-->

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 213 สถาบันวิจัยฐานที่มั่นกลาง






ตอนที่ 213 สถาบันวิจัยฐานที่มั่นกลาง

หลังจากใช้เวลาเพาะปลูกมาช่วงหนึ่ง ตอนนี้ในแปลงมีทั้งบวบเหลี่ยม, ฟักทอง, มะเขือยาว, แตงกวา, แฟง, แตงโม, ลูกท้อ, สาลี่ และสน...

จำนวนมีไม่มากนัก ใครมาก่อนได้ก่อน

ลู่หลีเคยคิดจะนำแฟง แตงโม หรือฟักทองมาตัดแบ่งขาย แต่ตอนนี้อากาศร้อนจัด การเก็บรักษาทำได้ยาก เธอจึงตัดสินใจขายแบบทั้งลูกแทน

เธอนำผลผลิตในแปลงผักเล็ก ๆ ทั้งหมดที่พร้อมขายขึ้นระบบออนไลน์ พรุ่งนี้เช้าเวลาสิบโมงตรง เตรียมตัวกดแย่งกันได้เลย!

“เฮ้อ ในที่สุดก็จัดการเสร็จเสียที” ลู่หลีถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

เธอกวาดสายตามองไปไกล ๆ เพื่อพักผ่อนสายตา แต่กลับเหลือบไปเห็นกลุ่มคนท่าทางประหลาดกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่รถบ้าน

พวกเขาสวมชุดเครื่องแบบที่ดูคล้ายกับชุดกาวน์ของหมอ เพียงแต่เป็นสีเทาดำ

ตรงหน้าอกปักตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้ว่า: สถาบันวิจัยฐานที่มั่นกลาง

เสื้อผ้าของพวกเขาดูค่อนข้างสมบูรณ์และสะอาดสะอ้าน ไม่เหมือนกับผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ ที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและสกปรกมอมแมม บางคนในกลุ่มยังสวมแว่นตาอีกด้วย

ดูแล้วเหมือนคนมีความรู้ แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ดูท่าจะไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ

ลู่หลีหรี่ตาลง พักนี้ใครก็ตามที่มาจากฐานที่มั่นกลางเธอมักจะรู้สึกว่าไม่มีเรื่องดีเสมอ

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่คนกลุ่มนี้เดินเข้ามาถึง ก็เอ่ยด้วยท่าทางยะโสและมองว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้วว่า:

“ได้ยินว่าเธอคือลู่หลี ที่ปลูกผลไม้กับผักขึ้นมาได้งั้นเหรอ? ส่งมาให้พวกเรานำกลับไปวิจัยหน่อยสิ รับรองว่าจะทำให้ผลผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน”

ลู่หลีฟังแล้วแทบจะหลุดขำ ความกล้า... บ้าบิ่นนี้ได้มาจากไหนกัน?

เดินเข้ามาถามทื่อ ๆ เลยว่า เฮ้ เอาผลไม้กับผักของเธอมาให้ฉันหน่อยสิ

เธอหัวเราะจนตาหยี รอยยิ้มที่สดใสราวกับไอศกรีมในฤดูร้อนทำให้ผู้ที่มองรู้สึกสดชื่น

แต่สำหรับกลุ่มคนจากสถาบันวิจัยนี้ มันคือการเยาะเย้ยอย่างรุนแรง

“เธอขำอะไร? การที่พวกเราต้องการผักผลไม้ของเธอน่ะถือเป็นวาสนาของเธอนะ เธอควรจะประคองส่งให้พวกเราด้วยสองมือสิ! นี่คือผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถกอบกู้มวลมนุษยชาติได้ เธอมีอะไรไม่พอใจงั้นเหรอ วัยรุ่นสมัยนี้ช่างไร้สัมมาคารวะจริง ๆ!”

ชายคนหนึ่งที่มีหน้าตาเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้น ปากของเขาขยับรัวราวกับปืนกล พ่นคำพูดประชดประชันออกมาไม่หยุด

เขาเหลือบเห็นถาดผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ จึงยื่นมือออกไปหมายจะคว้ามา แต่กลับถูกม่านพลังที่มองไม่เห็นและให้ความรู้สึกนุ่มนวลขวางกั้นไว้

“อุ๊ย วาสนาแบบนี้ให้คุณเอาไปคนเดียวเลยดีไหมคะ?” ลู่หลีมองการกระทำของเขาแล้วค่อย ๆ หุบยิ้ม ดวงตาสีดำขลับเต็มไปด้วยความเย็นชา

นี่กะจะเอาศีลธรรมมาครอบหัวฉันเลยงั้นเหรอ?

กลุ่มคนจากสถาบันวิจัยถึงกับพูดไม่ออก หากลองคิดกลับกัน ใครจะชอบที่จู่ ๆ ต้องส่งมอบของรักของหวงให้คนอื่นฟรี ๆ

ลู่หลียักไหล่อย่างไม่ยี่หระแล้วเอ่ยว่า “พ่อค้าแม่ค้าเขาก็หวังผลกำไรกันทั้งนั้น พรุ่งนี้สิบโมงเช้า ฉันจะเปิดขายผักผลไม้สด ถึงตอนนั้นก็มาวัดดวงกันเอาเองนะคะ”

“เธอเป็นส่วนหนึ่งของหัวเซี่ยแท้ ๆ กลับไม่เห็นใจผู้รอดชีวิต ในหัวมีแต่เรื่องกินดื่มเที่ยวเล่นของตัวเอง! เธอ! เธอทำตัวแบบนี้ได้ยังไง!”

ชายหน้าเจ้าเล่ห์คนเดิมโพล่งขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดแต่ละคำล้วนเป็นการกดดันทางศีลธรรม ซึ่งลู่หลีเกลียดวิธีแบบนี้ที่สุด!

“อิจฉาเหรอคะ?” ลู่หลีชำเลืองมองเขาแล้วถามกลับไปนิ่ม ๆ

คนแถวนี้บางคนเริ่มทนดูไม่ไหว จึงช่วยส่งเสียงสนับสนุน “สถาบันวิจัยของพวกคุณน่ะ ทำเรื่องที่มีสาระบ้างได้ไหม?”

“นั่นสิ วิจัยออกมาไม่ได้เรื่องสักอย่าง แต่เรื่องเยอะน่ะเป็นที่หนึ่ง”

“วัน ๆ เอาแต่สูบทรัพยากรไปมากที่สุด นิวเคลียสคริสตัลก็ได้ไปเยอะที่สุด แต่ผลลัพธ์ล่ะ? พวกเรายังต้องกินเยลลี่เฮงซวยที่วิจัยออกมาเมื่อหลายปีก่อนอยู่เลย!”

“ใครจะว่าไม่จริงล่ะ แถมยังทำตัวกร่าง วางอำนาจเพราะถือว่าตัวเองเป็นคนของสถาบันวิจัยทุกวี่ทุกวัน!”

ทุกคนล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษ เมื่อมีคนหนึ่งเริ่มส่งเสียง คนที่สิบคนที่ร้อยก็ตามมาทันที

ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมของสถาบันวิจัยในยามปกตินั้นช่างน่ารังเกียจและสกปรกจริง ๆ!

ทรัพยากรก็เลือกเอาแต่สิ่งที่ดีที่สุด คริสตัลก็ได้ไปมากที่สุด แต่ผลงานวิจัยหลายปีมานี้กลับไม่เห็นโลงเห็นธรรมเลยสักอย่าง!

ไม่แปลกใจเลยที่ทุกคนจะมีความโกรธแค้นต่อพวกเขา

แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือพวกระดับสูงของฐานที่มั่นยังตามใจสถาบันวิจัยสุด ๆ คอยโอ๋และประคบประหงมด้วยของกินของใช้ที่ดีที่สุด

หากวิจัยของที่มีประโยชน์ออกมาได้บ้าง ทุกคนก็คงไม่ด่าทอขนาดนี้

นี่ถึงขั้นจะมาแย่งผักผลไม้ของบอสลู่อีกเหรอ?! นี่เป็นของที่บอสลู่บอกว่าจะเปิดขายตอนสิบโมงเช้าวันพรุ่งนี้เชียวนะ!

แถมยังเป็นสินค้าจำกัดจำนวนด้วย ถ้าขาดไปลูกหนึ่งมันก็คือหายไปลูกหนึ่งจริง ๆ!

คนของสถาบันวิจัยมีสีหน้าโกรธจัด ความรู้สึกเหนือกว่าที่สั่งสมมานานทำให้พวกเขาโกรธแค้นกับสถานการณ์ตรงหน้า!

พวกแกเป็นตัวอะไร ถึงบังอาจมาชี้นิ้วสั่งพวกเรา?

ต่อให้ไม่มีผลงานวิจัยแล้วจะทำไม? ฐานที่มั่นกลางก็ยังต้องการพวกเราอยู่ดี!

“มาจุ้นจ้านอะไรด้วย มีใครคุยกับพวกแกหรือไง?!” ชายหน้าเจ้าเล่ห์ตะคอกก้อง

ลู่หลีกอดอก ยืนมองดูเรื่องสนุกด้วยรอยยิ้ม เธอเคยนึกว่าคนของสถาบันวิจัยจะเก่งกาจหรือดูน่าเกรงขามกว่านี้เสียอีก

ถ้าทุกคนเป็นพวกกระจอกแบบนี้ มนุษยชาติคงถึงกาลอวสานในเร็ววัน

เธอเอ่ยไล่ “พอเถอะ ๆ อย่ามาทำตัวขายหน้าแถวนี้เลย รีบไปได้แล้วค่ะ”

คนจากสถาบันวิจัยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ สายตาของลูกค้าโดยรอบแทบจะทิ่มแทงพวกเขาจนตายได้อยู่แล้ว จึงได้แต่สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปด้วยความโกรธ

ทันทีที่พวกเขาไป บรรยากาศตรงนั้นก็ผ่อนคลายลงมาก ทุกคนต่างกรูเข้ามาถาม

“บอสลู่ครับ พรุ่งนี้มีผลไม้ขายจริง ๆ ใช่ไหมครับ? ราคาเท่าไหร่เหรอครับ?”

“นั่นสิครับ มีจำนวนเท่าไหร่เหรอ? เยอะไหมครับ?”

คำถามพรั่งพรูออกมาล้วนเป็นเรื่องที่พวกเขาสนใจที่สุด คือราคาและจำนวน

ส่วนเรื่องคุณภาพนั้นพวกเขาไม่กังวลเลย พวกเขาไว้ใจในนิสัยของบอสลู่เต็มร้อย และนี่มันคือผลไม้เชียวนะ!

ของที่หาดูได้ยากยิ่ง!

ถ้าสามารถแย่งมาได้สักลูก รับรองว่าอารมณ์จะดีไปตลอดทั้งเดือนแน่นอน!

ลู่หลีชะงักไป เพราะเธอยังไม่ได้กำหนดราคาที่สำคัญที่สุดเลย เธอจึงรีบตอบปัด ๆ ไปชุดหนึ่งเพื่อส่งพวกเขากลับไป

เธอหันหลังกลับมานั่งลงบนโซฟา เซิ่งเสวียนยังไม่กลับ เขาช่างรู้ความรีบรินน้ำอุ่นมาให้เธอแก้วหนึ่ง

ลู่หลีดื่มรวดเดียวหมด พักสักครู่แล้วจึงถามว่า “ผักผลไม้พวกนั้น นายคิดว่าควรจะขายเท่าไหร่ดีคะ?”

“ผมไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลยครับ คุณกำหนดได้เลยครับ” เซิ่งเสวียนรีบโบกมือปฏิเสธ

ลู่หลีมองดูหมวด [ผักและผลไม้สด] ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในออนไลน์มอลล์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์แสง ในนั้นมีสินค้ากว่ายี่สิบรายการ

อย่างแรกคือแอปเปิล มันเป็นผลไม้ที่ดูธรรมดา แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก

ผลไม้ในวันสิ้นโลกนั้นขาดแคลนอย่างยิ่ง ระดับความต้องการสูงยิ่งกว่ายา และเป็นรองเพียงแค่อาวุธเท่านั้น

งั้นก็ขายเป็นลูกแล้วกัน สุ่มขนาดเอา

“งั้นแอปเปิลหนึ่งลูกขายห้านิวเคลียสคริสตัลระดับหนึ่ง เป็นไงคะ?”

หลังจากนิ่งคิดอยู่นาน ลู่หลีจึงถามความเห็นจากเซิ่งเสวียน และสบเข้ากับดวงตาที่ดูจริงจังของเขาพอดี มันดูเหมือนบ่อน้ำพุที่ลึกและสงบนิ่ง

เขาพยักหน้าทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว “ถ้าเป็นผม ผมซื้อแน่นอนครับ ไม่แพงเลย”

“โอเค งั้นเอาตามนี้ค่ะ” ลู่หลีตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ทั้งคู่ช่วยกันหารือและกำหนดราคาให้สินค้าที่เหลืออย่างรวดเร็ว

มีทั้งหมด 23 รายการ โดยแอปเปิล สาลี่ และลูกท้อมีจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือพวกผลไม้จากพืชไม้เลื้อยต่าง ๆ

รวมทั้งหมดแล้วมีเกือบสามพันชุด

ถึงจะดูน้อย แต่ถ้ามีออกมาให้ทุกวันก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว

ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์แสงอีกครั้ง ตั้งใจจะยืดเส้นยืดสายต้นคอเสียหน่อย ก็เห็นเสิ่นปิงและหลัวมู่มายืนจ้องเขม็งอยู่ตรงหน้า

“พวกนายสองคนทำอะไรน่ะ?” ลู่หลีถาม พร้อมกับยื่นขาไปจะถีบหลัวมู่ แต่เขาก็หลบได้อย่างคล่องแคล่ว

หลัวมู่ถามกลับ “พวกคุณสองคนนั่นแหละทำอะไรกัน พวกเรามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วไม่ยักษ์กะจะรู้ตัวเลย” น้ำเสียงแฝงความน้อยใจสุด ๆ แถมยังมองมาด้วยดวงตาแบบลูกหมาที่น่าสงสาร

เสิ่นปิงที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้าเงียบ ๆ แววตาก็ดูน้อยใจเช่นกัน เพียงแต่เขาซ่อนมันไว้ได้ดีจนไม่มีใครสังเกตเห็น

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×