-->

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 387 ของรางวัลที่แอบซุกซ่อนเอาไว้



ตอนที่ 387 ของรางวัลที่แอบซุกซ่อนเอาไว้


ลู่หลีฟาดแซนด์วิชจนหมดเกลี้ยงประจวบเหมาะพอดี จึงรีบยันตัวลุกขึ้นก้าวเท้าเดินพ้นเขตรถบ้านลงไปด้านล่างอย่างเร่งรีบ คนทั้งสองคนนั้นต่างก็รับทราบกฎกติกาเงื่อนไขระบบเป็นอย่างดี ย่อมแอบมีความคิดอยากจะแวะมาตั้งแผงลอยเปิดร้านขายของในตลาดมืดอยู่แล้วล่ะย่ะ

เพราะฐานพวกลูกค้าค่อนข้างมีความมั่นคงถาวรเป็นอย่างมาก แถมยังไม่มีผู้ใดหาญกล้ามาข่มเหงรังแกได้อีกต่างหาก

เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ตรงบริเวณเบื้องหน้าของแต่ละคนล้วนมีเครื่องจักรกลตั้งวางอยู่คนละเครื่อง หากอาศัยประสบการณ์ความจำของลู่หลีมามองสำรวจตรวจสอบดูแล้วละก็ สภาพเครื่องจักรกลเหล่านี้หน้าตามันดูคล้ายคลึงกันไปหมดจนแยกแยะไม่ออกเลยทีเดียวเชียวย่ะ

จุดแตกต่างเพียงหนึ่งเดียวที่มีปรากฏให้เห็นก็คือประเภทเมนูอาหารที่ผลิตปรุงแต่งออกมานั่นเอง

เธอยังไม่ทันได้ก้าวเท้าสับฝ่าเดินเข้าไปใกล้ชิด คนทั้งสองคนก็อดรนทนไม่ไหวรีบก้าวเข้ามาเอ่ยปากแนะนำสรรพคุณเครื่องผลิตอาหารที่ตัวเองขูดเจอมาครองในทันที

คงบังเกิดความกลัวในใจว่าบอสลู่จะไม่ชื่นชอบฟาดของพวกนี้ล่ะสิ ปล่อยวางความกังวลใจลงเถอะย่ะ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอะไรตัวเธอก็ล้วนแล้วแต่ชื่นชอบฟาดมันทั้งนั้นแหละย่ะ

“บอสลู่คะ คุณรีบขยับก้าวมาส่องดูตรงนี้สิคะ เครื่องของฉันชิ้นนี้มันคือเครื่องผลิตก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสเชียวนะคะ ได้ยินกิตติศัพท์ล่ำลือกันว่าไอ้เจ้าสิ่งของชิ้นนี้รสชาติมันอร่อยเหาะมากเลยล่ะค่ะ! แต่ว่าตัวฉันเองก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลองฟาดเข้าปากเลยสักครั้งเดียวเลยเหมือนกันค่ะฮิฮิ~”

“คุณอย่าเพิ่งแวะไปส่องดูเครื่องของนางเลยครับบอสลู่ แวะมาส่องดูเครื่องของฉันก่อนเถอะครับ เครื่องของฉันชิ้นนี้มันคือเครื่องผลิตเกาเหลาเนื้อตุ๋นหม้อดินเชียวนะครับ! เกาเหลาเนื้อตุ๋นหม้อดินเชียวนะครับ! มันเป็นเนื้อสัตว์ล้วนๆ เลยนะครับ!”

บอสลู่หยุดชะงักฝีเท้าลง ปักหลักยืนอยู่ตรงบริเวณพื้นที่ที่ไม่ไกลออกไปนัก ภายในใจแอบบังเกิดความรู้สึกค่อนข้างลังเลใจเลือกสรรไม่ถูกอยู่บ้าง จะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย ในใจมันแอบมีความคิดอยากจะขอฟาดมันทั้งสองเมนูนั่นแหละย่ะ...

แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเธอก็ยังคงเลือกที่จะก้าวเท้าสับเดินตรงไปที่หน้าเครื่องจักรกลของฝั่งสาวน้อยก่อนเป็นอันดับแรก ยังไงซะนางก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากส่งเสียงทักทายขึ้นมาซะก่อนนี่นา

“คุณได้ทำการทดลองเปิดระบบเครื่องดูหรือยังคะ?” ลู่หลีเอ่ยปากถามไถ่

“ยังเลยค่ะ ไม่ค่อยจะกล้าเปิดระบบเท่าไหร่น่ะค่ะ คิดอยากจะปักหลักเฝ้ารอคอยให้บอสลู่แวะมาถึงพื้นที่ก่อนแล้วค่อยลงมือทดลองเปิดระบบดูพร้อมๆ กันน่ะค่ะ” สาวน้อยเอ่ยตอบด้วยท่าทางค่อนข้างลังเลใจอยู่บ้าง

ลู่หลีจัดแจงส่งสายตาหยักยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยกระแสความปลอบประโลมใจและคอยให้กำลังใจส่งไปให้นางทีหนึ่ง “ไม่เป็นไรหรอกนะย่ะ เครื่องจักรกลชิ้นนี้มันไม่มีทางประสบปัญหาชำรุดทรุดโทรมพังทลายลงไปได้ง่ายๆ หรอกนะย่ะ เปิดระบบทดลองดูได้ตามสบายใจเลย!” ท่วงท่าคำพูดคำจาช่างดูฮึกเหิมหาญกล้าพวยพุ่งขึ้นมาสูงเทียมฟ้าเป็นที่สุด!

สาวน้อยได้รับกระแสกำลังใจเรียบร้อยแล้ว ก็จัดแจงยอมปฏิบัติตามสัญญาณคำชี้แนะชี้ทางของลู่หลี ยื่นมือไปหมุนเปิดปุ่มสวิตช์เปิดระบบเครื่องจักรกลทันที

เครื่องจักรกลชิ้นนี้มีรูปร่างลักษณะหน้าตาเป็นกล่องเหล็กทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความสูงประมาณเมตรสามสิบเซนติเมตร ตรงบริเวณส่วนยอดด้านบนสุดเด่นหราไปด้วยแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ผืนหนึ่ง พื้นที่บริเวณด้านข้างของแผ่นเหล็กมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับจัดวางกลุ่มอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการทำครัวเอาไว้ส่วนหนึ่ง

ลู่หลีลองใช้สายตาขยับกางแขนกางขามาแอบกางวัดขอบเขตดูคร่าวๆ พบว่าตัวเธอจำเป็นต้องออกแรงยื่นกางท่อนแขนออกไปจนสุดวงแขน ถึงจะสามารถโอบกั้นแผ่นเหล็กผืนนี้เอาไว้ได้หมดอย่างสิ้นเชิง

หากมองสำรวจตรวจสอบขอบเขตพื้นที่หน้าตัดดูแล้วก็นับว่าไม่ได้เล็กจ้อยอะไรขนาดนั้นเลยเชียวย่ะ น่าจะมีความสามารถในการลงมือปรุงแต่งเมนูก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสออกมาได้ในปริมาณที่หนาแน่นหลายๆ ชุดพร้อมๆ กันได้แน่นอนอยู่แล้วล่ะ

หลังจากปุ่มสวิตช์เปิดระบบถูกหมุนเปิดออกเรียบร้อยแล้ว บนแผ่นเหล็กก็พลันมีก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสสีเหลืองนวลสองแผ่นผุดโผล่พวยพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า จัดวางนอนแผ่หลวมๆ แนบสนิทชิดติดกันอยู่ตรงนั้นทันตา

หลังจากนั้น ขอบด้านหนึ่งของก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสก็ถูกเลิกสะบัดยกขึ้นมา สภาพฉากเหตุการณ์ดูราวกับกำลังมีฝ่ามือลึกลับที่ไร้เงาร่างคู่หนึ่ง กำลังกุมถือขวดน้ำอัดลมยี่ห้อดัง (ขวดไม่ออกนาม) คอยฉีดบีบพ่นน้ำมันสลับไปกับการฉีดบีบพ่นหยาดน้ำใส่ลงไปตรงบริเวณตำแหน่งพื้นที่ใต้ก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสอย่างขะมักเขม้น

ก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสเริ่มส่งกระแสเสียงเคลื่อนไหวระเบิดเสียงดังฉ่าๆ พวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย ดึงดูดสายตาจับจ้องมองดูของบรรดาพวกลูกค้าปริมาณหนาแน่นรอบข้างให้หันเหหันมาจดจ้องมองตรงรี่เข้ามาทันที ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเจ้าของเครื่องจักรกลเกาเหลาเนื้อตุ๋นหม้อดินที่อยู่ด้านข้างด้วยคน

บรรดาชาวเมืองผู้อยู่อาศัยในฐานที่มั่นชวนเซียงยังไม่เคยสาดสายตามองเห็นภาพฉากเหตุการณ์อันแสนอัศจรรย์ใจใจสั่นสะท้านสะเทือนในระดับนี้มาก่อนเลยในอดีต อดไม่ได้ที่จะแผดเสียงกรีดร้องอุทานอุ้มกระแสเสียงชื่นชมหลุดออกมาคำหนึ่ง ทุกคนต่างพากันยืนรุมล้อมจดจ้องมองดูอยู่ในระยะทำเลที่ไม่ได้ใกล้หรือไกลจนเกินไปนัก

หลังจากฉีดพ่นน้ำมันและหยาดน้ำจนเสร็จสิ้นลง ก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสทั้งสองแผ่นก็ถูกจัดแจงตอกไข่ไก่ใส่ลงไปแผ่นละหนึ่งฟองพร้อมๆ กัน

พื้นที่ในอากาศพลันปรากฏมีตะหลิวเหล็กคู่หนึ่งผุดโผล่ออกมา คอยทำหน้าที่เกลี่ยบดบี้ไข่ไก่ให้แผ่กระจายตัวราบเรียบไปทั่วพื้นผิวก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสอย่างสม่ำเสมอ จัดแจงพลิกกลับด้านแผ่นแป้งหนึ่งรอบ ก่อนจะเริ่มเปิดฉากทาซอสปรุงรสชาติ ทักษะกระบวนการทาซอสเรียกได้ว่าละเมียดละไมสม่ำเสมอเป็นที่สุด พื้นที่ทุกองศาองศาล้วนได้รับการเอาใจใส่ดูแลเช็ดถูจนทั่วถึงหมดจด

หลังจากก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสทั้งสองแผ่นผ่านพ้นกระบวนการทาซอสปรุงรสชาติจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ก็ขยับเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการจัดวางพวกท็อปปิ้งวัตถุดิบเครื่องเคียงนานัปการใส่ลงไปด้านในได้ตามปกติ

ยกตัวอย่างเช่น หัวหอมใหญ่หั่นแว่น ไส้กรอกหั่นชิ้น ซอสมะเขือเทศ ไก่ทอดไม่มีกระดูก เป็นต้น

ใช้เวลาปฏิบัติการเพียงไม่นาน ก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสในเวอร์ชันเบสิกพื้นฐานหนึ่งชุดก็ปรุงแต่งเสร็จสมบูรณ์ จัดวางบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษแบบใช้แล้วทิ้ง แถมยังมีการจัดเตรียมส้อมจิ้มไม้มาให้ตั้งสองอันแน่ะ สายตาของทุกคนต่างพากันรวมตัวจับจ้องมองตรงรี่เข้ามาที่ตำแหน่งเป้าหมายทันที

กลิ่นหอมโชยเตะจมูกชวนลิ้มลองโชยพวยพุ่งออกมาดึงดูดใจเป็นที่สุด หลังจากปรุงแต่งเสร็จสิ้นลงภาพของหวานอาหารชิ้นนี้ก็มีลักษณะม้วนตัวเป็นท่อนๆ ทีละท่อนๆ ตรงบริเวณใจกลางจัดหนักจัดเต็มอัดแน่นไปด้วยท็อปปิ้งวัตถุดิบเครื่องเคียงหลากชนิด ปริมาณซอสปรุงรสชาติที่ทาลงไปก็ค่อนข้างจะอัดแน่นเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่หวงของเลยเชียวล่ะ

แล้วเมนูก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสชุดแรกแกะกล่องชุดนี้มันจะยอมโคจรพุ่งตรงไปตกอยู่ในเงื้อมมือฝ่ามือของมนุษย์หน้าไหนกันล่ะเนี่ย?

สาวน้อยลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่คำหนึ่ง ภายในส่วนลึกของจิตใจมีความคิดความต้องการอยากจะเก็บเอาไว้ฟาดเข้าปากของตัวเองใจจะขาด ทว่ากลับเคยได้ยินกิตติศัพท์ข่าวลือข้อตกลงเงื่อนไขระบบของตลาดมืดหลุดลอยออกมา ว่ากับข้าวอาหารเมนูแรกแกะกล่องที่ปรุงเสร็จสิ้นออกมานั้น จำเป็นต้องคอยส่งมอบส่งประคองให้บอสลู่ได้เปิดฉากลิ้มลองฟาดเป็นคนแรกถึงจะถูกต้อง

นางจึงประคองกล่องอาหารยื่นส่งไปตรงหน้าของลู่หลี “บอสลู่คะ คุณช่วยลองลิ้มชิมรสชาติดูหน่อยสิคะ ดูว่ารสชาติหน้าตามันเป็นอย่างไรบ้างน่ะคะ?”

ลู่หลีเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจการเคี้ยวฟาดฟันแซนด์วิชเข้าปากไปเมื่อครู่นี้เอง ในเวลานี้จึงยังไม่ได้บังเกิดกระแสความรู้สึกหิวโหยโรยแรงอะไรขึ้นมาแต่อย่างใด ดังนั้นจึงเอ่ยปากพูดจาปัดปฏิเสธบอกปัดบอกปัดความหวังดีออกมาว่า “ไม่เป็นไรหรอกนะย่ะ คุณจัดการฟาดเข้าปากของตัวเองไปได้เลยย่ะ ตอนนี้ฉันยังไม่หิวหรอกนะ เผื่อว่าหากเกิดความต้องการอยากจะฟาดขึ้นมาจริงๆ ถึงเวลาค่อยลงมือสั่งระบบให้ปรุงแต่งขึ้นมาใหม่อีกชิ้นหนึ่งก็สิ้นเรื่องสิ้นราวแล้วล่ะย่ะ”

ทันทีที่สาวน้อยได้สดับรับฟังรายละเอียดคำตอบประโยคนี้ ก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดจาดึงดันดื้อรั้นปฏิเสธปฏิเสธความหวังดีอีกต่อไป นางประสบปัญหาความหิวโหยขาดแคลนสารอาหารอดยากมาตั้งหลายวันแล้ว ยังไม่เคยมีโอกาสได้ฟาดกับข้าวอาหารมื้อหลักดีๆ ที่ถูกต้องตามหลักอนามัยเลยสักมื้อเดียวในชีวิต จัดแจงเปิดฉากเคี้ยวสับฟาดอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็วตะกละตะกลามทันที

ตัวเจ้าของเครื่องผลิตเกาเหลาเนื้อตุ๋นหม้อดินพอได้สดับรับฟังรายละเอียดภาพฉากเหตุการณ์ตรงหน้าจบลง ก็รีบรวบรวมกระแสความกล้าหาญก้าวเท้าสับฝ่าเดินรุกคืบก้าวเข้ามาหาทันควัน ยื่นมือไปคว้าจับรวบดึงร่างของลู่หลีให้เดินก้าวเท้าขยับมาหยุดอยู่ต่อหน้าเครื่องจักรกลส่วนตัวของตัวเองทันที “บอสลู่ครับ คุณช่วยสละเวลาแวะมาส่องดูเครื่องจักรกลชิ้นนี้ของฉันหน่อยสิครับ~”

รูปร่างสถาปัตยกรรมภายนอกมันค่อนข้างจะถอดแบบออกมาดั่งพิมพ์เดียวกันเป๊ะๆ เป็นกล่องเหล็กทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทว่าตรงบริเวณส่วนยอดด้านบนสุดกลับไม่ได้มีแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ตั้งวางอยู่แต่อย่างใด ทว่ามันกลับแปรเปลี่ยนเป็นมีหัวเตาแก๊สติดตั้งเด่นหราเอาไว้ตั้งห้าหัวเตาแน่ะ

เธอแอบบังเกิดความมึนงงสงสัยใคร่รู้ยื่นมือไปหมุนเปิดปุ่มสวิตช์เปิดระบบดู ตรงบริเวณหัวเตาแก๊สหัวหนึ่งก็พลันมีหม้อดินเผาสีดินเหลืองนวล รูปทรงอวบอ้วนกลมมนผุดโผล่พวยพุ่งออกมาจากความว่างเปล่าหนึ่งใบ เริ่มเปิดฉากส่งกระแสเสียงเคลื่อนไหวระเบิดเสียงดังปุดๆๆ พ่นพวยพุ่งกระแสไอความร้อนระอุออกมาเป็นสายไม่ขาดสาย

นางไม่กล้าบังเกิดความมุทะลุยื่นมือออกไปหยิบจับแตะต้องตัวหม้อดินตรงๆ บังเกิดความกลัวในใจว่าจะประสบปัญหาโดนกระแสความร้อนระอุแผดเผาลวกผิวหนังเอาได้ ปักหลักเฝ้ารอคอยจนกระทั่งสัญญาณไฟสีแดงแปรเปลี่ยนสับเปลี่ยนสถานะกลายเป็นสัญญาณไฟสีเขียวเรียบร้อยแล้ว ถึงได้เอื้อมมือไปเลิกเปิดฝาหม้อดินเผาออก

กลิ่นหอมโชยเตะจมูกพวยพุ่งพัดผ่านพ้นกระจายตัวออกมาดึงดูดใจเป็นที่สุด

ลู่หลีลองชะเง้อมองสำรวจตรวจสอบดูคร่าวๆ พบว่าด้านในประกอบไปด้วย หัวไชเท้า เนื้อสามชั้น ผ้าขี้ริ้ววัว ไส้วัว เอ็นวัว เป็นต้น... เอาเป็นว่ารวมทรัพยากรข้าวของชิ้นส่วนต่างๆ ของวัวทั้งตระกูลเอาไว้ด้านในอย่างเพียบพร้อมครบครัน

มองดูแล้วมันช่างส่งกลิ่นหอมกรุ่นน่าอร่อยเหาะเป็นบ้า ลู่หลีอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลายลงคอตามสัญชาตญาณอึกใหญ่คำหนึ่ง ตัวเธอไม่ได้สัมผัสรสชาติฟาดเมนูเกาเหลาเนื้อตุ๋นหม้อดินลักษณะนี้มาเป็นเวลานานแสนนานช้านานเหลือเกินแล้วนะเนี่ยย่ะ ไอ้เจ้าสิ่งของชิ้นนี้รสชาติมันช่างอร่อยเหาะแถมยังช่วยสร้างกระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งเรือนร่างได้อย่างยอดเยี่ยมงดงาม ค่อนข้างจะเหมาะสมสอดคล้องแก่การเลือกสรรมาซดฟาดกินในช่วงวันเวลาสภาพอากาศฤดูหนาวมากจริงๆ เลยล่ะนะย่ะ!

ตัวเจ้าของร้านแผงลอยเองก็เริ่มเปิดฉากลอบกลืนน้ำลายลงคอตามสัญชาตญาณด้วยคน ตัวเขาหลงลืมเรื่องราวไปจนหมดสิ้นแล้วว่าตัวเองไม่ได้สัมผัสรสชาติลิ้มรสชาติฟาดเนื้อสัตว์มาเป็นเวลานานช้านานขนาดไหนแล้วในชีวิต ในเวลานี้ภายในส่วนลึกของสมองไม่มีกระแสความคิดพิจารณาในเรื่องราวเรื่องราวอื่นใดหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว มีเพียงแค่ภาพหม้อเกาเหลาเนื้อตุ๋นหม้อดินตรงหน้านี้แต่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น!

ลู่หลีรีบขยับกายยื่นมือไปรื้อค้นคว้าหาพวกชามถ้วยถังชามรามไหและตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้งออกมาจากบริเวณช่องว่างตรงพุงของกล่องเหล็ก จัดแจงแบ่งสรรส่งมอบส่งประคองให้เจ้าของร้านแผงลอยยึดถือเอาไว้ชุดหนึ่ง ส่วนตัวเธอเองก็หยิบจับรวบรวมมาถือไว้เองอีกชุดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากส่งเสียงเรียกขานทักทายออกมาอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย “มาสิย่ะ! เปิดฉากลงมือฟาดอาหารกันได้เลย!”

ท่วงท่าพฤติกรรมการส่งเสียงเรียกขานจัดการ สภาพดูราวกับว่าไอ้เจ้าเครื่องจักรกลชิ้นนี้มันเป็นสมบัติส่วนตัวของเธอเองอย่างไรอย่างนั้นแหละย่ะ

เจ้าของร้านแผงลอยเรียกสติอารมณ์ความรู้สึกกลับคืนมา ยื่นมือไปรับถ้วยและตะเกียบมาถือไว้แน่น ก่อนจะเริ่มเปิดฉากสับฟาดเคี้ยวฟาดฟันอาหารเข้าปากคำโตอย่างเอร็ดอร่อยเต็มคราบ ภายในส่วนลึกของสมองหลงเหลือทิ้งไว้เพียงกระแสคำพูดคำจาพร่ำบ่นพึมพำชื่นชมไม่ขาดสายว่ากลิ่นหอมโชยอร่อยเหาะมากจริงๆ กลิ่นหอมโชยอร่อยเหาะมากจริงๆ รสชาติมันช่างอร่อยเหาะเกินคำบรรยายไปแล้วล่ะครับ!

ลู่หลีใช้ตะเกียบคีบหัวไชเท้าขึ้นมาฟาดคำหนึ่ง รสชาติน้ำซุปแผ่ซ่านซึมลึกเข้าเนื้อได้อย่างยอดเยี่ยมล้ำลึกเป็นพิเศษ แถมยังแฝงกระแสความเผ็ดร้อนจัดจ้านเอาไว้ในระดับองศาขนาดกะทัดรัดเล็กน้อย ค่อนข้างจะเหมาะสมสอดคล้องแก่การเลือกสรรมาฟาดกินในช่วงวันเวลาสภาพอากาศในปัจจุบันมากจริงๆ ย่ะ!

แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเธอก็ไม่ได้บังเกิดความรู้สึกหิวโหยอะไรมากมายขนาดนั้นอยู่ดีนั่นแหละ หลังจากลงมือฟาดหัวไชเท้าและผ้าขี้ริ้ววัวไปได้แค่สองสามคำ ก็จัดแจงปล่อยวางถ้วยและตะเกียบในมือลง พลางยื่นมือไปออกแรงตบลงบนลาดไหล่ของเจ้าของร้านแผงลอยเบาๆ “ตั้งใจทำงานทำการให้ดีๆ นะย่ะ” และไม่ลืมที่จะเบนตัวขยับไปออกแรงตบลงบนลาดไหล่ของเจ้าของร้านแผงลอยอีกคนหนึ่งด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งเอ่ยปากสำทับกล่าวคำพูดสามคำนี้ออกไปด้วยดั่งพิมพ์เดียวกันเป๊ะ

เฝ้ารอคอยจนกระทั่งคนทั้งสองคนเปิดฉากฟาดกับข้าวอาหารจนหมดเกลี้ยงเสร็จสรรพเรียบร้อย ลู่หลีก็จัดแจงออกเดินนำทางพาคนทั้งสองคนมุ่งหน้าเดินทางเข้าสู่ขอบเขตพื้นที่ของตลาดมืดทันที ขอบเขตพื้นที่หน้าตัดของตลาดมืดนับว่ากว้างขวางใหญ่โตมโหฬารดีอยู่หรอกนะ ทว่าสภาพเลย์เอาต์โครงสร้างภายในกลับดูค่อนข้างจะยุ่งเหยิงสับสนปนเปอยู่ชอบกล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งทำเลที่ตั้งของแต่ละแผงลอยร้านค้าเรียกได้ว่า ทุกร้านต่างก็มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง (มีเอกลักษณ์ประจำตัว) ค่อนข้างสูงเป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้มีการยอมขยับก้าวมาปักหลักเข้าแถวเรียงหนึ่งเรียงรายกันอย่างเป็นระบบระเบียบวินัยเลยแม้แต่น้อย สภาพความยุ่งเหยิงทำเอาลู่หลีสาดสายตามองเห็นแวบแรกก็แอบบังเกิดความรู้สึกอึดอัดขัดเขินขัดใจไม่ค่อยจะสบายเนื้อสบายตัวขึ้นมาสายหนึ่งทันที

หากปล่อยให้ในวันข้างหน้าปริมาณแผงลอยร้านค้าทวีขยายจำนวนหนาแน่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สภาพระบบมันจะแปรเปลี่ยนเป็นยุ่งเหยิงสับสนเลวร้ายขนาดไหนกันล่ะเนี่ย

เธอตัดใจย้อนรำลึกนึกถึงรายละเอียดความทรงจำของตลาดมืดในยุคอารยธรรมรุ่งเรืองขึ้นมาในหัว ขอบเขตขนาดยักษ์ใหญ่โตมโหฬารในระดับนั้นมันช่างมีความเป็นระบบระเบียบเรียบร้อยเป็นที่สุด แต่ละแผงลอยร้านค้าล้วนมีเต็นท์ผ้าใบโครงสร้างทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสติดตั้งคุ้มกะลาหัวเอาไว้ร้านละหนึ่งหลัง หลังจากนั้นก็คอยสับแถวจัดเรียงรายเรียงหน้ากระดานพาดผ่านพ้นเป็นแถวๆ เป็นแนวๆ ไปตามลำดับเส้นทาง

มีปริมาณจำนวนแผงลอยร้านค้าเปิดทำการรวมกันอยู่ตั้งเป็นร้อยๆ ร้านค้าเลยทีเดียวล่ะนะย่ะ

ตรงบริเวณพื้นที่กึ่งกลางช่องว่างระหว่างแต่ละแถวแต่ละแนวก็มีการจัดสรรแบ่งระยะห่างเอาไว้ในระดับองศาขนาดกะทัดรัดที่พอดิบพอดี สามารถนำชุดโต๊ะเก้าอี้ม้านั่งยาวมาจัดตั้งวางเปิดทำการทิ้งเอาไว้คอยบริการได้อย่างเป็นระบบระเบียบเรียบร้อย เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาพวกลูกค้าได้เลือกสรรมาทิ้งก้นนั่งแปะผ่อนคลายอารมณ์เสพความสุขกันได้ตามสบายใจ

ลู่หลีกระทำการตัดสินใจในใจเรียบร้อยแล้ว ว่าเดี๋ยวอีกสักพักหนึ่งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจตรงนี้ จะต้องเริ่มสั่งระบบคุมสั่งการระบบสั่งเปิดฉากกระบวนการจัดระเบียบโครงสร้างระบบและล้างไพ่ระบบตลาดมืดครั้งใหญ่ (ปรับปรุงตลาดมืดครั้งใหญ่) ตามโครงสร้างแผนผังนี้ให้เสร็จสรรพเรียบร้อยเลยเชียวล่ะย่ะ!

หลังจากกระบวนการจัดวางตำแหน่งที่ตั้งทำเลของร้านก๋วยเตี๋ยวแผ่นอบซอสและร้านเกาเหลาเนื้อตุ๋นหม้อดินเข้าที่เข้าทางเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ลู่หลีก็จัดแจงสับเท้าก้าวเดินย้อนกลับคืนสู่พื้นที่ภายในรถบ้านทันที จริงๆ แล้วภายในใจของเธอก็แอบมีความคิดอยากจะสั่งระบบคุมสั่งการระบบคุมสั่งเปิดฉากกระบวนการจัดเปลี่ยนเลย์เอาต์ตำแหน่งระบบจริงในตอนนี้เลยด้วยซ้ำไป ทว่าบรรดาเจ้าของร้านแผงลอยคนอื่นๆ ในปัจจุบันต่างก็กำลังพากันกบดานนอนหลับพักผ่อนชาร์จพลังงาน (นอนเอาแรง) อยู่ในโรงแรมกันหมดนี่นาใช่ไหมล่ะย่ะ

ในตอนที่ก้าวเท้าเดินกลับคืนสู่พื้นที่ภายในรถบ้านเรียบร้อยแล้ว ตำแหน่งของเสิ่นปิงและหลัวมู่ต่างก็พากันสับเท้าก้าวเดินแยกย้ายเดินทางพ้นประตูจากไปนานแสนนานเรียบร้อยแล้ว

เธอนั่งปักหลักอยู่บนโซฟาเพียงเงาร่างเดียวทอดอารมณ์เหม่อลอยตกอยู่ในอาการใจลอยไปชั่วครู่ จู่ๆ ภายในส่วนลึกของสมองก็พลันขุดคุ้ยระลึกนึกถึงประเด็นปัญหาเรื่องราวสำคัญอันแสนเลวร้ายรุนแรงขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง ตัวเธอประสบความสำเร็จสะสมค่าประสบการณ์จนสามารถเลื่อนระดับขยับขึ้นสู่ระดับหกตั้งนานมาแล้วนี่นา ใช่ไหมล่ะ ทว่าของรางวัลความสำเร็จในการเลื่อนระดับระบบ (รางวัลการเลื่อนระดับ) ของฉันล่ะหายหัวไปไหนซะแล้วล่ะเนี่ยย่ะ?!

วินาทีที่กระแสความคิดคำถามสายนี้แล่นผ่านพ้นเข้ามาในหัว ลู่หลีก็สามารถสัมผัสรับรู้ได้ถึงกระแสความสั่นสะท้านสั่นเทาหวาดกลัวสะท้อนออกมาจากตัวระบบคำสั่งระบบที่ซ่อนตัวอยู่ภายในส่วนลึกของสมองขึ้นมาทันตาเห็นเลยทีเดียวเชียวย่ะ

เป็นไปตามความคาดหมายคาดเดาในใจจริงๆ สมน้ำหน้าไอ้ระบบสารเลวหน้าเลือดแถมยังแฝงความโลภมากตระหนี่ถี่เหนียวเด่นหราตัวนี้จริงๆ เลยเชียวล่ะย่ะ!

ระบบคำสั่งระบบของบุคคลอื่นเขาต่างพากันเค้นสมองจนแทบระเบิดคอยแสวงหาผลประโยชน์สวัสดิการนานัปการมาคอยประเคนส่งมอบมอบให้แก่ผู้ครอบครอง (โฮสต์) กันทั้งนั้น ไฉนไอ้ตัวระบบสารเลวตัวนี้มันถึงได้เอาแต่คิดหาหนทางแอบหักคอแอบฮุบแอบซุกซ่อนซ่อนของรางวัลความสำเร็จไปจากฝ่ามือของฉันอยู่ตลอดเวลาขนาดนี้กันล่ะเนี่ยย่ะ?

เธอปรับโทนน้ำเสียงกระแสเสียงให้แปรเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำราบเรียบแฝงกระแสความน่าเกรงขามหลุดออกมาจากปาก “เร็วๆ เข้า จัดแจงคายมันออกมาซะดีๆ อย่าปล่อยให้ฉันต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเอ่ยปากส่งเสียงสำทับคุมสั่งการเป็นรอบที่สองอย่างเด็ดขาดเลยนะย่ะ!”

ระบบคำสั่งระบบสดับรับฟังคำขู่รายละเอียดกระแสเสียงประโยคนี้จบลง ก็สัมผัสรับรู้เข้าใจเข้าใจได้ในทันทีว่าคราวนี้แม่ผู้หญิงคนนี้แผ่ซ่านกระแสเปลวไฟโทสะและความโกรธขึ้งออกมาตามความเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้มีท่วงท่าทีเล่นทีจริงส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจหลุดลอยออกมาเหมือนอย่างในช่วงวันเวลาในอดีตแต่อย่างใด รีบเปิดฉากยอมจำนนคายเอาของรางวัลความสำเร็จที่แอบซุกซ่อนเอาไว้ส่งมอบออกมาให้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

จริงๆ แล้วตัวมันเองก็ไม่ได้มีความคิดความต้องการอยากจะขอกระทำการพฤติกรรมในลักษณะนี้หรอกนะ แต่อย่างไรก็ตามใครสั่งให้ไอ้ตัวระบบคำสั่งระบบข้างบ้านเรือนเคียงฝั่งตรงข้ามมันดัน...

ของรางวัลความสำเร็จแปรเปลี่ยนเป็นภาพวัตถุสิ่งของปรากฏโฉมเด่นหราขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ของกระเป๋าเก็บของเรียบร้อยแล้ว มันคือวงล้อเสี่ยงโชคขนาดใหญ่ตัวช่วยในการจับสลากรางวัล (วงล้อเสี่ยงโชคขนาดใหญ่) นั่นเองล่ะย่ะ

ลู่หลีกวาดสายตาผ่านพ้นมองสำรวจตรวจสอบรายละเอียดข้าวของด้านในไปรอบหนึ่งแวบแรก ประเด็นเป้าหมายที่แผ่ซ่านกระแสแรงดึงดูดกระตุ้นความสนใจจากเธอได้หนาแน่นมหาศาลที่สุดก็คือจำพวกหมวดหมู่ยานพาหนะตัวช่วยในการเดินทาง (ยานพาหนะ) นั่นเองล่ะย่ะ แถมตรงบริเวณพื้นที่ด้านหลังยังคงมีเครื่องหมายวงเล็บเปิดปิดระบุข้อความจำแนกประเภทฟังก์ชันเอาไว้ด้วย (ครอบคลุมรวมไปถึงแต่ไม่ได้จำกัดวงแคบไว้เพียงแค่ รถไฟความเร็วสูง รถเมล์ รถไฟใต้ดิน จักรยานสาธารณะ รถจักรยานไฟฟ้าสาธารณะ เป็นต้น)

ว้าว? ยานพาหนะตัวช่วยในการเดินทางงั้นเหรอ? ลู่หลีในชั่วพริบตาก็แอบจินตนาการขบคิดเติมแต่งภาพโครงสร้างในอนาคตขึ้นมาในหัวสมองเป็นกองพะเนินเทินทึกทันที

ไอ้เจ้าสิ่งของเครื่องใช้ชิ้นนี้ขอบเขตการใช้งานระบบมันสามารถจำกัดวงแคบเปิดฉากใช้งานได้เฉพาะแค่ภายในพื้นที่ขอบเขตทำเลของฐานที่มั่นแต่เพียงอย่างเดียว หรือว่ามันจะมีความสามารถทรหดอดทนในระดับที่สามารถเปิดเส้นทางคมนาคมวิ่งเชื่อมต่อเชื่อมโยงพาสัญจรเดินทางข้ามฟากระหว่างแต่ละฐานที่มั่นสายใหญ่เข้าหากันได้ตรงๆ กันแน่ล่ะเนี่ย?

หากความจริงมันเป็นไปตามแนวทางประเด็นปัญหาข้อหลังล่ะก็นะ นั่นย่อมต้องถือเป็นเรื่องราวที่เป็นคุณูปการอันใหญ่หลวงสร้างผลประโยชน์สร้างความสุขสวัสดิการให้แก่บรรดาประชากรราษฎรคนธรรมดาสามัญชนในยุควันสิ้นโลกแห่งนี้ได้อย่างมหาศาลที่สุดอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวเชียวย่ะ ปัจจุบันนี้ระบบขอบเขตทรัพยากรข้าวของมันไม่ได้เกิดกระบวนการหมุนเวียนซื้อขายแลกเปลี่ยนสัญจรเดินทางข้ามฟากระหว่างพื้นที่กันเลย เหตุผลปัจจัยหลักตัวแปรสำคัญส่วนใหญ่เกินครึ่งมันก็เป็นเพราะระบบกระบวนการคมนาคมขนส่งสัญจรเดินทางมันประสบปัญหาความยากลำบากขวากหนามอุปสรรคค่อนข้างสูงนั่นเอง

เนื่องจากตรงบริเวณพื้นที่ตามเส้นทางถนนหนทางภายนอกมันเต็มไปด้วยปริมาณหนาแน่นมหาศาลของพวกซอมบี้รวมไปถึงพวกกลุ่มสัตว์และพืชพรรณไม้กลายพันธุ์คอยปักหลักดักซุ่มสร้างภัยพิบัติอยู่เพียบเลยน่ะสิย่ะ

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

ฟอนต์
ขนาดตัวอักษร
ธีมสี
ระยะห่างบรรทัด
ระบบเปลี่ยนตอน
🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
×