ตอนที่ 216 ปู่กับหลาน
ก็พอจะเข้าใจได้ ในโลกวันสิ้นโลกที่แม้แต่น้ำยังหายากแบบนี้ จะไปหาใบชามาจากไหน
เธอนั่งลงพลางสังเกตเครื่องหน้าของชายชราอย่างละเอียด ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนเสิ่นฝูเฟิง (沈扶风) มาก
โดยเฉพาะดวงตาที่มีหางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย รวมถึงรูปปากที่โค้งขึ้น
ทำให้ดูเป็นคนใจดีและให้ความรู้สึกเหมือนกำลังส่งยิ้มให้คนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา
หลังจากละเลียดรสชาติชาเสร็จ ชายชราก็ค่อยๆ เอ่ยปาก "บอสลู่ ที่ผมมาในวันนี้ไม่ใช่เพื่อจะให้คุณส่งมอบทรัพยากรหรือส่งตัวผู้มีพลังพิเศษให้ทางการ แต่ผมอยากจะร่วมมือกับคุณ และร้านค้าเหล่านี้ครับ"
"ผมรู้ว่าคุณเพิ่งเปิดตัวมินิโปรแกรมออนไลน์มอลล์ขึ้นมา แต่มันราคาสูงเกินไปสำหรับคนธรรมดาที่ไม่มีกำลังไปล่าซอมบี้ พวกเขาไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับ ผมหวังว่าจะสามารถซื้อทรัพยากรเหล่านี้ได้ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม"
ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและจริงใจมาก แววตาของเขาเป็นประกายด้วยสิ่งที่เรียกว่า "ความศรัทธา"
ลู่หลีไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธในทันที แต่ในใจเธอนั้นยินดีจะช่วย
ขอแค่ไม่ขาดทุนและยังทำกำไรได้ก็พอ จะกำไรมากหรือน้อยก็อีกเรื่องหนึ่ง
"คุณรู้จักเสิ่นฝูเฟิงไหมคะ?" ลู่หลีถามพลางจ้องเขม็งไปที่เขา ไม่ยอมให้คลาดสายตาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
มือของชายชราที่จับแก้วชาอยู่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติ สีหน้ายังคงราบเรียบจนมองไม่เห็นพิรุธใดๆ
"เสิ่นฝูเฟิงเหรอ? หลานชายผมเองครับ! ทำไมครับ บอสลู่รู้จักเขาด้วยเหรอ?" ชายชราถามหยั่งเชิง
"บังเอิญเคยเจอกันครั้งหนึ่งค่ะ พอเห็นคุณแล้วถึงได้รู้ว่าพวกคุณหน้าตาเหมือนกันจริงๆ" ลู่หลีตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้
เธอต้องสืบให้แน่ชัดก่อนว่าคนคนนี้มีทัศนคติอย่างไรต่อเสิ่นฝูเฟิง ถึงจะยอมเปิดเผยความจริง
"เคยเจอเหรอ? ที่ไหนครับ?" ชายชราเผลอกำแก้วชาแน่นจนมือสั่น เขาแอบซ่อนมืออีกข้างไว้ใต้โต๊ะ พยายามข่มอารมณ์ตัวเองอย่างสุดความสามารถ
ลู่หลีเอนหลังพิงพนัก แสร้งทำเป็นใช้ความคิด "จำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ ที่เมืองหลัวติ้ง (罗定市) หรือว่าที่จี๋ชุน (吉春) กันนะ?"
"ต้องเป็นเมืองจี๋ชุนแน่ๆ!" ชายชรายืนยัน มุมปากของเขาสั่นระริกจนแทบจะเก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่
แต่เขาก็ควบคุมตัวเองได้อย่างรวดเร็ว กลับมามีสีหน้ายิ้มแย้มสดใสเหมือนเดิม "บอสลู่พอจะจำได้ไหมว่าเจอแถวฐานที่มั่นไหน? หลานชายคนนี้ของผมติดตามพ่อของเขาไปตั้งแต่เด็ก..."
พูดไปพลางน้ำเสียงก็เริ่มแฝงความเหนื่อยล้าของคนแก่และความคิดถึงที่มีต่อลูกหลานออกมา
"พลัดพรากกันเหรอคะ?" ลู่หลีถาม
"ครับ... พลัดพรากกัน ลูกชายของผมไม่อยู่แล้ว ผมเพิ่งจะส่งคนออกตามหาเสี่ยวเฟิงมาตลอด แต่ก็หาไม่เจอเลย..." ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
ลู่หลีถามต่อ "ถ้าหาเจอแล้ว... คุณจะทำยังไงคะ? จะพามาอยู่ข้างกายเหรอ? แต่รอบตัวคุณมีแต่อันตราย เขาอาจถูกจับไปเป็นตัวประกันเพื่อใช้ข่มขู่คุณได้นะคะ"
ชายชราชะงักไป เขาไม่ใช่ไม่เคยคิดถึงปัญหานี้ แต่ความถวิลหาที่มีต่อหลานชายมันมีมากกว่าทุกสิ่ง
"ผม..." เขาพูดไม่ออก
ลู่หลีถอนหายใจยาว เธอเบี่ยงตัวส่งข้อความหาเสิ่นปิง (沈冰) จากนั้นจึงลุกขึ้นเติมน้ำชาให้ชายชรา
ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูห้องเก็บของก็ดังขึ้น ชายชราสะดุ้งสุดตัว เขารีบจัดแจงอารมณ์และสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แล้วหันไปมองที่ประตูด้วยแววตาอ่อนโยน
ลู่หลีเปิดประตูออก ด้านนอกคือชายหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งคู่กระซิบกระซาบกันครู่หนึ่งจนชายชราที่หูไม่ค่อยดีฟังไม่ถนัด
แต่เขามองลอดผ่านร่างของทั้งคู่ไป เห็นเหมือนมีเด็กตัวเล็กๆ ยืนอยู่ข้างหลังชายหนุ่มคนนั้น? ความเป็นไปได้มากมายพรั่งพรูเข้ามาในหัว
เขาอดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่า นั่นคือเสี่ยวเฟิงหรือเปล่า? แต่ทำไมเสี่ยวเฟิงถึงมาอยู่ที่ฐานที่มั่นกลางได้ล่ะ...?
ครู่ต่อมา ลู่หลีเบี่ยงตัวออก ชายหนุ่มคนนั้นก็เบี่ยงตัวตาม เผยให้เห็นใบหน้าของเด็กชายคนหนึ่ง
ทั้งคู่สบตากัน ราวกับมีแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของดวงวิญญาณกระแทกเข้าใส่คนทั้งสอง
เขารู้ทันที... นี่แหละเสี่ยวเฟิง!
แม้หน้าตาจะเปลี่ยนไปบ้างจากครั้งล่าสุดที่เจอ แต่เขามั่นใจอย่างที่สุดว่านี่คือเสี่ยวเฟิง
ชายชราใช้มือยันโต๊ะพยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ เดินเข้าไปหาเด็กชายด้วยมือที่สั่นเทา เสิ่นฝูเฟิงเองก็รับรู้ได้ เขารีบก้าวเข้าไปพยุงและโผเข้ากอดปู่ของเขาไว้แน่น
ช่วงเวลานี้เสิ่นฝูเฟิงกินอิ่มนอนหลับ หน้าตาเริ่มมีน้ำมีนวลและมีเลือดฝาด แถมยังตัวสูงขึ้นนิดหน่อย จากเดิมที่ผอมโซจนอายุเจ็ดขวบดูเหมือนห้าขวบ
เสิ่นฝูเฟิงเอ่ยอย่างลังเล "คุณปู่ครับ?" น้ำเสียงของเขาสั่นเครืออย่างห้ามไม่ได้ ขอบตาเริ่มแดงก่ำทันที
ชายชราได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็กั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขาค่อยๆ ย่อตัวลงกอดตอบเสิ่นฝูเฟิงพลางสะอื้นไห้
ส่วนใหญ่เป็นตัวชายชราเองที่ร้องไห้ เพราะในแต่ละวันเขาต้องแบกรับความกดดันทางจิตใจมหาศาล ขั้วอำนาจต่างๆ จ้องจะทำลายกัน ฐานที่มั่นกลางเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่ตาเห็น
ทุกอย่างเหมือนฟองสบู่ลูกใหญ่ที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ
หลานชายคือปมในใจของเขามาตลอด เขาอยากเจอแต่ก็กลัวที่จะเจอ เมื่อในที่สุดก็ได้พบกัน กำแพงในใจของเขาก็พังทลายลงทันที...
ลู่หลีและเสิ่นปิงแอบเดินออกไปเงียบๆ พร้อมกับช่วยปิดประตูให้
ทั้งคู่ออกมานั่งที่โซฟาพลางถอนหายใจออกมาพร้อมกัน เสิ่นปิงเห็นว่าลู่หลีดูอารมณ์ไม่ค่อยสู้ดีนักจึงเอ่ยขึ้น "ผมเห็นท่านผู้เฒ่าเสิ่นบ่อยๆ ครับ"
เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่งเพื่อรอการตอบรับจากลู่หลี เมื่อเห็นเธออือออในลำคอเบาๆ
เสิ่นปิงจึงพูดต่อ "ท่านเป็นคนแก่ที่ดูมีพลังและเข้มแข็งมาก ราวกับว่าไม่มีอุปสรรคใดจะทำให้เขาล้มลงได้เลย"
"ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ" ลู่หลีตอบเสียงเบา
ตอนที่อยู่ตรงโต๊ะน้ำชา ท่าทางของเขาดูสง่างามและสมเกียรติ แฝงไปด้วยคำขอร้องเล็กๆ
เขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง
"สรุปคือ เมื่อกี้เขาเสนอจะซื้อทรัพยากรจากฉันค่ะ" ลู่หลีบอก
"ผมไม่มีความเห็นครับ ออนไลน์มอลล์เราก็แชร์ให้พวกเหอเล่อไปแล้วไม่ใช่เหรอ?" เสิ่นปิงถามพลางชำเลืองมองแววตาที่มุ่งมั่นของเธอ
ลู่หลีส่ายหน้า "ท่านผู้เฒ่าเสิ่นบอกว่ามันแพงไปค่ะ เขาอยากซื้อในราคาที่ถูกลง ลูกค้าของเขาคราวนี้ไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษ แต่เป็นคนธรรมดาค่ะ"
เสิ่นปิงมีความคิดเดียวกับเธอ ขอแค่ไม่ทำธุรกิจขาดทุน จะกำไรน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร
เขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตในวันสิ้นโลกมาสิบปีเต็ม เห็นเหตุการณ์แย่งชิงอาหาร ขายลูกหลาน หรือแม้แต่ขายตัวเองมานับไม่ถ้วน
เขายังรู้ดีว่าคนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษต้องลำบากแค่ไหนในการเอาชีวิตรอด เขาจึงมีความเห็นอกเห็นใจทุกคนเป็นพิเศษ
เขาจึงพยักหน้าตกลงอย่างรวดเร็ว "ได้ครับ เดี๋ยวผมลิสต์ราคาทุนให้คุณ แล้วคุณค่อยตัดสินใจว่าจะตั้งราคาเท่าไหร่"
"โอเคค่ะ" ลู่หลีรับคำ
ทั้งคู่นั่งเงียบๆ อยู่บนโซฟาเพื่อรอคอย ให้เวลาและพื้นที่แก่ปู่หลานได้พูดคุยกัน
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ประตูห้องเก็บของก็เปิดออก เสิ่นฝูเฟิงเดินออกมาด้วยดวงตาที่แดงก่ำพลางสูดน้ำมูก เขาค่อยๆ เดินมาหยุดตรงหน้าทั้งสองคน
"พี่ลู่หลีครับ พี่เสิ่นปิงครับ คุณปู่บอกว่าอยากให้ผมอยู่ที่นี่ต่อไป จะได้ไหมครับ?" น้ำเสียงของเขาดูอู้อี้และแฝงความกังวลเล็กน้อย
เขากลัวว่าพอเจอคุณปู่แล้ว พี่ๆ จะไม่ยอมรับเลี้ยงเขาอีก
ลู่หลีรีบคว้าไหล่เขาไว้ทันที ร่างกายเขาดูแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนมาก เธอเอ่ยอย่างหนักแน่น "ได้แน่นอนจ้ะ! เธอจะเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ตลอดไป พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ!"
เสิ่นฝูเฟิงยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ทันใดนั้นเขาก็เผลอเป่าน้ำมูกออกมาเป็นฟองสบู่ลูกใหญ่จนมันแตกดัง "ป๊อป" กระเด็นใส่หลังมือลู่หลีเต็มๆ
"อี๋~" ลู่หลีทำหน้าแหยพลางเอามือไปเช็ดกับเสื้อของเสิ่นปิง ส่วนฝ่ายชายก็นั่งนิ่งๆ ยอมทำหน้าที่เป็นผ้าเช็ดมือที่ดีให้เธอ
จบตอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น