ตอนที่ 25 เบิกตาพักผ่อน
ซือเซี่ยหยิบถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งออกมาจากเป้ แล้วสวมเข้าที่มืออย่างช้าๆ
ตามด้วยหน้ากากกันก๊าซพิษ
หลังจากจัดเต็มยศเสร็จสรรพ ซือเซี่ยก็เดินไปข้างหลินเนี่ยนเนี่ยน เธอเอื้อมมือไปหยิบถุงเท้าเหม็นๆ ของหลิวซิงที่ถอดวางไว้ข้างตัวยัยนั่นขึ้นมา
หลินเนี่ยนเนี่ยนมองดูการกระทำทั้งหมดนี้ด้วยความไม่เข้าใจ อดไม่ได้ที่จะร้องทัก: “นี่... อื้อ... อื้อ...”
พอยัยนั่นอ้าปาก ซือเซี่ยก็ยัดถุงเท้าเหม็นๆ ในมือเข้าปากยัยนั่นทันที จากนั้นก็ชักมีดสั้นที่ฉินเหนียนให้มาจากกระเป๋าเสื้อลายดอกออกมาขู่หลินเนี่ยนเนี่ยน: “ถ้ากล้าคายออกมา ฉันจะฆ่าเธอซะ”
หลินเนี่ยนเนี่ยนทั้งคลื่นไส้ทั้งขยะแขยง ประกอบกับไม่เชื่อว่าซือเซี่ยจะกล้าฆ่าคนจริงๆ เธอจึงยื่นมือจะดึงถุงเท้าออกจากปาก
“อื้อๆ...” ซือเซี่ยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว เธอสะบัดมือฟันมีดลงไป ทิ้งรอยแผลยาวไว้บนแขนของหลินเนี่ยนเนี่ยนจนยัยนั่นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
หลังจากจัดการหลินเนี่ยนเนี่ยนเสร็จ ซือเซี่ยก็หันไปมองหลิวซิง หลิวซิงตกใจจนสติกระเจิง ยังไม่ทันที่เธอจะลงมือ เขาก็รีบคว้าถุงเท้าตัวเองมายัดใส่ปากตัวเองทันที
ซือเซี่ย: “......”
เธอว่าแล้วไงว่าคนที่เจอมีแต่พวกประสาทแดก!
ถึงขั้นมีคนชอบกินถุงเท้าเหม็นตัวเองด้วยเหรอเนี่ย?
ช่างเถอะ
เธอแค่ต้องการล้างแค้นให้ผ้าห่มผืนรักที่โดนทำให้แปดเปื้อนก็พอ!
ที่ห้องรับรองด้านหน้า นักเรียนชายที่เหลืออีกคนหนึ่งกลัวพวกฉินเหนียนมาก จึงไม่ได้ตามหลินเนี่ยนเนี่ยนกับหลิวซิงเข้าไปในห้องพักด้านใน
เขายังคงขดตัวอยู่ที่มุมห้องอย่างสงบเสงี่ยม คอยชำเลืองมองพวกฉินเหนียนที่กำลังปรึกษากันเป็นระยะ และคอยเหลือบมองประตูห้องพักที่ปิดสนิทอยู่บ่อยครั้ง
ไม่นานนัก ประตูก็ถูกเปิดออก
ซือเซี่ยเดินออกมาจากด้านใน สีหน้าของเธอดูผ่อนคลายและสดชื่นมาก เธอเริ่มมองสำรวจไปรอบๆ ด้วยความสงสัย
เมื่อนักเรียนชายคนนั้นสบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายของซือเซี่ย เขาก็รีบก้มหน้างุดทันที
ซือเซี่ยรู้สึกสบายใจขึ้นจริงๆ เธอได้ซัดหลินเนี่ยนเนี่ยนกับหลิวซิงไปหนึ่งชุดใหญ่ ถือเป็นการล้างแค้นให้ผ้าห่มที่จากไปอย่างสมศักดิ์ศรี
พอออกมาแล้วเธอก็เริ่มสนใจ "ว่าที่เนรคุณ" ที่เหลืออยู่อีกคน
เห็นว่าที่เนรคุณคนนั้นเอาแต่หดตัวอยู่มุมห้อง
ซือเซี่ยปรายตามองเขาแวบหนึ่ง
ขี้ขลาดขนาดนี้จะไปเป็นคนเนรคุณได้ยังไง?
ขนาดแค่เป็นว่าที่เนรคุณยังดูไม่มีแววเลย!
ภูมิประเทศของเมือง D ค่อนข้างราบเรียบและมีพื้นที่กว้างขวาง บริเวณโดยรอบมีภูเขาที่ไม่สูงนักอยู่เพียงลูกเดียว โดยมีหลุมหลบภัยถูกสร้างไว้ใต้ดิน
ทางเข้าออกของหลุมหลบภัยที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้ ฝั่งหนึ่งอยู่ในตัวเมือง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งอยู่ใกล้กับภูเขาลูกนั้น
เส้นทางที่เลือกได้มีสองทาง ทางหนึ่งคือทางหลวง อีกทางคือถนนสายรองในชนบท
ฉินเหนียนแนะนำให้ใช้ถนนสายรอง
วันสิ้นโลกปะทุขึ้นกะทันหัน บนทางหลวงต้องมีคนกลายพันธุ์เป็นซอมบี้แน่นอน
ประกอบกับรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง เมื่อสูญเสียการควบคุมย่อมเกิดอุบัติเหตุรถชนขนานใหญ่
ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้มีเยอะเกินไป
ทว่าหากใช้ถนนสายรอง เส้นทางจะคดเคี้ยวมาก พวกเขาจึงต้องวางแผนเส้นทางกันอย่างละเอียด
หลังจากซือเซี่ยซัดหลิวซิงกับหลินเนี่ยนเนี่ยนเสร็จ เธอก็มานั่งข้างๆ ฉินเหนียน ดูพวกเขาคุยกันพลางรู้สึกเบื่อหน่าย
หรือจะเข้าไปซัดยัยชาเขียวกับไอ้เนรคุณนั่นแก้เบื่ออีกรอบดีนะ?
หลินเนี่ยนเนี่ยนกำลังนั่งร้องไห้อยู่ตรงมุมห้องพักด้านใน
เธอไม่กล้าร้องไห้เสียงดัง เพราะกลัวว่าจะทำให้ซือเซี่ยเดินกลับมาหาอีก
อาจเป็นเพราะเพิ่งจะร่วมชะตากรรมกินถุงเท้าเหม็นมาด้วยกัน หลิวซิงจึงยิ่งรู้สึกเวทนาหลินเนี่ยนเนี่ยนมากขึ้น เขาปลอบเธอว่า: “เนี่ยนเนี่ยนอย่าร้องเลยนะ”
เขานึกถึงถุงเท้ากลิ่นตุๆ เมื่อครู่แล้วเริ่มให้คำมั่นสัญญา: “ฉันสาบาน ครั้งหน้าฉันจะซักถุงเท้าให้สะอาดเอี่ยมเลย!”
หลินเนี่ยนเนี่ยนหยุดร้องไห้ทันที เธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง: “???”
ครั้งหน้าซักให้สะอาดขึ้น?
ไอ้นี่มันประสาทหรือเปล่า?
นี่ยังจะมีครั้งหน้าอีกเหรอ?
ใครมันจะไปอยากโดนยัดถุงเท้าเหม็นใส่ปากอีกฮะ!
พอนึกถึงความรู้สึกขยะแขยงตอนโดนถุงเท้าอุดปาก หลินเนี่ยนเนี่ยนก็ยิ่งแค้นเคืองสุดขีด
เธอไม่อยากรอจนได้เจอคุณพ่อแล้ว!
ตอนนี้เธออยากจะฆ่าไอ้หลิวซิงนี่ทิ้งซะเดี๋ยวนี้เลย!
หลินเนี่ยนเนี่ยนปาดน้ำตา เริ่มคิดหาวิธีที่จะกำจัดหลิวซิงทิ้งเงียบๆ โดยไม่ให้ใครรู้
ซือเซี่ยแค่คิดเล่นๆ ในใจแต่ไม่ได้เข้าไปซัดคนจริงๆ
เธอนั่งอยู่ข้างฉินเหนียนเงียบๆ เอนหลังพิงเขาเหมือนคนไม่มีกระดูก แล้วเริ่มจัดระเบียบมิติที่เพิ่งจะขยายกว้างและเต็มไปด้วยข้าวของอีกครั้ง
กล่องยากองเป็นระเบียบอยู่ล่างสุด ตรงกลางใส่ของสัพเพเหระ บนสุดคือผ้าห่มผืนเล็กสองสามผืน และตรงกลางผ้าห่มมี "ดาบตัดหัว" ลูกรักของเธอวางเด่นอยู่
ซือเซี่ยตั้งใจวางดาบตัดหัวผืนรักไว้บนสุด เพื่อให้แน่ใจว่าเวลาเธอมองเข้าไปในมิติจะได้เห็นลูกรักเป็นอย่างแรก
พอจัดเสร็จ ซือเซี่ยก็พอใจมาก เริ่มชมตัวเองในใจ
สมบูรณ์แบบ!
เธอนี่มันอัจฉริยะด้านการจัดบ้านจริงๆ~
พอดีกับที่พวกฉินเหนียนปรึกษากันเสร็จ ฉินเหนียนจึงลูบหัวซือเซี่ยที่พิงเขาอยู่
“แม่หนูน้อย เราเตรียมตัวออกเดินทางกันเถอะ”
“รับทราบค่ะพี่ชาย” ซือเซี่ยลุกขึ้นยืนอย่างว่างง่ายพลางเสนอตัว: “เดี๋ยวหนูไปเรียกน้องสาวกับคนอื่นๆ เองค่ะ”
จะให้คนอื่นเห็นสภาพหลินเนี่ยนเนี่ยนตอนโดนซัดไม่ได้
ไม่อย่างนั้นคาแรกเตอร์ของเธอจะสั่นคลอนเอา!
เพื่อรักษาภาพลักษณ์ ยัยอันธพาลซือเซี่ยจึงตัดสินใจเข้าไปข่มขู่หลินเนี่ยนเนี่ยนกับหลิวซิงอีกรอบ
ฉงอี้ซิงยังคงรับหน้าที่คนขับรถ
บนรถโรงเรียน ซือเซี่ยยึดครองเบาะหลังสุด เธอหยิบผ้าห่มผืนเล็กออกมาห่มตัวแล้วนอนขดตัวอยู่อย่างสงบ
ฉินเหนียนนั่งอยู่เบาะข้างหน้าเธอ คอยชำเลืองมองหลินเนี่ยนเนี่ยนเป็นระยะ
เขาได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ โชยมา
เหมือนจะฉุกคิดอะไรได้ เขาเลยหันกลับไปมองซือเซี่ยที่นอนสงบอยู่ข้างหลัง
แล้วเขาก็ต้องตกใจจนสะดุ้ง
ซือเซี่ยเบิกตาดอกท้อกลมโต จ้องเขม็งไปที่เพดานรถโดยไม่พูดไม่จา
สภาพเหมือนคนตายตาไม่หลับไม่มีผิด
[คุณซือเซี่ย] แม้ระบบชาเขียวจะเห็นซือเซี่ยทำตัวเหมือนศพอยู่บ่อยๆ แต่มันก็ยังอดตกใจไม่ได้ มันเริ่มหวีดร้อง: [คุณซือเซี่ยทำอะไรอยู่จ๊ะ?]
ยัยผู้หญิงบ้า!
แกล้งตายได้เหมือนขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ!
สยองฉิบหาย!
ซือเซี่ยยังคงค้างอยู่ในท่าเบิกตาโพลง ตอบระบบในใจว่า: “ก็กำลังเบิกตาพักผ่อนอยู่น่ะสิ”
ยัยระบบเน่าจะไปรู้อะไร?
ไม่รู้จักการเบิกตาพักผ่อนหรือไง?
ไม่มีการศึกษาเอาซะเลย!
ระบบชาเขียว: [……]
เบิกตาพักผ่อน?!
อะไรของมันวะ?
เค้าเคยได้ยินแต่หลับตาพักผ่อน!
ยัยผู้หญิงนี่มันประสาทแดกจริงๆ ด้วย!
ระบบชาเขียวมองซือเซี่ยอีกรอบแล้วอดไม่ได้จริงๆ
ยัยบ้า ยัยบ้า ยัยบ้า!
หลินเนี่ยนเนี่ยนสังเกตเห็นสายตาที่ฉินเหนียนคอยมองมาที่เธอเป็นระยะ เธอรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที จนเผลอลืมคำขู่ของซือเซี่ยไปเสียสนิท
ชุดนักเรียนเดิมของเธอให้พวกฉินเหนียนไปแล้วตั้งแต่ที่โรงเรียน ตอนนี้เธอเลยสวมชุดคนแก่สีดำที่หลิวซิงจิ๊กมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตฟู่ไหล
หลินเนี่ยนเนี่ยนทำเป็นยกมือขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ปล่อยให้แขนเสื้อที่กว้างหลุดร่วงลงมา เผยให้เห็นรอยแผลยาวบนแขนอย่างชัดเจน
ฉินเหนียนเห็นแผลบนแขนของเธอแน่นอน ในใจเขาพลันเย็นเยียบ เขาหันกลับไปมองซือเซี่ยที่กำลังเบิกตาพักผ่อนอยู่ด้านหลัง
แล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย: “แม่หนูน้อย เธอโดนรังแกอีกแล้วเหรอ?”
น้ำเสียงของเขาไม่ได้เบาเลย หลินเนี่ยนเนี่ยนจึงได้ยินเต็มสองหู เธอถึงกับหน้าตึงกะทันหัน
ตาบอดหรือเปล่าฮะ?!
คนเจ็บคือฉัน!
คนที่โดนรังแกคือฉัน!
ฉินเหนียนนี่สมองมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย?!
ซือเซี่ยกะพริบตาปริบๆ อย่างงงๆ: “คะ?”
ฉินเหนียนนึกถึงท่าทางที่เธอนอนเบิกตาโพลงไม่พูดไม่จาตั้งแต่ขึ้นรถมา ยิ่งทำให้เขาปักใจเชื่อว่าเธอต้องถูกรังแกจนเสียขวัญแน่ๆ
เขาลูบหัวซือเซี่ยด้วยความเวทนา: “ถ้าถูกรังแกก็บอกพี่นะ พี่จะออกหน้าแทนเธอเอง”
อ้าว?
ถูกรังแกอะไรกัน?
ซือเซี่ยงงหนักกว่าเดิม
เธอแค่เบิกตาพักผ่อนอยู่นิดเดียว ทำไมกลายเป็นคนโดนรังแกไปได้ล่ะเนี่ย?
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น