ตอนที่ 370 คอมพิวเตอร์แสง
“อ้อ ต้องรอให้ถึงคิวพวกเราก่อนสินะ ถึงจะเข้าไปกินได้” ทุกคนเริ่มเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
คนที่มีนิสัยใจร้อนเอ่ยขึ้นว่า “งั้นยังจะรออะไรอีก รีบไปกันสิ พวกนายก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าคนในฐานที่มั่นของพวกเราน่ะแข่งขันกันหนักขนาดไหน”
พอเขาพูดแบบนี้ ทุกคนก็เหมือนตื่นจากความฝัน ต่างพากันพุ่งตัวมุ่งตรงไปทางโรงหม้อไฟ ทว่าพอแจ้งจำนวนคนและได้รับบัตรคิวมาแล้ว ก็แอบรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
นี่เพิ่งจะเก้าโมงกว่าเองนะ แต่คิวรันไปถึงหกสิบเจ็ดแล้ว เกินไปมาก แข่งขันกันดุเดือดเกินไปแล้ว
พวกเขาก็เลยเลิกคิดที่จะต้องรอให้ถึงช่วงเที่ยงวันค่อยกิน ขอแค่รันถึงคิวเมื่อไหร่ก็จะมาจัดหนักจัดเต็มทันที การจะรอให้ถึงคิวรอบหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
พวกเขากำลังรอ ลู่หลีเองก็กำลังรอ คอยรอให้แถบแสดงสถานะความคืบหน้าอัปเดตแต้มคะแนนสะสมครบหนึ่งแสนแต้ม แต่ทว่าเห็นได้ชัดว่ามันยังคงห่างไกลอีกช่วงใหญ่
การต้องย้ายเปลี่ยนฐานที่มั่นบ่อยครั้ง ส่งผลให้ลู่หลีเริ่มเกิดอาการชาชินไปบ้างแล้ว ยังดีที่ทำเลกำแพงและประตูใหญ่ของแต่ละฐานค่อนข้างจะคล้ายคลึงกัน นอกเหนือจากชื่อฐานที่เปลี่ยนไปแล้ว ก็ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ย้ายไปไหนเลย
เสิ่นปิงและคนอื่น ๆ เองก็เริ่มทยอยปรับตัวให้เข้ากับระบบ และสามารถค้นพบหนทางหนทางรับมือที่เหมาะสมได้แล้ว
ในช่วงมื้อเที่ยง สภาพจิตใจร่างกายของทุกคนนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ชวนให้ดูดีกว่าช่วงสองสามวันก่อนมาก
ช่วงสองสามวันก่อนแต่ละคนสภาพเหมือนมะเขือยาวโดนน้ำค้างแข็ง ราวกับเป็นกลุ่มชายหนุ่มที่โดนสูบดวงวิญญาณไปจนหมดสิ้น ทว่าในวันนี้กลับดูมีชีวิตชีวาราวกับเป็นกลุ่มพี่ชายที่เต็มไปด้วยเรี่ยวแรงพลังงาน ลู่หลีเฝ้าเฝ้ามองดูยังแอบรู้สึกเจริญตาเจริญใจยิ่งนัก
ส่งผลให้พลอยเจริญอาหารฟาดข้าวสวยเพิ่มไปอีกตั้งสองถ้วย
หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จ ลู่หลีก็เริ่มเปิดระบบทานผลไม้หลังอาหาร ถึงแม้จะต้องคอยย้ายเปลี่ยนฐานที่มั่นอยู่ตลอดเวลาก็ตาม แต่ทว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มันช่างดูมีความสุขและเบาสบายกว่าตอนอยู่รวมกลุ่มที่ฐานที่มั่นกลางตั้งไม่รู้กี่เท่าตัว
ปราศจากเรื่องราวปวดหัววุ่นวายสารพัดอย่างของพวกตระกูลปริศนาและฐานที่มั่นกลางมาคอยกวนใจ
กลุ่มคนของตระกูลปริศนาที่โดนลู่หลีแอบก่นด่าในใจพากันจามออกมาฮัดเช่ยพร้อมกัน พวกเขาเฝ้ามองสำรวจดูหน้าจอกล้องวงจรปิดด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย พลางแอบสบถด่าทออยู่ในใจเงียบ ๆ
ตอนแรกสุดแอบปักใจเชื่อว่าหากสั่งปิดจุดแลกเปลี่ยนเสบียงของทุกฐานที่มั่นทิ้งไป แล้วคอยโหมกระแสสังคมสาดโคลนโจมตีลู่หลี แผนการกลอุบายข้อนี้น่าจะส่งผลกระทบชดเชยอะไรได้บ้าง
อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะช่วยตัดลดทอนความมั่นใจของลู่หลีลง และช่วยเหนี่ยวรั้งความคืบหน้าในทิศทางการขยายธุรกิจกิจการของเธอให้เนิ่นช้าลงได้ ทว่าผลลัพธ์คือคิดไม่ถึงเลยว่ามันกลับกลายเป็นการช่วยส่งเสริมสนับสนุนเธอซะอย่างนั้น
ยัยเด็กคนนี้ดันยื่นมือไปหยิบเอาตู้ขายของอัตโนมัตินำออกมาจัดวางติดตั้งทดแทนทำเลตำแหน่งจุดแลกเปลี่ยนเสบียงเดิมได้ในพริบตา แถมราคาสินค้ายังถูกแสนถูกขนาดนี้ ส่งผลให้พวกเขายิ่งปราศจากพื้นที่ทำเลส่วนแบ่งการตลาดเข้าไปใหญ่
ช่วงนี้กลุ่มคนในตระกูลปริศนาจึงเอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ก่นด่าดุดันกันไม่เว้นแต่ละวัน ไม่เพียงแต่จะสูญเสียรายรับช่องทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชิ้นนี้ไปเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้หัวหน้าฐานที่มั่นจำนวนมากเกิดความจงเกลียดจงแค้นและตัดพ้อต่อว่าในตัวพวกเขาอีกด้วย
ในยามที่ฐานที่มั่นกลางเปิดประชุมประจำสัปดาห์ กลุ่มคนผู้กุมอำนาจหลักสารพัดคนต่างก็พากันเอ่ยปากตำหนิถึงเรื่องราวประเด็นเรื่องนี้เช่นกัน เพราะเดิมทีรายรับช่องทางหลักของพวกเขาก็ล้วนมีที่มาจากจุดแลกเปลี่ยนเสบียงสารพัดแห่งเหล่านี้นั่นแหละ……
ยามนี้พังทลายมลายหายไปสิ้น ส่งผลให้หลี่เซินแอบไม่กล้าไปเปิดระบบเปย์เงินขูดสลากขูดเล่นตามใจชอบอีกเลย
ผู้เฒ่าเสิ่นคอยเก็บรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันเหล่านี้ส่งข้อความมาเล่าชี้แจงให้ลู่หลีฟังอยู่ทุกวัน ลู่หลีจึงพอจะรับทราบรายละเอียดข้อมูลมาบ้าง แอบลอบหัวเราะคิกคักอยู่ในใจเงียบ ๆ ไม่รู้ว่าในกลุ่มตระกูลปริศนามีท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่คนไหนสรรหาไอเดียแผนการข้อนี้ขึ้นมาประชดชีวิตกันแน่
ช่างเป็นการกระทำที่ฟ้าประทานความช่วยเหลือชดเชยมาให้ฉันโดยแท้
ในยามนี้กระแสสังคมความคิดเห็นในเน็ตพลันพลิกผันกลับทิศทางไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะชาวฐานที่มั่นทั้งสามแห่งอย่างฐานที่มั่นฮว่านเฟย ฐานที่มั่นชวนเจียว และฐานที่มั่นเป้ยเอินที่มีตู้ขายของอัตโนมัติเปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว
ต่างพากันระดมโพสต์ข้อความสรรเสริญชื่นชมตู้จักรเครื่องนี้ลงในเน็ตยกใหญ่ ส่งผลให้ชาวฐานที่มั่นแห่งอื่น ๆ พากันแอบอิจฉาตาร้อนและตั้งตารอกันสุด ๆ
โดยเฉพาะการที่มีคนคอยเก็บภาพวิดีโอตอนกำลังจับจ่ายซื้อของที่ตู้ขายของอัตโนมัติมาอัปเดตลงเน็ต เสียงสิ่งของขนมขบเคี้ยวสารพัดชนิดร่วงหล่นลงมากระทบช่องรับสินค้าดังโครมคราม
ช่างเป็นน้ำเสียงที่เสนาะหูและเป็นภาพเหตุการณ์อันงดงามชวนฝันยิ่งนัก มันช่างตอบโจทย์ได้ยอดเยี่ยมเด็ดขาดเหลือเกิน แอบอยากจะเดินทางไปเปิดประสบการณ์เสพสุขแบบนั้นดูสักครั้งจริง ๆ
ลู่หลีคอยทานผลไม้ไปพลาง พลางเปิดระบบส่องดูคอมเมนต์ข้อความชื่นชมเยินยอตัวเธอในแอปพลิเคชันโซเชียลมนุษย์ไปด้วย
อืม คอมเมนต์ของทุกคนช่างดูจริงใจและซื่อตรงดีแท้
ยกตัวอย่างเช่นคอมเมนต์ข้อความใบนี้
【ถุยโว้ย รูปภาพใบนี้ใครเป็นคนเก็บภาพมาเนี่ย ถ่ายรูปบอสลู่ออกมาได้สวยหยาดเยิ้มเกินไปแล้ว รอยยิ้มพิมพ์ใจอันสดใสเจิดจ้าราวกับแสงตะวัน เส้นผมนุ่มสลวยเงางามเป็นระเบียบเรียบร้อย แอบอยากสืบทราบข้อเท็จจริงจังเลยว่าภายในตู้ขายของอัตโนมัติมีแชมพูสระผมสูตรเดียวกับที่บอสลู่ใช้จำหน่ายบ้างไหม อยากจะขอเปิดระบบหาสายรับหิ้วตัวแทนนำเข้า (พรีออเดอร์) เหลือเกิน】
ลู่หลีสะดุ้งวาบตื่นตัวขึ้นมาทันที สายรับหิ้วงั้นเหรอ กลุ่มคนที่คอยกอบโกยหากินกับส่วนต่างราคาของค่านำเข้างั้นเหรอ เรื่องแบบนี้ปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
ประเด็นสำคัญคือวันสิ้นโลกขนาดนี้มันปราศจากระบบขนส่งส่งของ (โลจิสติกส์) คอยให้บริการนี่นา ต่อให้จะมีสายรับหิ้วกดสั่งออเดอร์ไปแล้วจะส่งมอบของให้ถึงมือผู้รอดชีวิตได้อย่างไรกัน
ขนาดระบบร้านค้าออนไลน์ในยามนี้ยังมีพื้นที่ทำเลสารพัดแห่งที่ยังเข้าไม่ถึงและไม่แพร่หลายเลยด้วยซ้ำ
แอบปรารถนาอยากจะให้มีร้านค้าประเภทบริษัทขนส่งพัสดุด่วนและเดลิเวอรีบริการส่งอาหารแบบครบวงจรในแห่งเดียวโขดขึ้นมาเหลือเกิน แบบนี้ย่อมต้องสามารถช่วยคลี่คลายปัญหาคลี่คลายวิกฤตความเดือดร้อนเร่งด่วนในใจของทุกคนได้แน่นอน
เธอปรารถนาอยากจะให้ราษฎรทุกคนสามารถสัมผัสถึงความอิ่มเอมใจจากร้านค้าภายใต้สังกัดการดูแลของเธอได้พร้อม ๆ กัน โดยปราศจากเงื่อนไขข้อจำกัดว่าจะต้องปักหลักอยู่แค่ภายในฐานที่มั่นแห่งเดียวเท่านั้น
และยังมีคอมมเมนต์ใบนี้อีก
【แม่เจ้าโว้ย โรงหม้อไฟแห่งนี้ช่างชวนให้น้ำลายสอทุกครั้งที่เปิดดูรูปภาพเลยจริง ๆ บอสลู่ได้โปรดรีบเร่งเดินทางมาเปิดให้บริการที่ฐานของพวกเราไว ๆ เถอะ ฉันแอบอยากทานหม้อไฟจนใจจะขาดอยู่แล้ว】
และคอมเมนต์ใบนี้
【บอสลู่หน้าตาสะสวยน่ามองเหลือเกิน ช่างดูงดงามและสง่างามตอบโจทย์รสนิยมพิมพ์นิยมของมหาชนคนทั่วไปดีแท้ ช่างดูสดใสและโอ่อ่าอลังการยิ่งนัก ชาติหน้าฉันปรารถนาอยากจะเกิดมามีหน้าตาพิมพ์เดียวกับเธอจังเลย】
【งั้นแกคงต้องขยับตัวไปเข้าแถวเรียงคิวต่อแถวรอทางด้านหลังนู่นเลยนะ เพราะด้านหน้ายังมีขบวนแถวคนมารอคิวกันหนาแน่นตั้งไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคนเลยเชียวล่ะ~】
ลู่หลีเปิดอ่านรายละเอียดจนดวงตากลมโตยิ้มหยีหยิกงอเข้าหากันด้วยความฟิน เพื่อกลุ่มแฟนคลับผู้หลงรักในความงดงามของใบหน้าพิมพ์นี้ (แฟนคลับสายวิชวล) เหล่านี้ เธอตัดสินใจว่าจะต้องตั้งหน้าตั้งตาบำรุงรักษาผิวพรรณดูแลจัดการเอาใจใส่ใบหน้าเรียวเล็กใบนี้ให้งดงามอยู่เสมอ
เธอจึงแอบคิดในใจเงียบ ๆ ว่า ในเมื่อความปรารถนาอยากจะให้ระบบคัดลอกขูดได้รางวัลไปรษณีย์สถานีขนส่งพัสดุมันรุนแรงและแน่วแน่ขนาดนี้ ไม่รู้วันหลังระบบจะสามารถพิจารณาเนรนิตเนรมิตให้เป็นจริงขึ้นมาได้ไหมนะ
หากจัดสร้างสถานีขนส่งพัสดุและเดลิเวอรีบริการส่งอาหารแบบครบวงจรขึ้นมาได้สำเร็จจริง ๆ ย่อมต้องสามารถเปิดระบบให้บริการจัดส่งพัสดุพัสดุด่วนรวมถึงบริการส่งอาหารในระยะไกลได้ชดเชยแน่นอน
แต่ทว่าในเมื่อระบบมีตัวระบบร้านค้าออนไลน์เปิดใช้งานอยู่แล้ว ประโยชน์คุ้มค่าของสถานีขนส่งพัสดุก็อาจจะดูไม่ได้ยิ่งใหญ่เด็ดขาดอะไรขนาดนั้น ทว่ามันจะสามารถช่วยคลี่คลายปัญหาเรื่องความยากลำบากในการคมนาคมเส้นทางคมนาคมติดขัดจนส่งผลให้ขั้นตอนการขนส่งขนส่งเสบียงติดขัดเนิ่นช้าลงไปได้เยอะเลยทีเดียว
หากสามารถเปิดระบบกดสั่งบริการส่งอาหารเดลิเวอรีได้ขึ้นมาจริง ๆ มันย่อมต้องสุดยอดที่สุดในโลกแน่นอน เป็นระบบกลไกประเภทที่ปราศจากเงื่อนไขข้อจำกัดเรื่องระยะห่างระยะทาง
แบบนี้ราษฎรทุกคนก็นั่งเอกเขนกอยู่แต่ภายในทำเลฐานที่มั่นของตัวเองเงียบ ๆ แล้วคอยรอรับบริการส่งอาหารเดลิเวอรีลอยละล่องลงมาจากสรวงสวรรค์ได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นโรงหม้อไฟ ร้านอาหารเช้า หรือตลาดมืด ต่างก็สามารถเลือกสรรกดสั่งออเดอร์มาทานได้คนละนิดคนละหน่อย
เธออุตส่าห์ส่งมอบลิงก์โปรแกรมย่อยของระบบร้านค้าออนไลน์ให้แก่หัวหน้าฐานที่มั่นตั้งหลายต่อหลายคนไปเรียบร้อยแล้วแท้ ๆ ทว่าทำไมจนถึงยามนี้ก็ยังคงมีประชากรมนุษย์จำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบใช้งานชดเชยตัวนี้ได้เลยล่ะคะ
แถมในทุกครั้งที่เธอระดมโพสต์ข้อความลงในเน็ต เธอก็คอยแนบลิงก์สำหรับกดคลิกสลับหน้าจอ (ลิงก์วาร์ป) มุ่งตรงสู่ระบบร้านค้าออนไลน์ไว้ให้ตลอดเลยด้วยซ้ำ
เธอพิจารณาคิดวิเคราะห์ดูแล้ว สาเหตุหลักน่าจะเป็นเพราะราษฎรทุกคนปราศจากคอมพิวเตอร์แสงติดตัวนั่นเอง
ในเมื่อปราศจากคอมพิวเตอร์แสง ก็ย่อมจะปราศจากช่องทางสิทธิ์ในการเข้าใช้งานระบบสารพัดอย่าง และไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณระบบเครือข่ายเน็ตได้
ระบบร้านค้าออนไลน์ก็เข้าใช้งานไม่ได้ ผลไม้สารพัดชนิดที่เปิดระบบให้จำกัดช่วงเวลารุมล้อมกวาดซื้อ (ระบบกดแย่งชิงสั่งซื้อ) ก็เข้าร่วมไม่ได้ วันหลังต่อให้ระบบจะจัดสร้างสถานีขนส่งพัสดุขึ้นมาได้สำเร็จจริง ๆ พวกเขาก็ไม่สามารถกดยืนยันเลือกซื้อสินค้าหรือกดสั่งบริการส่งอาหารเดลิเวอรีได้อยู่ดี
เรื่องราวข้อจำกัดข้อนี้มันช่างเสมือนเป็นการบีบขยี้ตัดทุกช่องทางตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลืมตาอ้าปาก (ปลิดชีพตั้งแต่ในครรภ์) ชัด ๆ เลยไม่ใช่หรือไง
เธอรีบเปลี่ยนทิศทางส่งข้อความแชทไปเอ่ยปากซักถามจากผู้เฒ่าเสิ่นทันที : 【ราคาคอมพิวเตอร์แสงเครื่องหนึ่งราคาตกอยู่เท่าไหร่เหรอคะ】
ผู้เฒ่าเสิ่นตอบข้อความกลับมาว่า : 【รุ่นที่ราคาถูกที่สุดก็ต้องใช้จ่ายนิวเคลียสคริสตัลระดับหนึ่งเริ่มต้นตั้งหนึ่งพันก้อนขึ้นไปแล้วครับ แแถมรุ่นประเภทนี้ยังเป็นแค่ระบบพื้นฐานพื้นฐานที่สุด คอยทำหน้าที่ได้เพียงแค่เก็บภาพ ถ่ายรูป ระบุพิกัดทำเล และเชื่อมต่อสัญญาณเน็ตได้เท่านั้นเองครับ ส่วนหากเป็นของสั่งทำพิเศษ (คัสตอม) ในรูปแบบของแหวน สร้อยคอ หรือต่างหู ราคาสินค้าเหล่านั้นปราศจากขีดจำกัดสูงสุดเลยล่ะครับ】
【มิน่าล่ะปริมาณคนจำนวนมากถึงไม่มีปัญญาเลือกซื้อหาคอมพิวเตอร์แสงมาใช้งานกันได้เลยสักคน】 ลู่หลีระดมส่งข้อความก่นด่าดุดันอยู่ในใจเงียบ ๆ
【มันหลีกเลี่ยงแก้ไขไม่ได้หรอกครับ เพราะราคาต้นทุนการจัดสร้างคอมพิวเตอร์แสงมันแพงลิ่ว แถมปริมาณผลผลิตในแต่ละเดือนก็ต่ำเตี้ยเรี่ยราดมาก สิ่งของชิ้นนี้จึงถูกนับรวมให้จัดอยู่ในหมวดหมู่สินค้าฟุ่มเฟือยหรูหราไปเรียบร้อยแล้วครับ】 ผู้เฒ่าเสิ่นส่งข้อความแสดงสีหน้าท่าทางราบเรียบจนใจ
ลู่หลีเอามือเท้าคางใช้ความคิดวิเคราะห์รายละเอียดข้อความ : 【แล้วปริมาณประชากรมนุษย์ทั่วทั้งหัวเซี่ยที่มีโอกาสได้เข้าถึงและมีคอมพิวเตอร์แสงไว้ใช้งานในยามนี้มีสัดส่วนประมาณเท่าไหร่เหรอคะ】
ผู้เฒ่าเสิ่นประเมินตัวเลขชดเชยแบบระมัดระวังส่งมาว่า : 【ไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนครับ】
ลู่หลีแสดงสีหน้าท่าทางตื่นตระหนกตกใจ : 【ทว่าเท่าที่ฉันเฝ้ามองสำรวจดูกลุ่มลูกค้าที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยเปย์เงินในร้านค้าของฉัน แต่ละคนล้วนมีคอมพิวเตอร์แสงติดตัวใช้งานกันทุกคนเลยนี่นาคะ】
ผู้เฒ่าเสิ่นส่งข้อความชี้แจงรายละเอียด : 【มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ~ พวกเขาแค่ไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางหรือพฤติกรรมข้อจำกัดข้อนั้นออกมาให้เห็นเด่นหราเท่านั้นเอง ตามปกติแล้วคนไข้ที่ปราศจากคอมพิวเตอร์แสงติดตัว มักจะต้องยอมออกแรงก้าวเท้าไปเสี่ยงชีวิตสู้รบฆ่าพวกซอมบี้เพื่อคอยกักตุนสะสมปริมาณนิวเคลียสคริสตัลมาแลกเปลี่ยนเสบียงอาหารอาหาร เพื่อคอยรักษาชีวิตให้รอดพ้นความตายไปได้ก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นถึงค่อยเก็บออมเงินมาเลือกซื้อคอมพิวเตอร์แสงทีหลัง ทว่ามันก็ย่อมไม่สามารถตัดข้อจำกัดประเด็นความเป็นไปได้ที่ว่าพอสะสมคริสตัลได้ปุ๊บก็รีบเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยเปย์เงินเสพสุขในร้านค้าของคุณในทันทีหรอกครับ】
ลู่หลีส่งข้อความ : 【มันก็จริงค่ะ แต่กระนั้น สิ่งของชิ้นนี้มันไม่สามารถตัดลดราคาลงมาให้ถูกกว่านี้หน่อยได้เลยเหรอคะ】
【ตัดลดราคาลงไม่ได้หรอกครับ เพราะราคาต้นทุนในการจัดสร้างมันสูงลิ่วแถมปริมาณอัตราการผลิตก็ต่ำเตี้ยเรี่ยราดเหลือเกินครับ】 ผู้เฒ่าเสิ่นเองก็แอบแสดงสีหน้าท่าทางจนใจสุดชีวิต นับตั้งแต่ลู่หลีปรากฏตัวขึ้นมา ตัวเขาก็มีโอกาสได้เอ่ยปากรำพึงรำพันตัดพ้อต่อว่าประเด็นหัวข้อปัญหาเรื่องนี้มาตั้งหลายต่อหลายรอบแล้วเช่นกัน
หากราษฎรทุกคนสามารถมีคอมพิวเตอร์แสงติดตัวไว้ใช้งานได้พร้อมหน้าพร้อมตากันหมดก็คงจะดีไม่น้อย ระบบร้านค้าออนไลน์ย่อมต้องสามารถแพร่หลายแพร่สะพัดไปได้อย่างรวดเร็วเด็ดขาดแน่นอน
【ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีขั้นตอนกระบวนการจัดสร้างคอมพิวเตอร์แสงล้วนถูกผูกขาดควบคุมจัดสรรและกุมความลับไว้ในฝ่ามือของพวกกลุ่มคนในตระกูลปริศนาทั้งสิ้น นี่ถือเป็นหนึ่งในไพ่ตายสิ่งยึดเหนี่ยวค้ำจุนอำนาจบารมีชิ้นสำคัญของพวกเขาเลยเชียวล่ะครับ และพวกนั้นก็ไม่เคยยอมปริปากเปิดเผยข้อมูลความลับนี้ออกมาให้แก่ภายนอกได้รับทราบเลยสักครั้งเดียวครับ】 ผู้เฒ่าเสิ่นส่งข้อความประโยคสุดท้ายปิดท้ายบทสนทนามา
ในใจของลู่หลีเกิดความกระจ่างแจ้งแก่ใจทันที ที่แท้เรื่องราวมันเป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะปริมาณผลผลิตในแต่ละเดือนถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยราดขนาดนี้ คาดว่าน่าจะเป็นแผนการกลอุบายที่พวกนั้นตั้งใจควบคุมจัดสรรระบบโควตาปริมาณสินค้าเอาไว้เงียบ ๆ แน่นอน
ไอ้พวกกลุ่มคนในตระกูลปริศนาสารเลววัน ๆ เอาแต่คร้านที่จะปฏิบัติภารกิจหน้าที่การงานหลักที่เป็นคุณประโยชน์แก่ส่วนรวม รู้ดีแต่เรื่องการคอยสร้างปัญหาแอบลอบวางแผนกลอุบายสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้แก่ชาวบ้านไปวัน ๆ
ในระหว่างที่เธอกำลังเปิดระบบคิดฟุ้งซ่านลอยละล่องไปไกล เซียวตี๋ก็แอบขยับร่างกายเคลื่อนย้ายตัวคืบคลานเข้ามาหาเงียบ ๆ พลางยื่นมือไปหยิบเอาไม้จิ้มฟันมาคอยจิ้มเนื้อแคนตาลูปหวานฉ่ำเข้าปากทานไปตั้งหลายชิ้น
หลังจากทานเสร็จสรรพเรียบร้อยถึงค่อยยอมปริปากบอกเล่ารายละเอียดออกมาว่า “ดูเหมือนว่าตรงนั้นจะมีคนลื่นขูดสลากได้รางวัลใหญ่ที่หนึ่งมาเพิ่มอีกแห่งแล้วนะ”
ดวงตาทั้งสองข้างของลู่หลีเป็นประกายสว่างวาบขึ้นมาในพริบตา ในยามนี้เธอเกิดความรู้สึกนึกหวังและตั้งตารอคอยรางวัลใหญ่ระดับที่หนึ่งในแต่ละรอบสุดชีวิต แอบอยากสืบทราบข้อเท็จจริงเหลือเกินว่าจะสามารถเนรมิตสิ่งก่อสร้างร้านค้าประเภทไหนผุดขึ้นมาให้ร่วมลุ้นระทึกได้อีกบ้าง
ในมุมมองทัศนคติความคิดของเธอ ขนาดต้นกล้าไม้พันธุ์พิเศษคอยปรับปรุงสภาพฟื้นฟูหน้าดินที่เซิ่งเสวียนครอบครองอยู่ ก็ยังถูกนับจัดรวมให้อยู่ในหมวดหมู่รางวัลใหญ่ระดับที่หนึ่งด้วยเช่นกัน
ตัวระบบส่งเสียงเตือนขึ้นมาทันทีว่า : 【เดิมทีตัวระบบก็จัดแบ่งหมวดหมู่ประเภทไว้ในทิศทางข้อจำกัดข้อนั้นอยู่แล้วไหมล่ะคะคุณโฮสต์!】
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น