ตอนที่ 195 พนักงานใหม่
ทันทีที่เขากลับเข้าห้อง ก็รีบแบ่งปันข่าวดีนี้ทันที
“ที่รัก! ต่อไปพวกเราจะมีผลไม้สดๆ แล้วก็มีข้าวกล่องจานด่วนให้กินแล้ว!” เหอเล่อเอ่ยอย่างตื่นเต้น
หากไม่ใช่เพราะอายุเริ่มมากและยังมีแผลเก่าที่เอว เขาคงอยากจะอุ้มภรรยาและลูกสาวหมุนไปรอบๆ สักสองสามรอบ
หลิวเฉินเฉินดวงตาเป็นประกาย “จริงเหรอ? เซเว่นจะเอาผลไม้มาลงชั้นวางแล้วเหรอ?”
เธอไม่ได้กินผลไม้อย่างเต็มคราบมานานมากแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้กินคือกระเช้าผลไม้ที่เหอเล่อขูดรางวัลได้
แต่หลังจากแบ่งปันให้คนอื่นไปแล้วก็เหลือไม่เท่าไหร่ เธอและถวนถวนก็ได้แค่ชิมรสชาติเท่านั้น
ถวนถวนที่รู้รสชาติแล้วว่าผลไม้อร่อยแค่ไหนก็เบียดตัวเข้ามา “ผลไม้เหรอ? ผลไม้อร่อยๆ ใช่ไหม?”
เหอเล่อกลอกตาไปมาพลางพยักหน้า “ใช่ ผลไม้หวานๆ แต่ว่าจำกัดจำนวนและจำกัดการซื้อนะ”
ความจริงแค่มีให้กินก็พอใจมากแล้ว จะจำกัดจำนวนหรือจำกัดการซื้อก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องซื้อได้สักวันจริงไหม
ครอบครัวสามคนจินตนาการถึงความสุขกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้เลยว่าที่หน้าโรงงาน ลู่หลีกำลังศึกษาสิ่งนี้ร่วมกับจงเซี่ยอยู่
“ออนไลน์มอลล์?” จงเซี่ยถามอย่างสงสัย
“นายไม่รู้เหรอ?” ลู่หลีก็สงสัยเหมือนกัน ตามความคิดของเธอ ของดีขนาดนี้ทุกคนควรจะได้ใช้งานไม่ใช่เหรอ?
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งนี้ยังสะดวกต่อพวกเสิ่นปิงด้วย ไม่ต้องคอยแบกสินค้าขึ้นชั้นวางและจัดเรียงให้เป็นระเบียบทีละชิ้น
แค่ตอนที่ของหมด ก็แค่เติมของผ่านคอมพิวเตอร์แสง แต้มที่ได้รับก็จะโอนเข้าบัญชีของเสิ่นปิงโดยอัตโนมัติในทุกวัน
ส่วนส่วนแบ่งแปดส่วนของลู่หลี จะสรุปยอดเป็นรายสัปดาห์ สำหรับทุกคนแล้วมันสะดวกมากจริงๆ
จงเซี่ยส่ายหน้าอย่างซื่อตรง “ไม่เคยได้ยินเลยครับ”
ลู่หลีจึงให้ความรู้แก่เขาในทันที พร้อมกับแอดคอมพิวเตอร์แสงและแชร์มินิโปรแกรมให้เขา
ในนั้นมีสินค้าเกือบห้าร้อยรายการ ซึ่งเสิ่นปิงเป็นคนถ่ายรูป ตั้งราคา และอัปโหลดขึ้นไปทีละชิ้น
ถ้าเลื่อนไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เลื่อนไม่ถึงท้ายสุด จงเซี่ยยิ่งดูยิ่งประหลาดใจ เขาแค่เป็นพวกชอบหมกตัวอยู่แต่ในบ้านเท่านั้นเอง
โลกภายนอกวิวัฒนาการไปถึงขั้นนี้แล้วเหรอ? เขาอ้าปากค้างเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ลู่หลีตั้งค่าบัญชีของจงเซี่ยให้เป็นผู้ดูแลระบบด้วย เพื่อที่เขาจะได้อัปโหลดสินค้าเข้าสู่มินิโปรแกรมได้เช่นกัน
เธอพาสงเซี่ยทำตามขั้นตอนครั้งหนึ่ง
เริ่มจากถ่ายรูป เขียนชื่อ ตั้งราคา คลิกอัปโหลด เสร็จสิ้น!
มันง่ายกว่าการอัปโหลดสินค้าของเซ็นเว่นเยอะเลย เพราะข้าวแต่ละกล่องราคาสองร้อยแปดสิบแปดเท่ากันหมด
เขาแค่ต้องทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ ถ่ายรูป ตั้งชื่อ อัปโหลด ทำขั้นตอนที่เรียบง่ายและน่าเบื่อวนไป
หลังจากอัปโหลดเมนูอาหารที่มีอยู่ยี่สิบอย่างเสร็จสิ้น จงเซี่ยยังแยกหมวดหมู่สำหรับอาหารจานด่วนออกมาต่างหาก
ไม่อย่างนั้นต้องเลื่อนผ่านสินค้าห้าร้อยรายการจนถึงท้ายสุดถึงจะเห็นข้าวกล่องของเขา
จงเซี่ยเลื่อนดูไปมาอย่างพอใจมาก แล้วส่งให้ลู่หลีดูอีกครั้ง เธอก็รู้สึกว่ามันดีมากทีเดียว
เพียงแต่... รูปถ่ายพวกนี้... มันคือรูปหน้าปกบรรจุภัณฑ์อาหารจานด่วน แม้จะมีชื่อและรูปตัวอย่างอาหารอยู่ด้านบน แต่ดูแล้วให้ความรู้สึกไม่สมจริงเท่าไหร่
มันสื่อออกมาในแนวที่ว่า 'อยากกินก็ซื้อ ไม่ยากกินก็ไม่ต้องซื้อ' พวกเราไม่ใช้รูปภาพหลอกลวงใคร
เธอไม่ได้พูดอะไร เรื่องนั้นไม่สำคัญ ขอแค่รู้ว่าเป็นกับข้าวอะไรก็พอ
ลู่หลีถามขึ้นมาลอยๆ “นายขูดรางวัลได้จากที่ไหนเหรอ?”
ตอนนี้เธอรู้แค่ว่าเขาชื่อจงเซี่ย หน้าตาดีใช้ได้ ดูบอบบางแต่ผอมเพรียวและมีกล้ามเนื้อ
จงเซี่ยตอบตามตรง “เจียนกั่ว ไม่ใช่สิ ฐานที่มั่นเจียงหนานครับ”
ลู่หลี: “ไกลขนาดนั้นเลย?” ข้ามเมืองเลยนะนั่น
จงเซี่ยอยากจะหยิบบัตรใบเล็กที่นำทางเขามาส่งให้ลู่หลีดู แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าแลกรางวัลไปแล้ว
เขาจึงทำได้เพียงขานรับอย่างเคร่งขรึมว่า “อืม”
“ที่ฐานที่มั่นเจียนกั่ว มีคนใช้ออนไลน์มอลล์ซื้อของเยอะไหม?” ลู่หลีถาม
จงเซี่ยส่ายหน้า เขาจะไปรู้ได้อย่างไรกัน ปกติเขาแทบจะไม่ย่างกรายออกจากบ้านเลย
ถ้าจะออกไปก็แค่ล่าซอมบี้ แลกเปลี่ยนเสบียง จากนั้นก็นอนแผ่อยู่ในบ้าน นี่คือสิ่งที่เขาคิดว่ามีความสุขและโชคดีที่สุดแล้ว
นึกไม่ถึงว่าพอถูกรางวัลใหญ่ ได้มาอยู่ข้างกายบอสลู่ จะได้กินข้าวปลาอาหารที่อร่อยขนาดนี้!
เขาขอประกาศเลยว่า การได้กินข้าวแบบนี้ นี่แหละคือสิ่งที่เขามีความสุขและโชคดีที่สุดในชีวิต!
ลู่หลีไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่แปลกใจเลยที่เขาดูมอมแมมไปบ้าง ที่แท้ก็เดินทางมาไกลนี่เอง
เธอยืนอยู่ที่ชั้นหนึ่งของโรงงาน มองไปรอบๆ มันว่างเปล่าเกินไป ไม่มีอะไรเลย “นายกะจะนอนที่ไหน?”
จงเซี่ยหยิบเสื่อน้ำมันออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วปูลงบนพื้นอย่างง่ายๆ พร้อมกับสะบัดเศษหญ้าที่ติดอยู่ออก
เขานั่งยองๆ บนพื้น เงยหน้ามองลู่หลีด้วยสายตาที่ดูน่าเอ็นดู ลู่หลีเห็นเสื่อผืนนี้แล้วก็อยากจะขำ
นี่มันประเภทมีฟ้าเป็นมุ้งมีดินเป็นเตียง มีเสื่อผืนเดียวก็ไปได้ทั่วโลก ขอแค่เป็นที่ราบๆ ก็พอแล้ว
เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย คว้าแขนเสื้อเขาแล้วดึงให้ลุกขึ้น “พอเลย นายไปเปิดห้องที่โรงแรมเถอะ ราคาสวัสดิการพนักงาน”
จงเซี่ยดวงตาเป็นประกาย “จริงเหรอครับ?”
ลู่หลียิ้มพลางบอกว่า “จะมีเรื่องหลอกกันได้ยังไง? ไปเถอะ เดี๋ยวฉันพาไป” พูดจบเธอก็เดินนำออกไปก่อน
คนที่อยู่ข้างหลังจัดแจงเสื้อผ้าที่ยับย่นเล็กน้อย แล้วรีบก้าวตามเธอไป
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็เดินกลับไปอย่างไม่สบายใจเพื่อปิดประตูม้วนให้เรียบร้อยก่อนจะวิ่งตามลู่หลีมาอีกครั้ง
ปิดไว้สบายใจกว่า
ระยะทางไม่ไกล เดินแค่หนึ่งถึงสองนาทีก็ถึงเคาน์เตอร์โรงแรม
ลู่หลีแนะนำให้ฉู่หลีเซิงรู้จัก “พนักงานใหม่ จงเซี่ย เปิดห้องเตียงเดี่ยวให้ห้องหนึ่ง คิดราคาสวัสดิการพนักงานนะ”
ฉู่หลีเซิงกะพริบตาปริบๆ มองลู่หลีอย่างไม่รู้อะไรเลย ราคาสวัสดิการพนักงานมันคือราคาไหน?
ไม่แปลกที่เขาจะสงสัย เพราะมันยังไม่เคยมีกรณีตัวอย่างมาก่อน
เสิ่นปิงและหลัวมู่ รวมถึงเด็กๆ อีกไม่กี่คนต่างก็พักอยู่ที่ชั้นสองของเซเว่น
ฉู่หลีเซิงย่อมมีห้องพักในโรงแรมอยู่แล้ว ส่วนหวังหยางก็พักอยู่ในโรงอาบน้ำ
ส่วนโรงงานนั้นมองอย่างไรก็ไม่มีห้องพัก และไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย ฝุ่นเยอะขนาดนั้น
จะให้เขาไปอยู่รวมในเซเว่นก็ไม่ค่อยเหมาะ ทุกคนยังไม่สนิทกัน แถมเขายังเป็นคนเก็บตัวอีก
ชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ลู่หลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจให้เขามาอยู่ที่โรงแรมดีกว่า
มีห้องส่วนตัวของตัวเองมันดีกว่าเยอะ ถ้าภายหลังสนิทกับทุกคนแล้ว
เขาอยากจะย้ายไปอยู่ที่เซเว่นก็ไม่มีปัญหา ลู่หลีรู้สึกว่าตัวเองช่างเอาใจใส่ดีจริงๆ~
ลู่หลีแอมเบาๆ แล้วบอกว่า “ลดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์”
ฉู่หลีเซิงไม่พูดอะไร ก้มหน้าจัดการเรื่องเข้าพักให้เขา นี่มันไม่ใช่แค่ส่วนลดพนักงานแล้ว แต่มันคือราคาเหมือนได้เปล่าเลยชัดๆ!
หลังจากได้คีย์การ์ดห้องพักแล้ว ลู่หลียังพาส่งเขาขึ้นไปข้างบนด้วย และช่างประจวบเหมาะเหลือเกิน
ยังคงเป็นบันไดเดิม ทิศทางเดิม เธอได้พบกับเซิ่งเสวียน
ลู่หลียิ้มให้เขาโดยไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่บอกจงเซี่ยว่า “นายพักอยู่ชั้นสี่นะ”
จงเซี่ยที่เดินตามหลังมาติดๆ พยักหน้า พอพบว่าเธอมองไม่เห็นจึงส่งเสียงขานรับ
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินสวนกันไป แปลกมาก ลู่หลีสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างจากตัวเซิ่งเสวียน... ความน้อยเนื้อต่ำใจ?
เธอไม่น่าจะรู้สึกผิดไป แววตาและบรรยากาศแบบนั้น เหมือนสามีตัวน้อยที่เห็นภรรยาแอบไปมีชู้ข้างนอกแล้วรู้สึกน้อยใจ
ลู่หลีขนลุกซู่ สะบัดศีรษะไล่ความคิดไร้สาระพวกนี้ออกจากหัว
ไม่นานก็ถึงห้องของจงเซี่ยที่ชั้นสี่ ลู่หลีใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องแล้วคืนคีย์การ์ดให้เขา
“ฉันไม่เข้าไปนะ นายพักผ่อนตามสบาย ตอนค่ำประมาณหนึ่งทุ่มสองทุ่มก็มาทานข้าวที่รถบ้านได้นะ” ลู่หลีบอก
เธอเป็นคนที่มีสามัญสำนึกเสมอ ในเมื่อเขาเป็นพนักงานที่ทำงานให้เธอ การดูแลเอาใจใส่ก็ต้องถึงที่
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น