-->

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 212 ออนไลน์มอลล์ตัวใหม่





ตอนที่ 212 ออนไลน์มอลล์ตัวใหม่

เขาสั่งซื้อน้ำแร่หนึ่งขวดและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งถ้วยทันที เมื่อเห็นยอดชำระแต้มเพียงแค่สามหลัก เขาก็ซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหล เพราะมันถูกกว่าจุดแลกเปลี่ยนของฐานที่มั่นมหาศาล!

หลังจากชำระเงินสำเร็จ สินค้าที่ซื้อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า หลิวอวี่สะดุ้งกระโดดลงจากเก้าอี้ คว้าน้ำแร่มาจูบฟอดใหญ่หลายที

เขาบิดฝาขวดแล้วดื่มอึกใหญ่ไปค่อนขวด ถึงได้เริ่มรู้สึกถึงความจริงที่สัมผัสได้ว่ามันใช้งานได้จริง ซื้อออนไลน์ส่งตรงถึงที่

นี่คือข่าวดี! ข่าวดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!

หลิวอวี่ส่งข้อความเสียงรัวใส่ลู่หลีไม่ยั้ง แถมยังถ่ายรูปน้ำแร่ที่เหลือค่อนขวดกับขนมปังที่สภาพสมบูรณ์ส่งไปให้เธอด้วย

ลู่หลีที่อยู่ในรถบ้านกดเปิดข้อความเสียงโดยไม่ทันตั้งตัว เสียงตะโกนดังลั่นราวกับมาแผดเสียงอยู่ข้างหู เธอจึงรีบปิดคอมพิวเตอร์แสงโดยสัญชาตญาณ

รอสักพักเธอจึงเลือกโหมดแปลงเสียงเป็นข้อความแทน

เอาเถอะ ในข้อความเสียงหกสิบวินาทีนั่น กว่าครึ่งคือเสียงกรีดร้องด้วยความดีใจ ส่วนอีกครึ่งคือคำขอบคุณที่ฟังดูสับสนวุ่นวายปนไปกับจินตนาการอันสวยหรู

“ใช้งานได้ก็ดีแล้ว รีบกระจายข่าวออกไปเถอะค่ะ”

จะได้ไม่ต้องมาเบียดเสียดกันที่เซเว่นทั้งวันทั้งคืน...

ความจริงอาหารจานด่วนก็สามารถขายบนออนไลน์มอลล์ได้ แต่ในเมื่อมีแค่หนึ่งพันกล่องต่อวัน เธอจึงอยากให้สิทธิ์แก่ลูกค้าที่มาเข้าแถวรอหน้าหน้าร้านก่อน

หน้าเครื่องขูดสลากเครื่องใหม่ก็มีแถวยาวเหยียด พื้นที่รอบร้านสลากดูเจริญรุ่งเรืองและคึกคัก ทุกคนต่างอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

แม้จะมีความริษยาหรืออิจฉาในของรางวัลที่คนอื่นขูดได้บ้าง แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าไม่มีทางแย่งชิงมาได้! และแตะต้องไม่ได้ด้วย!

จึงได้แต่ล้มเลิกความคิดที่จะชิงทรัพย์ไป ของที่แย่งมาสู้ของที่ขูดได้เองไม่ได้ ความรู้สึกประสบความสำเร็จและความพึงพอใจแบบนี้มันพุ่งพล่านจนแทบอยากจะประกาศให้โลกรู้!

หลังจากฟังข้อความเสียงอันตื่นเต้นของหลิวอวี่จบ ลู่หลีก็ส่งข้อความหาเซิ่งเสวียน บอกให้เขาหาเวลาแวะมาหาที่รถบ้านหน่อย

จู่ ๆ เธอก็เกิดความคิดอยากจะปั้น “ออนไลน์มอลล์” ให้กลายเป็นมินิโปรแกรมที่คล้ายกับ “เหมยถวน” (Meituan) ในยุคอารยธรรม

สามารถช้อปปิ้งออนไลน์ ซื้อบะหมี่ ซื้อผลไม้ และในอนาคตอาจจะซื้ออาหารจานด่วน หรือแม้แต่ซื้อตั๋วรวมเครื่องเล่นของโรงอาบน้ำได้ในที่เดียว

รวมถึงจองห้องพักของโรงแรมรุ่งอรุณล่วงหน้าได้ด้วย นอกจากจะซื้อลอตเตอรี่ไม่ได้แล้ว มันแทบจะรวมจุดเด่นของทุกร้านเข้าไว้ด้วยกันเลย

เพียงแต่ต้องค่อย ๆ ทำไปทีละก้าว ปัญหาใหญ่ที่สุดคือจำนวนร้านยังมีน้อยเกินไป ถ้าในอนาคตสามารถเปิดเป็นแฟรนไชส์ได้ มีสาขาอยู่ในทุกเมืองหรือทุกฐานที่มั่นก็คงจะดี

ถึงตอนนั้นทุกคนคงไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไป! เมื่ออิ่มท้อง จิตใจก็จะพรั่งพร้อม และสามารถกลับมาสร้างสรรค์สังคมมนุษย์ขึ้นมาใหม่ได้!

วัน ๆ เอาแต่รบราฆ่าฟัน ชิงดีชิงเด่นกันมันจะไปสนุกอะไร!

ลู่หลีจินตนาการไปพลางยิ้มอย่างมีความสุข ดวงตาโค้งมนทอดสายตามองไปไกลด้วยแววตาแห่งความหวัง

เมื่อเซิ่งเสวียนมาถึง เขาก็ได้เห็นภาพบรรยากาศที่แสนสงบสุขนี้

เขาชะงักฝีเท้า ไม่กล้าส่งเสียงรบกวน จนกระทั่งสายตาของเธอหันมาสบเข้ากับเขา เขาถึงได้ยิ้มออกมาแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหา “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“นั่งสิ” ลู่หลีนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาพลางตบที่นั่งข้างตัวเป็นเชิงชักชวน

เซิ่งเสวียนนั่งลงอย่างว่างง่าย วางมือไว้บนเข่า ท่าทางเหมือนเด็กดี ผมเผ้าตกลงมาปรกหน้าดูนุ่มนวล

ลู่หลีครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดตรง ๆ “นายถูกฐานที่มั่นจี๋ลี่ส่งมาอยู่ข้าง ๆ ฉันใช่ไหม?”

“...ใช่ครับ”

เซิ่งเสวียนรู้ดีว่าเธอรู้อยู่แล้ว

ที่ผ่านมามันคือสภาวะที่ต่างคนต่างปิดบังกันไว้

เขาพยายามอธิบายในสิ่งที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ “แต่ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณเลยนะครับ ผมแค่ถ่ายรูปร้านสลาก เซเว่น และภายในโรงแรมส่งไปให้ทางนั้นเฉย ๆ”

“ส่วนเรื่องที่พวกเขาถามผมหลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้ตอบ แกล้งทำเป็นว่าภารกิจดำเนินไปได้อย่างยากลำบากน่ะครับ” เซิ่งเสวียนรีบอธิบายด้วยความเร็วแสง เพราะกลัวลู่หลีจะไม่เชื่อ

ก่อนจะพูดประโยคเหล่านี้ เซิ่งเสวียนได้ปิดคอมพิวเตอร์แสงของเขาไปแล้ว เพราะข้างในมีระบบดักฟัง

“ฉันรู้ค่ะ” ลู่หลีพยักหน้า แววตาอ่อนโยน ซึ่งช่วยให้เซิ่งเสวียนรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก

เซิ่งเสวียนเอ่ยอย่างจนใจ “พวกเขาสีดสารบางอย่างเข้าร่างกายพวกเรา ทุกเดือนต้องกินยาแก้พิษ...”

ลู่หลีนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาทำร้ายตัวเองอย่างประหลาดเมื่อตอนที่ 118 ขึ้นมาได้ นั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้รับยาแก้พิษตามเวลา สภาพตอนนั้นดูทรมานเหลือเกิน

เธอจึงถามว่า “แล้วเดือนนี้ล่ะ...?”

เซิ่งเสวียนส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “ไม่เป็นไรครับ ผมทนได้ ว่าแต่บอสลู่เรียกผมมามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

“ครั้งล่าสุดที่พวกเขาติดต่อมาคือเมื่อไหร่ แล้วถามเรื่องอะไรคะ?” ลู่หลีถาม เธอเองก็ยังไม่สามารถเชื่อใจเซิ่งเสวียนได้เต็มร้อย

เพราะชีวิตของเขาตกอยู่ในกำมือของคนอื่น ในขณะเดียวกันเธอก็ถามระบบในใจว่า [มียาแก้พิษไหม?]

ระบบทำการตรวจสอบอยู่พักหนึ่ง [มียังมีค่ะ แต่ราคาค่อนข้างสูงนิดหน่อย และไม่ใช่ยาแก้พิษโดยตรง แต่เป็นยาสำหรับล้างสารพิษในร่างกายค่ะ ฉันสแกนร่างกายของเขาแล้ว แค่เม็ดเดียวก็ล้างจนสะอาดเอี่ยมเลยค่ะ!]

ตอนนี้ลู่หลีไม่มีอะไรมาก นอกจากแต้มที่เหลือเฟือ

พอดูราคาแต้มแล้ว สำหรับเธอถือว่าไม่แพงเลย จึงกดซื้อมาทันที สิ่งที่ได้มาคือน้ำยาสีเขียวบรรจุอยู่ในหลอดแก้วใสสะอาด

ลู่หลีหยิบแก้วน้ำสะอาดมาใบหนึ่ง เทน้ำยาสีเขียวลงไปแล้วยื่นให้เซิ่งเสวียนพลางบอกว่า “นี่คือยาแก้พิษค่ะ มันจะล้างสารพิษในตัวนายออกมาให้หมด แต่มีข้อแม้คือ—”

ยังพูดไม่ทันจบ แก้วน้ำก็ถูกเซิ่งเสวียนคว้าไป เขาซดเข้าไปคำเดียวจนหมดเกลี้ยง พอวางแก้วลงก็สบเข้ากับแววตาที่ตกตะลึงของลู่หลี

“ไม่ว่าจะมีข้อแม้อะไร ผมก็ตกลงครับ” เซิ่งเสวียนกล่าวอย่างหนักแน่น

“ไม่มีข้อแม้อะไรหรอกค่ะ แค่ดูแลแปลงผักของนายให้ดี พอผลผลิตสุกแล้วก็นำมาขายบนออนไลน์มอลล์ และที่สำคัญที่สุดคือ นายต้องเชื่อใจฉันเต็มร้อย ไม่ทำงานให้คนพวกนั้นอีก นายเป็นอิสระแล้วค่ะ” ลู่หลีกล่าวอย่างจริงจัง

เซิ่งเสวียนฟังแล้วจมูกเริ่มรู้สึกแสบจมูก ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ เขาเบือนหน้าก้มลงอย่างทำตัวไม่ถูก เส้นผมตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง

เขานึกว่าบอสลู่จะพูดว่า 'ฉันให้ยาแก้พิษนาย แต่นายต้องทำงานให้ฉัน และต้องเป็นสายลับสองหน้า คอยคาบข่าวฝั่งนั้นมาบอกฉัน หรือคอยปั่นหัวทางนั้น'

ซึ่งเขาก็พร้อมจะยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้นได้อย่างเต็มใจ และอาจจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นมาบ้าง

แต่นึกไม่ถึงว่า บอสลู่จะบอกว่า เขาเป็นอิสระแล้ว...

ในใจของเซิ่งเสวียนราวกับมีกองไฟเล็ก ๆ ถูกจุดขึ้นมา มันลุกโชนเพื่อลู่หลี เขาอยากจะหลุดพ้นจากคนพวกนั้นในฐานที่มั่นจี๋ลี่มานานแล้ว เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ!

แต่เขาไม่ได้พูดออกมา เพียงแค่เก็บไว้ในใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็จัดการอารมณ์เรียบร้อยแล้ว

“ครับ ผมจะดูแลแปลงผักอย่างดี ให้มันออกผลและผักที่ใหญ่และดีที่สุด แล้วจะเอามาให้คุณทาน คุณอยากจะจัดการยังไงก็ได้เลยครับ” เซิ่งเสวียนกล่าวอย่างจริงใจ

ยังคงเห็นความรื้นที่ดวงตาอยู่บ้าง ลู่หลีไม่ได้พูดจี้จุด เธอรับคำอย่างจริงจังและพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้ายังอยากพักอยู่ที่โรงแรมต่อ ฉันจะให้ส่วนลดพนักงานนะ หรือถ้าอยากย้ายไปพักที่เซเว่น เดี๋ยวฉันจะให้เสิ่นปิงจัดห้องให้ห้องหนึ่ง” ลู่หลีเอ่ยถาม

เธอจัดกลุ่มให้เขาเป็นคนของเธอโดยสัญชาตญาณไปเรียบร้อยแล้ว

เซิ่งเสวียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ไม่ย้ายดีกว่าครับ” เสิ่นปิงกับหลัวมู่ดูจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่ ไม่อยากไปอยู่รบกวนกัน

“ได้ค่ะ” ลู่หลีเข้าใจ

หลังจากหารือเรื่องสำคัญเสร็จ และลู่หลีได้รับรู้ถึงจุดยืนของเขาแล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มลงมือจัดการระบบออนไลน์มอลล์ โดยเพิ่มรายการผักและผลไม้จากแปลงผักเข้าไป

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×