-->

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 395 ฐานที่มั่นเซียนจวี๋



ตอนที่ 395 ฐานที่มั่นเซียนจวี๋




เวลาปิดทำการเดินทางมาถึงแล้ว ทว่าพวกลูกค้ากลับไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านอะไรเลย และยังคงก้มหน้าก้มตาทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะทำต่อไป

บรรดาเจ้าของร้านต่างก็เอ่ยปากบอกตั้งหลายครั้งว่าได้เวลาปิดร้านแล้ว ทว่าพวกลูกค้าก็ยังคงนิ่งเฉย ราวกับว่าไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งลู่หลีส่งข้อความลงไปในกลุ่ม

【วันนี้มีสถานการณ์พิเศษ ขยายเวลาปิดร้านไปจนถึงเที่ยงคืนนะ ทุกคนลำบากกันหน่อย ช่วยเข้าใจกันด้วย】

บรรดาเจ้าของร้านจึงทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่ง และตั้งหน้าตั้งตาเปิดร้านต่อไปด้วยความสบายใจ

จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืน ลู่หลีก็บังคับปิดร้านตามระบบ บรรดาผู้อยู่อาศัยที่เดินทางมาจากฐานที่มั่นต่างๆ จึงพากันเดินจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ แถมยังคิดอยากจะเดินทางมาใหม่ในวันพรุ่งนี้อีกด้วย

ลู่หลีไม่ได้สังเกตเห็นความคิดเหล่านั้นของพวกเขา เธอทำเพียงพูดขึ้นมาว่า “ทุกคนอาศัยอยู่ในฐานที่มั่นของตัวเองให้สบายใจเถอะ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไม่ต้องเดินทางมาที่นี่หรอก มันลำบากแย่เลยนะ~”

ลูกค้าจะยอมฟังเธอไหมเรื่องนั้นเธอไม่รู้ เธอรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ตัวเองอยากจะนอนเต็มทีแล้ว…

ปกติแล้วเธอมักจะเข้านอนตอนช่วงเที่ยงคืน วันนี้เกิดสถานการณ์กะทันหัน จึงทำได้เพียงเลื่อนเวลานอนออกไป

โชคดีที่วันนี้อาบน้ำชำระล้างร่างกายเรียบร้อยแล้ว แค่เช็ดมือเช็ดหน้าอีกสักหน่อยก็สามารถขึ้นเตียงนอนได้แล้ว

ลู่หลีจัดการธุระส่วนตัวเสร็จสรรพ ก็ก้าวขึ้นเตียงนอน แม้ว่าจะเหนื่อยล้าจนแทบจะสิ้นสติไป แต่เธอก็ยังไม่ลืมที่จะตั้งค่าจุดหมายปลายทางของฐานที่มั่นแห่งต่อไป

เช้าวันต่อมา บรรดาเจ้าของร้านต่างพากันตื่นสาย ทว่าอย่างน้อยทุกคนก็ยังสามารถมาเปิดร้านได้ทันก่อนเวลาเก้าโมงเช้า เพื่อคอยต้อนรับบรรดาผู้อยู่อาศัยของฐานที่มั่นเซียนจวี๋

อื้ม ได้ยินมาว่า เป็นเพราะหัวหน้าฐานที่มั่นของฐานที่มั่นเซียนจวี๋ชื่นชอบการกินส้มเป็นพิเศษ แน่นอนว่านั่นมันเป็นเรื่องราวในช่วงก่อนวันสิ้นโลก ตอนนี้จะยังคงมีส้มหลงเหลืออยู่ให้กินไหมก็ยังไม่แน่

เป็นเพราะชื่นชอบการกินส้ม จึงได้ตั้งชื่อว่าฐานที่มั่นเซียนจวี๋ มองออกเลยว่าชื่นชอบมากขนาดไหน

เรื่องราวเหล่านี้ลู่หลีเองก็เพิ่งจะได้ยินมาเหมือนกัน ได้ยินมาจากปากของบรรดาผู้อยู่อาศัยเหล่านั้น

หลังจากที่เธอกินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ก็เอาแต่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง คอยนั่งฟังเรื่องซุบซิบและเรื่องราวที่พวกเขาพูดคุยกัน พลางถือโอกาสเฝ้ามองดูว่าจะมีใครโชคดีขูดสลากได้รางวัลที่หนึ่งบ้างไหม

ทว่าจนกระทั่งถึงช่วงเที่ยงวันก็ยังไม่มีวี่แวว ลู่หลีคิดว่ามันคงเป็นเพราะเธอเอาแต่จ้องมองอยู่แน่ๆ

ในอดีตที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีคนขูดได้รางวัลที่หนึ่ง หรือขูดได้เครื่องจักรอุปกรณ์ของตลาดมืด ตัวเธอไม่เคยได้อยู่เฝ้ามองดูเลย มักจะซาบเรื่องจากปากของเซียวตี๋หรือไม่ก็จานถิงคอยมาวิ่งบอกตลอด

พอคิดได้แบบนี้ เธอก็สามารถกินข้าวได้อย่างสบายใจขึ้นมาทันที

และมันก็เป็นไปตามคาดจริงๆ ในระหว่างที่เธอกำลังกินข้าวอยู่นั้น ข่าวดีก็เดินทางมาถึง มีลูกค้าส่งเสียงร้องตะโกนบอกมาจากด้านนอกว่า “บอสลู่! ฉันขูดได้เครื่องคั่วเกาลัดล่ะ!”

ลู่หลีผลักตัวลุกขึ้นยืนทันที เธอรีบพุ้ยข้าวเข้าปากสองสามคำ คนอื่นๆ ต่างพากันจับจ้องมองตาม เสิ่นปิงเอื้อมมือไปรับถ้วยข้าวของเธอมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันส่งสายตามองดูเธอเดินก้าวออกจากรถบ้านไปพร้อมกัน

“คั่วเกาลัดงั้นเหรอ” ลู่หลีก้าวเท้าลงมาจากรถบ้าน พลางส่งเสียงร้องถาม เพื่อต้องการจะตามหาตัวเจ้าของร้านให้พบด้วยความเร็วที่สุด

และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เจ้าของร้านเบียดเสียดฝูงชนเดินออกมา ใบหน้าที่ดูซื่อสัตย์เต็มไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ในเวลานี้เครื่องจักรอุปกรณ์ได้เริ่มเปิดดำเนินงานแล้ว และกำลังถูกปิดล้อมมุงดูจากกลุ่มฝูงชน

เจ้าของร้านกวักมือเรียกลู่หลี “รีบมานี่เร็ว รีบมานี่เร็ว”

ลู่หลีเดินตามเจ้าของร้านเบียดเสียดเข้าไปในกลุ่มฝูงชน และได้พบเห็นเครื่องคั่วเกาลัดเครื่องนั้น มันยังคงมีลักษณะเป็นกล่องเหล็กขนาดใหญ่ เพียงแต่ที่ด้านบนฝั่งที่หันมาทางลู่หลีนั้น มีช่องวงกลมขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ช่องหนึ่ง

ด้านในกำลังหมุนวนเสียงดังครืนๆ มีเกาลัดจำนวนนับพันนับหมื่นลูกกำลังถูกคนกวนและพลิกคว่ำไปมาอยู่ด้านใน

กลิ่นอายความหอมหวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาลัดลอยอบอวลออกมา

ไม่นานนัก เกาลัดกระทะนี้ก็คั่วเสร็จเรียบร้อย ช่องวงกลมขนาดใหญ่หยุดหมุนวน บรรดาเกาลัดพากันทะลักหลั่งไหลออกมาตราตรำราวกับฝูงผึ้งที่บินออกจากรัง พากันร่วงหล่นลงไปในถาดเหล็กทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ตั้งอยู่ด้านนอกช่องวงกลมนั้นจนหมดสิ้น

ภายในถาดเหล็กยังมีการปูรองด้วยผ้าเนื้อหนา เพื่อเอาไว้ใช้คอยรักษาความอบอุ่น ทำให้เกาลัดไม่คลายความร้อนไวเกินไป

แต่อันที่จริงแล้วมันไม่มีความจำเป็นเลยสักนิด หลังจากที่ลู่หลีและเจ้าของร้านได้ร่วมกันหารือเพื่อกำหนดราคาขายเสร็จสิ้น เกาลัดเหล่านั้นก็ถูกผู้คนกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงในพริบตา

โชคดีที่เจ้าของร้านยังแอบเก็บเกาลัดถุงใหญ่เอาไว้ให้ลู่หลีถุงหนึ่ง

ขั้นแรก ลู่หลีบอกเล่าถึงสถานที่ตั้งของตลาดมืดให้เขาซาบ หากเขาต้องการ ในช่วงเย็นก็สามารถเดินทางไปตั้งแผงค้าที่นั่นได้

หลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายยอมรับข้อเสนอเป็นอย่างดี เธอก็หอบหิ้วเกาลัดที่ยังคงส่งกระแสความร้อนระอุถุงนั้นก้าวขึ้นรถบ้านไป ในเวลานี้ทุกคนยังคงกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่

ลู่หลีรีบนำเกาลัดออกมาแจกจ่ายทันที แบ่งให้ทุกคนหยิบไปคนละกำมือ “มาๆๆ ทุกคนยื่นมือออกมาเร็ว! ของอร่อยมาเสิร์ฟแล้ว!”

ทุกคนต่างมีความอยากรู้อยากเห็นต่ออาหารรสเลิศชนิดใหม่ๆ ที่ถูกขูดออกมาได้จากตลาดมืด และต่างก็รู้สึกว่ามันต้องอร่อยมากแน่ๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงพากันวางถ้วยและตะเกียบลงทันที แล้วพากันยื่นสองมือออกมารับไปด้วยความซาบซึ้งใจ

หลังจากลู่หลีแจกจ่ายจนเสร็จสิ้น ในมือของเธอเองก็หลงเหลือเกาลัดอยู่เพียงแค่กำมือเดียวเท่านั้น

เธอนั่งลง จัดเตรียมจะแกะกินสักลูกหนึ่ง ทว่ากลับพบว่าเกาลัดเหล่านี้ไม่ได้มีการผ่าเปลือกเอาไว้ พยายามมองหาช่องทางอยู่รอบๆ ก็ไม่พบเจอหนทางที่จะสามารถลงมือแกะได้เลย

เธอตั้งใจอยากจะเอ่ยปากถาม ว่านอกจากวิธีใช้ฟันขบกัดแล้ว พอจะมีวิธีแกะที่ดูสุภาพเรียบร้อยกว่านี้ไหมนะ…

ทว่าในตอนนั้นเอง ก็มีมือสองข้างยื่นขนาบเข้ามาจากทางซ้ายและทางขวาพร้อมกัน

เธอหันไปมองทางซ้ายที มองทางขวาที พบว่าเป็นเสิ่นปิงและหลัวมู่ที่ต่างก็พากันแกะเปลือกเกาลัดจนได้เนื้อที่สมบูรณ์แบบเสร็จสิ้นเป็นลูกแรก และพากันยื่นส่งมาตรงหน้าของเธอพร้อมกัน เพื่อต้องการจะให้เธอได้ลิ้มลองชิมดู

คนทั้งสองคนไม่ได้จับจ้องมองไปที่เกาลัด และไม่ได้มองมาที่เธอด้วย ทว่าต่างคนต่างกำลังจ้องถลึงตาใส่กันและกันอยู่

ลู่หลีขี้เกียจจะไปสนใจไยดีพวกเขาทั้งสองคน เธอเอื้อมมือไปหยิบเกาลัดทั้งสองลูกนั้นมาไว้ในมือ ก่อนจะยัดเข้าปากไปพร้อมกัน เคี้ยวตุ้ยๆ มันอร่อยมากจริงๆ เนื้อสัมผัสมีความเหนียวนุ่ม แถมยังมีความหวานมันละมุนลิ้นดี~

เอามาทานเป็นของว่างหลังอาหารได้ดีทีเดียวเลยล่ะ

เมื่อเสิ่นปิงและหลัวมู่เห็นดังนั้น ก็รีบละสายตากลับคืนมาทันที ราวกับโดนฉีดสารกระตุ้น พากันก้มหน้าก้มตาแกะเปลือกเกาลัดต่อไปอย่างบ้าคลั่ง

ลู่หลีจึงเฝ้าสังเกตดูวิธีการแกะของพวกเขา โอ้ ที่แท้ก็ใช้เพียงแค่พละกำลังอันป่าเถื่อนนี่เอง ช่างน่าเบื่อชะมัด เธอต้องค้นหาวิธีการและเคล็ดลับที่ถูกต้องให้ได้!

หลังจากนั่งคลำหาช่องทางอยู่พักใหญ่ พลิกไปพลิกมาแล้วลองกดบีบดู ในที่สุดเธอก็ค้นพบวิธีการเปิดเปลือกเกาลัดได้อย่างรวดเร็ว

เพียงแค่ตามหาบริเวณก้นของเกาลัด ซึ่งมักจะมีลักษณะเป็นจุดๆ จากนั้นออกแรงกดลงไปตรงนั้นแรงๆ เปลือกก็จะปริแตกออกทันที เพียงแต่ว่ามันยากที่จะได้เนื้อเกาลัดที่สมบูรณ์แบบ ส่วนใหญ่เนื้อจะแตกกระจายออกจากกันหมด

ทว่าลู่หลีก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไร ค่อยๆ หยิบกินไปทีละนิด จนกระทั่งกินเกาลัดในมือจนหมดสิ้น ก็มองเห็นเสิ่นปิงที่กำลังแบฝ่ามือที่มีเนื้อเกาลัดพูนอยู่เต็มอุ้งมือยื่นส่งมาให้เธอ

ว้าว~

ลู่หลีมองดูเนื้อเกาลัดที่พูนอยู่เต็มอุ้งมือนั้น ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย ค่อยๆ หยิบเนื้อเกาลัดเหล่านั้นมาไว้ในมือของตัวเองทีละชิ้น ส่วนเสิ่นปิงก็นั่งนิ่งอย่างว่าง่าย พลางส่งรอยยิ้มละมุนละไมเฝ้ามองดูเธอ

หลัวมู่นั่งมองดูจนรู้สึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความอิจฉา ก่อนจะเหลือบมองดูเกาลัดของตัวเองที่ร่อยหรอจนแทบจะไม่เหลือหลอแล้วเพราะความตะกละของตัวเอง ช่างมันเถอะ แกะกินเองดีกว่า!

อย่างไรเสียบอสลู่ก็ไม่ได้ขาดแคลนเกาลัดสองสามลูกนี้หรอก

ไม่ใช่สิ เจ้าเสิ่นปิงคนนี้ไม่ได้มีความอยากกินเลยหรือไงนะ? ฉันเห็นเขาเพิ่งจะกินเข้าไปแค่ลูกเดียวเองนะนั่น! ของแบบนี้ใครมันจะไปอดรอดกลั้นไหวกันล่ะ! นี่มันเกาลัดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นและยังร้อนๆ อยู่เลยนะเฟ้ย!

หลัวมู่คิดพร่ำบ่นอยู่ในใจด้วยความคับแค้นแน่นอก พลางยัดเกาลัดเข้าปากไปพราง และในใจก็รู้สึกว่าเกาลัดนี่มันอร่อยมากจริงๆ เนื้อมีความหวานมันและเหนียวนุ่มดี

หลังจากกินเกาลัดจนหมดสิ้น และช่วยกันเก็บกวาดถ้วยชามตะเกียบเรียบร้อยแล้ว

ลู่หลีก็พลันนึกถึงเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่ยังทำไม่เสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ขึ้นมาได้ “พวกนายอยากจะให้ฉันช่วยตัดแต่งทรงผมให้หน่อยไหม? ลองดูสิ แต่ละคนผมยาวขึ้นตั้งเยอะแล้วนะน่ะ!”

หลัวมู่มีสีหน้าท่าทางที่ดูค่อนข้างจะไม่ยากจะเชื่อหูตัวเอง “อ้าว? เธอเหรอ? เธอตัดผมเป็นด้วยเหรอบอสลู่”

เรื่องนั้นแน่นอนว่าย่อมตัดไม่เป็นอยู่แล้ว

“ไม่เป็นไร ในอินเทอร์เน็ตมีคลิปสอนตั้งเยอะแยะ ขอแค่กดค้นหาก็เด้งขึ้นมาเพียบแล้ว!” ลู่หลีพูดจาด้วยความมั่นใจ ถึงแม้ว่าเธอจะซาบดีว่าความมั่นใจนี้มันเดินทางมาจากที่ไหนก็ตาม

หลัวมู่: แบบนี้มันถูกต้องแล้วเหรอ? คงไม่ได้ตั้งใจจะเอาพวกเรามาเป็นหุ่นลองมือหรอกใช่ไหมเนี่ย?

แม้กระทั่งเสิ่นปิงเองก็มีความรู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจอยู่บ้าง “เอาไว้รอให้ในอนาคตมีคนขูดสลากได้ร้านตัดผมเปิดขึ้นมาก่อน แล้วพวกเราค่อยมาจัดทรงครั้งใหญ่กันดีไหม”

ลู่หลียกมือขึ้นมาลูบคางพลางขบคิด ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดขึ้นมาทันที “ไม่ได้! ใครจะมาเป็นคนแรก รีบมานั่งลงตรงนี้เลย!”

เธอใช้นิ้วชี้ไปที่ม้านั่งที่ตั้งอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็กดสั่งซื้อชุดเครื่องมือตัดแต่งทรงผมครบครันผ่านทางระบบออนไลน์ มีกรรไกรสารพัดรูปแบบ และยังมีปัตตาเลี่ยนรวมไปถึงหวีชนิดต่างๆ อีกด้วย

อย่างไรเสียสิ่งของที่ต้องการก็มีอยู่ครบครัน เพียงแต่ลู่หลีใช้งานพวกมันไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่

เธอหยิบเครื่องมือแต่ละชิ้นขึ้นมาพินิจพิจารณาดู นึกไม่ถึงเลยว่าจะรู้สึกว่าพวกมันมีลักษณะที่ดูคล้ายๆ กันหมด…ช่างมันเถอะ ลองเปิดอินเทอร์เน็ตหาคลิปสอนดูหน่อยดีกว่า!

รอจนกระทั่งเธอศึกษาวิธีการจนเกิดอาการมึนหัวตาลาย ยามที่เงยหน้าขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์แสง ก็พบว่าคนที่มานั่งประจำที่อยู่บนม้านั่งคือหวังหยาง ส่วนคนอื่นๆ ต่างพากันมายืนรุมล้อมรอดูเรื่องสนุก ราวกับว่าอยากจะเฝ้ามองดูระดับฝีมือของบอสลู่ว่าจะเป็นอย่างไร




(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

ฟอนต์
ขนาดตัวอักษร
ธีมสี
ระยะห่างบรรทัด
🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×