ตอนที่ 230 ต้องมาให้ได้!
ครั้งนี้จำนวนคนที่เข้าร่วมการแย่งซื้อมีมากกว่าเมื่อวาน เพราะข่าวสารได้แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างแล้ว
ลู่หลีแอบลำเอียงเล็กน้อย เธอแจ้งข่าวนี้ให้ หลิวจือจือ (柳知知) หัวหน้าฐานที่มั่นฮวาไคได้รับทราบด้วย
แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของมือ ใครแย่งไม่ได้จะมาโทษเธอไม่ได้นะ เหะๆ
ภายในฐานที่มั่นกลาง ผู้เฒ่าเสิ่นสวมแว่นสายตายาว ถือคอมพิวเตอร์แสงไว้ห่างตัวหนึ่งช่วงแขนแล้วหรี่ตามอง
เมื่อเห็นว่าเหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบวินาที ผู้เฒ่าเสิ่นก็รีบเลือกผลไม้ที่ต้องการซื้อไว้ล่วงหน้า พอถึงเวลาปุ๊บก็รัวนิ้วกดไม่ยั้ง!
...
[สินค้าในสต็อกมีน้อย กรุณาลองใหม่อีกครั้ง!]
[สินค้าในสต็อกมีน้อย กรุณาลองใหม่อีกครั้ง!]
[สินค้าในสต็อกมีน้อย กรุณาลองใหม่อีกครั้ง!]
ในพริบตา หน้าจอคอมพิวเตอร์แสงของคนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏข้อความเตือนนี้ขึ้นมา แต่พวกเขากลับทำเป็นไม่ได้ยิน
ต่างพากันรัวกดเพื่อลองใหม่อย่างบ้าคลั่ง บางคนกระโดดไปที่หน้าชำระเงินได้สำเร็จ แต่บางคนกลับถูกระบบดีดเด้งออกมา
ภายในห้องเก็บของ หลินจุนตะโกนก้อง "ฉันแย่งแตงโมได้สองลูก! สองลูกเลย!"
ทันใดนั้นแตงโมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา หลินจุนรีบเก็บเข้าพื้นที่มิติทันที ตั้งใจจะเอากลับไปแบ่งกันกินกับพวกพ้องที่ฐาน
เขาหมัดแน่นแล้วเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ความว่างเปล่าอย่างตื่นเต้น ลู่หลีมองเห็นมัดกล้ามที่เปี่ยมไปด้วยพลังของเขาได้อย่างชัดเจน
เซิ่งเสวียนผู้เป็นเจ้าของแปลงผักกลับรู้สึกเฉยๆ ในใจไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเลย เพราะเขาอยากจะกินเท่าไหร่ก็ได้ กินจนจะอ้วกก็ไม่มีใครว่า
แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ตบมือให้หลินจุนแบบแกนๆ สองสามที "ยินดีด้วยนะ พรุ่งนี้ถ้ามีผลผลิตใหม่ออกมา จะให้ฉันส่งไปให้นายบ้างไหมล่ะ?"
ถือซะว่าเห็นแก่ที่เป็นผู้ชายคนใหม่ที่บอสลู่รับมาดูแลละกัน
แต่ความจริงแล้วเซิ่งเสวียนไม่รู้เลยว่า หลินจุนไม่ใช่ และอย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่ใช่...
ดวงตาของหลินจุนเป็นประกาย "จริงเหรอ? ฉันใช้คริสตัลแลกก็ได้นะ" พูดจบเขาก็พุ่งพรวดเข้าไปยืนข้างตัวเซิ่งเสวียน
เซิ่งเสวียนบอกว่าไม่เป็นไร ให้ฟรี
ลู่หลีฟังแล้วอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งไว้ อยากจะบอกเหลือเกินว่าไอ้เด็กซื่อบื้อเอ๊ย แต่เธอก็ทนเงียบไว้ แปลงผักของเขา เขาตัดสินใจเองได้
กลุ่มคนเดินออกจากห้องเก็บของ เครื่องย่างไส้กรอกของหลินจุนยังคงวางอยู่บนโต๊ะ ข้างในมีไส้กรอกที่เย็นชืดแล้วเหลืออยู่สิบไม้
เขาเปิดสวิตช์ทำความร้อน แล้วถามลูกค้าที่ยังคงจมอยู่ในความเศร้าเพราะแย่งซื้อผลไม้ไม่ทันว่า "จะซื้อไส้กรอกไหมครับ?"
"เอ๊ะ? ไส้กรอกเหรอ? เอาครับเอา!" ลูกค้ายังไม่ทันตั้งตัว จู่ๆ เรื่องดีๆ แบบนี้ก็หล่นทับหัวเฉยเลย?
"อ้าว! ฉันเอาด้วย! เอาด้วย! ขายยังไงเหรอคะ?" ลูกค้าอีกคนรีบถามด้วยความร้อนรน
เพราะกลัวว่าถ้าช้าไปก้าวเดียวของจะหมดก่อน
หลินจุนนิ่งคิดครู่หนึ่ง เครื่องย่างไส้กรอกนี้แลกมาด้วยคริสตัลแค่เม็ดครึ่ง แถมไส้กรอกก็มีมาให้ในตัว
เรียกได้ว่าต้นทุนเป็นศูนย์ ไม่ได้เสียเงินเลย เขาจึงบอกว่า "นิวเคลียสคริสตัลระดับหนึ่ง 1 เม็ด ต่อไส้กรอก 2 ไม้ครับ"
สิ้นคำพูดของเขา ทุกคนต่างพากันแย่งชิง "ผมๆๆ ผมเอาสองไม้!"
"ฉันด้วย! ฉันด้วย!"
"ใครจะหารกับฉันบ้าง เอาคนละไม้เร็ว!"
ไม่นานนัก ไส้กรอกสิบไม้ที่เหลือก็ถูกขายจนเกลี้ยง แต่ในวินาทีต่อมา ไส้กรอกใหม่เอี่ยมสิบห้าไม้ก็ปรากฏขึ้นในเครื่องทันที
หลินจุนเก็บคริสตัลห้าเม็ดเข้ากระเป๋า อย่างน้อยก็ได้ทุนคืนมาบ้าง เพราะการซื้อเสื้อผ้าและเสบียงแทบจะทำให้เงินเก็บของเขาเกลี้ยงตัว
เขาตะโกนขายไส้กรอกต่อไป ไม่นานสิบห้าไม้นั้นก็หมดลงอย่างรวดเร็ว
ลู่หลีเห็นแล้วก็แอบขำ ท่าทางของเขาดูเหมือนพวกขายเนื้อย่างเสียบไม้ยุคอารยธรรมไม่มีผิด
ขาดก็แต่เอาผ้าขนหนูสีขาวพาดบ่า แล้วเอาเถ้าถ่านมาทาทำเป็นหนวดสองเส้น ถ้าทำแบบนั้นล่ะก็เหมือนเปี๊ยบเลย
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ลูกค้าทยอยกันกลับไปแล้ว โควตาไส้กรอกของหลินจุนในวันนี้ก็ขายหมดแล้วเช่นกัน
เขาเก็บเครื่องย่างไส้กรอกเข้าพื้นที่มิติอย่างพึงพอใจ แล้วเอ่ยลาบอสลู่
"ไปก่อนนะ ฐานที่มั่นกลางจัดที่พักไว้ให้พวกเราแล้วครับ" หลินจุนโบกมือลาเธอ
ลู่หลีหาวออกมาหวอดหนึ่ง แล้วโบกมือตอบเขา เสิ่นปิงลุกขึ้นแล้วบอกว่า "เดี๋ยวฉันไปส่ง"
สองพี่น้องเดินตามกันลงจากรถบ้าน มุ่งหน้าไปทางฐานที่มั่นกลางอย่างเนิบนาบ
"พักที่ไหนล่ะ? หรือจะไปเปิดห้องที่โรงแรมไหม?" เสิ่นปิงถามด้วยความห่วงใย
"ไม่เป็นไร รอบนี้มากับพี่น้องหลายคน เขาจัดห้องสวีทไว้ให้พวกเรา สวัสดิการดีเชียวล่ะ มีน้ำแจกให้ด้วยนะ" หลินจุนตอบ
น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความประชดประชันและดูแคลนพวกคนในฐานที่มั่นกลางอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจว่าตระกูลลึกลับกำลังจะก่อเรื่อง ตอนเข้าประชุมพรุ่งนี้ก็ระวังตัวหน่อยนะ อย่าไปหลงกลพวกมันเข้าล่ะ" เสิ่นปิงเตือนอย่างเป็นกังวล
หลินจุนแค่นเสียงหึ "พวกมันก่อเรื่องมาน้อยที่ไหนกันล่ะ วางใจเถอะ ฉันระวังตัวอยู่แล้ว"
ทั้งคู่เดินคุยกันไปจนถึงประตูทิศเหนือของฐานที่มั่นกลาง เสิ่นปิงมองส่งเขาเข้าไปจนลับตาถึงค่อยเดินกลับ
หลินจุนอายุมากกว่าเขาสิบสองปี เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ๆ ความผูกพันย่อมลึกซึ้งเป็นธรรมดา
...
"บอสคะ แลกรางวัลค่ะ"
"ได้ค่ะ"
บทสนทนาแบบนี้ไม่รู้ว่าพูดซ้ำไปกี่รอบแล้ว ลู่หลีรับสลากขูดมาเสียบเข้าเครื่องแลกรางวัลอย่างชำนาญ
พอเงยหน้าขึ้นมอง ลูกค้ากลับเป็น หลีรั่ว (黎若) ?!
ผู้หญิงที่รับมือยากคนนี้มาอีกแล้ว ลู่หลีที่เดิมทีง่วงนอนอยู่บ้างพลันตาสว่างขึ้นมาทันที
ของรางวัลออกมาแล้ว เป็นเค้กครีมชิ้นเล็กๆ ที่ประดับด้วยสตรอว์เบอร์รีลูกโต ดูหวานแหววและน่าทานมาก
แววตาของหลีรั่วฉายประกายยินดี ไม่ได้เห็นเค้กสตรอว์เบอร์รีที่น่ารักขนาดนี้มานานแล้ว!
เธอเก็บเค้กพร้อมกล่องบรรจุเข้าพื้นที่มิติทันที ไม่ยอมให้ใครได้มองซ้ำ
"ยินดีด้วยค่ะ" ลู่หลีเอ่ยแสดงความยินดีตามมารยาท
"ขอบคุณค่ะบอสลู่" หลีรั่วยิ้มให้เธอ ดูเหมือนเธอจะแค่ตั้งใจมาขูดสลากจริงๆ
หลีรั่วพูดต่อ "บอสลู่คะ พรุ่งนี้ฐานที่มั่นกลางจะมีการประชุม ถ้ามีใครมาเชิญคุณเข้าร่วมประชุมล่ะก็ คุณต้องปฏิเสธนะคะ"
"เอ๊ะ?" ลู่หลีฟังแล้วงง การประชุมของฐานที่มั่นกลางพวกคุณมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?
แต่ประโยคสุดท้ายเธอเข้าใจชัดเจน คือต้องปฏิเสธเข้าไว้ เธอจำฝังใจทันที
หลีรั่วดูเหมือนจะมาเพื่อแจ้งข่าวนี้ให้เธอทราบเท่านั้น พอแลกรางวัลเสร็จเธอก็รีบจากไปทันทีโดยไม่รีรอ
ลู่หลียังไม่ทันจะได้ถามอะไรต่อ คอมพิวเตอร์แสงก็สั่นขึ้นมาสองครั้ง พอเปิดดูเป็นข้อความจาก เหอเล่อ (何络)
[บอสลู่ครับ พรุ่งนี้สนใจแวะมาเข้าประชุมหน่อยไหม?]
เธอตอบกลับไปว่า: [พูดจาดีๆ หน่อยค่ะ]
[พวกระดับสูงเจาะจงชื่อคุณมาเลยว่าต้องให้เข้าร่วมประชุมด้วย เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ คุณรีบหาเหตุผลปฏิเสธผมมาเดี๋ยวนี้เลย]
ลู่หลี: [ไม่สนใจค่ะ]
[รับทราบครับ...]
ภายในฐานที่มั่นกลาง เหอเล่อจัดการลบข้อความในประวัติการแชทออก ให้เหลือเพียงประโยคแรกของเขาและคำว่าไม่สนใจของลู่หลี
จากนั้นเขาก็โชว์หน้าจอแชทนั้นให้ผู้ดูแลทั้งห้าคนดู (เป็นหญิงสามชายสอง)
"ผมพูดจนปากจะฉีกถึงรูหูแล้ว บอสลู่เขาก็ไม่ยอมมาครับ เธอต้องเปิดร้าน ยุ่งมากเลย" เหอเล่อเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่าย
แววตาของผู้เฒ่าเสิ่นฉายแววขำขัน รอยย่นที่หางตาขยับขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะถูกปกปิดไว้
ผู้ดูแลชายอีกคนชื่อ เฉินชิ่ง (陈庆) ดูอายุน้อยกว่าผู้เฒ่าเสิ่นนิดหน่อย ใบหน้าดูภูมิฐานและมั่นคง
เขาเอ่ยว่า "เสี่ยวเหอ นายส่งข้อความไปแค่ประโยคเดียวเนี่ยนะที่เรียกว่าพูดจนปากจะฉีก? วัยรุ่นสมัยนี้จริงๆ เลย!"
เหอเล่อไม่กล้าเถียง ได้แต่ก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร ผู้เฒ่าเสิ่นจึงช่วยไกล่เกลี่ย "เอาเถอะ ในเมื่อบอสลู่เขาไม่อยากมาก็ช่างเขาเถอะ"
เหอเล่อเกือบจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกได้แล้ว...
"ไม่ได้! การประชุมครั้งนี้บอสลู่ต้องมาให้ได้!" ผู้ดูแลหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
เธอชื่อ จูหยาง (朱阳) รูปร่างเล็กกะทัดรัด ใบหน้าธรรมดามาก หากเดินเข้าไปในฝูงชนคงไม่มีใครสังเกตเห็น
แต่ทว่าเธอกลับได้เป็นหนึ่งในผู้ดูแลฐาน
ผู้เฒ่าเสิ่นเองก็หุบยิ้มและกลับมาทำสีหน้าเคร่งเครียด
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น