ตอนที่ 21 อ้อ ที่แท้ก็ใจตรงกันนี่เอง
ตอนที่ล้มตัวลงนอนบนที่นอนบนวันที่ลั่วอั๋งปูไว้ให้ ฉงอี้ซิงยังรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์
คำถามเดิมที่เขาอยากจะถามเริ่มไม่สำคัญเท่าไหร่แล้วในตอนนี้
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
ฉินเหนียนถึงกับบอกว่าตัวเองใจสั่นงั้นเหรอ?
ต่อให้เป็นคนที่มีนิสัยโดดเดี่ยวอย่างลั่วอั๋งเป็นคนพูด ฉงอี้ซิงก็คงไม่ตกใจขนาดนี้
แต่นี่คนที่พูดออกมากลับเป็นฉินเหนียน คนที่พวกเขายอมรับกันว่าน่าจะใช้ชีวิตอยู่กับภารกิจไปจนตายเนี่ยนะ?
ฉินเหนียนทั้งหล่อและมีความสามารถสูงมาก
ทุกภารกิจเขาทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนเบื้องบนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
แต่เพราะการได้รับความสำคัญนี่เอง ทำให้ในใจของฉินเหนียนแทบจะมีแต่เรื่องงาน
อย่างครั้งนี้ ความจริงพวกเขาสามารถทิ้งหลินเนี่ยนเนี่ยนแล้วออกจากเมืองดีไปได้เลย
แต่เบื้องบนบอกว่านี่คือภารกิจ
ฉินเหนียนถึงได้พาพวกเขาเสี่ยงชีวิตบุกเข้าไปในโรงเรียนมัธยมหนึ่งเพื่อช่วยหลินเนี่ยนเนี่ยน
ที่ฉงอี้ซิงมาหาเรื่องคุยกับฉินเหนียน ก็เพราะเรื่องที่ตอนกลางวันฉินเหนียนไม่ขัดขวางตอนสื่อผิงอันจะโยนหลินเนี่ยนเนี่ยนทิ้ง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รำคาญหลินเนี่ยนเนี่ยนนะ แต่การโยนยัยนั่นทิ้งก็เท่ากับว่าภารกิจล้มเหลว
เขาไม่คิดเลยว่าตำแหน่งของซือเซี่ยในใจฉินเหนียนจะสำคัญยิ่งกว่าภารกิจเสียอีก
ช่วงแรกฉงอี้ซิงคิดว่าความใจดีที่ฉินเหนียนมีให้ซือเซี่ยเป็นเพราะความซาบซึ้ง เพราะถ้าซือเซี่ยไม่ปรากฏตัว ผลลัพธ์ที่รอพวกเขาอยู่คงไม่พ้นต้องติดแหง็กจนตายในห้องเรียน หรือไม่ก็ต้องมีคนเสียสละตอนบุกฝ่าออกมา
เขาเองก็ซาบซึ้งในตัวซือเซี่ยเหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังคงระแวงในการปรากฏตัวที่กะทันหันของเธอมาตลอด
นั่นคือเหตุผลของการสนทนาในคืนนี้
แต่ไม่คิดเลยว่า ผลลัพธ์จากการพูดคุยจะหลุดโลกยิ่งกว่าความเป็นไปได้ทั้งหมดที่เขาคาดการณ์ไว้
ฉงอี้ซิงโดนความ "ไม่คิดเลย" ในใจรุมเร้าจนนอนไม่หลับ ส่วนสื่อผิงอันที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ ก็โดนเขาพลิกตัวไปมาจนนอนต่อไม่ได้เหมือนกัน
“พี่ซิง เลิกขยับตัวซะที!” โดนปลุกเป็นครั้งที่สี่ สื่อผิงอันอ้อนวอนด้วยความทรมาน
ฉงอี้ซิงได้ยินเสียงเขาแล้วดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมา
-
ดวงดาวบนฟ้ายังคงงดงาม
แต่อารมณ์ของสื่อผิงอันไม่สวยงามตามไปด้วยเลย
เขาหาวออกมาพลางขยี้ตาด้วยความหงุดหงิด “พี่ซิง ไม่หลับไม่นอนเรียกผมออกมาทำไมเนี่ย ข้างนอกมันอันตรายนะ!”
ฉงอี้ซิงไม่สนคำบ่นของเขาพลางจุดบุหรี่ขึ้นอีกมวน
เมื่ออยู่ต่อหน้าสื่อผิงอัน คำถามของเขาก็ตรงไปตรงมาขึ้นมาก “นายคิดว่าซือเซี่ยเป็นยังไง?”
“ดีสิ” สื่อผิงอันง่วงจนเบลอ ตอบออกไปตามสัญชาตญาณ “ซือเซี่ยเป็นคนดีมาก ทั้งให้เสบียง ทั้งบอกทาง แค่จิตใจดีเกินไปหน่อยเท่านั้นแหละ”
พอตอบจบ เขาก็เริ่มตื่นเต็มตา “ทำไมล่ะพี่ซิง พี่ไม่ชอบซือเซี่ยเหรอ?”
“ไม่ใช่ไม่ชอบหรอก แค่รู้สึกว่าการปรากฏตัวของเธอมันน่าสงสัยน่ะ” ฉงอี้ซิงอธิบายเสียงเรียบ
ในเมื่อซือเซี่ยจู่ๆ ก็โผล่มาต่อหน้าพวกเขา จะไม่ให้เขาคิดมากได้อย่างไร
สื่อผิงอันถึงเพิ่งเข้าใจความหมายของฉงอี้ซิง และเข้าใจความรู้สึกของเขาด้วย
ก่อนวันสิ้นโลก พวกเขาทั้งห้าคนมักจะออกปฏิบัติภารกิจด้วยกันเสมอ
ฉงอี้ซิงเป็นคนละเอียดรอบคอบ มักจะคิดเผื่อไว้หลายชั้นเสมอ เพราะภารกิจของพวกเขาทุกครั้งล้วนพิเศษและอันตราย
แต่ตอนนี้คือวันสิ้นโลก
สื่อผิงอันพูดออกมาเพียงประโยคเดียว “โลกเป็นแบบนี้ไปแล้ว เธอจะเข้าหาพวกเราเพื่อหวังผลอะไรได้อีก?”
เพียงประโยคสั้นๆ ง่ายๆ
ทำให้ฉงอี้ซิงที่หมกมุ่นมานานตาสว่างทันที
นั่นสินะ
นี่มันวันสิ้นโลกแล้ว
ซือเซี่ยเข้าหาพวกเขาจะได้ประโยชน์อะไร?
หวังให้ปกป้องเหรอ?
ดูฝีมือที่เธอจัดการกับซอมบี้เด็กตอนกลางวันแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยต้องการความคุ้มครองเท่าไหร่นะ
หรือจะหวังตัวคน?
นั่นก็คงไม่ใช่เขาแน่ๆ
ตราบใดที่แน่ใจว่าเธอไม่มีเจตนาร้ายกับพวกเขา แล้วการจะยอมรับเธอเข้ามามันจะเสียหายตรงไหนกัน?
ฉงอี้ซิงวางความกังวลลง ยิ้มพลางตบไหลสื่อผิงอัน “กลับไปนอนเถอะ”
สื่อผิงอันถลึงตาใส่เขาทีหนึ่งก่อนจะรีบเดินกลับเข้าห้อง
-
หลินเนี่ยนเนี่ยนนอนไม่ค่อยหลับทั้งคืน
เธอนอนที่ห้องโถงด้านนอก เมื่อคืนพวกฉินเหนียนเดินเข้าเดินออกตลอดเวลา หลินเนี่ยนเนี่ยนกลัวว่าถ้าหลับไปแล้วจะโดนพวกเขาแอบโยนทิ้งไว้ข้างนอก
เลยไม่กล้าหลับเลยสักนิด
พอนอนไม่พอ สีหน้าของหลินเนี่ยนเนี่ยนจึงดูแย่มาก
หลิวซิงที่อยู่ข้างๆ กินมื้อเช้าเสร็จเห็นท่าทางของเธอจึงเอ่ยถามสองสามประโยค
พอรู้ว่าหลินเนี่ยนเนี่ยนนอนไม่หลับเพราะกลัวโดนพวกฉินเหนียนโยนทิ้ง แววตาของเขาก็สั่นไหว
เขาดึงเธอเข้ามากอดปลอบ “เนี่ยนเนี่ยน ช่วงนี้พวกเราอย่าไปยั่วโมโหพวกเขาเลย รอจนได้เจอพ่อของเธอแล้ว เธออยากจะจัดการพวกเขายังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ”
หลินเนี่ยนเนี่ยนซบอยู่ในอ้อมกอดเขา ก้มหน้าลงด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก “ฉันรู้แล้ว พี่หลิวซิง”
เธอแทบจะกลั้นใจพูดประโยคนั้นออกมาด้วยความขยะแขยง
หลิวซิงหน้าตาก็ไม่ดี ตัวก็เริ่มมีกลิ่นเหม็น
แต่ตอนนี้เธอไม่มีใครให้พึ่งพาได้อีกแล้ว นักเรียนชายที่เหลืออีกสองคนหน้าตายังดูแย่กว่าหลิวซิงเสียอีก
ในใจของหลินเนี่ยนเนี่ยนเริ่มพาลไปเกลียดฉินเหนียนอีกครั้ง
เพราะเขาแท้ๆ!
ถ้าเขาดีกับเธอมากกว่านี้สักหน่อย เธอจะจำเป็นต้องมาทำดีกับไอ้กระจอกอย่างหลิวซิงทำไม?
รอให้เจอพ่อก่อนเถอะ เธอจะสั่งฆ่าพวกมันให้หมด!
รวมถึงไอ้หลิวซิงนี่ด้วย!
หลิวซิงไม่รู้เลยว่าสิ่งที่หลินเนี่ยนเนี่ยนคิดในใจคือจะฆ่าเขาอย่างไรหลังจากเจอพ่อ
เขาที่ยอมรับการเอาใจของหลินเนี่ยนเนี่ยนและยอมออกหน้าแทนเธอก็แค่เพราะเห็นแก่ตำแหน่งพ่อของเธอเท่านั้น
บวกกับที่หลินเนี่ยนเนี่ยนเป็นเทพธิดาในดวงใจของนักเรียนชายหลายคนในโรงเรียน
การได้โอบกอดอดีตเทพธิดาไว้ในอ้อมกอดแบบนี้ หลิวซิงจะรู้สึกภาคภูมิใจแค่ไหนคงไม่ต้องบรรยาย
เขากระทั่งแอบนึกขอบคุณซอมบี้พวกนั้นอยู่ในใจลึกๆ เสียด้วยซ้ำ
-
ซือเซี่ยตื่นมาด้วยอารมณ์ไม่ค่อยจอยเท่าไหร่
ผ้าห่มผืนเล็กที่เธอใช้คลุมหัวไว้โดนคนดึงออกไปอีกแล้ว
ถามระบบชาเขียว ยัยระบบเน่าก็ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนดึง
ซือเซี่ยเลยยิ่งหงุดหงิด จิ้มนิ้วลงบนอากาศมั่วๆ เพื่อทำภารกิจร้องเรียนระบบประจำวันให้เสร็จสิ้น
น่ารำคาญฉิบ!
ไม่รู้ว่าไอ้โรคจิตที่ไหนมาดึงผ้าห่มเธอ!
คืนนี้เธอนอนเธอจะเอาหน้ากากมาสวมหัวนอนให้ดู!
ซือเซี่ยตื่นสาย ในห้องเหลือเพียงฉงอี้ซิงคนเดียว พอเห็นเธอตื่นเขาก็ส่งยิ้มทักทาย “อรุณสวัสดิ์นะเซี่ยเซี่ย!”
ซือเซี่ยปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ตอบรับเสียงนุ่มนวลตามมารยาท “อรุณสวัสดิ์ พี่ชาย”
พูดจบเธอก็หันหลังทำหน้าตาย เก็บผ้าห่มผืนเล็กลงเป้อย่างไร้อารมณ์
อรุณสวัสดิ์หาพระแสงอะไร?
ยิ้มทำไมมิทราบ?
ไม่เห็นหรือไงว่าอารมณ์ไม่ดี?
ฉงอี้ซิงเห็นการเปลี่ยนสีหน้าของเธอชัดเจนแต่ก็ไม่ได้ถือสา กลับยิ้มกว้างกว่าเดิม
ดูท่าจะหวังตัวคนจริงๆ ด้วยแฮะ!
พอนึกถึงปฏิกิริยาที่ซือเซี่ยมีต่อแต่ละคน ฉงอี้ซิงก็สรุปกับตัวเองได้ทันที
อ้อ ที่แท้กับฉินเหนียนนี่คือใจตรงกันนี่เอง
-
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ พวกฉินเหนียนที่ออกไปก่อนหน้าก็กลับมา
พวกเขาทันทีที่ตื่นก็ออกไปสำรวจสภาพแวดล้อมรอบศูนย์โลจิสติกส์ทันที
สื่อผิงอันถือกระดาษแผ่นหนึ่งในมือ พอเห็นซือเซี่ยก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม “อรุณสวัสดิ์ เซี่ยเซี่ย”
ซือเซี่ยตอบอย่างเนือยๆ “...อรุณสวัสดิ์ พี่ชาย”
เลิกทักทายกันซะทีเถอะ!
เธอยังหาตัวคนดึงผ้าห่มไม่เจอ อารมณ์บูดโว้ย!
เว่ยเหยียนอันก็เดินเข้ามาหา “อรุณสวัสดิ์นะ เซี่ยเซี่ย”
ซือเซี่ย “...อรุณสวัสดิ์ พี่ชาย”
อา!
น่ารำคาญโว้ย!
คนสุดท้ายที่เดินเข้ามาคือฉินเหนียน เขาใช้ทิชชูเปียกเช็ดมือแล้วเดินมาลูบหัวซือเซี่ยตามความชิน
ซือเซี่ยก้มหน้าลงพลางกลอกตา ไม่พูดอะไร
“เป็นอะไรไปแม่หนูน้อย?” ดูเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ฉินเหนียนโน้มตัวลงมามองซือเซี่ยแล้วถาม “อารมณ์ไม่ดีเหรอ?”
อา!
ในที่สุดก็มีคนรู้ซะทีว่าเธออารมณ์ไม่ดี!
ซือเซี่ยรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย เริ่มบ่นระบายออกมา “พี่ชาย เมื่อคืนไม่รู้ว่าใครมาดึงผ้าห่มหนู โรคจิตที่สุดเลย!”
ได้ยินคำบ่นของเธอ ฉินเหนียนผู้เป็นไอ้โรคจิตคนนั้นก็ลูบหัวเธออย่างเก้อเขิน “พี่เป็นคนดึงเองแหละ”
อะไรนะ?
ซือเซี่ยจ้องหน้าฉินเหนียนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น