-->

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 192 อาหารกึ่งสำเร็จรูป





ตอนที่ 192 อาหารกึ่งสำเร็จรูป

ด้านบนเขียนตัวอักษรตัวโตห้าตัวไว้อย่างชัดเจนว่า: ข้าวพริกแกงหมูเส้น!

ลู่หลีพลันเข้าใจธรรมชาติของเครื่องจักรนี้ทันที มันคือเครื่องผลิตอาหารกึ่งสำเร็จรูปนี่เอง

แต่นับว่าใช้งานได้จริงมากสำหรับวันสิ้นโลกในปัจจุบัน ไม่ต้องแกะบรรจุภัณฑ์ด้วยซ้ำ แค่อุ่นให้ร้อนก็ทานได้เลย

เธอชักจะสงสัยแล้วว่ารสชาติอาหารกึ่งสำเร็จรูปนี่จะเป็นยังไงนะ

จงเซี่ยแกะบรรจุภัณฑ์ออก มันยังอุ่นๆ อยู่เลย มีไอความร้อนลอยออกมา มองดูคร่าวๆ แล้วเรียกได้ว่าครบทั้งรูป รส กลิ่น สี ฝั่งหนึ่งเป็นกับข้าว อีกฝั่งเป็นข้าวสวย

มีทั้งเนื้อหมูเส้น เห็ดหูหนูเส้น พริกหยวกเส้น และแครอทเส้น ผสมผสานผัดเข้าด้วยกัน ดูน่าทานไม่น้อย

ทว่าหลัวมู่กลับชะโงกหน้าเข้ามา มองตัวอักษรห้าตัวบนบรรจุภัณฑ์สลับกับกับข้าวข้างในแล้วถามอย่างงงๆ "แล้วปลาอยู่ไหนล่ะ?"

ลู่หลีอดขำไม่ได้ เธอถลึงตาใส่เขาหนึ่งทีพลางชี้ไปที่สายพานการผลิต "อยู่นั่นไง"

หลัวมู่รีบหันไปดูทันที ผลผลิตชิ้นที่สองคลอดออกมาพอดี บนกล่องข้าวมีตัวอักษรตัวโตห้าตัวเขียนว่า: ข้าวปลาทอดน้ำแดง! ถึงได้รู้ว่าบอสลู่แกล้งหลอกเขาเล่น เขาจึงแอบขำออกมา

จงเซี่ยเมินเขาไป แล้วหยิบข้าวปลาทอดน้ำแดงกล่องนั้นขึ้นมาเปิดดู เนื้อปลาเรียงตัวกันเป็นระเบียบ มีพริกหยวกประดับนิดหน่อย กลิ่นหอมเกรียมเข้มข้นโชยมาเตะจมูก

สายพานยังไม่หยุดทำงาน กล่องข้าวแต่ละกล่องทยอยผลิตออกมาจากเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างมองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทั้งข้าวหมูสามชั้นตุ๋นมันฝรั่ง ข้าวมะเขือยาวผัดหมูสับ ข้าวเนื้อวัวผัดพริกหยวกกับมันฝรั่ง

แค่เห็นชื่อเหล่านี้ ทุกคนก็จินตนาการได้แล้วว่ามันจะอร่อยและหอมขนาดไหน ต่างพากันมองจงเซี่ยเป็นตาเดียว

จงเซี่ย: ...

เขาลังเลครู่หนึ่ง เขารู้ว่าคนเหล่านี้เป็นเพื่อนของบอสลู่ หรือแม้แต่มีฐานะเหมือนกับเขา คือขูดได้รางวัลและมีร้านเป็นของตัวเอง

เขาเอ่ยอย่างแสนเสียดายว่า "ชอบอันไหนก็ทานเถอะ" พูดจบเขาก็เบือนหน้าหนีแบบไม่เห็นก็ไม่ปวดใจ ทั้งที่ในใจนั้นอาลัยอาวรณ์สุดขีด

ลู่หลีรออยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นข้าวพริกหยวกหมูเส้นออกมา เธอก็ลงมือคว้าทันที พอเปิดฝาออกดู มันก็ไม่ต่างจากที่ซื้อในมอลล์เลยสักนิด

เผลอๆ จะหอมกว่าที่หลัวมู่ผัดเสียอีก หน้าตาก็ดูดีกว่า เพียงแต่ขาดกลิ่นอายกระทะไปหน่อย แต่ในยามนี้มีให้กินก็บุญแล้ว จะเลือกมากไปทำไม

ทุกคนจึงหยิบไปคนละกล่อง นั่งยองๆ กินข้างสายพานอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ ส่วนจงเซี่ยก็ไปปิดเครื่องจักร

เพื่อไม่ให้มันผลิตออกมาเรื่อยๆ เพราะเขายังเห่อและรักพรรพที่เพิ่งได้มาใหม่นี้มาก

ขอบอกเลยว่ารสชาติดีทีเดียว กับข้าวคำข้าวคำ ทุกคนทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ปริมาณก็ไม่น้อย ผู้ใหญ่คนหนึ่งทานอิ่มแน่นอน

ลู่หลีแอบเรอออกมาเบาๆ เธอหยิบเก้าอี้ตัวเล็กออกมาจากพื้นที่มิติ มองดูจงเซี่ยที่นั่งทานอย่างเหม่อลอย แล้วมองเสิ่นปิงกับหลัวมู่ที่มีสีหน้าพึงพอใจ

เธอไล่ว่า "ไปๆๆ ทานเสร็จแล้วรีบไปซะ พี่สาวมีธุระสำคัญต้องทำ"

เสิ่นปิงกับหลัวมู่ก็รู้ความ รู้ว่าเธอจะคุยเรื่องความร่วมมือกับโรงงานแห่งนี้ ดังนั้นจึงลากกันออกไปข้างนอก เหอเล่อยังคงหน้าด้านอยู่ต่อ

"นายน่ะไปได้แล้ว" ลู่หลีเหลือบมองเขาพลางไล่อย่างรำคาญ

เหอเล่ออยากจะยืนกรานอยู่ต่อใจจะขาด แต่เมื่อเจอสายตาข่มขู่ของลู่หลีเข้าไป เขาก็เดินออกไปอย่างไม่เต็มใจ ในโรงงานที่กว้างขวางจึงเหลือเพียงพวกเขาสองคน

จงเซี่ยเห็นทุกคนทยอยออกไปก็ลังเลว่าตัวเองต้องออกไปด้วยไหม แต่กลับถูกลู่หลีเรียกไว้

"มาคุยกันหน่อยสิ" ลู่หลีพิงสายพานการผลิต ขาขวาวางเหลื่อมไปทางซ้ายนิดๆ ประกอบกับท่าทางกอดอกและสายตาเรียบเฉย ดูแล้วค่อนข้างจะนักเลงอยู่หน่อยๆ

จงเซี่ยเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย ดวงตาที่ใสซื่อลอบมองลู่หลีอย่างระมัดระวัง ราวกับสัตว์ที่กำลังตื่นตระหนก ทั้งระแวดระวังและดูบอบบาง

มันกระตุ้นความสงสารของลู่หลีขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอปล่อยมือลงแล้วใช้มือยันสายพานไว้ด้านหลัง พลางผ่อนน้ำหนักเสียงให้เบาลง "แค่อยากคุยเรื่องโรงงานน่ะ"

"ฉันเห็นว่าอาหารจานด่วนพวกนี้ขายได้โดยตรงเลย ฉันแนะนำให้วางขายหน้าร้านด้วย และขายในออนไลน์มอลล์ด้วย ส่วนการตั้งราคาค่อยมาตกลงกันทีหลัง นายว่าไง?"

ปัจจุบันในเซเว่นส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สุกี้หม้อไฟอัตโนมัติ ข้าวสวยอัตโนมัติ เป็นต้น

แถมรสชาติก็มีจำกัด กินบ่อยๆ ก็ย่อมเบื่อ ส่วนอย่างอื่นก็เป็นพวกขนมขบเคี้ยว จะเอามาทานเป็นข้าวทุกมื้อก็ไม่ได้

ตอนนี้พอมีสายพานการผลิตอาหารออกมาพอดี แม้จะเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูปแช่แข็งแต่ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว!

เชื่อว่าทุกคนต้องชอบแน่ๆ!

จงเซี่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย ท่าทางเหมือนจะยอมฟังเธอทุกอย่าง เขาหุ่นผอมบาง ส่วนสูงพอๆ กับเสิ่นปิงและหลัวมู่ แต่ผอมเกินไปจนเหมือนกิ่งไม้...

เสื้อยืดตัวโคร่งที่เขาสวมใส่ดูหลวมโพรกลมพัดเข้าไปจนเหมือนใส่กระโปรง

ลู่หลีเห็นแล้วใจอ่อนยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ยังพูดต่อ "รายได้แบ่งแบบสองแปดนะ นายเอาไปสอง ฉันเอาแปด มีปัญหาอะไรไหม?"

จงเซี่ยส่ายหน้า การที่เขาขูดได้รางวัลใหญ่ระดับนี้เขารู้สึกว่าได้ใช้โชคลาภทั้งชีวิตไปหมดแล้ว ตอนแรกนึกว่าจะได้แค่เงินเดือนนิดหน่อย ถ้าเจ้านายใจดีคงเลี้ยงข้าวเลี้ยงที่พัก

แต่นึกไม่ถึงว่าอาหารที่ผลิตออกมาตัวเองก็ยังได้ทานด้วย เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองใช้โชคของชาติหน้าและชาติถัดไปไปจนหมดสิ้นแล้ว

ดังนั้นเรื่องส่วนแบ่งพวกนี้มันสำคัญด้วยเหรอ?

ลู่หลีพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เธอเดินวนรอบเครื่องจักรหนึ่งรอบ แล้วพบคู่มือการใช้งานสลักอยู่บนแผ่นหลังของเครื่องจักร

เธออ่านในใจว่า: เครื่องจักรทำงานเพียงสี่ชั่วโมงต่อวัน ต้องป้อนนิวเคลียสคริสตัลระดับ 1 จำนวนห้าสิบก้อนในแต่ละวัน กำลังการผลิตประมาณสองร้อยชุดต่อวัน สามารถอัปเกรดได้

แน่นอนว่านี่คือฉบับย่อ

จงเซี่ยเห็นเธอหายไปนาน ก็อ้อมมาที่หลังเครื่องจักรเหมือนกัน เขามายืนหยุดข้างตัวเธอ พอเขาก้มลง ลู่หลีก็ยืดตัวขึ้นพอดี

"โอ๊ย—" ลู่หลีกุมหลังศีรษะพลางอุทานด้วยความเจ็บ

เธอหันกลับมาอย่างฉุนเฉียว แต่ต้องชะงักเมื่อสบตากับดวงตาที่น่าสงสารและรื้นน้ำตาของจงเซี่ย พอมองลงไปข้างล่าง เขาก็กำลังกุมปากอยู่...

โอเคเลย ดวงสมพงษ์หัวโขกกันซะงั้น

ลู่หลีปลอบตัวเอง ลูบหัวสองสามทีก็ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว แต่เขากลับนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาจนเธอต้องถาม "กัดลิ้นเหรอ?"

จงเซี่ยพยักหน้า ในดวงตาเริ่มมีหยาดน้ำตาคลอ จมูกแดงรั้น เห็นชัดว่าเจ็บมาก

ลู่หลีเดินวนไปวนมาอย่างจนปัญญา ได้แต่พูดว่า "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว"

"..."

เธอคิดจะเบี่ยงเบนความสนใจจึงถามว่า "ในตัวมีนิวเคลียสคริสตัลไหม?"

ในตัวจงเซี่ยย่อมมีอยู่แล้ว การที่เขาสามารถเดินเท้ามาจากฐานที่มั่นเจียนกั่วจนถึงที่นี่ได้ ฝีมือย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

เขาก็เห็นคู่มือบนแผ่นหลังเครื่องจักรเหมือนกัน จึงเทนิวเคลียสคริสตัลออกมากองหนึ่ง เครื่องจักรคล้ายจะรับรู้ได้ พลันเปิดช่องวงกลมเล็กๆ ออกมาตรงหน้าพวกเขาทันที

ขนาดพอดีให้นิวเคลียสคริสตัลเข้าไปได้ จงเซี่ยยอมปล่อยมือออกจากปากเสียที ลู่หลีถึงได้เห็นชัดๆ ว่าริมฝีปากเขาแดงระเรื่อและดูอิ่มเอิบ

เพียงแต่ตรงคางแดงนิดหน่อย สงสัยจะโดนหัวลู่หลีโขกเข้าให้ ส่วนลิ้นนั้น... ลู่หลีไม่ได้ดู จะให้ไปสั่งคนอื่นแลบลิ้นออกมาดูมันก็น่าเกลียด

มันจะดูแปลกเกินไป

ในขณะที่ลู่หลีกำลังสังเกตเขา จงเซี่ยก็หยิบนิวเคลียสคริสตัลใส่ลงในช่องวงกลม นับไปห้าสิบก้อนเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกิน

เครื่องจักรสั่นสะเทือนเล็กน้อย ดูท่าจะพึงพอใจมากที่ได้รับอาหาร

จงเซี่ยดูจะสัมผัสความรู้สึกนั้นได้เช่นกัน มุมปากเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจออกมานิดหนึ่ง

ลู่หลีเห็นดังนั้นจึงเสนอว่า "งั้นวันนี้ลองวางขายหน้าร้านดูไหม? หรือถ้าอยากได้คนเยอะๆ ก็ไปตั้งข้างร้านสลากก็ได้นะ ตรงนั้นคนพลุกพล่านดี"

ถึงแม้ช่วงสองวันนี้คนจะไม่เยอะมาก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เงียบเชียบด้านหลังนี้แน่นอน

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×