขาใช้สายตาข้างไหนมองออกว่าวันนี้เป็นวันดีก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุนของเธอ “ตกลง งั้นก็ขอให้การค้าขายราบรื่นนะ”

พูดจบเธอก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนจัดเตรียมจะเดินจากไป โดยไม่มีความสิเน่หาที่จะอยู่คอยช่วยเหลือต่อเลยสักนิด ทว่าด้วยมโนสำนึกอันดีงาม เธอยังอุตส่าห์ไปยืนเฝ้ามองดูอยู่ที่บริเวณประตูทางเข้าอยู่ครู่หนึ่ง

วันนี้ในร้านมีขายเพียงแค่ไก่พ่ายทอดเท่านั้น ขั้นตอนมีเพียงแค่ฉีกซองบรรจุภัณฑ์ นำไปใส่ลงในหม้อทอดไฟฟ้า รอจนสัญญาณนับถอยหลังสิ้นสุดลงก็คีบขึ้นมา นำมาวางพักไว้บนถาดเหล็ก แล้วโรยผงปรุงรสลงไป

ท่าทางการลงมือของเฝิงจวนถือว่ามีความคล่องแคล่วและชำนาญอยู่ไม่น้อย พอจะคอยรับมือกับความวุ่นวายได้อยู่บ้าง

ลู่หลียืนมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดินจากไปด้วยความพึงพอใจ เธอชื่นชอบเจ้าของร้านประเภทที่ไม่ต้องให้เธอมาคอยนั่งเป็นห่วงเป็นใยแบบนี้ที่สุดเลยล่ะ

ก้าวเท้าเดินต่อมาจากร้านเจิ้งซินจีพ่าย จำเป็นต้องเดินผ่านย่านร้านค้าต่างๆ เธอจึงถือโอกาสเดินแวะเข้าไปสำรวจดูในแต่ละร้านค้าแวบหนึ่ง ทุกคนต่างก็กำลังง่วนอยู่กับการทำงานอย่างขะมักเขม้น

ไม่มีใครสังเกตเห็นการเดินทางมาเยือนของเธอเลยสักคน ทว่าลู่หลีก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เดินเข้าไปสำรวจดูแวบหนึ่งก็เดินจากไป ยามที่ได้เห็นว่าทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างแข็งขัน ในใจก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที

ยามที่เดินมาถึงโรงงาน ก็ก้าวเท้าเข้าไปสำรวจดูด้านใน ก่อนจะพบว่ามีสายพานการผลิตเพิ่มขึ้นมาอีกเส้นหนึ่ง เธอขยับก้าวเข้าไปใกล้จงเซี่ยที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน “ระบบอัปเกรดขึ้นมาอีกแล้วงั้นเหรอ”

จงเซี่ยกำลังยุ่งจนหัวหมุนแทบจะไม่ได้หยุดพักหายใจเลย ทว่ายามที่เหลือบสายตามาเห็นลู่หลี เขาก็ตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว ดูเหมือนจะเป็นสายพานสำหรับผลิตอุปกรณ์และยารักษาโรค แต่ทว่าแค่เสบียงของสองสายพานนี้ฉันก็ขายแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว สายพานนี้ก็เลยยังไม่ได้เปิดดำเนินงานน่ะ”

ลู่หลีขมวดคิ้วมุ่น “ถ้างั้นนายลองสั่งซื้อหุ่นยนต์มาช่วยงานสักสองสามตัวดีไหม พวกมันใช้งานได้ดีมากเลยนะ การมานั่งตรากตรำทำงานยุ่งหัวหมุนอยู่แบบนี้ตลอดมันไม่ใช่หนทางที่ดีเลย ยิ่งไปกว่านั้นในอนาคตสายพานการผลิตก็ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายไม่มีทางคอยรับมือไหวคนเดียวแน่ๆ”

จงเซี่ยเงยหน้าขึ้นมา ตัวเขาเองก็เคยมีความคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าที่ผ่านมายังไม่มีเวลาไปเดินเลือกซื้อหุ่นยนต์ที่เหมาะสมเลย

และเขาก็ซาบดีว่าทั้งเซิ่งเสวียนและเสิ่นปิงต่างก็พากันใช้งานหุ่นยนต์กันหมดแล้ว แถมหุ่นยนต์เหล่านั้นลู่หลีก็ยังเป็นคนช่วยติดตั้งระบบให้ด้วยตัวเองอีกต่างหาก ช่างมันเถอะ ลู่หลีเองก็มีงานยุ่งเหมือนกัน คงไม่มีเวลามาคอยจัดการเรื่องนี้ให้เขาหรอก

เมื่อเขาลองคิดดู การมีหุ่นยนต์มาช่วยงานสักตัวมันก็เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ “ตกลง งั้นถ้าฉันพอมีเวลาว่างค่อยลองไปเลือกดูหน่อยละกัน”

ลู่หลีเห็นว่าเขาทำงานยุ่งมากขนาดนี้ “ไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันกำลังว่างอยู่พอดี เดี๋ยวฉันช่วยจัดการให้ละกัน” พูดจบเธอก็หาเก้าอี้มานั่งลง พลางค่อยๆ นั่งเลือกดูอย่างสบายอารมณ์

แค่ตามหาตัวที่มีลักษณะการทำงานคล้ายๆ กับหุ่นยนต์ประจำร้านอาหารเช้าก็พอแล้ว

ขอเพียงแค่สามารถช่วยจงเซี่ยขายข้าวกล่อง ขายเสื้อผ้าได้ก็เป็นอันใช้ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงกดสั่งซื้อหุ่นยนต์ที่มีลักษณะเหมือนกับหุ่นยนต์ประจำร้านอาหารเช้ามาสองตัวทันที

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการสั่งซื้อ ลู่หลีก็จัดการเปิดระบบนำหุ่นยนต์ออกมา

พร้อมกับป้อนข้อมูลคำสั่งการทำงานใส่ลงไปในระบบ หลังจากเปิดเครื่องดำเนินงาน หุ่นยนต์ทั้งสองตัวก็แยกย้ายกันเดินตรงไปยังสายพานการผลิตคนละเส้นทันที

หุ่นยนต์ตัวหนึ่งไปหยุดยืนอยู่ประจำตำแหน่งที่ด้านหน้าสายพานผลิตอาหารจานด่วน ยามที่มีกล่องอาหารเลื่อนออกมามันก็หยิบเก็บทันที นำมาจัดวางเรียงซ้อนกันไว้บนรถเข็นคันเล็กที่อยู่ด้านข้าง

เมื่อจัดวางจนเต็มรถเข็นคันเล็ก มันก็ผลักดันรถเข็นมุ่งตรงไปส่งให้จงเซี่ยที่ช่องหน้าต่าง ตัวเขามีหน้าที่เพียงแค่คอยหยิบกล่องอาหารเหล่านั้นยื่นส่งขายออกไปให้ลูกค้าทีละกล่องเท่านั้น ช่วยประหยัดแรงและลดขั้นตอนการทำงานไปได้เยอะเลยทีเดียว

ส่วนหุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งไปยืนประจำตำแหน่งอยู่ที่ด้านหน้าสายพานผลิตเสื้อผ้า ยามที่มีเสื้อผ้าเลื่อนออกมามันก็หยิบเก็บทันที แถมยังใช้ความเร็วที่ว่องไวปานกามนิตหนุ่มในการพับจัดเรียงเสื้อผ้าให้เรียบร้อยทีละตัว แล้วนำไปจัดวางไว้ในตะกร้าพลาสติกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านข้าง

ลู่หลีตบมือด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะขยับก้าวเดินไปที่ด้านหน้าสายพานผลิตอุปกรณ์และยารักษาโรค แล้วเอื้อมมือไปบิดเปิดสวิตช์เครื่องจักร

หลังจากเครื่องจักรเริ่มเปิดดำเนินงาน ลู่หลีก็ไปยืนรออยู่ข้างๆ สายพานการผลิตอย่างเงียบๆ

สิ่งแรกที่เลื่อนออกมาก็คือ…ยาไอบูโพรเฟนชนิดแคปซูล ไม่เลว มีประโยชน์มาก สามารถเอาไว้ใช้ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี

สิ่งต่อมาที่เลื่อนออกมาก็คือ…ยาลดไข้แก้หวัดชนิดแกรนูล นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน อาการไข้หวัดอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่าในวันสิ้นโลกแบบนี้อาการไข้หวัดก็สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้เหมือนกันนะเนี่ย

สิ่งลำดับที่สามที่เลื่อนออกมาก็คือ…ผ้าก๊อซ นี่ก็มีประโยชน์มากเช่นกัน ยามที่ได้รับบาดเจ็บสามารถนำมาใช้ในการพันแผลได้ เพราะอย่างไรเสียในปัจจุบันคลินิกก็ยังไม่ได้แพร่หลายไปจนถึงทุกๆ ฐานที่มั่น

ของแต่ละอย่างล้วนสามารถนำมาใช้งานได้จริงทั้งนั้น ลู่หลีหยิบตะกร้าใบหนึ่งมาตั้งรองไว้ที่ด้านล่างของสายพานการผลิต

เอาล่ะ ถึงเวลาค่อยลองไปเจรจาหารือกับผู้เฒ่าเสิ่นดูหน่อย นี่จะต้องเป็นอีกหนึ่งหนทางใหม่ที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้อย่างแน่นอน

พอมีหุ่นยนต์มาคอยช่วยเหลือ จงเซี่ยก็รู้สึกผ่อนคลายและเบาแรงขึ้นมากทันตา ถึงขนาดเดินมาบอกกับลู่หลีว่า “ในเมื่อซื้อหุ่นยนต์มาตั้งสองตัวแล้ว สู้ซื้อเพิ่มมาอีกสักตัวหนึ่งเลยดีกว่า ให้ไปยืนประจำตำแหน่งคอยขายของอยู่ที่ช่องหน้าต่างเลย”

“อื้ม แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน นายจะได้ยิ่งเบาแรงขึ้นไปอีก แต่ทว่าต้องคอยป้อนนิวเคลียสคริสตัลให้ตรงเวลาด้วยนะ ไม่ใช่นั้นเดี๋ยวพลังงานหมดเครื่องจะดับเอาได้” ลู่หลีเอ่ยกำชับ พลางเอื้อมมือไปกดสั่งซื้อหุ่นยนต์เพิ่มมาอีกตัวหนึ่งทันที

จงเซี่ยรู้สึกผ่อนคลายตัวเบาหวิวไปหมด เขาเดินมาส่งสายตามองดูลู่หลีเดินก้าวออกจากโรงงานไป

ลู่หลีเดินกลับมาถึงร้านลอตเตอรี่ เพิ่งจะหย่อนก้นนั่งลง ก็ได้รับแจ้งข้อมูลมาว่า มีคนขูดสลากได้เครื่องจักรอุปกรณ์เครื่องหนึ่ง เธอมีความเคลือบแคลงใจ แค่ขูดของรางวัลออกมาได้จะมาบอกเธอทำไมกันนะ…

ทว่าสุดท้ายเธอก็ต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาขยับตัวลุกขึ้นยืน ปกติแล้วสถานการณ์ประเภทนี้ มันมักจะไม่ใช่เรื่องเรียบง่ายธรรมดาแน่นอน จะต้องเป็นของที่ทำให้แม้กระทั่งเซียวตี๋หรือจานถิงคอยเกิดความตื่นเต้นตกใจไปด้วย ถึงได้มาวิ่งบอกกล่าวให้เธอซาบ

เธอก้าวเท้าลงมาจากรถบ้านอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือเครื่องจักรอุปกรณ์ที่มีความสูงถึงสองเมตรเครื่องหนึ่ง ลักษณะรูปร่างมีความคล้ายคลึงกับตู้ขายของอัตโนมัติมาก เพียงแต่ว่าสินค้าที่ตั้งวางขายอยู่ด้านในไม่ใช่เสบียงอาหาร

แต่ทว่ากลับเป็น…คอมพิวเตอร์แสง? ก่อนหน้านี้เธอเคยเฝ้าคิดคำนึงถึงเรื่องนี้อยู่พักใหญ่เลยทีเดียว นึกไม่ถึงเลยว่าในวันนี้จะมีคนขูดมันออกมาได้จริงๆ!! แต่ทว่าสิ่งที่เธอเคยคาดคิดเอาไว้มันคือร้านค้าสำหรับขายคอมพิวเตอร์แสงต่างหาก ทว่าสิ่งนี้มันกลับเป็นเพียงแค่เครื่องจักรอุปกรณ์เครื่องหนึ่งงั้นเหรอ? แต่มันก็ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่มีคอมพิวเตอร์แสงออกมาวางขายก็เป็นอันใช้ได้

เธอขยับก้าวเดินเข้าไปข้างใน ในเวลานั้นมีชายคนหนึ่งกำลังเดินวนเวียนสำรวจรอบๆ เครื่องจักรด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

เมื่อเห็นลู่หลีเดินเข้ามา บนใบหน้าของชายคนนั้นก็ผลิบานไปด้วยรอยยิ้ม “บอสลู่เธอก็มาด้วยเหมือนกันเหรอเนี่ย สิ่งนี้มันคือเครื่องสำหรับคอยให้เช่าคอมพิวเตอร์แสงต่างหากล่ะ!”

คอยให้เช่า? ไม่ใช่เปิดขายหรอกเหรอ?

ลู่หลีก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอยืนพินิจพิจารณาอยู่ด้านหน้าเครื่องจักร ด้านหน้าเป็นบานกระจกใส ด้านในถูกแบ่งออกเป็นห้าชั้น ในแต่ละชั้นมีคอมพิวเตอร์แสงจำนวนเจ็ดเครื่องตั้งวางอยู่บนแท่นรองรับ

ลักษณะรูปร่างมีความแตกต่างกันไป มีทั้งรูปแบบนาฬิกาข้อมือ รูปแบบแหวน สร้อยคอ หรือสร้อยข้อมือ เป็นต้น

ที่บริเวณด้านข้างมีหน้าจอขนาดเล็กติดตั้งอยู่ บนหน้าจอสามารถกดเลือกสั่งการได้ว่าจะต้องการเช่าคอมพิวเตอร์แสงเครื่องไหน จำนวนวันที่ต้องการเช่ารวมถึงรูปแบบของสินค้า จะส่งผลต่อราคาค่าเช่าที่มีความแตกต่างกันไปโดยตรง

ลู่หลีลองกดเลือกรูปแบบพื้นฐาน นั่นคือรูปแบบนาฬิกาข้อมือ ราคาค่าเช่าต่อหนึ่งวันนึกไม่ถึงเลยว่าจะใช้เงินเพียงแค่ 100 เครดิตเท่านั้นเอง! ยิ่งจำนวนวันที่ต้องการเช่ามีมากขึ้นเท่าไหร่ ราคาค่าเช่าเฉลี่ยต่อวันก็จะยิ่งถูกลงเท่านั้น!

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

ฟอนต์
ขนาดตัวอักษร
ธีมสี
ระยะห่างบรรทัด
🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×