-->

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 201 มาถึง



ตอนที่ 201 มาถึง


“ก็ได้” หลัวมู่รับคำ พลางยัดซี่โครงหมูที่ยังแทะไม่เสร็จเข้าปาก ไม่ถามอะไรต่อแล้วก้มหน้าก้มตาตั้งใจกินข้าว

เสิ่นปิงแม้จะประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมาก ภารกิจของเขาคือการบริหารเซเว่นให้ดี เพื่อหาแต้มมาให้บอสลู่ให้ได้มากที่สุด! ส่วนจะไปที่ไหนนั้นไม่สำคัญ สิ่งที่เขาใส่ใจมีเพียงความปลอดภัยของบอสลู่เท่านั้น

สองวันต่อมา ลู่หลียืนอยู่ในร้านสลาก เฝ้ามองลูกค้าทุกคนทยอยจากไปจนหมด ด้านนอกรถบ้านมีเครื่องขูดสลากอัตโนมัติวางเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ

ภารกิจที่ฐานที่มั่นจี๋ลี่สำเร็จลุล่วงแล้ว สามารถมุ่งหน้าสู่ฐานที่มั่นกลางได้อย่างสบายใจ

ลู่หลีบิดขี้เกียจ พลางมองหลัวมู่ที่เดินขึ้นรถบ้านมาอย่างเฉื่อยชา เธอทักทายอย่างเป็นกันเองเหมือนปกติ "อยากกินอะไร"

“ขอฉันดูในตู้เย็นก่อนนะว่ามีอะไรบ้าง แล้วค่อยว่ากัน” หลัวมู่เดินตรงไปยังห้องครัวทันที

ในตู้เย็นมีของกินเต็มพิกัด วัตถุดิบทั่วไปมีครบหมด หลัวมู่นึกขึ้นได้ว่าลู่หลีชอบกินกุ้ง จึงบอกให้เธอสั่งกุ้งสดตัวเป็นๆ มาสองสามกิโลกรัม

จากนั้นเขาก็ทำอาหารที่ตนถนัดออกมาหลายอย่าง ทั้งซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดง เนื้อน่องวัวตุ๋นหัวไชเท้า...

ส่วนจงเซี่ยก็ย้ายจากโรงแรมเข้าไปอยู่ในเซเว่น ในที่สุดเขาก็มีห้องพักเป็นของตัวเอง และเริ่มเรียนรู้การทำอาหาร โดยคิดว่ามีทักษะติดตัวไว้เยอะๆ ย่อมดีกว่าไม่มี

เมื่อรัตติกาลมาเยือน ภายในรถบ้านก็เต็มไปด้วยความคึกคัก บรรยากาศมักทำให้จงเซี่ยเกิดความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในยุคอารยธรรม ที่เขากำลังนั่งกินข้าวพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

ลู่หลีชูแก้วใสในมือขึ้น ภายในมีน้ำโค้กแช่เย็นจัดที่ส่งเสียงซ่าและมีฟองปุดๆ ทั้งที่สิ่งที่ดื่มไม่ใช่เหล้า แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนจะเมานิดๆ "มา! ชนแก้ว!"

จงเซี่ย หลัวมู่ และเสิ่นปิงรีบชูแก้วขึ้นชนกับเธอจนเกิดเสียงใสดังกังวาน มื้อค่ำจบลงด้วยบรรยากาศแห่งความสุข

ทุกคนรู้ดีว่าพรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางมุ่งสู่ฐานที่มั่นกลาง

การเดินทางครั้งนี้ระยะทางไม่ใช่น้อยๆ ถึงหนึ่งพันห้าร้อยกิโลเมตร แม้รถบ้านจะทำความเร็วได้ดี แต่ลู่หลีก็ไม่อยากจะรีบร้อนเกินไป ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนมารวมตัวกันที่รถบ้าน แม้แต่ราชาซอมบี้ก็มาด้วย ทุกคนนั่งรอนิ่งๆ อย่างว่าง่าย ลู่หลีกวาดสายตามองดูเมื่อเห็นว่ามากันครบแล้ว

เธอก็ตั้งค่าจุดหมายปลายทาง และรถบ้านก็เริ่มออกตัว!

หลังจากกินมื้อเที่ยงไปหนึ่งมื้อ และมื้อค่ำอีกหนึ่งมื้อ เมื่อเวลาถึงเจ็ดโมงตรงพอดี พวกเขาก็มาถึงฐานที่มั่นกลาง

สมกับที่เป็นฐานที่มั่นที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดและมีรากฐานลึกซึ้งที่สุดของหัวเซี่ย กำแพงเมืองดูโอ่อ่ายิ่งใหญ่จนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ประตูเมืองขนาดมหึมาปิดสนิท ชาวเมืองต่างเข้าออกทางประตูเล็กด้านข้าง

ผู้คนสัญจรไปมาดูคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

การเข้าสู่ฐานที่มั่นกลางเป็นครั้งแรกจำเป็นต้องมีการลงทะเบียน และเวลาออกต้องสแกนคอมพิวเตอร์แสง หากข้ามขั้นตอนเหล่านี้เกินสามครั้งจะถูกขึ้นบัญชีดำทันทีและห้ามเข้าตลอดชีวิต

ลู่หลีวนหาที่ว่างรอบๆ ฐานที่มั่นกลางอยู่นาน กว่าจะเจอที่ดินที่พอจะบรรจุอาคารหลายหลังนี้ได้

ทันทีที่รถบ้านจอดสนิท คนที่นอนหลับฟุบอยู่บนโต๊ะหลายคนก็ตื่นขึ้น

หลัวมู่ขยี้ตาพลางทำหน้างง "ถึงแล้วเหรอ?"

ลู่หลีถลึงตาใส่เขา พลางยื่นมือไปตบหลังหัวเขาเบาๆ แล้วยิ้มตอบ "ถึงแล้วๆ รีบลุกขึ้นเลย"

มีเสียงดังมาจากข้างนอก เป็นคำถามที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจสุดขีด "พวกคุณจะทำอะไรน่ะ?"

ลู่หลีมองตามไป เป็นผู้รอดชีวิตที่อยู่ข้างๆ ดูท่าทางคงจะอาศัยอยู่ถาวรข้างนอกฐานที่มั่นกลางนี้ มีเพียงเสื่อน้ำมันขาดๆ และผ้าห่มผืนเล็กที่เสียทรงไปแล้ว

ชายคนนั้นผอมจนเห็นกระดูก ผมเผ้าแห้งกรังและสกปรกมอมแมม พออ้าปากกลิ่นเหม็นก็พุ่งเข้าปะทะหน้า ฟันเหลืองเต็มปาก เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ขาดเป็นรูพรุนไปทั่วและเต็มไปด้วยคราบสกปรก

ภายนอกฐานที่มั่นกลางยังมีผู้รอดชีวิตแบบนี้อีกมากมาย พวกเขาถูกขับไล่ออกมา หรือถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าฐาน แต่ก็ไม่อยากไปเผชิญหน้ากับซอมบี้ตรงๆ

ทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงหลักการอาศัยพึ่งใบบุญต้นไม้ใหญ่ การอยู่ใกล้ฐานที่มั่นช่วยเลี่ยงการถูกซอมบี้จู่โจมได้

ลู่หลีเผยรอยยิ้มแบบมืออาชีพพลางตอบอย่างสุภาพ "ขายลอตเตอรี่ค่ะ"

"ลอตเตอรี่? ลอตเตอรี่อะไร?" ชายคนนั้นงง พลางเกาหัวจนรังแคหล่นลงมาเหมือนหิมะโปรยปราย

ลู่หลีรู้สึกรังเกียจนิดๆ จนอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ก็แบบว่า... คุณลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตดู..." แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่น่าจะมีคอมพิวเตอร์แสง

เธอจึงหยิบกฎกติกาการเล่นสลากขูดออกมาให้ดู เธอเคยจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษและทำใบปลิวอธิบายแบบง่ายๆ ไว้ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสได้ใช้

คราวนี้มาถึงฐานที่มั่นกลางที่มีคนเยอะที่สุด เพื่อไม่ให้เปลืองน้ำลาย เธอจึงใช้การอธิบายด้วยภาพและข้อความแทน

ลู่หลีอธิบายประกอบรูปภาพไปชุดใหญ่ ระหว่างนั้นมีผู้รอดชีวิตอีกสิบกว่าคนเดินเข้ามารุมล้อม พวกเขาจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่ลึกโหลและไร้แวว

หลังจากฟังจบ ใบหน้าของพวกเขาก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง และถามอย่างตื่นเต้นว่า "นะ... นายหมายความว่า มีของกินเหรอ?"

ลู่หลีพยักหน้าอย่างมั่นใจ "ใช่ค่ะ แต่ต้องพึ่งดวงล้วนๆ นะคะ มีโอกาสที่จะไม่ได้อะไรเลยเหมือนกัน คิดให้ดีก่อนจะเล่นนะคะ~"

บนใบปลิวมีทั้งกฎและราคาของสลากขูดแต่ละแบบเขียนไว้อย่างชัดเจน

พวกเขาตั้งใจอ่านอย่างละเอียดและระมัดระวังที่จะไม่พูดคุยกับคนรอบข้าง ในใจมีแต่ความลังเลและกังวล เพราะพวกเขาไม่มีพลังพิเศษ ร่างกายก็ไม่แข็งแรง การหานิวเคลียสคริสตัลจึงเป็นเรื่องยากลำบากมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ถูกฐานที่มั่นปฏิเสธ

ลู่หลีมองออกจึงพูดเสริมว่า "ด้านหลังมีโรงงานขายอาหารจานด่วนอยู่ ลองไปดูที่นั่นได้นะ"

สลากขูดต้องใช้ดวง แต่การซื้ออาหารจานด่วนต้องใช้ความเร็ว

สิ้นคำพูด ชายคนแรกที่เข้ามาถามก็รีบหันหลังกลับ ม้วนที่นอนของตัวเองแล้ววิ่งไปทางทิศที่ลู่หลีชี้ทันที

คนอื่นๆ ก็ได้สติและรีบตามไป ในหัวยังมีความสงสัย อาหารจานด่วน? ที่นี่มีอาหารจานด่วนด้วยเหรอ? ไม่ได้ยินคำนี้มาตั้งกี่ปีแล้ว

ชายคนนั้นยืนหอบอยู่หน้าหน้าต่างโรงงาน ในวงแขนหนีบที่นอนไว้ รองเท้าผ้าใบที่เท้าดูไม่ออกแล้วว่าเดิมคือสีอะไร มันขาดรุ่งริ่งจนนิ้วโป้งโผล่ออกมา

แต่หน้าต่างปิดสนิท ชายคนนั้นก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ได้แต่ชะเง้อมองอย่างระมัดระวัง

คนอื่นๆ ทยอยวิ่งตามมา เบียดเสียดกันอยู่ข้างกายชายคนนั้น แทบจะเบียดเขาจนกระเด็น ชายคนนั้นไม่ยอมแพ้ พยายามยึดตำแหน่งที่หนึ่งไว้แน่น

"พวกคุณ?" จงเซี่ยเดินมาจากทางเซเว่น เห็นภาพการยื้อแย่งกันตรงหน้าก็รู้สึกไม่เข้าใจ

ทุกคนได้ยินเสียงก็หยุดการผลักกันทันที และหันไปมองจงเซี่ยเป็นตาเดียว

ชายคนนั้นรวบรวมความกล้าถามว่า "ที่นี่ขายอาหารจานด่วนใช่ไหม?"

จงเซี่ยชะงักไป ตอนแรกกะว่าจะพักผ่อนวันนี้ แต่เขากวาดสายตามองคนกลุ่มนี้ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผอมโซ ดูแล้วก็น่าสงสาร

เขาจึงประกาศล่วงหน้าว่า "กล่องละสามนิวเคลียสคริสตัลนะครับ~"

พอคำนี้หลุดออกมา สีหน้าของทุกคนก็เริ่มลังเล นิวเคลียสคริสตัลก้อนหนึ่งได้มาอย่างยากลำบาก ยิ่งสามก้อนยิ่งไม่ต้องพูดถึง

มีคนหนึ่งทำใจกล้าถามขึ้น "อะ... อาหารจานด่วนหน้าตาเป็นยังไง?" ต้องขอดูก่อนถึงจะตัดสินใจซื้อได้ จะมาเสียคริสตัลไปเปล่าๆ ไม่ได้

จงเซี่ยเดินเลี่ยงคนกลุ่มนี้ไป สแกนใบหน้าเปิดประตูเล็ก มุดเข้าไปข้างในแล้วปิดประตู จากนั้นจึงเปิดหน้าต่างขายของ "พวกคุณรออยู่ข้างนอกก่อน"

พูดจบเขาก็หันไปเปิดเครื่องจักร

คนข้างนอกพยายามชะโงกหน้ามองเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่ว่างเปล่า ตรงหน้าหน้าต่างคือสายพานการผลิตสีเขียว ปลายทางเชื่อมต่อกับเครื่องจักรขนาดมหึมา

ตอนนี้สายพานเริ่มหมุน อาหารจานด่วนทีละกล่องทยอยไหลออกมา

จงเซี่ยยืนอยู่หน้าหน้าต่าง ผลิตออกมาหนึ่งกล่องเขาก็หยิบหนึ่งกล่องมาวางเรียงบนโต๊ะ เมื่อสะสมได้ประมาณห้าสิบกล่อง เขาก็สั่งปิดเครื่องจักรผ่านคอมพิวเตอร์แสง

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×