ตอนที่ 203 มินิโปรแกรมถูกบล็อก?
เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของเหอเล่อคนไม่เอาถ่านนั่นที่ไปป่าวประกาศแน่ๆ แปลงผักผืนนั้นโดยเนื้อแท้แล้วเป็นของเซิ่งเสวียน แถมยังซื้อหม่านพลังป้องกันมาคุ้มกันไว้อย่างดีด้วย
ต่อให้ผู้มีพลังพิเศษบุกมาก็ชิงไปไม่ได้ เว้นแต่เซิ่งเสวียนจะโง่พอที่จะส่งมอบรางวัลนี้ให้คนอื่น
ดังนั้นเธอจึงพากหลิวอวี่ไปดูอย่างเปิดเผย พร้อมด้วยบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาจากกระทรวงโลจิสติกส์อีกโขยงหนึ่ง เดินขบวนกันไปอย่างเอิกเกริก
ระหว่างทาง ลู่หลียังส่งข้อความบอกเซิ่งเสวียนด้วย เพราะยังไงก็นำคนไปที่แปลงผักของเขา การแจ้งเจ้าของไว้ก่อนย่อมเป็นเรื่องที่ควรทำ
ยังไม่ทันจะอ้อมพ้นตัวโรงแรมไปถึงแปลงผัก กลุ่มคนที่เดินตามหลังมาก็พากันอุทานเสียงหลงสลับกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างตื่นเต้นจนฟังไม่ได้ศัพท์
“นั่นมันแตงกวาเหรอ? แตงกวาจริงๆ ด้วย!”
“ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า! พระช่วย นั่นมันลูกท้อใช่ไหม?”
พวกเขายืนอึ้งอยู่กับที่พักใหญ่ ก่อนจะกรูพุ่งแซงหน้าลู่หลีเข้าไปหาแปลงผัก พยายามจะยื่นมือไปเด็ดผลไม้เหล่านั้นตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นไว้
ลู่หลีเดินทอดน่องตามเข้าไป “จะทำอะไรกันคะ? แค่พามาให้ดูเฉยๆ ค่ะ”
บางคนไม่อยากจะเชื่อ พยายามเค้นสมองหาคำอธิบาย “นี่ต้องเป็นภาพโฮโลแกรมที่เธอสร้างขึ้นมาแน่ๆ ใช่ไหม!?”
“ต้องไม่ใช่ของจริงแน่! ขนาดพวกสถาบันวิจัยที่มีแต่คนฉลาดๆ เรียนมาสูงๆ ยังปลูกผลไม้ที่ดูสดฉ่ำแบบนี้ไม่ได้เลย เธอหลอกพวกเราชัดๆ!”
ลู่หลียักไหล่ ทำท่าทางไม่ยี่หระ “แล้วไงคะ?” พูดจบเธอก็เด็ดแตงกวาญี่ปุ่นลูกเล็กขึ้นมา เช็ดกับเสื้อลวกๆ สองสามทีแล้วยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ โดยไม่นึกรังเกียจเลยสักนิด
กลิ่นหอมสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแตงกวาขจายไปในอากาศทันที ทุกคนได้กลิ่นแล้วถึงกับเคลิ้ม สายตาจ้องเขม็งไปที่เนื้อแตงกวาในมือเธออย่างอยากจะลิ้มลองสักคำ
พวกเขาลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หลิวอวี่เอ่ยถาม “นี่... มันคือแตงกวาของจริงเหรอ?”
“อืม ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นอะไรล่ะคะ?” ลู่หลีถามกลับ
หลิวอวี่ถามอย่างไร้ยางอาย “ขอผมชิมสักคำได้ไหม? แค่คำเดียว...” ต่อให้เขาจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโลจิสติกส์ แต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้กินผักผลไม้สดๆ เลย
เงื่อนไขของการจะได้กินก็คือ... มันต้องมีให้กินก่อน!
ทั่วทั้งฐานที่มั่นกลางหาผักผลไม้ไม่เจอเลยสักนิด แล้วจะให้เขาเอาจากไหนมาทาน คำนวณดูคร่าวๆ เขาไม่ได้เห็นแตงกวามาแปดเก้าปีแล้วนะ!
หลิวอวี่ตื่นเต้นจนระงับไม่อยู่ เขาเริ่มจินตนาการไปไกลว่ามนุษยชาติกลับมามีชีวิตที่ดี ทุกคนได้กินผลไม้ มีผักให้กินทุกมื้อ
สวรรค์!
แค่คิดหลิวอวี่ก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้นแล้ว
แต่พริบตาต่อมา ก็เหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด ลู่หลีปฏิเสธอย่างเย็นชา “ไม่ได้ค่ะ”
หลิวอวี่ดึงสติตัวเองกลับมาทันที “งั้นผมขอนิวเคลียสคริสตัลซื้อ แตงกวาลูกละเท่าไหร่? ผมซื้อหมดเลย!”
เป็นถึงระดับรัฐมนตรี เงินเดือนย่อมไม่น้อยอยู่แล้ว แต่เงินเดือนทั้งหมดน่ะคือนิวเคลียสคริสตัล ที่ผ่านมาอยากใช้เงินก็ซื้อได้แค่เยลลี่สีดำ หรือซื้อผลไม้แห้งๆ รสชาติห่วยแตกที่สถาบันวิจัยผลิตออกมา
เขาอยากกินของสดใจจะขาดอยู่แล้ว!
ลู่หลีปฏิเสธซ้ำ “แน่นอนว่าไม่ขายค่ะ ฉันรู้ว่าฐานที่มั่นกลางต้องการพลังพิเศษของฉัน และอยากได้ทรัพยากรในมือฉัน กลับไปบอกคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริงๆ ของพวกคุณด้วยว่า จะร่วมมือกันน่ะได้ แต่ถ้าจะมาเล่นตุกติกข้างหลังน่ะ... ฝันไปเถอะ”
แผนการเล็กๆ ถูกแฉต่อหน้าแบบนี้ หลิวอวี่แทบจะรักษาปั้นจิ้มปั้นเจ๋อไว้ไม่ไหว เขาพยักหน้าหงึกหงัก รู้ซึ้งแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะมาปั่นหัวได้ง่ายๆ
หลิวอวี่รีบบอก “ครับๆ ผมจะกลับไปปรึกษากับพวกเขาเดี๋ยวนี้แหละ”
ลู่หลีเรียกกลุ่มคนที่กำลังจะโกยอ้าวกลับไป “ไม่ใช่ว่ามีออนไลน์มอลล์อยู่เหรอ? พวกคุณไม่เคยใช้กันหรือไง?”
ทุกคนงง
ลู่หลีจำได้ว่าเคยแชร์มินิโปรแกรมให้เหอเล่อไปแล้วนี่นา ทำไมถึงไม่ถูกเผยแพร่ออกไป?
เธอยังจำได้ว่าเหอเล่อเคยบอกเธอว่าทุกคนชอบใช้มาก ยอดขายในแต่ละวันก็ไม่น้อย แล้วทำไมระดับรัฐมนตรีถึงไม่รู้เรื่องนี้เลย
หลิวอวี่ถาม “ออนไลน์มอลล์อะไรครับ?” ฟังดูแล้วน่าจะล้ำยุคน่าดู
ลู่หลีเปิดคอมพิวเตอร์แสง กดนั่นนี่อยู่พักหนึ่งก่อนจะหันหน้าจอให้ทุกคนดู “นี่ไงคะ สามารถซื้อของในนี้ได้ แถมยังส่งถึงที่ในพริบตาด้วย”
หลิวอวี่ขยับเข้าไปดู เมื่อเห็นเธอไม่ว่าอะไรเขาก็ลองเลื่อนหน้าจอสำรวจดูคร่าวๆ มีทั้งน้ำแร่, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ไส้กรอก, ล่าเถียว, โยเกิร์ต...
มีทั้งของกินของใช้สารพัดอย่าง
ยกเว้นแต่ไม่มีผักผลไม้สด
แต่สำหรับผู้รอดชีวิตที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากในวันสิ้นโลกขณะนี้ ทรัพยากรขนาดนี้นับว่าพรั่งพร้อมมหาศาลแล้ว
พนักงานกระทรวงโลจิสติกส์คนหนึ่งเอ่ยอย่างสงสัย “เอ๊ะ? หน้าจอนี้ดูคุ้นๆ เหมือนผมเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นอีกเลย”
พนักงานอีกคนก็เสริมว่า “คุณพูดแบบนี้ฉันก็นึกขึ้นได้ ใช่คนที่ขิงพวกเราเมื่อเดือนก่อนหรือเปล่า? ตอนนั้นกะจะขอลิงก์ด้วยซ้ำ แต่พอวันรุ่งขึ้นเขาก็บอกว่ามันถูกบล็อกเข้าไม่ได้แล้ว!”
ทั้งสองคนถกเถียงกัน ลู่หลีฟังแล้วก็เริ่มมึน ถูกบล็อกเข้าไม่ได้? หมายความว่ายังไง? แล้วมินิโปรแกรมที่เธอใช้งานได้ปกติในคอมพิวเตอร์แสงนี่คือน่ากลัวเกินไปหรือเปล่า?
“เดี๋ยวๆๆ มาสิ แอดรายชื่อติดต่อกันหน่อย” ลู่หลีสะกิดหลิวอวี่
หลิวอวี่ดวงตาเป็นประกาย เขารู้สึกเข้าใกล้การได้กินผลไม้สดไปอีกก้าว ทั้งคู่แอดรายชื่อกันสำเร็จ
ลู่หลีแชร์มินิโปรแกรมออนไลน์มอลล์ให้หลิวอวี่ “คุณลองเปิดดูสิคะ”
“เปิดไม่ได้ครับ” ทันทีที่หลิวอวี่กดเปิดมินิโปรแกรม หน้าจอก็กลายเป็นสีขาวว่างเปล่า ไม่มีอะไรขึ้นเลย เหมือนติดไวรัสไม่มีผิด
เขาลองส่งต่อให้พนักงานที่อยู่ที่นั่นอีกหลายคน ผลลัพธ์ก็เหมือนกันคือเปิดมาเจอแต่ความว่างเปล่า ลู่หลีสงสัยจริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“หรือว่าคอมพิวเตอร์แสงของพวกคุณมันห่วยคะ?” ลู่หลีถาม
“รุ่นล่าสุดเลยนะครับ แพงหูฉี่เลย” หลิวอวี่ตอบเสียงอ่อย
“...” ทุกคนเงียบกริบ มองหน้ากันไปมา
เซิ่งเสวียนเดินมาถึงล่าช้า “พวกคุณกำลังทำอะไรกัน?” มายืนรุมล้อมแปลงผักสุดรักของฉันทำไมกัน?
“มาได้จังหวะพอดีเลยค่ะ” ลู่หลีโบกมือเรียกเขา เซิ่งเสวียนเดินเข้าไปหาเธออย่างว่าง่าย ยืนเคียงข้างเธอเป็นพวกเดียวกันโดยอัตโนมัติ พร้อมกับส่งสายตาพิฆาตใส่กลุ่มคนนอกอย่างหลิวอวี่
“เดี๋ยวฉันส่งลิงก์ให้ ลองเปิดดูหน่อยนะคะ” ลู่หลีส่งสัญญาณให้เขาเช็กคอมพิวเตอร์แสง
เซิ่งเสวียนปลดล็อกหน้าจอ ทันใดนั้นกลุ่มคนก็พากันชะโงกหน้าเข้ามาจ้องเขม็ง เขาจึงกดล็อกหน้าจอทันทีแล้วชำเลืองมองด้วยสายตาเย็นชา “ถอยไปไกลๆ เลย”
จากนั้นเขาตั้งค่าโหมดความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ตัวเองเห็นหน้าจอได้คนเดียว แล้วจึงกดเปิดลิงก์ที่ลู่หลีส่งมา ก่อนจะปิดโหมดความเป็นส่วนตัว
แล้วโชว์ให้ทุกคนดูอย่างเปิดเผย หน้าจอแสดงสินค้าแต่ละอย่างชัดเจน มีรูปภาพพร้อมชื่อ และราคาระบุไว้ เห็นแล้วเข้าใจได้ในทันที
“หรือว่าเป็นที่คอมพิวเตอร์แสงของพวกเราจริงๆ?” หลิวอวี่พึมพำกับตัวเอง
“ฉันว่าคอมพิวเตอร์แสงของฐานที่มั่นกลางพวกคุณน่ะ ห่วยหมดนั่นแหละ” ลู่หลีคาดเดา
หลิวอวี่รีบเถียงทันที “เป็นไปไม่ได้ครับ ฐานที่มั่นกลางมีเสาสัญญาณ สัญญาณไม่มีปัญหาแน่นอน คอมพิวเตอร์แสงก็มีการซ่อมบำรุงทุกปี เมื่ออาทิตย์ก่อนก็เพิ่งส่งไปตรวจเช็กมาเอง”
“พอค่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว คุณเอาลิงก์นี้ส่งให้คนในฐานที่มั่นกลางคนอื่นๆ ดูสิคะ ว่าพวกเขาเปิดได้ไหม” ลู่หลีโบกมืออย่างรำคาญ
เธอสงสัยว่ามีคนกำลังเล่นตุกติก ทำไมลิงก์ปกติส่งให้คนในฐานที่มั่นกลางแล้วถึงเปิดไม่ได้
หลิวอวี่ทำตามคำสั่งโดยสัญชาตญาณ หลังจากส่งต่อให้คนอื่นไปหลายคนเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ ทำไมเขาต้องทำตามที่ยัยนี่บอกด้วย! เป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโลจิสติกส์เชียวนะ ทำไมต้องฟังเธอ!
แต่พอคิดอีกที สิ่งที่เธอพูดก็ดูมีเหตุผล เขาจึงทำต่อไปพลางบ่นพึมพำในใจ
ผ่านไปประมาณห้านาที หลิวอวี่ก็เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “พวกเขาทุกคนเปิดไม่ได้เลยครับ”
ถ้าลู่หลีกับผู้ชายคนนี้ไม่ได้เปิดลิงก์ให้เขาดูต่อหน้า เขาคงจะสงสัยว่าลู่หลีกำลังปั่นหัวเขาแน่ๆ เป็นไปได้อย่างไรที่ทุกคนจะเปิดไม่ได้กันหมด?
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น