ตอนที่ 29 ซือเซี่ยผู้อ่อนแอสับซอมบี้เป็นชิ้นๆ?!
ราตรีเริ่มเข้มข้นขึ้น
ภายในรถมีเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
ทุกคนเข้าสู่ห้วงนิทรา ยกเว้นซือเซี่ยที่เสนอตัวขออยู่เวรเฝ้ายามเอง
ตอนแรกฉินเหนียนไม่เห็นด้วยที่จะให้ซือเซี่ยเฝ้ายาม แต่สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ต่อลูกอ้อนและการแสร้งทำเป็นน้อยใจของเธอ
เมื่อแน่ใจว่าทุกคนหลับสนิทแล้ว ซือเซี่ยก็ลุกขึ้นก้าวลงจากรถโรงเรียน
หลังจากลงรถมา เธอหยิบดาบตัดหัวออกมาจากมิติ แล้วถือดาบเดินมุ่งหน้าเข้าไปในหมู่บ้าน
โอ้ ซอมบี้ที่รักจ๋า เธอมาแล้ว!
หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ใหญ่เลย หรือจะบอกว่าเล็กมากก็ว่าได้
ถ้าฟ้าสว่าง ยืนอยู่หัวหมู่บ้านก็มองเห็นท้ายหมู่บ้านได้แล้ว
โครงสร้างก็ไม่ซับซ้อน เป็นถนนเส้นเดียวตรงกลาง สองข้างทางเป็นบ้านคน
ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพทำนา ที่ดินแถวนี้เกือบทั้งหมดเป็นของพวกเขา
เพราะมีที่ดินเยอะ รายได้จึงมากกว่าพวกพนักงานเงินเดือนต๊อกต๋อยในเมืองหลายสิบเท่า
บ้านที่สร้างจึงหรูหรามาก ให้ความรู้สึกเหมือนวิลล่าหรูในชนบทเลยทีเดียว
ดวงจันทร์ไม่ได้รับผลกระทบจากวันสิ้นโลก แสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบไล้หมู่บ้านจนกลายเป็นสีเงินยวง อากาศในชนบทที่เคยบริสุทธิ์ ตอนนี้กลับมีกลิ่นเหม็นเน่าเพราะพวกซอมบี้โชยมา
ซือเซี่ยยืนอยู่หน้าหมู่บ้าน เงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวรอบข้าง
“แฮ่... ฉัน... ไม่เอา ไม่เอา ไม่อยาก... กลายเป็นซอมบี้... แฮ่...”
มีเสียงแว่วมา
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ซือเซี่ยก็เลิกคิ้วขึ้น
โอ้โฮ
ไอ้คนเนรคุณนี่ยังไม่กลายเป็นซอมบี้อีกเหรอ?
ดวงแข็งชะมัด
เธอเดินตามเสียงนั้นไปจนเจอ
หลิวซิงนอนหอบหายใจรุนแรงอยู่ในลานบ้านวิลล่าหลังแรก ท่าทางทรมานอย่างยิ่ง
ดวงตาของเขาเกือบทั้งหมดถูกสีดำกัดกินจนเหลือตาขาวเพียงนิดเดียว
การมองเห็นเริ่มลดลง แต่การได้ยินกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา หลิวซิงก็จุดประกายความหวังสุดท้ายขึ้นบนใบหน้า
“แฮ่... ช่วย... ช่วยผมด้วย... ผม... ไม่อยาก... แฮ่...”
ในครรลองสายตาอันพร่าเลือนของหลิวซิง มีร่างเพรียวบางดูอ่อนแอคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
ภายใต้แสงจันทร์ เด็กสาวคนนั้นยืนอยู่ข้างกายเขา พลางก้มมองเขาลงมาจากเบาะที่เหนือกว่า
“ให้ฉันช่วยนายเหรอ?”
สติสัมปชัญญะสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ทำให้หลิวซิงได้ยินเสียงของเด็กสาว
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบเหลือเกิน ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เจือปน
“ได้สิ ฉันจะช่วยนายเอง”
ดาบตัดหัวในมือเด็กสาวชูขึ้นแล้วฟาดลงมา หลิวซิงยังไม่ทันได้กลายเป็นซอมบี้เต็มตัว หัวกับตัวก็แยกออกจากกันทันที
ในวินาทีที่ตัดหัวหลิวซิง ซือเซี่ยรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เธอฟื้นคืนชีพครั้งก่อน
เธอเคยช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มหนึ่งออกมาจากโรงเรียนที่เต็มไปด้วยซอมบี้
ซือเซี่ยไม่เคยเข้าโรงเรียนแบบจริงจังมาก่อน เธอจึงคิดว่านักเรียนมัธยมปลายคงเหมือนในนิยายวัยใส
เป็นเด็กหนุ่มเด็กสาววัยละอ่อนที่เปี่ยมไปด้วยพลังและรักพวกพ้อง
แต่ต่อมาเธอกลับถูกหลินเนี่ยนเนี่ยนผลักตกน้ำ และนักเรียนกลุ่มนั้นที่เธอสู้ตายเพื่อปกป้องจนถึงที่สุด กลับยืนมองความตายของเธอด้วยสายตาเย็นชา
ไม่มีใครสักคน...
ไม่มีใครสักคนที่พูดแทนเธอ
ไม่มีใครสักคนที่ยอมช่วยเธอ
เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ซือเซี่ยถึงได้เข้าใจ
ที่แท้ความชั่วร้ายไม่เคยแบ่งแยกอายุ และเด็กวัยรุ่นก็ไม่ได้มีสปิริตกันทุกคน
ที่แท้เธอช่วย "ไอ้พวกเนรคุณ" มากลุ่มหนึ่ง
นั่นสินะ ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายแบบนั้นแล้วยังรอดมาได้ นักเรียนพวกนั้นจะมีสักกี่คนที่มือสะอาดกันล่ะ?
ซือเซี่ยใช้เสื้อผ้าของหลิวซิงเช็ดดาบตัดหัวจนสะอาดแล้วเก็บเข้ามิติไป
จากนั้นเธอก็หยิบมีดทำครัวเล่มใหม่ออกมาจากมิติ
เธอถือมีดทำครัวไว้แล้วนั่งลงด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
จากนั้นก็ชูมีดทำครัวขึ้น
สับลงไปทีละครั้ง ทีละครั้ง
เลือดที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งกระเซ็นไปทั่ว
ระบบชาเขียวที่แอบดูอยู่อย่างเงียบๆ: [......]
ช่วยด้วย!
ไหว้ละ ทำไมเค้าต้องมาเห็นฉากหั่นศพอีกแล้วเนี่ย!
ยัยผู้หญิงนี่โรคจิตชะมัด!
จะดาร์กเกินไปแล้วนะ!
ฉินเหนียนฝันร้าย
ในฝัน เขาได้ย้อนกลับไปวันแรกของวันสิ้นโลก
เขายังคงไปช่วยหลินเนี่ยนเนี่ยนที่โรงเรียนมัธยมหนึ่งเหมือนเดิม และถูกซอมบี้ล้อมติดอยู่ในห้องเรียนเหมือนเดิม
แต่ที่ต่างออกไปคือ ในฝันไม่มีเด็กสาวผู้อ่อนนุ่มคนนั้นมาคอยส่งช็อกโกแลตเพิ่มพลังกายให้พวกเขา
ฉินเหนียนจึงเห็นพี่น้องของเขาหลายคนต้องเสียชีวิตลงเพราะหมดแรง พวกเขาถูกซอมบี้รุมทึ้งทีละคนตอนที่พยายามบุกฝ่าออกมา จนไม่เหลือแม้แต่ซาก
ในฝัน ซือเซี่ยปรากฏตัวขึ้นหลังจากนั้นมาก
เธอรับมือกับซอมบี้ได้อย่างคล่องแคล่วและง่ายดายราวกับมาเดินเที่ยวชมโรงเรียน และระหว่างที่เที่ยวชม เธอก็ช่วยพวกฉินเหนียนเอาไว้อย่างไม่ตั้งใจ
เขาเห็นซือเซี่ยพากันไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต และเจอกับสุนัขซอมบี้
สุดท้ายคนที่หนีรอดออกมาได้เหลือเพียงไม่กี่คน
เขาเห็นตัวเองในเวลาต่อมาอาสาออกไปหาเสบียง และทิ้งกลุ่มของซือเซี่ยเอาไว้
เห็นกลุ่มคนที่ถูกทิ้งไว้ต้องเผชิญกับคลื่นซอมบี้มหาศาล
ในตอนท้ายของความฝัน เขาเห็นซือเซี่ยเพียงคนเดียวสังหารซอมบี้เหล่านั้นจนหมดสิ้น แต่หลังจากหมดแรง เธอกลับถูกหลินเนี่ยนเนี่ยนผลักตกลงไปในแม่น้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น
ฉินเหนียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
เขาหอบหายใจรุนแรง กวาดสายตาหาเงาของซือเซี่ยด้วยความลนลาน
แม่หนูน้อยล่ะ?
หายไปไหนแล้ว?
ในใจของฉินเหนียนเริ่มหวาดหวั่น
ซือเซี่ยใช้ร่างของหลิวซิงเป็นตัวแทนของพวกเนรคุณในชาติก่อนอย่างสมบูรณ์แบบ
มีดทำครัวในมือสับไม่หยุด ทำเอาศพของหลิวซิงเละเทะไม่เหลือชิ้นดี
สับพวกแกให้ตาย ไอ้พวกเนรคุณ!
ตอนที่ฉินเหนียนตามมาเจอซือเซี่ย เขาก็เห็นเด็กสาวผู้อ่อนแอที่เคยอ้อนเขาเมื่อกลางวัน กำลังสับศพของหลิวซิงเป็นชิ้นๆ ด้วยใบหน้าตื่นเต้นสะใจ
ฉินเหนียน: “……”
นี่เขาเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?
ฉินเหนียนเริ่มสงสัยในนิยามคำว่าซือเซี่ยของตัวเองขึ้นมาทันที
“แม่หนูน้อย” ฉินเหนียนสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเรียกชื่อเธอ
“……” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย มือของซือเซี่ยก็ชะงักกึก
เธอค่อยๆ หันหน้ากลับมาอย่างแข็งทื่อ แล้วก็เห็นฉินเหนียนกำลังมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
อ้าว?
โดนจับได้เหรอ?
ทำยังไงดี?
ถ้าบอกว่าละเมอตอนนี้จะยังทันไหมนะ?
ระบบชาเขียว: [คุณซือเซี่ยจ๊ะ ดูแลตัวเองให้ดีนะจ๊ะ]
ระบบชาเขียวไม่ได้ส่งเสียงเตือนเลย แต่มันกลับอยู่ในโหมดดูงิ้วอย่างเต็มตัว
ก็ยัยตัวแสบแอบมาหั่นศพลับหลังฉินเหนียนนี่นา ไม่ได้ผิดกฎชาเขียวอะไรสักหน่อย
แต่ใครใช้ให้ยัยนี่ดวงกุดกันล่ะ
โดนจับได้จังเบอร์เลยใช่ไหมล่ะ?
อิอิอิ
บวกกันเลย! บวกกันเลย!
ระบบชาเขียวเชียร์ให้เรื่องบานปลายอย่างสนุกสนาน
“พี่ชาย พี่มาได้ยังไงคะ?” ซือเซี่ยชูมีดขึ้นโบกไปมา ชิงพูดตัดหน้าก่อน
ฉินเหนียน: “……”
เขามองดูมีดที่ชูสลอนอยู่ในมือซือเซี่ยแล้วมุมปากกระตุก
“พี่ตื่นมาไม่เจอเธอ กลัวว่าเธอจะเป็นอันตรายน่ะ” ฉินเหนียนอธิบาย ก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
ซือเซี่ยทำท่าเหมือนเพิ่งได้สติ เธอมองไปรอบๆ ด้วยความงงงวย “จริงด้วยค่ะ ทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ?”
เธอแสร้งทำเป็นชายตามองไปที่ซากศพที่ดูไม่ออกว่าเป็นคนนั่นแบบไม่ตั้งใจ
“ว้าย! พี่ชายคะ นั่นมันอะไรน่ะ?” ซือเซี่ยสะดุ้งสุดตัว แล้วเธอก็สังเกตเห็นว่าตัวเองถือมีดทำครัวอยู่ จึงรีบโยนมีดทิ้งทันที “ว้าย! ในมือหนูมีมีดทำครัวได้ยังไงคะเนี่ย?”
การแสดงชุดใหญ่ไฟกระพริบนี้ถือว่ายอดเยี่ยมระดับออสการ์
ฉินเหนียนที่อาการ "คลั่งรักซือเซี่ย" กำเริบ เชื่อคำพูดของเธออย่างหมดใจ
เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กสาวด้วยความเวทนาพลางถาม “เธอละเมอออกมาหรือเปล่าครับ?”
เมื่อได้ยินคำถามของฉินเหนียน ซือเซี่ยก็พอใจมาก
นี่เธอไม่ได้เป็นคนพูดเองนะ
ฉินเหนียนเป็นคนเดาเอาเองต่างหาก
ไม่เกี่ยวกับเธอเลยนะ~
ซือเซี่ยแสดงต่อ “น่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะพี่ชาย หนูกลัว จังเลย”
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่นี่แล้ว” ฉินเหนียนจูงมือซือเซี่ย “ไปเถอะ กลับกัน”
ซือเซี่ย: “……”
จะกลับก็กลับสิ จะมาจับมือฉันทำไม?
ไอ้หมานี่มันฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งฉันชัดๆ!
หน้าไม่อายที่สุด!
ระบบชาเขียวดูงิ้วอย่างเอร็ดอร่อย
ยัยตัวแสบนี่ฝีมือการแสดงพัฒนาขึ้นเยอะเลย
การแสดงต่อเนื่องชุดนั้น ให้คำเดียวเลยว่า... สุโค่ย!
ถ้ามันเป็นฉินเหนียน มันก็เชื่อนะเนี่ย!
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น