ตอนที่ 385 ร้านชานมเปิดทำการ
“เป็นไปไม่ได้น่า! คงไม่ใช่ว่ายัยผู้หญิงน่ารังเกียจนั่นขูดเจอรางวัลที่หนึ่งหรอกนะ!”
“มีความเป็นไปได้สูงมากเลยล่ะ นายอย่าเพิ่งวู่วามสิ!” เขาคว้าดึงตัวเพื่อนที่กำลังจะพุ่งทะยานเข้าไปด้านหน้าอย่างมุทะลุเอาไว้
พลางเอ่ยปากเตือนสติ “หากว่านางประสบความสำเร็จขูดเจอรางวัลชิ้นนี้ขึ้นมาจริงๆ ในวันข้างหน้านางย่อมต้องมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน พวกเราล่วงเกินนางไม่ได้หรอกนะ!”
เพื่อนคนนี้สะกดกลั้นคุมสะกดอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่ ออกแรงสะบัดมือของเขาออกอย่างแรง “ไปเถอะ พวกเราไม่ซื้อแล้ว!”
ก้าวเท้าเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว พอกลับมาค้นพบว่าเพื่อนไม่ได้ก้าวเท้าเดินตามหลังมาด้วย ก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างถมึงทึงพลางเอ่ยปากเร่งรัด “เดินสิ ฉันไม่มีวันยอมจ่ายเงินอุดหนุนให้ยัยผู้หญิงน่ารังเกียจนั่นหรอกนะ!”
เขาเอ่ยปากตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มแผ่วเบา “แต่ฉันมีความต้องการอยากจะซดฟาดนี่นา ในเมื่อแวะมาถึงที่แล้ว ซดสักแก้วก่อนแล้วค่อยเดินจากไปเถอะนะ!”
คนทั้งสองคนทำได้เพียงแค่เดินไปเข้าแถวต่อคิวเงียบๆ พยายามก้มใบหน้าลงให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้สวี่เซิงสาดสายตามองเห็นเข้า
ทว่าหารู้ไม่เลยว่าสวี่เซิงกำลังยุ่งวุ่นวายกับการทำงานจนหัวหมุน ย่อมไม่มีเวลาว่างมานั่งสาดสายตามองเห็นคนทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งคนทั้งสองคนประคองแก้วชานมอุ่นๆ เดินพ้นประตูร้านออกมา ลองซดฟาดเข้าไปคำหนึ่ง ต่างก็พากันอุ้มเสียงร้องอุทานทอดถอนหายใจออกมาพร้อมกัน “รสชาติอร่อยเหาะมากจริงๆ เลยเชียวล่ะนะ!”
ภายในร้านชานม สวี่เซิงปักหลักยืนอยู่ทางด้านหลังเคาน์เตอร์เก็บเงิน ลงมือทำงานสาละวนยุ่งวุ่นวายไม่หยุดหย่อน
สองมือกำลังเคลื่อนไหวรวดเร็วฉับไวว่องไวปานจะระเบิดเป็นประกายไฟ หน้าที่หลักของนางก็คือคอยส่งมอบแก้วชานมให้แก่พวกลูกค้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนปนเปหยิบเกินโควตาหรือหยิบสลับสับเปลี่ยนกันจนผิดเพี้ยน
ปากก็พร่ำบ่นพึมพำพูดจาซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุดหย่อน “นี่คือชานมไข่มุกของคุณค่ะ อย่าลืมหยิบหลอดดูดไปด้วยนะ”
“นี่คือเฉาก๊วยนมสดของคุณค่ะ อย่าลืมหยิบช้อนพลาสติกและหลอดดูดไปด้วยนะ”
ลู่หลีคอยปักหลักช่วยเหลืออยู่ทางด้านข้าง คอยช่วยจัดวางเรียงรายข้าวของให้สอดคล้องตรงตามรหัสคิวรับอาหารให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้ง่ายดายต่อการเสาะแสวงหาหยิบฉวย
โชคดีเหลือเกินที่ขอบเขตพื้นที่ตรงบริเวณเคาน์เตอร์เก็บเงินมันกว้างขวางใหญ่โตมากพอ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางจัดวางแก้วชานมปริมาณหนาแน่นมหาศาลขนาดนี้ลงไปได้หมดอย่างแน่นอน
ทางด้านหลังหุ่นยนต์ฟังก์ชันทั้งสองตัวต่างก็กำลังตั้งอกตั้งใจสาละวนยุ่งวุ่นวายกับการทำงานเป็นอย่างมากเช่นกัน ทว่ายังคงนับว่ายอดเยี่ยมงดงามที่แต่ละตัวต่างก็คอยปฏิบัติหน้าที่การงานตามตำแหน่งฟังก์ชันหน้าที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ได้บังเกิดข้อผิดพลาดใดๆ หลุดลอยออกมาเลย
ตั้งอกตั้งใจสาละวนยุ่งวุ่นวายกับการทำงานลากยาวไปจนถึงเวลาหนึ่งทุ่มตรง วัตถุดิบทำครัวท็อปปิ้งข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่จัดเตรียมตุนเอาไว้ถูกจัดการใช้งานจนเกลี้ยงตับไม่มีหลงเหลือ ภาพขอบเขตปริมาณการซื้อขายเรียกได้ว่าครึกครื้นระเบิดระเบ้อเป็นที่สุด
ตั้งแต่ในช่วงวันเวลาที่เป็นช่วงเวลากับข้าวมื้อเย็นแล้ว ลู่หลีไม่ได้เดินก้าวเท้ากลับไปฟาดข้าวมื้อเย็น เสิ่นปิงจึงเป็นฝ่ายสับเท้าก้าวเดินตามหาจนเจอ ก่อนจะจัดแจงแฝงกายเข้าร่วมวงลงมือทำงานทำการไปโดยปริยาย
สวี่เซิงยังคงเอ่ยปากพูดจาประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมาหลุดออกมาจากปาก “ภายในวันนี้สินค้าจัดจำหน่ายหมดเกลี้ยงตับเรียบร้อยแล้วค่ะ วันพรุ่งนี้ค่อยแวะมาอุดหนุนกันใหม่นะ...”
พวกลูกค้าสดับรับฟังคำพูดประโยคนี้ซ้ำอยู่ตั้งหลายรอบ ในที่สุดก็ยอมน้อมรับข้อเท็จจริงสัจธรรมข้อนี้ ทยอยพากันสับเท้าก้าวเดินพ้นประตูร้านจากไปทีละคนๆ คนทั้งสามคนต่างพากันสะบัดเรียวมือไปมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจนแขนแทบจะหักออกจากกัน
แต่อย่างไรก็ตามยังไงซะทุกคนต่างก็มีฐานะเป็นผู้มีพลังพิเศษด้วยกันทั้งนั้น นั่งพักผ่อนหย่อนใจเพื่อปรับสภาวะอารมณ์ความรู้สึกอยู่พักหนึ่งก็สัมผัสรับรู้ได้ถึงกระแสความผ่อนคลายสบายเนื้อสบายตัวกลับคืนมาตั้งเยอะแยะแล้ว
เสิ่นปิงบังเกิดความกลัวในใจว่าเธอจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจนเกินไป ยื่นมือไปคว้าจับเรียวมือของเธอมาประคองเอาไว้ พลางออกแรงบีบนวดบริเวณข้อมือและคลึงเรียวนิ้วมือให้แก่เธอเบาๆ เพื่อคอยช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกระดูก
ถึงแม้ว่าลู่หลีจะสัมผัสรับรู้ได้ว่าพฤติกรรมการบีบนวดแบบนี้มันจะไม่ได้ช่วยสร้างผลประโยชน์ในเชิงลึกอะไรมากมายนัก แถมยังแอบบังเกิดความเคลือบแคลงสงสัยอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแจ่มแจ๋วในใจว่าหมอนี่ต้องแฝงแผนการตื้นๆ ขนาดกะทัดรัดและเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์เอาไว้แน่นอน ทว่ากลับทำเพียงแค่ส่งรอยยิ้มออกมาบางๆ โดยไม่ได้เอ่ยปากพูดจาทัดทานห้ามปรามแต่อย่างใด
สวี่เซิงทอดสายตามองเห็นภาพฉากเหตุการณ์ตรงหน้าก็นึกขำออกมาบางๆ จัดแจงเบนสายตารู้ความเบี่ยงหลบไปทางทิศทางอื่นทันที ก่อนจะเริ่มลงมือร่วมแรงร่วมใจกับหุ่นยนต์ฟังก์ชันในขั้นตอนกระบวนการจัดเก็บล้างทำความสะอาดเพื่อปิดร้านค้าตามปกติ
ยกตัวอย่างเช่น หน้าที่ถูพื้น ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักร ล้างทำความสะอาดบรรดากะละมังเหล็กสแตนเลสที่ใช้สำหรับจัดวางพวกท็อปปิ้งข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามวันพรุ่งนี้ก็ยังคงจำเป็นต้องหยิบมาใช้งานสืบต่อไปอยู่ดีนั่นแหละย่ะ
ทว่ายังคงนับว่าโชคดีหนุนดวงชะตาเป็นที่สุด พวกรุ่นหุ่นยนต์ฟังก์ชันมันสามารถรับเหมาลงมือทำงานทำการแทนได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตัวนางทำเพียงแค่คอยสะสางจัดแจงคุมสถานการณ์อยู่รอบๆ ก็เพียงพอแล้ว
สภาพความสะอาดของพื้นที่บริเวณโถงใหญ่ก็นับว่าน่าเป็นห่วงวิตกกังวลอยู่เหมือนกัน มีพวกลูกค้าปริมาณหนาแน่นมากจนเกินไปแอบทำการโยนทิ้งซองบรรจุภัณฑ์ของหลอดดูดทิ้งลงบนพื้นตามอำเภอใจ
ส่งผลพาให้พื้นที่บริเวณพื้นห้องเต็มไปด้วยขยะตกอยู่เกลื่อนกลาดตา ปัจจุบันโดนท่อนเท้าเหยียบย่ำไปมายิ่งทวีสภาพความสกปรกโสโครกเลอะเทอะรุ่งริ่งหนักข้อขึ้นกว่าเดิม สวี่เซิงทำได้เพียงแค่ยอมก้มหน้ายอมรับชะตากรรมยื่นมือไปหยิบไม้กวาดขึ้นมาเตรียมลงมือทำงาน
ส่วนลู่หลีทำเพียงแค่ใช้ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งข้างที่ไม่ได้โดนเสิ่นปิงเกาะกุมกุมเอาไว้ ขยับปลายนิ้วลงมือสั่งการควบคุมคอมพิวเตอร์แสงไปตามปกติ
สวี่เซิงหลังจากผ่านพ้นความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน สภาพเส้นผมทรงผมยาวตรงสีดำขลับดั้งเดิมก็แปรเปลี่ยนเป็นมีสภาพชี้ฟูยุ่งเหยิงอยู่บ้าง กำลังตั้งใจคิดอยากจะรวบมัดผมขึ้นสูงก่อนแล้วค่อยลงมือกวาดพื้นต่อ
ทันใดนั้นพื้นที่ตรงบริเวณเบื้องหน้าก็มีลำแสงสีขาวสายหนึ่งสาดส่องพาดผ่านพ้นวาบขึ้นมาในชั่วพริบตา พื้นที่บริเวณพื้นห้องก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสะอาดสะอ้านหมดจดไร้ซึ่งคราบสกปรกใดๆ ขึ้นมาทันตา สภาพความสะอาดถอดแบบออกมาดั่งพิมพ์เดียวกันเป๊ะๆ ยามที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นกระบวนการแลกรับของรางวัลมาใหม่ๆ ไม่มีผิดเพี้ยน!
สภาพราวกับว่าไม่เคยโดนพวกลูกค้าปริมาณหนาแน่นเข้ามารุมเหยียบย่ำทำลายยับเยินมาก่อนเลยในอดีต
สวี่เซิงบังเกิดความประหลาดใจแกมยินดีรีบปล่อยวางสองมือลดระดับลงทันควัน พลางบ่ายสายตาทอดมองมาที่บอสลู่ ฝ่ายหลังจัดแจงส่งสัญญาณสายตายักคิ้วหลิ่วตาให้แก่นางทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากพูดจาปนรอยยิ้มออกมาว่า “เลิกกวาดได้แล้วย่ะ รีบก้าวเท้าเดินออกไปหาข้าวมื้อเย็นฟาดกันได้แล้วนะ”
นางยังไม่ทันได้นำอารมณ์ความรู้สึกไปใส่ใจในเรื่องราวการแวะไปฟาดข้าว เร่งรีบสปีดฝีเท้าก้าวเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าบอสลู่ทันที ยื่นเหยียดฝ่ามือทั้งสองข้างตรงดิ่งเข้าไปคว้าจับลากดึงฝ่ามือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่น ออกแรงเขย่าไกวไปมาด้วยความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจล้นพ้น
เสิ่นปิง: ?
สวี่เซิงโผเข้าสวมกอดร่างของลู่หลีเอาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ “กรี๊ดๆๆ! บอสลู่ คุณมันช่างมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมทรหดอดทนเกินไปแล้วค่ะ! นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะสามารถขอกระทำการคำสั่งระบบทำความสะอาดคลิกเดียว ได้ด้วยน่ะค่ะ!”
ในขณะที่กำลังเอ่ยปากพูดจาอยู่นั้น ก็จัดแจงยื่นใบหน้าเล็งตรงไปที่บริเวณผิวหน้าของลู่หลีประกบฝ่าปากจุมพิตลงไปตรงๆ เสียงดังจุ๊บใหญ่คำหนึ่ง
หลังจากประกบจุมพิตเสร็จสิ้นลง ก็รีบร้อนปล่อยมือละออกจากร่างของเธอทันควัน สับเท้าก้าววิ่งหนีหายรวดเร็วปานสายลมพัดผ่านพ้นพุ่งทะยานพ้นประตูร้านชานมจากไปในพริบตา ท้องหิวโซจนทนไม่ไหวแล้ว ต้องรีบแวะไปฟาดข้าวแล้วล่ะย่ะ!
ลู่หลีตกอยู่ในอาการอึ้งทึ่มทื่อพูดจาไม่ออกไปชั่วครู่ เสิ่นปิงเองก็ตกอยู่ในอาการอึ้งทึ่มทื่อไปชั่วครู่เช่นกัน ทว่าตัวเขาแปรเปลี่ยนการตอบสนองรับรู้ได้อย่างรวดเร็วฉับไวเป็นอย่างยิ่ง
จัดแจงยื่นใบหน้าเล็งตรงไปที่บริเวณผิวหน้าอีกด้านหนึ่งที่ยังคงหลงเหลือพื้นที่ว่างเปล่าอยู่ของเธอ ประกบจุมพิตลงไปตรงๆ เสียงดังจุ๊บใหญ่คำหนึ่งสืบต่อไปทันควัน หลังจากนั้นก็ยื่นมือไปเช็ดๆ ถูๆ บริเวณตำแหน่งพื้นที่ตรงผืนที่เพิ่งจะโดนฝ่าปากของสวี่เซิงประทับจุมพิตลงไปเมื่อครู่นี้สองสามที
ลู่หลี: “...” พูดจาไม่ออกไปเลยทีเดียวเชียวย่ะพวกแกทุกคน
ไอ้พวกมนุษย์แต่ละคนเหล่านี้นี่นะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ต่างก็คิดอยากจะกระทำการเรื่องราวอะไรกันแน่เนี่ยย่ะ
“ไปกันเถอะ พวกเราเองก็แวะออกไปหาข้าวฟาดกันได้แล้วล่ะ” ลู่หลีเอ่ยปากส่งเสียงเรียกขาน ในตอนที่ก้าวเท้าเดินพ้นประตูออกมาก็ยื่นมือไปเลื่อนปิดประตูล็อคบานประตูร้านชานมลงกลอนให้เรียบร้อยตามสัญชาตญาณ
ในตอนที่คนทั้งสองคนเดินก้าวเท้าตามหลังกันมาจนกลับคืนสู่พื้นที่ภายในรถบ้านเรียบร้อยแล้ว ตรงบริเวณพื้นที่ภายในครัว จงเซี่ยและเซิ่งเสวียนกำลังสาละวนลงมือปรุงแต่งกับข้าวเมนูอาหารกันอยู่พอดี
ขั้นตอนกระบวนการทำครัวเดินทางมาจนถึงช่วงปลายเส้นทางใกล้จะเสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้ว หลงเหลือกับข้าวเพียงแค่สองเมนูสุดท้ายเท่านั้น ฉู่หลีเซิงนั่งปักหลักอยู่บนโซฟา สาดสายตาส่งกระแสล็อกเป้าหมายไปที่ร่างของลู่หลีและเสิ่นปิงตรงๆ
แปลกประหลาดจริงเชียว ในวันนี้ไฉนคนทั้งสองคนนี้ถึงได้ทำตัวตัวติดกันเป็นเงาตามตัวกันอยู่ตลอดเวลาขนาดนั้นเลยนะ
ลู่หลีทรุดก้นนั่งลงบนเก้าอี้ เสิ่นปิงก็จัดแจงรินน้ำชาส่งมาให้เธอแก้วหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ เธอกล่าวประโยคคำพูดหลุดออกมาจากปาก “มีร้านชานมแห่งใหม่เปิดทำการขึ้นมาแล้วนะย่ะ หากพวกคุณพอจะมีเวลาว่างเหลือเฟือก็สามารถแวะเวียนลองไปซดฟาดลิ้มรสชาติดูได้นะ”
หลังจากสิ้นสุดประโยคคำพูดก็ยื่นมือไปรับแก้วน้ำ กระดกรวดเดียวจนหมดเกลี้ยงแก้ว ก่อนจะจัดแจงยัดแก้วเปล่าใส่กลับคืนไปในฝ่ามือของเสิ่นปิงตามความเคยชินชินมือ
พวกกลุ่มผู้ชายมักจะไม่ค่อยมีกระแสความสนใจใคร่รู้ในตัวของพวกเมนูประเภทชานมสักเท่าไหร่นัก มีเพียงแค่หลิวซินหรูแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่รีบเอ่ยปากส่งเสียงสอดประสานเออออห่อหมกขึ้นมาด้วยความกระตือรือร้นเป็นที่สุด “ดีเลยค๊า! ไม่ได้สัมผัสรสชาติซดฟาดมันมาเป็นเวลาช้านานแสนนานแล้วนะเนี่ย!”
“วันพรุ่งนี้ก็ไปซดฟาดกันได้เลยย่ะ ในฐานะที่พวกเรามีตำแหน่งเป็นสตาฟพนักงานในเครือแวะไปอุดหนุน ย่อมต้องได้รับสิทธิพิเศษในการได้รับคิวเปิดฉากกระบวนการผลิตปรุงแต่งก่อนใครเพื่อนแน่นอนอยู่แล้วล่ะย่ะ แต่อย่างไรก็ตามลำพังแค่ปริมาณจำนวนคนมันก็ไม่ได้มีหนาแน่นอะไรมากมายขนาดนั้นอยู่แล้วล่ะนะ” ลู่หลีเอ่ยปากบอกพร้อมรอยยิ้ม
หวังหยางเองก็บังเกิดความมึนงงสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาเช่นกัน “เมนูชานมมันมีรสชาติหน้าตาเป็นอย่างไรเหรอครับ? แอบมีความคิดอยากจะขอลองลิ้มชิมรสชาติดูสักหน่อยจังเลยครับ!”
ลู่หลีคัดสรรเลือกสรรถ้อยคำคำพูดออกมาอธิบาย “รสชาติค่อนข้างออกหวานๆ ชวนลิ้มลองมั้งย่ะ?”
“เรื่องนี้ฉันจำเป็นต้องขอลองลิ้มชิมรสชาติดูสักหน่อยแล้วล่ะครับ รสชาติที่หวานๆ ชวนลิ้มลองนี่แหละถึงจะซดฟาดได้อย่างอร่อยเหาะ ฉันยังจำได้ดีเลยว่าในอดีตมันเคยมีเมนูเครื่องดื่มประเภทหนึ่งที่มีรสชาติค่อนข้างออกขมๆ ฝาดๆ ไอ้เจ้าสิ่งของชิ้นนั้นรสชาติมันช่างไม่ได้เรื่องเอาซะเลยครับ!” หวังหยางเอ่ยปากพูดจาแสดงท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ออกมาจนสุดขีด
“ไอ้เจ้าสิ่งของชิ้นนั้นในอดีตเขาเรียกว่ากาแฟใช่ไหมล่ะย่ะ?” ลู่หลีเอ่ยปากเสริมคำพูด
“อ่า ใช่แล้วครับ! มันคือกาแฟนี่แหละครับ! รสชาติมันช่างไม่ได้เรื่องสุนัขไม่รับประทานเลยล่ะครับ!” หวังหยางเอ่ยปากก่นด่า
ศีรษะของเสิ่นปิงเกิดอาการขยับหมุนเคลื่อนไหวไปมาในองศาขนาดกะทัดรัดเล็กน้อย สาดสายตามองสำรวจตรวจสอบหน้าลู่หลีแวบหนึ่งสลับไปมองสำรวจตรวจสอบหน้าหวังหยางแวบหนึ่ง แววตาทั้งสองข้างอดไม่ได้ที่จะเจือไปด้วยกระแสความมืดมนไร้แสงสว่างพาดผ่านพ้นวาบขึ้นมาสายหนึ่ง
ฉู่หลีเซิงที่นั่งปักหลักอยู่ตรงบริเวณพื้นที่ที่ไม่ไกลออกไปนัก สาดสายตาทอดมองดูภาพฉากเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในแววตาเจือกระแสความขบขันสนุกสนานอยู่ประปราย
ทุกคนต่างก็กำลังมีภารกิจหน้าที่การงานที่ค่อนข้างยุ่งวุ่นวายกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงพร้อมใจกันเปิดฉากฟาดกับข้าวอาหารมื้อนี้ให้เสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็วฉับไวแบบเผด็จศึกในนัดเดียว
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการฟาดข้าว ช่วงวันเวลาก็ขยับก้าวเข้าใกล้ช่วงเวลาปิดประตูลงกลอนร้านค้าเข้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว
หลังจากสิ้นสุดช่วงเวลาเปิดทำการปิดประตูล้านลงกลอนเรียบร้อย ลู่หลีก็เปิดระบบเปิดให้มีการลงคะแนนโหวตเลือกสรรประเด็นที่ว่าจะคัดลอกหลงเหลือทิ้งไว้เป็นเจ้าของร้านค้าแห่งไหนสืบต่อไป หลังจากนั้นจึงเริ่มเปิดระบบกระบวนการจัดวางโยกย้ายผังตำแหน่งทำเลที่ตั้งของร้านค้าครั้งใหญ่
ดำเนินการจัดวางเลย์เอาต์ตามผังโครงสร้างระบบที่ได้มีการวางแผนผังกำหนดเอาไว้ตั้งแต่ในช่วงเช้าวันนี้เป๊ะๆ แถมนังอุตส่าห์แวะไปหยิบเอากระดาษแผ่นนั้นออกมาถือไว้ในมือ คอยดูรายละเอียดประกอบกระบวนการสั่งการระบบตามนั้นทุกประการ
ใช้เวลาปฏิบัติการยังไม่ถึงห้านาทีเต็มด้วยซ้ำ ดำเนินการเสร็จสรรพเรียบร้อย!
หลังจากขั้นตอนกระบวนการจัดวางระบบเสร็จสิ้นลง ลู่หลีก็ใช้สองมือค้ำยันเอาไว้บนพื้นผิวโต๊ะ บ่ายสายตาทอดมองตรงไปที่บริเวณพื้นที่ทางด้านหน้า
พื้นที่บริเวณสองข้างฝั่งล้วนเต็มไปด้วยตำแหน่งที่ตั้งของร้านค้าในเครือ ถึงแม้ว่ารูปร่างสถาปัตยกรรมภายนอกของแต่ละร้านจะมีรูปทรงที่แปลกประหลาดแตกต่างกันออกไปก็ตามที ทว่าพอมาจัดวางผสมผสานรวมกันอยู่ในตำแหน่งลักษณะนี้แล้ว มันกลับดูเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกลมกลืนเป็นธรรมชาติไม่เลวเลยทีเดียวเชียวย่ะ
ถึงแม้ว่าสภาพท้องฟ้าดวงอาทิตย์ในปัจจุบันจะอัสดงลับขอบฟ้ามืดมิดสนิทลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้วก็ตามที ทว่าภายในร้านค้าแต่ละแห่งต่างก็มีการเปิดไฟส่องสว่างไสวเปล่งประกายเด่นหราออกมาตามปกติ อาศัยมุมมองทางสายตาและองศาตำแหน่งทำเลในลักษณะนี้ ลู่หลีจึงหยิบคอมพิวเตอร์แสงขึ้นมากดชัตเตอร์ถ่ายรูปเก็บไว้แชะหนึ่ง
บรรดาเจ้าของร้านแต่ละคนถึงแม้ว่าภายในใจจะมีการจัดเตรียมความพร้อมปรับสภาพจิตใจเอาไว้ล่วงหน้าบ้างแล้วก็ตามที ทว่าในยามที่ได้มาพบเห็นระบบกระบวนการโยกย้ายสลับตำแหน่งร้านค้าเกิดขึ้นจริงๆ ต่อหน้าต่อตาแล้ว ก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความรู้สึกประหลาดใจตกตะลึงล้ำลึกขึ้นมาสายหนึ่งอยู่ดีนั่นแหละ
เดิมทีตำแหน่งของคลินิกและร้านเซเว่นมักจะมีตำแหน่งที่ตั้งของร้านอาหารเช้าคั่นกลางกั้นขวางเอาไว้อยู่ตลอดเวลา ทว่าในปัจจุบันตำแหน่งทำเลที่ตั้งของร้านทั้งสองกลับแปรเปลี่ยนเป็นขยับมาอยู่ชิดติดกันกลายเป็นเพื่อนบ้านเรือนเคียงกันตรงๆ เรียบร้อยแล้ว
เสิ่นปิงและหลัวมู่ต่างก็พากันยืนเอนกายพิงติดสนิทอยู่ตรงบริเวณหน้าประตูร้านค้าของตัวเอง ยื่นเหยียดฝ่ามือออกไปส่งเสียงร้องทักทายเอ่ยปากทักทายปราศรัยกันไปมาตามปกติ
ไม่เพียงแค่ส่งเสียงร้องทักทายทักทายกับเพื่อนบ้านเรือนเคียงฝั่งเดียวกันเท่านั้นนะ ทว่ายังอุตส่าห์ส่งเสียงร้องทักทายข้ามฟากถนนเส้นหลักสายใหญ่ไปทักทายกับบรรดาเจ้าของร้านฝั่งตรงข้ามอีกด้วย ทุกคนต่างพากันแอบบังเกิดความพึงพอใจต่อผังเลย์เอาต์โครงสร้างระบบการจัดวางในลักษณะนี้ค่อนข้างมากทีเดียว
มองสำรวจตรวจสอบแวบแรกก็สามารถทำความเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งแจ่มแจ๋วในคราวเดียว
หลังจากจัดการสะสางเรื่องราวสารพัดสิ่งเหล่านี้จนเสร็จสิ้นลง ลู่หลีก็จัดการดึงประตูปิดระบบแผงตัวรถท่อนชั้นหนึ่งรอบทิศทางปิดสนิทลงกลอนแน่นหนา ก่อนจะก้าวเท้าเดินขึ้นสู่ชั้นสองเพื่อล้างหน้าอาบน้ำชำระล้างร่างกายทำความสะอาดตัว
หลังจากล้างหน้าอาบน้ำจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมจนเสร็จสรรพเรียบร้อย ลู่หลีก็เปิดระบบคอมพิวเตอร์แสงเพื่อส่องสำรวจตรวจสอบดูผลลัพธ์การลงคะแนนโหวต พบเห็นว่าอัตราขอบเขตการเชือดเฉือนปะทะกันระหว่างตำแหน่งของคลินิกและร้านฮาร์ดแวร์มันช่างเป็นไปอย่างเข้มข้นระทึกขวัญดุเดือดเผ็ดร้อนเป็นที่สุด
ทว่าในท้ายที่สุดผลลัพธ์ก็คือตำแหน่งของคลินิกสามารถกำชัยชนะเหนือกว่ามาได้ด้วยคะแนนเสียงที่เฉือนเอาชนะไปได้เพียงฉิวเฉียดเส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้นเอง
ลู่หลีสัมผัสรับรู้ได้ในใจว่าไอ้เจ้าคลินิกนี่มันช่างเปรียบเสมือนสูตรโกง ที่ขยายขอบเขตใหญ่โตมโหฬารที่สุดในโลกใบนี้แล้วจริงๆ ไม่ว่าตัวคุณจะประสบพบเจอโรคภัยไข้เจ็บทรมานร่างกายรูปแบบเลวร้ายรุนแรงขนาดไหนก็ตามที ขอแค่มีปริมาณนิวเคลียสคริสตัลจ่ายเงินค่างวดจ่ายได้ถึงเป้าหมายที่ระบบกำหนดไว้ ก้าวเท้าเดินเข้าไปนอนทิ้งตัวลงในตู้รักษา ย่อมต้องได้รับการเยียวยารักษาจนหายขาดกลับคืนสู่สภาพปกติทั่วไปได้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
เรื่องราววิเศษเลิศเลอขนาดนี้ มนุษย์หน้าไหนบนโลกใบนี้บ้างล่ะที่จะไม่อยากครอบครองมันมาไว้ในกำมือ?
นอกจากนี้ ในพื้นที่ต่างก็มีหุ่นยนต์ฟังก์ชันตู้ขายของอัตโนมัติและตู้ขายของอัตโนมัติตั้งวางเปิดทำการทิ้งไว้คอยบริการอยู่แล้วด้วย ตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจย่อมต้องพุ่งตรงเลือกสรรคลินิกอย่างแน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรือยังไงกันล่ะย่ะ!
ลู่หลีเปิดระบบกดคำสั่งคัดลอกโครงสร้างคลินิกเสร็จสิ้นลง จัดแจงตลบห่มผ้าห่มผืนโปรดเตรียมตัวปิดตาเอนกายนอนหลับฝันดี ปัจจุบันเข็มนาฬิกาบอกวันเวลาเดินทางมาถึงช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่งพอดิบพอดี
ปกติในอดีตตัวเธอมักจะเป็นคนที่สามารถหลับสนิทจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราได้ในชั่วพริบตา (นอนหลับในวินาทีเดียว) อยู่เป็นประจำ ทว่าในค่ำคืนนี้พลิกตัวกลับไปกลับมานอนดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงตั้งนานสองนาน นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะประสบปัญหาเปิดฉากอาการนอนไม่หลับขึ้นมาได้เนี่ยสิย่ะ!
เธอแสร้งทำเป็นแอบไม่ยอมเชื่อในเรื่องอาถรรพ์ (ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับ) ยันตัวลุกขึ้นคลานลงมาจากเตียงเพื่อก้าวเท้าเดินแวะไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวรอบหนึ่ง แถมยังพยายามทดลองปรับเปลี่ยนสลับท่วงท่าท่านอนตั้งสองสามรูปแบบท่าทาง ทว่าผลลัพธ์กลับพบว่ามันไม่ได้ช่วยสร้างผลประโยชน์ใดๆ เลยแม้แต่น้อย
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น