-->

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 396 ตัดผม

ตอนที่ 396 ตัดผม


“พวกนาย? ไม่เชื่อใจฉันขนาดนี้เลยเหรอ” ลู่หลีถือกรรไกรพลางแค่นยิ้มอย่างเย็นชา


เสิ่นปิงรีบโบกมือเป็นพัลวัน “ไม่ใช่ๆ หวังหยางเขาอาสาอยากจะเป็นคนแรกเองต่างหาก!”


ฉู่หลีเซิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แค่ฟังจากน้ำเสียงก็ซาบแล้วว่าเสิ่นปิงกำลังร้อนตัว ปกติถ้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับลู่หลี มีครั้งไหนบ้างที่เขาจะไม่รีบเข้ามาแย่งชิง


ลู่หลีส่งเสียงหึในลำคอสองที ก่อนจะถือกรรไกรเดินตรงเข้าไปหาหวังหยาง


จู่ๆ เขาก็เริ่มนึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อย สีหน้าของบอสลู่ในเวลานี้ดูค่อนข้างน่ากลัว แถมในมือยังถือกรรไกรเอาไว้อีกด้วย


ราวกับว่าถ้าหากนายไม่เชื่อฟัง วินาทีต่อมาเธอจะตัดไอ้จ้อนของนายทิ้งซะอย่างนั้นแหละ!

แต่เดี๋ยวโกลนนะ เขาเป็นซอมบี้ จะยังมีไอ้จ้อนแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอ? น่าจะมีละมั้ง


หวังหยางหลับตาทั้งสองข้างลง พลางเริ่มเอ่ยปลอบใจตัวเอง ไม่เป็นไรหรอก ยังไงทรงผมของเขาก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบอยู่แล้ว ถือซะว่าทำเพื่อสร้างความบันเทิงให้บอสลู่ได้เพลิดเพลินใจก็แล้วกัน


พอคิดได้แบบนี้ หวังหยางก็ทำใจยอมรับได้อย่างรวดเร็ว


ยามที่หลับตาลง ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ ก็จะยิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้น


หวังหยางรับรู้ได้ว่าลู่หลีช่วยเลิกผมหน้าม้าที่ปรกหน้าผากของเขาขึ้น แล้วก็ปล่อยลงมา


เธอไม่ได้ตัดผมออกเลยสักเส้นเดียว ก่อนจะเลิกขึ้นไปใหม่อีกครั้ง แล้วก็ปล่อยลงมาเหมือนเดิม ดูเหมือนว่ากำลังพิจารณาไตร่ตรองอะไรบางอย่างอยู่


บรรยากาศรอบๆ ก็เงียบเชียบเป็นพิเศษ กลุ่มผู้ชายที่ปกติตามมักจะชอบส่งเสียงพูดคุยเจรจากัน ในเวลานี้กลับพากันเงียบกริบไปหมด


หวังหยางแอบหรี่ตาขึ้นมามองดูแวบหนึ่ง ก็สบเข้ากับสายตาที่ดูจริงจังและเคร่งขรึมของลู่หลีพอดี


ส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ ออกมาสองที “มองอะไรอยู่เหรอ”


ลู่หลีตอบกลับด้วยท่าทางที่จริงจังมาก สายตายังคงจับจ้องไปที่เส้นผมของเขา “กำลังดูว่านายเหมาะกับทรงผมแบบไหนน่ะ”


หลังจากนั้นราวกับเล่นมายากล เธอหยิบคอมพิวเตอร์แสงออกมา บนหน้าจอมีรูปภาพทรงผมแสดงอยู่เต็มไปหมด


ล้วนแต่เป็นทรงผมของพวกหนุ่มหล่อล้ำสมัย แถมชื่อเรียกยังดูยุ่งเหยิงสับสนไปหมด


มีทั้งทรงสั้นซอยทึบดัดวอลลุ่ม ทรงเซ็ตลอนแบบเป็นช่อ ทรงโมแกนสั้นซอยสไลด์ ทรงแสกสี่หกแต่งลอน ทรงดัดลอนมาม่า ทรงซอยสไลด์พองฟู ทรงแสกสามเจ็ด ทรงซอยสั้น ทรงรากไทร และทรงโมแกนหน้าม้าทิ่ม


อย่างไรเสียแค่ดูจากชื่อก็จินตนาการหน้าตาของทรงผมไม่ออกแล้วล่ะ


คนอื่นๆ ต่างพากันขยับรุมล้อมเข้ามาดู เมื่อลู่หลีเห็นดังนั้นก็พูดขึ้นว่า “มาๆๆ เลือกกันคนละทรงเลย”


คำพูดคำจานี้ ราวกับว่าพอเลือกเสร็จแล้วเธอจะสามารถตัดออกมาได้เหมือนเป๊ะอย่างนั้นแหละ


ในระหว่างที่พวกเขากำลังเลือกทรงผมกันอยู่ ลู่หลีเองก็กำลังค้นหาว่าพอจะมีหุ่นยนต์ช่างตัดผมอยู่บ้างไหม เพราะตัวเธอไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้จริงๆ นะ


ต้องซาบก่อนว่าทรงผมถือเป็นหน้าตาของผู้ชายเชียวนะ ถ้าหากตัดพังขึ้นมาแล้วต้องมาคอยทนมองดูอยู่ทุกวี่ทุกวัน คนที่ต้องรับกรรมก็คือเธอเองนั่นแหละ!


ดังนั้นควรจะระมัดระวังเอาไว้ก่อนจะดีกว่า


ในที่สุดเธอก็ค้นพบจนได้ หุ่นยนต์ช่างตัดผม แถมยังจงใจเลือกซื้อตัวที่มีราคาแพงเป็นพิเศษอีกด้วย โดยหวังว่าผลลัพธ์ที่ตัดออกมาจะดูดีมีสไตล์


เสิ่นปิงและคนอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน จึงพากันเลือกทรงผมที่ดูเรียบง่ายและตัดแต่งได้ง่ายที่สุด เพราะกลัวว่าบอสลู่จะ…มือสั่นจนทำพัง


ใครจะไปคาดคิดว่าหลังจากเลือกเสร็จเรียบร้อย ลู่หลีก็หยิบหุ่นยนต์ตัวหนึ่งออกมา


และแนะนำว่าเขาคือหุ่นยนต์ช่างตัดผม


เมื่อทุกคนได้เห็น ก็รีบใช้นิ้วชี้ไปที่รูปทรงผมที่ตัวเองชื่นชอบทันที


ต่างคนต่างพากันส่งเสียงพูดจาเซ็งแซ่ “ฉันเอาทรงแสกสองข้างพริ้วๆ ทรงนี้!”


“ฉันๆๆ ฉันเอาทรงนี้!”


“งั้นฉันเอาทรงนี้ ดูท่าทางจะหล่อดีนะ!”


ลู่หลีทำตาปริบๆ จับจ้องมองดูพวกเขาทั้งหลาย ผู้ชายพวกนี้ ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเธอเลยสักนิดเดียว!

เอาเถอะ อันที่จริงตัวเธอเองก็ไม่ได้มีความเชื่อมั่นในตัวเองเท่าไหร่เหมือนกัน


เพราะอย่างไรเสียที่นี่ก็ไม่ใช่ขอบเขตความเชี่ยวชาญของเธอ หลังจากที่ทุกคนเลือกทรงผมเสร็จสิ้นแล้ว คนแรกก็ยังคงเป็นหวังหยางเหมือนเดิม


ลู่หลีทำการป้อนข้อมูลทรงผมที่หวังหยางเลือกใส่ลงไปในระบบของหุ่นยนต์ จากนั้นก็กดปุ่มเริ่มเปิดดำเนินงาน


หวังหยางมีความรู้สึกประหม่าอยู่เล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันจะได้ประหม่าเลย ก็มองเห็นหุ่นยนต์ตัวนั้นกางแขนออกมาทีเดียวถึงแปดข้าง!


ที่มือแต่ละข้างต่างก็ถือเครื่องมือตัดแต่งทรงผมเอาไว้ครบครัน ทั้งกรรไกรสารพัดรูปแบบ หวี และกระบอกฉีดน้ำ เป็นต้น


เงาร่างขยับวูบวาบพริบตาเดียว ทุกคนยังไม่ทันจะได้มองเห็นการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์อย่างชัดเจนเลย ทรงผมก็ถูกตัดแต่งจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว…


หุ่นยนต์เก็บแขนกลับคืนมาราวกับผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และในเวลานี้ทุกคนก็มองเห็นศีรษะของหวังหยางได้อย่างชัดเจน


จะว่าไป มันเหมือนกับรูปทรงผมที่เขาเลือกเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน แถมยังดูเข้ากับใบหน้าของเขาเป็นอย่างยิ่ง ช่วยส่งเสริมให้รูปร่างหน้าตาของดูดีหล่อเหลาขึ้นไปอีกขั้นเลยล่ะ


“ว้าว~ ฝีมือของหุ่นยนต์ตัวนี้ไม่เลวเลยนะเนี่ย~” ลู่หลีปรบมือชื่นชม


ยามที่หวังหยางโดนทุกคนจับจ้องมองดู เขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกขัดเขินเลยสักนิด แต่กลับยิ่งทวีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นไปอีก


เขาลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป ยืนส่องกระจกชื่นชมผลงานอยู่พักใหญ่ถึงค่อยเดินกลับออกมา แถมมือยังคอยลูบจัดแต่งเส้นผมไปด้วยความภาคภูมิใจ


คนอื่นๆ พอได้เห็นเช่นนั้น ต่างก็พากันยื้อแย่งรีบไปนั่งบนม้านั่งทันที


“ฉันก่อนๆ!” หลัวมู่ส่งเสียงร้องบอก


“นายหลีกไปเลย!” เสิ่นปิงออกแรงผลักเขาไปทีหนึ่ง


“ไม่ต้องแย่งกัน ไม่ต้องแย่งกัน ฉันเอง!” ฉู่หลีเซิงเองก็ส่งเสียงร้องบอกเช่นกัน


ทว่าผู้ชนะในท้ายที่สุดกลับกลายเป็นเซิ่งเสวียน ในระหว่างที่ทุกคนกำลังยื้อแย่งกันอย่างโกลาหลอลหม่าน เขาก็อาศัยจังหวะนั้นก้าวไปนั่งลงบนม้านั่งอย่างเงียบเชียบเรียบร้อยแล้ว


ลู่หลีมองดูด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะจัดการป้อนข้อมูลทรงผมที่เซิ่งเสวียนเลือกใส่ลงไปในระบบโปรแกรมของหุ่นยนต์


เสียงกรรไกรขยับฉับๆ ดังขึ้นอีกระลอก ว้าว ทรงผมที่เขาเลือกคือทรงรากไทร


มันช่วยส่งเสริมให้ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้วของเขา ดูมีความนุ่มนวลและอ่อนช้อยมากขึ้น ทว่ากลับซ่อนกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด


ไม่เลวไม่เลว หน้าตาก็ดี แถมฝีมือเทคโนโลยีของหุ่นยนต์ก็ยอดเยี่ยมมาก


หลังจากที่แต่ละคนตัดผมเสร็จเรียบร้อย ลู่หลีก็สั่งให้พวกเขาไปนั่งเรียงแถวกันอยู่บนโซฟา และยังให้พวกเด็กๆ ไปยืนเข้าแถวอยู่ด้านหลังโซฟา เพื่อร่วมกันถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึกภาพหนึ่ง


เก็บบันทึกภาพของทุกคนเอาไว้ในเฟรมเดียวกัน ยิ่งมองดูก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจมาก ไม่เลว ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวจริง ๆ!


การเปลี่ยนทรงผมใหม่มันเหมือนกับการเปลี่ยนเป็นคนใหม่เลยทีเดียว


ชวนให้มีความรู้สึกสดใหม่ขึ้นมาอีกแล้วนะเนี่ย~


เวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะบ่ายสามโมง ลู่หลีจึงบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านใครบ้านมัน


เพิ่งจะส่งสายตามองดูทุกคนเดินจากไป ก็พลันได้ยินเสียงของจานถิงร้องบอกมาว่า “พี่ลู่หลี รีบมานี่เร็ว! มีคนขูดสลากได้เครื่องจักรอุปกรณ์ของตลาดมืดแล้ว!”


ลู่หลีเพิ่งจะตั้งท่ากำลังจะนั่งลง ก้นเพิ่งจะหย่อนลงไปได้ครึ่งทาง เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ต้องสบถอุทานออกมาเบาๆ พลางขยับตัวลุกขึ้นยืน


ขอฉันไปดูหน่อยซิว่าคราวนี่จะได้เป็นอะไรอีกนะ?


หลังจากก้าวเท้าลงมาจากรถบ้าน เธอก็ตระหนักถึงตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าทันที: เจิ้งซินจีพ่าย


ไม่ใช่เครื่องจักรอุปกรณ์ของตลาดมืดหรอกเหรอ? ดูท่าทางเหมือนจะเป็น…ร้านค้ารางวัลที่หนึ่งต่างหาก แถมตอนนี้ระบบยังทำการแลกเปลี่ยนตัวร้านค้าออกมาเสร็จสิ้นแล้วด้วยนะ~


พวกลูกค้าในปัจจุบันนี้ช่างมีความสามารถและลงมือทำอะไรได้รวดเร็วทันใจดีแท้ๆ


ลู่หลีเดินก้าวเข้าไปข้างใน เจ้าของร้านกำลังเดินสำรวจไปทั่วร้านด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา ก็รีบพูดขึ้นด้วยความดีใจทันที “เธอคือบอสลู่ใช่ไหม! ฉันคือคนที่ขูดได้รางวัลที่หนึ่งในคราวนี่ ฉันชื่อเฝิงจวน ที่แปลว่าอิฐบล็อกน่ะ!”


“เฝิงจวน สวัสดีนะ” ลู่หลีส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจ พลางเอ่ยปากทักทาย “มาๆๆ ตัวร้านค้าไม่สามารถตั้งวางไว้ตรงนี้ได้ เดี๋ยวฉันจะพานายไปที่สถานที่แห่งหนึ่ง”


“ตกลง!” เฝิงจวนรีบตอบรับทันที เขาเพิ่งจะตั้งท่ากำลังจะเอ่ยปากถามว่าต้องเคลื่อนย้ายร้านค้าอย่างไร


ก็ต้องพบเห็นภาพที่ตัวร้านค้าของเขากำลังลอยตัวเด่นอยู่บนอากาศ และคอยเคลื่อนตัวตามหลังลู่หลีไปอย่างเงียบๆ โดยรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเอาไว้ตลอดเวลา


เมื่อเฝิงจวนเห็นดังนั้น ก็รีบก้าวเท้าเดินตามไปทันที ในใจด้านหนึ่งก็รู้สึกทึ่งในความมหัศจรรย์ แต่อีกด้านหนึ่งก็กำลังวาดฝันถึงชีวิตอันงดงามในอนาคตข้างหน้า


ตลอดเส้นทางที่เดินผ่านย่านร้านค้า เฝิงจวนคอยมองซ้ายมองขวา จนรู้สึกมือไม้สั่นไปหมด มีของอร่อยๆ ตั้งเยอะแยะ ทั้งเค้ก ชานม หม้อไฟ หิวชะมัดเลย!


จนกระทั่งเดินมาถึงบริเวณท้ายสุด ลู่หลีถึงได้หยุดฝีเท้าลง เฝิงจวนมองสำรวจดูรอบๆ พบว่าร้านของตัวเองตั้งอยู่เป็นร้านสุดท้าย ถัดไปก็เป็นพื้นที่ของตลาดมืด


แต่มันก็ไม่เป็นไรหรอก หากตัวเขาเป็นลูกค้า ต่อให้อยู่ห่างไกลแค่ไหนเขาก็ต้องดั้นด้นมาซื้ออยู่ดี


ยิ่งไปกว่านั้นระยะทางแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้ ปกติยามที่ต้องเดินทางออกจากฐานที่มั่นไปเข่นฆ่าซอมบี้ เส้นทางยังห่างไกลกว่านี้ตั้งเยอะแยะ เฝิงจวนรู้สึกพึงพอใจมากแล้วล่ะ


หลังจากจัดการตั้งวางร้านเจิ้งซินจีพ่ายเสร็จสรรพ ลู่หลีก็มองสำรวจดูความเรียบร้อยรอบๆ พลางใช้มือตบกันเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยปากชวนว่า “ไป พวกเราลองเข้าไปสำรวจดูด้านในกันหน่อย”


“ตกลง!” เฝิงจวนพยักหน้ารับ พลางเดินตามเข้าไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานใจ


สภาพภายในร้านค้าค่อนข้างเรียบง่าย พื้นที่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย ทว่าเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ กลับมีความครบครันเป็นอย่างยิ่ง


ที่บริเวณใกล้กับประตูทางเข้ามีตู้กระจกโชว์สินค้าตั้งวางอยู่สองชั้น ด้านในมีของทอดสารพัดชนิดจัดวางเอาไว้ให้ลูกค้าได้เลือกสรร อย่างเช่น มันฝรั่งทอด มันเทศทอดผงบ๊วย ไก่เผ็ดซอสเซซามิ โครงไก่ทอดรสเผ็ด นักเก็ตไก่พริกไทยดำ ไก่ป๊อปรสเกลือพริกไทย และไก่เส้นเจิ้งซิน…


เมื่อเดินลึกเข้าไปข้างใน ก็พบเจอเข้ากับหม้อทอดไฟฟ้าอันใหม่เอี่ยมอ่องจำนวนสามใบ และยังมีอุปกรณ์เครื่องใช้ประเภทตู้แช่แข็งตั้งวางอยู่ครบครัน


---


(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

ฟอนต์
ขนาดตัวอักษร
ธีมสี
ระยะห่างบรรทัด
🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×