-->

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 394 แรงกระแทกจากลูกค้า



ตอนที่ 394 แรงกระแทกจากลูกค้า


“คนคนนี้ เป็นอะไรของเขา” หลัวมู่ไม่ค่อยเข้าใจนัก และเขาก็ลุกขึ้นเดินกลับคลินิกไปเช่นกัน ช่วงบ่ายไม่ได้อยู่เฝ้าร้าน ไม่รู้ว่าทุกอย่างจะราบรื่นดีไหม

เรื่องนั้นแน่นอนว่าย่อมราบรื่นเป็นอย่างยิ่ง หลังจากผ่านการปรับปรุงระบบมาตั้งหลายครั้ง ตอนนี้ต่อให้คลินิกไม่มีคนเฝ้าอยู่ ก็สามารถเปิดดำเนินงานได้อย่างราบรื่นด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติเหล่านั้น

ลู่หลีอาบน้ำชำระล้างร่างกายอยู่บนชั้นสอง เธอปล่อยให้สมองว่างเปล่าตามธรรมชาติ โดยไม่ได้มีความคิดยุ่งเหยิงมากมายเหมือนอย่างพวกเขาสองคน

อย่างไรเสีย…ขอแค่เธอมีความสุขก็พอแล้ว

จะไปสนใจอะไรมากมายขนาดนั้นกันล่ะ~

คนที่ควรจะคิดทบทวนพิจารณาให้รอบคอบคือพวกเขานั่นแหละ ส่วนเธอมีหน้าที่แค่รับความสุขก็พอ

และเธอก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องความรับผิดชอบอะไรเลยแม้แต่น้อย นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้วล่ะ นี่คือวันสิ้นโลกนะ…แถมสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเธอก็เป็นคนหยิบยื่นให้แก่พวกเขาเองด้วย

ลู่หลีทำทุกอย่างอย่างสบายใจ และในบางครั้งเธอยังมีความคิดอยากจะทำอะไรที่มันเกินเลยมากกว่านี้ด้วยซ้ำ

หลังจากอาบน้ำเสร็จและเปลี่ยนมาใส่ชุดนอน พร้อมกับสวมเสื้อคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ลู่หลีก็เดินลงมาข้างล่าง

เธอรินน้ำดื่มให้ตัวเองแก้วหนึ่ง ก่อนจะพบว่าทั้งสองคนเดินทางกลับไปกันหมดแล้ว

ในสมองพลันมีควาคิดหนึ่งแวบขึ้นมา: อยากกินหม้อไฟเนื้อวัวจังเลย…หิวชะมัด พรุ่งนี้ค่อยจัดก็แล้วกัน

ดื่มน้ำเสร็จ ลู่หลีเหลือบมองดูเวลา เธอไม่ได้เดินขึ้นไปข้างบน แต่นั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟา พลางบอกกับตัวเองในใจว่านี่คือการอยู่เฝ้าร้าน

เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งร้านก็จะปิดทำการ ลู่หลีนั่งเล่นเดินเล่นอยู่ในรถบ้านด้วยความเบื่อหน่าย และในตอนนั้นเองเธอก็สังเกตเห็นกลุ่มคนขนาดใหญ่พากันหลั่งไหลวิ่งมาจากทางสถานีรถไฟความเร็วสูง

แวบแรกที่เห็นท่าทางการวิ่งที่ดูโกลาหลอลหม่านขนาดนั้น ก็นึกว่าเป็นพวกซอมบี้เสียอีก ลู่หลีเกือบจะกดเปิดระบบม่านพลังป้องกันขั้นสูงสุดแล้ว ทว่าเมื่อเพ่งมองดูให้ดีๆ…

ดูเหมือนจะเป็นมนุษย์ เป็นกลุ่มคนที่หนาแน่นและมีจำนวนมหาศาลมาก

พวกเขาพากันวิ่งพลางโบกไม้โบกมือส่งเสียงทักทายมาทางเธอ “บอสลู่! พวกเรามาแล้ว!” จากนั้นก็พากันวิ่งผ่านร้านลอตเตอรี่ไป…

เมื่อก้าวเข้าสู่ถนนสายร้านค้า กลุ่มคนก็เริ่มกระจายตัวแยกย้ายกันไป บางส่วนพุ่งตรงไปยังคลินิกทันที บางส่วนตรงไปที่โรงหม้อไฟ และยังมีอีกบางส่วนที่มุ่งหน้าไปที่โรงงาน

ลู่หลี: คนพวกนี้พากันมาจากไหนเนี่ย?

แน่นอนว่าย่อมมีคนที่ไม่ได้วิ่งผ่านร้านลอตเตอรี่ไปเปล่าๆ มีคนวิ่งมาที่สลากขูดด้วยความตื่นเต้น พลางส่งเสียงร้องบอกว่า “บอสลู่ ตั้งแต่เธอเดินทางจากฐานที่มั่นกลางมา ฉันก็ไม่เคยถูกรางวัลอีกเลย!”

ลู่หลีประหลาดใจ “พวกนายคงไม่ได้พากันเดินทางมาจากฐานที่มั่นกลางหรอกใชไหม”

ลูกค้าคนนั้นพยักหน้า พลางเอื้อมมือไปเลือกสลากขูด “ใช่แล้วๆ นั่งรถไฟความเร็วสูงมาน่ะ ไวมากเลย! แล้วยังมีคนจากฐานที่มั่นโจวเจิ้ง ฐานที่มั่นซวี่รี่ด้วย พวกเรานั่งรถไฟขบวนเดียวกันมาเลย”

ให้ตายเถอะ นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะพากันมาแบบนี้

“แล้วพวกนาย…จะกลับกันยังไงล่ะก็นั่งรถไฟกลับเหมือนกันเหรอ” ลู่หลีเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลงใจ

“ใช่แล้ว พวกเราดูเวลาไว้เรียบร้อยแล้ว เที่ยวรถไฟเที่ยวสุดท้ายจะออกเดินทางตอนตีสองครึ่ง พอไปถึงก็เกือบจะสว่างพอดี ค่อยกลับไปนอนชดเชยเอา เฮเฮ~” ลูกค้าเอ่ยบอก

ลู่หลีปรบมือให้ “วางแผนกันได้ไม่เลวเลยนะ แต่ว่าร้านของพวกเราปิดทำการตอนสี่ทุ่มเนี่ยสิ…”

ลูกค้า: “อ้าว?” พอเขาได้ยินเช่นนั้น ก็รีบเก็บสลากขูดทันที แล้วพุ่งตัวตรงไปยังโรงงานในทันใด

ที่พวกเขาพากันมาในคราวนี่ ก็เพื่อจะมาซื้อเสื้อผ้าที่สามารถคอยให้ความอบอุ่นได้ตามที่มีข่าวลือแพร่สะพัดออกไป สภาพอากาศนับวันก็ยิ่งหนาวเย็นลงเรื่อยๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความอบอุ่น และต้องคอยกักตุนเสบียงอาหารเอาไว้ให้มากๆ ด้วย

ถึงเวลาจะได้เอาไว้ใช้เก็บตัวในช่วงฤดูหนาว ฤดูหนาวในวันสิ้นโลกช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดเลยล่ะ

ที่บริเวณด้านหน้าโรงงานคลาคล่ำไปด้วยกลุ่มลูกค้า หน้าช่องหน้าต่างบานเล็กถูกปิดล้อมจนน้ำแข็งไหลผ่านไม่ได้ จงเซี่ยถึงกับทำหน้ามึนงง เดิมทีช่วงเวลานี้ควรจะเป็นเวลาเตรียมตัวเลิกงานแท้ๆ ทำไมจู่ๆ ถึงมีคนพากันหลั่งไหลมามากมายขนาดนี้!

แบบนี้มันถูกต้องแล้วเหรอ?

จงเซี่ยเหลือบมองดูเวลา พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ช่วยไม่ได้ คงต้องถกแขนเสื้อขึ้นมาลุยงานต่อแล้วล่ะ ตอนนี้อาหารจานด่วนถูกขายจนหมดเกลี้ยงแล้ว เหลือเพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้น

ผู้คนบางส่วนพุ่งเป้ามาที่เสื้อผ้ากันความหนาวโดยเฉพาะ ทว่าไม่ใช่เสื้อผ้าทุกตัวจะมีความสามารถนั้น มันขึ้นอยู่กับดวงและโอกาสที่จะสุ่มเจอด้วย

ตั้งแต่ค้นพบว่ามีเสื้อผ้ากันความหนาวนี้ปรากฏขึ้น จงเซี่ยก็คอยให้ความสนใจอยู่ตลอด

เขาจงใจคัดแยกเสื้อผ้ากันความหนาวออกมาเป็นพิเศษ ตอนนี้จึงมีของกักตุนอยู่ไม่น้อย ทว่าเมื่อมองดูฝูงชนที่เบียดเสียดหนาแน่นอยู่ด้านนอกช่องหน้าต่างแล้ว คาดว่าคงไม่พอยาไส้พวกเขาแน่ๆ

จงเซี่ยถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปกดเปิดสวิตช์สายพานการผลิตเสื้อผ้า

ในระหว่างที่เขาคอยขายของไป สายพานก็คอยผลิตสินค้าออกมาไปพลาง และในใจก็เฝ้าแต่ภาวนาขอให้เวลาเดินผ่านพ้นไปให้ไวกว่านี้อีกหน่อย

อยากเลิกงานแล้ว…

มีคนไปยืนต่อแถวอยู่ที่โรงงาน และก็มีคนไปยืนต่อแถวอยู่ที่เซเว่นเช่นกัน ทุกคนต่างก็อยากจะกักตุนอาหารเอาไว้ให้ได้มากๆ เพราะอย่างไรเสียเสบียงอาหารที่นี่ก็มีราคาถูกที่สุด

มันถูกกว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ตั้งเยอะ ยิ่งไปกว่านั้นที่ฐานที่มั่นกลางก็ยังไม่มีตู้ขายของอัตโนมัติ จึงต้องอาศัยโอกาสนี้ในการกว้านซื้อ ซื้อ ซื้อ!

ที่คลินิกเองก็มีคนเยอะมากเช่นกัน ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่คือร้านค้าแห่งใหม่ อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลทั้งที การยอมเสียเวลามาสแกนตรวจร่างกายหน่อยย่อมไม่มีอะไรเสียหาย

เห็นในอินเทอร์เน็ตพากันบอกว่า โรคภัยไข้เจ็บเรื้อรังที่สะสมมานานปีก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ ขอแค่ในกระเป๋าของนายมีนิวเคลียสคริสตัลมากพอ

สำหรับทุกคนแล้ว สิ่งนี้มันไม่ต่างจากปาฏิหาริย์ของพระเจ้าเลยทีเดียว!

ต้องซาบกันดีว่าตอนนี้เป็นวันสิ้นโลกแล้ว อุปกรณ์และยารักษาโรคถือเป็นเสบียงที่ไม่สามารถผลิตขึ้นมาทดแทนใหม่ได้ ต่อให้เมื่อก่อนจะมีมากเพียงใด ทว่ามันก็ต้องมีวันที่ถูกใช้งานจนหมดสิ้นไป

ยามที่ผู้คนได้รับบาดเจ็บ ถ้าไม่พึ่งพาพลังกายของตัวเองในการฟื้นฟูเยียวยา ก็ทำได้เพียงแค่นอนรอความตายเท่านั้น

คนที่มีดวงดีหน่อย ไม่ตาย ทว่าร่างกายก็ต้องหลงเหลือความบาดเจ็บและบาดแผลเรื้อรังเอาไว้

อุตส่าห์จับโอกาสในคราวนี่ได้สำเร็จ จึงจำเป็นต้องมารักษาร่างกายให้ดีๆ เรื่องนิวเคลียสคริสตัลไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด! การออกไปเข่นฆ่าซอมบี้ก็เพื่อจะหานิวเคลียสคริสตัลมาใช้งานไม่ใช่เหรอไง!

หานิวเคลียสคริสตัลมาตั้งมากมายขนาดนี้ ก็เพื่อจะเอามาใช้จ่ายยังไงล่ะ!

ทุกคนต่างพากันคิดเปิดกว้างในเรื่องนี้ ทว่าหลัวมู่กลับเริ่มที่จะคิดไม่ตกเสียแล้ว

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ใกล้จะถึงเวลาเลิกงานอยู่แล้วแท้ๆ ทำไมจู่ๆ ถึงมีลูกค้าพากันแห่มามากมายขนาดนี้! ยังอยากจะให้ฉันเลิกงานอยู่ไหมเนี่ย!

รู้ไหมว่าฉันเฝ้ารอคอยเวลาสี่ทุ่มตรงที่ร้านจะปิดทำการขนาดไหน เพื่อที่จะได้ไปนั่งคุยเล่นกับบอสลู่ยังไงล่ะ! ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องหาว่าฉันไม่ยอมทำงานทำการแน่ๆ…

ทว่าเขาก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานง่วนต่อไป ถึงแม้ว่าตัวเขาจะมีหน้าที่เป็นเพียงแค่มาสคอตนำโชคประจำร้านก็ตาม

แต่จะว่าไป

ยามที่ได้มองเห็นลูกค้าแต่ละคนเดินก้าวเข้าไปในแคปซูลรักษา แล้วเดินกลับออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี ในใจของเขาก็รู้สึกมีความภาคภูมิใจและประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อยเลยนะ

ราวกับว่าคนเหล่านั้นได้รับการรักษาให้หายดีด้วยฝีมือของเขาเองอย่างนั้นแหละ

ไม่ใช่แค่เซเว่น โรงงาน และคลินิกเท่านั้นที่โดนฝูงชนบุกจู่โจม

แม้กระทั่งร้านชานม ร้านเค้ก ห้องครัว และตลาดมืด ต่างก็ได้รับแรงกระแทกจากกลุ่มลูกค้าด้วยเช่นกัน

ภายในร้านชานม สวี่เซิงมองดูคนกลุ่มใหญ่ที่จู่ๆ ก็พากันหลั่งไหลเข้ามาในร้าน เธอก็ถึงกับทำหน้ามึนงงไปอย่างสิ้นเชิง

เธอเหลือบมองดูเวลา มันไม่ถูกต้องนะ นี่มันเกือบจะเก้าโมงเย็นแล้ว และวัตถุดิบที่เธอจัดเตรียมไว้สำหรับวันนี้ก็ถูกขายจนหมดเกลี้ยงไปตั้งนานแล้ว! ตอนนี้เธอแค่กำลังเก็บกวาดทำความสะอาดร้านอยู่เท่านั้นเอง!

สวี่เซิงรีบเอ่ยปากอธิบาย พลางโบกไม้โบกมือปฏิเสธ “วันนี้ของขายหมดแล้ว ทุกคนไว้ค่อยมาใหม่วันหลังนะ!”

พวกลูกค้าพากันหันไปมองดูพื้นที่จัดเตรียมเครื่องดื่มที่อยู่ด้านหลังของเธอพร้อมกัน และเห็นว่าของมันขายหมดเกลี้ยงแล้วจริงๆ

บนโต๊ะเคาน์เตอร์ถูกเช็ดถูจนสะอาดสะอ้าน ไร้ซึ่งร่องรอยของฝุ่นผง และไม่มีวี่แววของชานมหลงเหลืออยู่เลย

“ไปๆๆ ไปร้านต่อไปกันเถอะ” พวกเขาไม่ได้รั้งอยู่ต่อให้เสียเวลา พลางเอ่ยปากเร่งเร้าพากันเดินจากไป

สวี่เซิงลอบระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบเปิดคอมพิวเตอร์แสงขึ้นมาดู และพบว่าข้อความในกลุ่มเด้งขึ้นมาเยอะมาก

ข้อความที่อยู่บนสุดเป็นข้อความที่ลู่หลีส่งมา: 【พี่น้องทั้งหลาย เตรียมตัวให้พร้อม กองทัพขนาดใหญ่บุกมาถึงแล้ว!!】

และหลังจากนั้นก็เป็นข้อความตัดพ้อบ่นระบายของทุกคน

หลัวมู่: 【สวรรค์ คนพวกนี้เป็นบ้ากันไปหมดแล้วเหรอ อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลแสนไกลขนาดนี้…】 ละข้อความบ่นระบายความในใจเอาไว้ประมาณหนึ่งร้อยตัวอักษร

เสิ่นปิง: 【เหนื่อยจนร่างพังแล้ว】

จงเซี่ย: 【+1 ยอดขายตอนนี้มากกว่าที่ขายมาทั้งวันรวมกันเสียอีก พวกนายว่าแบบนี้มันถูกต้องแล้วเหรอ】

สวี่เซิงเองก็มีความรู้สึกร่วมเช่นเดียวกัน ยามที่เธอเงยหน้าขึ้นมามองดูเมื่อครู่ ภาพฝูงชนที่เบียดเสียดหนาแน่นอยู่ด้านนอก ทำเอาเธอตกใจจนนึกว่าคนพวกนั้นจะพากันมาพังร้านเสียอีก

ฉู่หลีเซิงและหวังหยางแสดงความคิดเห็น: 【คนมาจากไหนกันเหรอ? ไม่เห็นจะเจอเลยสักคน พวกนายเหนื่อยจนตาฝาดเกิดภาพหลอนไปเองหรือเปล่า】

เสิ่นปิง: 【เหอะๆ】

คนกลุ่มนี้พากันมุ่งตรงมาที่ของกินและของนุ่งห่มกันทั้งนั้น ส่วนพวกโรงอาบน้ำหรือโรงแรมรุ่งอรุณที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการพักผ่อนยาวนานนั้นช่างมันไปก่อน ในเวลานี้ต้องรีบตักตวงความสุขเฉพาะหน้าเอาไว้ก่อนจะดีกว่า

เวลาปิดทำการเดินทางมาถึงแล้ว ทว่าพวกลูกค้ากลับไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านอะไรเลย และยังคงก้มหน้าก้มตาทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะทำต่อไป

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

ฟอนต์
ขนาดตัวอักษร
ธีมสี
ระยะห่างบรรทัด
🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×