ตอนที่ 26 ยัยตัวแสบใจเต้นแรงแล้วสิ
ความรู้สึกตอนโดนฉินเหนียนลูบหัวขณะนอนอยู่เบาะหลังมันเหมือนโดนลูบหัวสัตว์เลี้ยงไม่มีผิด ซือเซี่ยในร่างสัตว์เลี้ยงเริ่มไม่พอใจจึงลุกขึ้นนั่ง
พอเห็นแขนของหลินเนี่ยนเนี่ยนที่ลืมดึงแขนเสื้อลงปิดรอยแผล เธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมฉินเหนียนถึงคิดว่าเธอถูกรังแก
ใช่ ถูกต้องที่สุด
เธอถูกรังแกจริงๆ นั่นแหละ!
ผ้าห่มผืนเล็กที่เธอเตรียมไว้ให้เจ้าม้าศึกมันจบสิ้นไปแล้ว!
ปกติซือเซี่ยจะไม่ยอมพลาดโอกาสในการฟ้องดำ (ป้ายสี) ใส่ยัยชาเขียวอยู่แล้ว
เธอจึงกระตุกแขนเสื้อฉินเหนียนแล้วกุเรื่องขึ้นมาหน้าตาเฉย: "พี่ชายคะ น้องสาวเขาจะแย่งมีดสั้นที่พี่ให้หนูไปค่ะ!"
หลินเนี่ยนเนี่ยนที่ได้ยินเต็มสองหู: "..."
ตอแหล!
ฉันเปล่านะ!
ฉินเหนียนไม่ได้สงสัยในคำพูดของซือเซี่ยเลยแม้แต่นิดเดียว เขาซับน้ำตา (ทิพย์) และลูบหัวเธอด้วยความสงสารพลางถามว่า: "ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม?"
ซือเซี่ยพยักหน้าอย่างว่างง่าย: "ไม่เลยค่ะพี่ชาย"
เมื่อแน่ใจว่าซือเซี่ยไม่เป็นไร ฉินเหนียนก็หันไปมองหลินเนี่ยนเนี่ยน
สายตาของเขาเย็นชามาก ราวกับกำลังมองศพ: "หลินเนี่ยนเนี่ยน ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจนะ ที่เธอยังได้นั่งอยู่บนรถคันนี้เป็นเพราะความจิตใจดีของแม่หนูน้อย ไม่ใช่เพราะพ่อของเธอเป็นผู้บังคับบัญชาของฉัน ถ้าฉันเห็นเธอรังแกเธออีกแม้แต่ครั้งเดียว ฉันจะฆ่าเธอทิ้งซะ"
พูดถึงประโยคสุดท้าย รังสีอำมหิตของฉินเหนียนก็แผ่ซ่านจนควบคุมไม่อยู่
หลินเนี่ยนเนี่ยนรีบพยักหน้าขอโทษรัวๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากแก้ตัวให้ตัวเอง
พอเห็นยัยชาเขียวสงบเสงี่ยมลงแล้ว ฉินเหนียนก็หันกลับมาหาซือเซี่ย โหมด "นักเปลี่ยนสีหน้าหน้ามือเป็นหลังมือ" ทำงานทันที: "แม่หนูน้อย ไม่ตกใจใช่ไหมครับ?"
ซือเซี่ยส่ายหน้า: "ไม่เลยค่ะพี่ชาย"
ผิดปกติ!
ทำไมใจเธอถึงเต้นแรงขนาดนี้นะ?
แย่แล้ว!
เธอต้องป่วยแน่ๆ เลย!
รถโรงเรียนวิ่งไปตลอดทางจนมาจอดที่ปั๊มน้ำมัน
เข้าสู่วันที่สามของวันสิ้นโลก ปั๊มน้ำมันยังคงทำงานอยู่ เพียงแต่พนักงานกลายเป็นซอมบี้ไปหมดแล้ว
น้ำมันรถโรงเรียนใกล้จะหมด ฉินเหนียนและทีมจึงลงไปเติมน้ำมัน พร้อมกับตั้งใจจะเก็บสะสมน้ำมันสำรองไว้ด้วย
หลังจากฉินเหนียนลงไป ซือเซี่ยก็นอนราบลงที่เบาะหลังตามเดิม กลับคืนสู่ท่าทางอันสงบนิ่ง
เธอนอนฟังเสียงหัวใจที่ค่อยๆ กลับมาเต้นเป็นปกติ แล้วเรียกหาคุณระบบในใจ
"แม่ชาจ๋า"
[ว่ามาจ้ะ มีเรื่องอะไร?] ระบบชาเขียวขานรับอย่างรวดเร็ว
มันมั่นใจมากว่ายัยตัวแสบเรียกมันต้องมีเรื่องแน่!
เพราะยัยนี่น่ะ "มีธุระเรียกแม่ชาจ๋า หมดธุระเรียกยัยระบบเน่า" ตลอด
ซือเซี่ยถามมัน: "นายว่า... ฉันป่วยหรือเปล่า?"
เธอรู้สึกว่าตัวเองแปลกไป
เวลาอยู่ใกล้ฉินเหนียนใจจะเต้นรัว พออยู่ห่างออกมาก็ค่อยๆ สงบลง
[ไม่มีนะจ๊ะ] พอได้ยินซือเซี่ยคิดว่าตัวเองป่วย ระบบชาเขียวก็รีบสแกนร่างกายเธอทันที
ผลแสดงออกมาว่าสุขภาพแข็งแรงมาก
แถมสมรรถภาพร่างกายยังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
"อ้าว? ฉันไม่ได้ป่วยเหรอ?" ซือเซี่ยไม่เชื่อผลตรวจของยัยระบบเน่าพลางตั้งข้อสงสัย: "ฟังก์ชันการตรวจเช็กห่วยๆ ของนายควรจะอัปเดตได้แล้วนะ"
ระบบชาเขียวโกรธจนควันออกหู: [แกสิตอแหล! ฟังก์ชันตรวจเช็กของเค้าน่ะล้ำสมัยที่สุดในบรรดาระบบทั้งหมดแล้วนะโว้ย!]
ยัยผู้หญิงนิสัยเสีย มาดูถูกกันอีกแล้ว!
สิ่งที่เบื้องบนให้ความสำคัญที่สุดคือระบบตรวจเช็กของมัน โฮสต์คนก่อนๆ ของมันก็ล้วนถูกผูกมัดเพื่อทดสอบความเสถียรของฟังก์ชันนี้ทั้งนั้น
"เหรอ" ซือเซี่ยยังคงทำท่าทางสงสัย เธอตอบรับเสียงเย็นแล้วกลับไปทำตัวเป็นศพต่อ
พวกฉินเหนียนใช้เวลาที่ปั๊มน้ำมันไม่นาน หลังจากเติมน้ำมันและรวบรวมเสบียงจากมินิมาร์ทเสร็จก็กลับมา
เมื่อฉินเหนียนเดินเข้ามาใกล้ ซือเซี่ยลุกขึ้นนั่งพลางฟังเสียงหัวใจที่เริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้น
เห็นไหม!
เธอว่าแล้วไงว่าเธอต้องป่วยแน่ๆ!
มนุษย์ปกติที่ไหนใจจะเต้นแรงขนาดนี้!
ระบบชาเขียวที่คอยตรวจเช็คร่างกายซือเซี่ยอยู่ตลอดเวลาเพราะโดนดูถูก ก็ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเธอเช่นกัน
มันมองดูฉินเหนียนที่เดินเข้ามา แล้วก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
ยัยผู้หญิงคนนี้ใจเต้นเพราะตกหลุมรักนี่นา!
หือ?
งั้นมันต้องเปลี่ยนไปเป็นระบบรักใสซื่อด้วยไหมเนี่ย?
ระบบชาเขียวเริ่มวางแผนล่วงหน้า ตัดสินใจว่าจะไปขอคำปรึกษาจากระบบรักใสซื่อข้างบ้านอีกรอบ
#ด่วน! โฮสต์กำลังจะมีความรักต้องทำยังไงดี?#
ฉินเหนียนถือถุงใบหนึ่งเดินมานั่งลงข้างซือเซี่ยแล้วส่งถุงให้เธอ: "แม่หนูน้อย พี่ให้ครับ"
ซือเซี่ยที่กำลังสงสัยว่าตัวเองป่วยมองเขาตาค้าง เธอไม่ได้ถามว่าข้างในคืออะไรแต่ยื่นมือไปรับมา
"ขอบคุณค่ะพี่ชาย" ซือเซี่ยไม่ได้เปิดดู เธอวางถุงไว้ข้างตัวพลางกุมหัวใจที่เต้นโครมครามอย่างเหม่อลอย
ใจเต้นแรงขนาดนี้ เป็นโรคหัวใจแน่ๆ
เธอจะตายไหมนะ?
ไม่รู้ชาติหน้าจะได้เจอฉินเหนียนอีกไหม รู้สึกเสียดายเขานิดๆ แฮะ
นี่เป็นครั้งแรกที่ซือเซี่ยไม่อยากตายเท่าไหร่
ฉินเหนียนเห็นเธอนิ่งไป จึงหยิบถุงที่วางไว้ส่งให้เธออีกรอบ: "ไม่เปิดดูหน่อยเหรอครับ?"
"อ๊ะ? ค่ะ" ซือเซี่ยรับมาตามสัญชาตญาณแล้วเปิดออกดู
ในถุงคือผ้าห่มผืนเล็ก
หน้าตาเหมือนกับผืนที่เธอปูให้ฉินเหนียนตรงเตียงชั้นล่างแล้วโดนยัยชาเขียวทำสกิลใส่ไม่มีผิด
อา! ผ้าห่มลูกรักของเธอกลับมามีชีวิตแล้ว!
ซือเซี่ยลืมเรื่องใจเต้นหรือเรื่องความตายไปสนิท เธออุ้มผ้าห่มไว้แล้วหัวเราะแห้งๆ อย่างดีใจ: "พี่ชาย พี่ชุบชีวิตมันขึ้นมาเหรอคะ?"
ฉินเหนียน: "..."
ชุบชีวิตอะไรกัน?
พูดเรื่องอะไรน่ะ?
แต่แม่หนูน้อยท่าทางแบบนี้ก็น่ารักจริงๆ
ฉินเหนียนอธิบาย: "ตอนจะออกเดินทางพี่เห็นเธอไม่ได้หยิบผ้าห่มบนเตียงมา พอดีเจอที่มินิมาร์ทหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเลยหยิบมาให้ ชอบไหมครับ?"
ชอบสิ แน่นอนอยู่แล้ว
นอกจากดาบตัดหัวลูกรักแล้ว ผ้าห่มผืนเล็กนี่แหละคือของสำคัญอันดับสองในชีวิตเธอ
ซือเซี่ยยิ้มหวาน: "ชอบค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ชาย"
"แม่หนูน้อยชอบก็ดีแล้วครับ"
เวลาซือเซี่ยยิ้ม แก้มของเธอจะป่องออกมาดูนุ่มนิ่มจนน่าหยิกที่สุด
ฉินเหนียนก็ทำตามใจคิด เขาเอื้อมมือไปหยิกแก้มของซือเซี่ยเบาๆ
แก้มของเด็กสาวนุ่มเหมือนตัวเธอเลย สัมผัสดีมากจริงๆ
มือของฉินเหนียนที่ผ่านภารกิจมาโชกโชนไม่ได้เรียบเนียนนัก ออกจะหยาบกร้านนิดๆ
ซือเซี่ยรู้สึกว่าแก้มที่โดนหยิกมันร้อนผ่าวไปหมด
เธอถลึงตาใส่ฉินเหนียนทีหนึ่ง
หยิกอะไรนักหนา!
เห็นฉันเป็นหนูแฮมสเตอร์หรือไง?
คิดว่าส่งผ้าห่มให้แล้วจะหยิกแก้มฉันได้ตามใจชอบงั้นเหรอ?
หน้าไม่อายจริงๆ!
จู่ๆ ใจของซือเซี่ยก็กลับมาเต้นเป็นปกติ เธอแอบถลึงตาใส่ฉินเหนียนลับหลังหนึ่งที แล้วเอาผ้าห่มมาหนุนแทนหมอน นอนราบลงไปอย่างสงบนิ่งต่อ
ระบบชาเขียวกำลังถกปัญหากับระบบรักใสซื่อเรื่องที่โฮสต์มีความรัก
จนพบว่าโฮสต์ของทางนั้นบอบบางจริงๆ
นอกจากบอบบางแล้วยังรู้ความไปเสียทุกเรื่อง
ไม่เหมือนยัยตัวแสบของมัน ที่ดันคิดว่าอาการใจสั่นเพราะตกหลุมรักคือการเจ็บป่วย
ไร้ค่าจริงๆ!
หลังจากคุยเสร็จ ระบบชาเขียวก็ดึงข้อมูลย้อนหลังของซือเซี่ยออกมาดู
ซือเซี่ยโตมาในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า
แถมยังเป็นสถานสงเคราะห์ประเภทที่ไม่มีความช่วยเหลือใดๆ ทุกอย่างต้องใช้กำลังแย่งชิงมา
ซือเซี่ยเติบโตมาจากการถูกรังแก พออายุสิบสี่เธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงหนีออกมาจากที่นั่นเพียงลำพัง
ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ ล้างจาน...
ทำงานจิปาถะเพื่อเลี้ยงตัวเองจนโต
ตลอดทางไม่มีใครเคยสั่งสอนเธอ เธอใช้ชีวิตแบบล้มลุกคลุกคลานจนถึงอายุยี่สิบ ชีวิตเพิ่งจะเริ่มดีขึ้นได้ไม่นาน วันสิ้นโลกก็มาถึง
ระบบชาเขียวดูอดีตของซือเซี่ยแล้วรู้สึกสงสารจนอยากจะร้องไห้โฮ
ฮือออออ
ยัยผู้หญิงนิสัยเสียคนนี้น่าสงสารจัง
ต่อไปนี้มันจะยอมอ่อนข้อให้ยัยนี่หน่อยก็แล้วกัน!
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น