-->

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 229 การเปิดซื้อรอบใหม่





ตอนที่ 229 การเปิดซื้อรอบใหม่

แต่ถ้าใช้หัวสมองคิดสักนิดก็จะรู้ได้ว่า เสบียงไม่มีทางที่จะมีมาให้อย่างไม่มีวันสิ้นสุดแน่นอน

นั่นมันไม่ใช่การเพ้อฝันไปหน่อยเหรอ?

ขอแค่มีพอกินพอใช้ก็พอแล้ว ยังไม่ถึงขั้นที่ว่าจะกินทิ้งกินขว้างได้

เสิ่นปิงพาหลินจุนเดินชมในร้านเซเว่น แล้วหยิบตะกร้าสินค้าส่งให้ด้วยใจกว้าง “เอ้า อย่าหาว่าฉันใจแคบนะ ใส่ให้เต็มตะกร้าเลยมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”

หลินจุนมองตะกร้าในมือสลับกับรถเข็นสินค้าที่อยู่ข้างๆ แววตาแสดงเจตนาชัดเจน เขาตัดสินใจไปเข็นรถเข็นมาทันที!

เสิ่นปิงจนปัญญาจะห้าม ได้แต่เอ่ยอย่างอ่อนใจว่า “ก็ได้ๆ”

เมื่อเดินครบหนึ่งรอบ หลินจุนพยายามสุดความสามารถที่จะยัดทุกอย่างลงในรถเข็นจนเต็มแน่นทุกตารางนิ้ว แม้แต่ซอกเล็กซอกน้อยยังถูกเติมเต็มด้วยลูกอม

เขาตั้งใจจะกอบโกยผลประโยชน์ให้ถึงขีดสุดจริงๆ

“นายนี่!” เสิ่นปิงมองรถเข็นที่เต็มจนไม่มีที่ว่างแล้วก็พูดไม่ออก ในเมื่อเป็นคนเอ่ยปากว่าจะเลี้ยงเองก็คืนคำไม่ได้

ช่างเถอะ ถือว่าเอาไปให้สุนัขกิน!

หลินจุนยิ้มร่า รอบนี้มาถูกที่จริงๆ ได้ทั้งเครื่องย่างไส้กรอกและเสบียงมากมายขนาดนี้ ผู้รอดชีวิตในฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้คงได้กินของดีๆ กันเสียที

เมื่อเดินชมร้านเซเว่นจบ เสิ่นปิงในฐานะเจ้าบ้านก็ต้องพาเขาไปดูที่อื่นต่อ “ไปกัน ต่อไปอยากไปที่ไหน?”

เขากอดอกวางท่า ในสายตาหลินจุนเขามองดูเหมือนผู้ใหญ่ที่ดูเติบโตขึ้นมาก จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างพึงพอใจ “ที่ไหนก็ได้”

เสิ่นปิงจึงพาเขาไปที่โรงอาบน้ำ

ถึงจะชอบลับฝีปากกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็ยังดีเหมือนเดิม เสิ่นปิงเองก็รู้สึกเห็นใจที่อีกฝ่ายต้องแบกรับภาระการนำฐานที่มั่นใหญ่ขนาดนั้นเพียงคนเดียว

แต่จะให้เขาเข้าร่วมฐานด้วยน่ะเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเขาเป็นคนรักอิสระ

หลินจุนก้าวเข้าไปในโรงอาบน้ำที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ในใจเขารู้สึกตื่นตาตื่นใจเหมือนคุณย่าหลิวเข้าอุทยานต้ากวน แต่ภายนอกยังคงแสร้งทำเป็นนิ่งเฉย

ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?

นี่มันวันสิ้นโลกแล้วนะ? ใครเขายังมานวดตัวแช่น้ำกันอยู่อีก!

โอ้! ก็พวกเขานี่ไง!

คนค่อนข้างเยอะจนต้องต่อแถวกันเลยทีเดียว

แต่เสิ่นปิงในฐานะพนักงานของลู่หลี ย่อมมีสิทธิพิเศษบางอย่าง เช่น ส่วนลดพนักงานและการจัดคิวให้ก่อน เขาจึงพาหลินจุนขึ้นไปยังชั้นสองได้ทันที

ชั้นนี้คนก็เยอะมากเช่นกัน แต่ทั้งคู่ก็เดินผ่านได้สะดวก เสิ่นปิงพยายามให้เขาได้สัมผัสทุกกิจกรรม

หลินจุนแช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำที่อุณหภูมิกำลังดี ผิวสีน้ำผึ้งของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ถ้าบอสลู่ไปที่ฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้ได้ก็คงจะดี

“เฮ้!” เสิ่นปิงตบที่แขนเขาเบาๆ “เลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วสนุกให้เต็มที่เถอะ”

“นั่นสินะ” หลินจุนรีบจัดการอารมณ์ สลัดความคิดที่ไม่เป็นจริงทิ้งไป แล้วหาความสุขใส่ตัว การที่ได้เสบียงไปให้ผู้รอดชีวิตก็นับว่าดีมากแล้ว

ทัวร์โรงอาบน้ำครึ่งวันจบลงอย่างรวดเร็ว

ตอนเดินออกมาหลินจุนยังรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ราวกับได้ย้อนกลับไปใช้ชีวิตในยุคอารยธรรมมาทั้งบ่าย หรือเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝันที่สั้นและสวยงาม

ตอนนี้ความฝันจบลงแล้ว เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับโลกวันสิ้นโลกที่โหดร้ายตามความเป็นจริง

เขามีจิตใจฮึกเหิม อยากจะรีบนำเสบียงที่จัดซื้อไว้กลับไปให้ผู้รอดชีวิตในฐานได้ทานมื้อใหญ่ให้อิ่มหนำ!

ที่สุดท้ายที่ไปคือโรงงานของจงเซี่ย วันนี้อาหารจานด่วนหนึ่งพันกล่องขายหมดเกลี้ยงแล้ว หลินจุนเห็นลูกค้าคนหนึ่งหิ้วกล่องสุดท้ายเดินจากไปพอดี

เขามองตามตาปริบๆ จนเสิ่นปิงต้องลากตัวออกมาเพราะกลัวลูกค้าจะเข้าใจผิดว่าเขาจะไปแย่ง

เสิ่นปิงถามจงเซี่ยที่กำลังจะปิดประตูร้าน “ยังมีของเหลือไหม?”

จงเซี่ยส่ายหน้า “ไม่เหลือแม้แต่กล่องเดียวแล้วล่ะ มีแต่เสื้อผ้า สนใจไหม?”

การเลื่อนระดับครั้งก่อนไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนอาหารจานด่วน แต่ยังเพิ่มสายการผลิตเสื้อผ้าขึ้นมาอีกหนึ่งสาย และมีคนมาซื้อไม่น้อยเลยทีเดียว

หลินจุนพยักหน้า “เอาสิ! ขายยังไง?”

จงเซี่ยเปิดประตูอีกรอบแล้วพาทั้งคู่เข้าไป “เสื้อผ้าชายหรือหญิงราคาเดียวหมด นิวเคลียสคริสตัลระดับหนึ่ง 1 เม็ด ต่อเสื้อผ้า 10 จิน”

“ขายตามน้ำหนักเหรอ?” หลินจุนถามย้ำ

“ใช่ครับ เพราะว่า...” จงเซี่ยเปิดเครื่องจักรสายการผลิตเสื้อผ้า ของชิ้นแรกที่สำเร็จรูปออกมาคือเสื้อยืดแขนสั้นของผู้ชาย ชิ้นที่สองคือกางเกงกีฬาผู้ชาย

จงเซี่ยพูดต่อ “เพราะมันเป็นการสุ่ม ผมเองก็ไม่รู้ว่าชิ้นต่อไปจะเป็นอะไร และหลายคนก็ซื้อแค่ครั้งเดียว”

พูดจบเขาก็หันมาถามหลินจุน “นายจะเอากี่จิน?”

หลินจุนคำนวณจำนวนคริสตัลที่เขานำมาในครั้งนี้คร่าวๆ ซึ่งถือเป็นเงินเก็บร้อยละเจ็ดสิบของฐานที่มั่นตะวันตกเฉียงใต้ หลังจากหักค่าเสบียงที่สั่งซื้อจากบอสลู่ออกไปแล้ว

ส่วนที่เหลือ... ก็ยังพออยู่

เขาโพล่งออกมาว่า “เอามาให้ฉันก่อนสักหนึ่งพันจิน”

จงเซี่ยมีมารยาทกับลูกค้ารายใหญ่มาก เขาเอ่ยขอโทษอย่างเกรงใจว่า “วันหนึ่งผลิตได้แค่หนึ่งร้อยจินเองครับ สนใจมารับของอีกสิบวันหลังจากนี้ไหม?”

สิบวันเหรอ? ฉันก็กลับไปแล้วสิ

หลินจุนจึงขอลดจำนวนลง “ไม่เป็นไร ผลิตได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น วันที่ฉันจะกลับค่อยมาเอา”

จงเซี่ยพยักหน้าตกลง

ทั้งสามคนเดินออกมาพร้อมกัน จงเซี่ยปิดประตูร้านแล้วพากันมุ่งหน้าไปที่ร้านสลาก

ระหว่างทาง เสิ่นปิงถามว่า “ฐานที่มั่นกลางจะเริ่มประชุมเมื่อไหร่?”

“มะรืนนี้ตอนสิบโมงเช้า” หลินจุนบอก “จริงด้วย ฉันได้ยินมาว่าทุ่มหนึ่งคืนนี้จะมีเปิดซื้อผักผลไม้รอบใหม่ด้วยนะ!”

เสิ่นปิงชำเลืองมองเขา “ก็มีเรื่องแบบนั้นจริงๆ แหละ นายเพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้ไม่ใช่เหรอ? ข่าวไวดีนะ!”

“ถ้าข่าวไม่ไวจะใช้ชีวิตรอดมาได้ยังไงล่ะน้องชาย!” หลินจุนไม่ได้ปฏิเสธพลางหัวเราะเสียงดัง

เสิ่นปิงถลึงตาใส่ “ใครเป็นน้องชายนายกัน” พูดจบเขาก็เร่งฝีเท้าเดินไปที่ร้านสลาก

ทิ้งให้หลินจุนอยู่กับจงเซี่ยที่ไม่ค่อยสนิทกัน ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างกระอักกระอ่วน แต่หลินจุนเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีจึงเริ่มชวนคุยอย่างชำนาญ

ตอนที่ทั้งคู่มาถึงรถบ้าน เวลาก็ล่วงเลยไปถึงหกโมงสิบนาที เหลือเวลาอีกห้าสิบนาทีจะเริ่มการเปิดซื้อรอบใหม่

ลู่หลีที่กำลังหาคนช่วยงานอยู่พอดี เห็นทั้งคู่จึงรีบเรียก “มาๆๆ มานี่ให้หมดเลย”

เธอพาคนกลุ่มใหญ่ไปที่หลังโรงแรม ชี้ไปที่แปลงผักเล็กๆ แล้วออกคำสั่งว่า “เริ่มเก็บได้!”

เสิ่นปิงทำงานอย่างขยันขันแข็งและชำนาญ เขาถือตะกร้าเข้าไปทันที แถมยังลากตัวหลัวมู่กับหลินจุนเข้าไปช่วยด้วย

ไม่นานนัก คนทั้งเจ็ดคนก็ล้อมรอบแปลงผักเล็กๆ จนเบียดกันไม่มีที่ว่างให้ยืนเพิ่ม

ทุกคนต่างทำหน้าที่กันได้อย่างชำนาญอย่างไม่น่าเชื่อ พลังความสามัคคีทำให้ผ่านไปครึ่งชั่วโมง แปลกผักก็ถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยงราวกับฝูงตั๊กแตนลง

“เฮ้อ...” ลู่หลีถอนหายใจพลางยืดตัวขึ้น แล้วใช้หมัดทุบที่เอวเบาๆ สองสามที

เสิ่นปิงนำน้ำแร่ออกมาจากมิติยื่นให้เธอพลางแสร้งทำเป็นนิ่งๆ ว่า “เอ้า”

ลู่หลีรับมาดื่มไปค่อนขวดจนรู้สึกสดชื่นขึ้น “กี่โมงแล้ว?”

“หกโมงสี่สิบห้า” เสิ่นปิงดูเวลาแล้วบอกอย่างแม่นยำ พร้อมกับเปิดคลังสินค้าในระบบเพื่อนำผลผลิตทั้งหมดเข้าไปเก็บไว้

กลุ่มคนรีบกลับมาที่ห้องเก็บของในร้านสลาก เสิ่นปิงนำของออกมาเพื่อตรวจนับจำนวน

หลินจุนไม่รู้ว่าลอบกลืนน้ำลายไปกี่ครั้งแล้ว เขาต้องพยายามข่มใจไม่ให้กวาดผลไม้ทั้งหมดที่เห็นเข้าพื้นที่มิติของตัวเอง

การตรวจนับเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลาหกโมงห้าสิบแปดนาทีการนับก็เสร็จสิ้น เสิ่นปิงจัดการอัปเดตสต็อกสินค้า

ลู่หลีแอบมองออกไปนอกประตู เห็นภาพเหตุการณ์เดิมอีกครั้ง ทุกคนหยุดขูดสลากแล้วเตรียมตัวรอซื้อของอย่างจดจ่อ

แม้แต่หลินจุนเองก็กลั้นหายใจรอคอย จ้องมองตัวเลขนับถอยหลังบนหน้าจอวินาทีต่อวินาทีด้วยความตื่นเต้นกว่าครั้งไหนๆ

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×