ตอนที่ 200 ฐานที่มั่นกลาง?
ไม่เป็นไร แค่ได้กลิ่นก็ยังดี
ลู่หลีไม่ได้สังเกตเห็นเขาเลยแม้แต่น้อย เธอเดินทอดน่องสำรวจชั้นหนึ่งจนทั่ว พอเดินเสร็จก็ขึ้นไปสำรวจที่ชั้นสองต่อ
หวังหยางลุกขึ้นเงียบๆ เดินตามหลังเธอไปโดยเว้นระยะห่างพอสมควร ท่ามกลางผู้คนที่เดินพลุกพล่าน ลู่หลีจึงไม่ทันสังเกตเห็นเขา
เขาเฝ้ามองเธอเดินไปที่โซนบุฟเฟต์ก่อน หยิบจานใส่แตงโมที่หั่นไว้แล้ว จากนั้นก็คีบฮามิเมลอนกับองุ่นแดงเพิ่มเข้าไป เขาแอบจดจำสิ่งที่เธอชอบไว้ในใจเงียบๆ
เธอเดินไปกินไปอย่างสบายอารมณ์ แถมยังแวะไปดูโซนนวดเพื่อดูคนอื่นนวดด้วย เธอยืนดูอยู่นานถึงสิบนาที ท่าทางดูสนใจเอามากๆ
แต่นั่นก็เป็นเพียงความสนใจเท่านั้น เธอเดินชมไปกินไปจนสำรวจชั้นสองเสร็จ และจัดการผลไม้ในจานจนเกลี้ยง ลู่หลีจึงหันหลังเตรียมตัวจะเดินกลับ
ในใจเธอยังแอบคิดว่า โรงอาบน้ำนี่ถือว่าติดตลาดแล้ว ต่อไปคงไม่ต้องเหนื่อยใจอะไรอีก
ทว่าพอหันกลับมาเธอกลับสบเข้ากับสายตาหยอกล้อของหวังหยาง
ลู่หลีขมวดคิ้ว กอดอกโดยสัญชาตญาณทั้งที่มือยังถือจานอยู่ แล้วก้าวเดินเข้าไปหาเขา
ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน บรรยากาศพลันกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย หวังหยางนิ่งคิดอยู่พักใหญ่กว่าจะเอ่ยปากออกมาว่า "ดูหนังไหม"
"?" ลู่หลีกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะพยักหน้าตกลง
นึกไม่ถึงว่าที่ที่เขาพาไปไม่ใช่โรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่คนแน่นขนัด แต่กลับเป็นห้องส่วนตัวขนาดเล็กที่ดูเหมือนจะรองรับได้แค่ยี่สิบคน และข้างในไม่มีคนอื่นเลย
ลู่หลียืนชะงักอยู่ที่หน้าประตูไม่กล้าเข้าไป หวังหยางคงไม่ได้คิดจะจับเธอกินข้างในนี้หรอกนะ?
หวังหยางหาที่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว เขาเอนหลังพิงพนัก พาดแขนไว้ด้านข้าง นั่งไขว่ห้างท่าทางเหมือนเจ้าพ่อ พอเห็นลู่หลียังยืนค้างอยู่ที่ประตูจึงส่งสายตาเคลือบแคลงใจไปให้
"เข้ามาสิ" หวังหยางพูดพลางใช้ลิ้นดุนเขี้ยวแหลมในปากเบาๆ
พอได้ยินแบบนั้น ลู่หลีก็อกผายไหล่ผึ่งเดินเข้าไปทันที เธอนั่งลงข้างหวังหยางแล้วถามขึ้นลอยๆ "ดูหนังเรื่องอะไร"
โหมดการรับชมมีสองแบบ แบบแรกคือสุ่มฉายหนังไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน ส่วนแบบที่สองคือเลือกเรื่องที่อยากดูเอง ซึ่งโรงใหญ่จะเป็นแบบแรก
หวังหยางใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอบนคอมพิวเตอร์แสงสุ่มๆ "เรื่องนี้แล้วกัน"
ลู่หลีเงยหน้ามองจอภาพ ทันใดนั้นก็มีมือโชกเลือดคู่หนึ่งปรากฏขึ้น เลือดไหลย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงพร้อมกับเอฟเฟกต์เสียงหยดน้ำ ติ๋ง... ติ๋ง...
หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกขึ้นมาทันที ลู่หลีพูดไม่ออกไปพักใหญ่ หวังหยางตั้งใจแกล้งเธอชัวร์!
พอดูต่อไปเรื่อยๆ ให้ตายเถอะ มันคือหนังภัยพิบัติ ภาพเหตุการณ์ในนั้นคล้ายกับวันสิ้นโลกที่เธออยู่เปี๊ยบ แต่ไม่มีซอมบี้ เป็นภัยธรรมชาติล้วนๆ
สุดท้ายมนุษยชาติก็ตายเรียบ...
ลู่หลีขมวดคิ้ว นี่คือสิ่งที่หวังหยางอยากจะทำงั้นเหรอ?
ระหว่างนั้น หวังหยางไม่รู้ไปเอาป๊อปคอร์นถังหนึ่ง ผลไม้หนึ่งจาน และพวกเป็ดพะโล้อีกจานมาจากไหน
นั่นทำให้ลู่หลีวุ่นอยู่กับการกินจนไม่ได้สังเกตเลยว่าตลอดเวลาหวังหยางเอาแต่จ้องมองเธอ
พอดูจบและกินจนหมด ก็ถึงเวลาต้องไป ลู่หลีลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ "ดูจนฉันง่วงเลย งั้นฉันกลับก่อนนะ"
หวังหยางยังคงนั่งนิ่ง เขาเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอไว้ ลู่หลีถูกเขาดึงจนเสียหลักล้มลงมานั่งบนเก้าอี้ตามเดิม เธอหันไปมองเขา ในห้องมืดสลัวแต่ดวงตาของเขากลับสว่างจ้า ทอประกายสีแดงก่ำ
"นาย..." จะทำอะไร
ลู่หลียังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นหวังหยางอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมสองซี่ด้านบนที่ขาววาววับ ตัดกับลิ้นสีแดงสดอย่างชัดเจน
พริบตานั้น ภาพซอมบี้รุมทึ้งคนอย่างสยดสยองแล่นเข้ามาในหัวของเธอทันที
เธอรีบยื่นมือออกไปอุดปากราชาซอมบี้ไว้จนมิด
"?" ราชาซอมบี้มีสีหน้าสงสัย เขาเอียงคอเล็กน้อยมองเธอ แล้วอดไม่ได้ที่จะยื่นลิ้นออกมาเลียฝ่ามือเธอเบาๆ รสชาติหวานเลี่ยนติดเค็มนิดๆ
อยากจะกัดกินเข้าไปสักคำจริงๆ
"!" ลู่หลีตาโต พูดจาไม่เป็นภาษา "นายบ้าไปแล้วเหรอ! นายเป็นบ้าหรือไง?!"
พูดไปพลางพยายามจะชักมือกลับ แต่นึกไม่ถึงว่าราชาซอมบี้จะจับมือเธอไว้แน่นจนดึงไม่ออกแม้แต่นิดเดียว ตรงฝ่ามือที่ถูกเลียเบาๆ เมื่อครู่ราวกับถูกไฟลวก มันร้อนรุ่มและแผดเผา
"ปล่อย!" ลู่หลีสั่งเสียงต่ำ
หวังหยางยอมปล่อยมืออย่างว่าง่าย ในช่องปากยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานเลี่ยน เขาใช้ลิ้นดุนเพดานปากเหมือนกำลังละเลียดรสชาติที่ยังหลงเหลืออยู่
ลู่หลีมองออก จึงด่าเสียงเบาว่า "หวังหยาง นายมันน่ารังเกียจที่สุด!" พูดจบเธอก็สะบัดมือหนี แล้วรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
มุมปากของหวังหยางยกขึ้น เขาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ โดยไม่ได้โต้แย้งอะไร ทำเพียงแค่มองตามเธอที่เดินจากไปด้วยรอยยิ้ม ปลายลิ้นกวาดผ่านเพดานปาก แววตาแฝงความหมายลึกซึ้ง
ลู่หลีที่เดินออกมาแล้วยืนพิงกำแพง จ้องมองฝ่ามือตัวเองพลางนึกอยากจะตัดมือข้างนี้ทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่พอนึกอีกทีก็ไม่ได้ ถ้าตัดทิ้งไปแล้วไม่ว่าจะเอาไปทิ้งที่ไหน ราชาซอมบี้คงวิ่งไปเก็บคนแรกแน่ๆ งั้นอยู่ติดแขนฉันต่อไปน่ะดีแล้ว
ลู่หลีเดินไปที่ห้องน้ำ ล้างมือวนไปสองรอบ ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ฝ่ามือจางลงไปบ้าง แต่กลับอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงตอนที่ปลายลิ้นของเขาเลียผ่าน มันเย็นเยียบและลื่นไถลเหมือนงูไม่มีผิด
"อี๋~" ลู่หลีขนลุกซู่ รีบวิ่งลงบันไดออกจากโรงอาบน้ำไป
แต่ดันไม่ระวังเดินไปชนเข้ากับเหอเล่อ ทั้งคู่ต่างอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ "ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?"
เหอเล่อลูบคาง "ผมจะมาดูว่าโรงอาบน้ำนี่มันเป็นยังไงน่ะครับ" จากนั้นเขาก็เหลือบมองเธออย่างสงสัย "ทำไมหน้าคุณแดงขนาดนั้นล่ะ?"
ลู่หลีถลึงตาใส่เขา "ยุ่งน่า" พูดจบเธอก็เดินเลี่ยงไปทันที แผ่นหลังดูฟึดฟัดโมโหสุดๆ
เหอเล่อเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ ใครไปทำให้บอสลู่โมโหกันนะ?
เขาคิดไม่ออกก็เลยเลิกคิด ในมือยังจูงถวนถวนลูกสาวตัวน้อยอยู่ พอได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็หันไปกวักมือเรียกคนข้างหลัง "ที่รักมาเร็วเข้า เราเข้าไปข้างในกันเถอะ"
ครอบครัวสามคนจูงมือกันเข้าโรงอาบน้ำ ได้ยินมาว่าที่นี่มีครบทุกอย่าง ตอนนี้ก็ไม่ขาดแคลนแต้มแล้ว ถึงเวลาต้องหาความสุขให้ตัวเองเสียที
ลู่หลีกลับมาที่รถบ้าน เธอรินน้ำดื่มอึกใหญ่ แล้วหยิบแตงโมออกมาจากตู้เย็นลงมือหั่นเอง หั่นเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในชาม
เธอยกชามมานั่งทานแตงโมบนเก้าอี้โยก เซียวตี๋มองเธอด้วยความสงสัย "พี่ลู่หลี ร้อนมากเหรอคะ?"
ลู่หลีพยักหน้าตามสัญชาตญาณ พลางยกมือขึ้นโบกไปมาทำท่าเหมือนพัดพลางยืนยัน "ข้างนอกร้อนจะตายอยู่แล้ว!"
เซียวตี๋ละสายตากลับไป แล้วหยิบส้อมมาจิ้มแตงโมทานอย่างคุ้นเคย
ผ่านไปพักใหญ่ อารมณ์ของลู่หลีก็สงบลง เธอค่อยๆ จัดการแตงโมในชามจนหมดเกลี้ยง เตรียมตัวจะทานมื้อค่ำ พอดีกับที่เหอเล่อพาลูกเมียเดินมาหา
เขาทำตัวไม่เป็นคนอื่นคนไกล ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ลู่หลีทันที
แกล้งถามตีสนิทว่า "บอสลู่ คุณไม่อยากไปตั้งแผงที่ฐานที่มั่นกลางจริงๆ เหรอครับ?"
ลู่หลีชะงักไป เมื่อก่อนทำไมถึงไม่อยากไปน่ะเหรอ? ก็เพราะเธอเป็นพวกขวางโลก ยิ่งใครมาบังคับให้ทำอะไรเธอก็ยิ่งไม่อยากทำ
แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้ว การไปดูฐานที่มั่นกลางหน่อยก็น่าจะดีเหมือนกัน
ดังนั้นตอนทานมื้อค่ำ ลู่หลีจึงประกาศข่าวนี้ออกมาอย่างเรียบง่าย "อีกไม่กี่วันพวกเราจะไปฐานที่มั่นกลางกันนะ"
"เคร้ง—"
ตะเกียบของเสิ่นปิงหล่นลงบนโต๊ะ ซี่โครงหมูที่หลัวมู่กำลังแทะอยู่ร่วงลงในชาม ทุกคนต่างมองเธอด้วยความประหลาดใจ เพราะพวกเขารู้ดีว่าก่อนหน้านี้เธอต่อต้านเรื่องนี้มากแค่ไหน
"ได้" ฉู่หลีเซิงเป็นคนแรกที่รับคำ ยังไงเขาก็ถูกผูกมัดกับโรงแรมแล้ว บอสลู่อยู่ที่ไหนเขาก็อยู่ที่นั่น
หลัวมู่รีบเช็ดปากลนลานพลางถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เอ๊ะ? ไหงจู่ๆ ถึงอยากไปฐานที่มั่นกลางขึ้นมาล่ะครับ?"
"ไม่รู้สิ แค่อยากไปน่ะ" ลู่หลีส่ายหน้า
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น