ตอนที่ 191 โรงงาน
เธอรับมาดูแล้วก็นิ่งอึ้งไปเหมือนกัน เหอเล่อเองก็ชะโงกหน้ามาดูด้วยก่อนจะอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ลู่หลีได้สติก่อนจึงรีบซ่อนบัตรใบนั้นไว้ในอก พลางถลึงตาใส่เหอเล่อแล้วยิ้มบอกว่า "ใช่เรื่องที่นายควรดูที่ไหนกันเล่า"
เหอเล่อยังคงจมอยู่กับความตกตะลึงที่ของรางวัลมอบให้ จนลืมที่จะโต้ตอบไปชั่วขณะ
ความจริงลู่หลีเองก็แทบไม่เชื่อสายตา ระบบนี้นึกจะให้อะไรก็ให้จริงๆ แฮะ
แต่เธอก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไร เธอไม่ได้ยัดบัตรใบนั้นเข้าไปในปากแมวกวักทันที แต่กลับอุ้มมันลงมาจากรถบ้านแทน
ช่วงนี้ลูกค้าไม่เยอะนัก ที่เห็นประปรายก็ล้วนเดินออกมาจากโรงแรมทั้งนั้น
ลู่หลีเดินวนสำรวจรอบตัวรถบ้านหนึ่งรอบ แล้วพบว่าไม่มีตำแหน่งดีๆ เหลืออยู่เลย
ตอนนี้ด้านซ้ายของรถบ้านคือโรงแรมรุ่งอรุณ ด้านขวาคือเซเว่น และด้านหลังคือโรงอาบน้ำ
จะให้วางไว้ข้างหน้าก็ไม่ได้ เพราะมันจะบังทัศนียภาพของเธอ เธอต้องจอดรถหันหน้าเข้าหาประตูฐานที่มั่นเท่านั้น
เธอจึงหันไปขอความเห็นจากเจ้าของรางวัล "คุณรู้ใช่ไหมว่ามันคืออะไร? อยากวางไว้ตรงไหน? แต่ขอประกาศไว้ก่อนนะว่าถ้าแลกรางวัลแล้วจะคืนคำไม่ได้ และห้ามวางไกลจากร้านสลากเกินไป"
ชายผู้นั้นนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้า แล้วชี้ไปทางด้านหลังของเซเว่นและโรงอาบน้ำ "ตรงนั้นแล้วกัน"
ลู่หลีมองตามไป เซเว่นและโรงอาบน้ำไม่ได้ตั้งติดกันสนิทเสียทีเดียว ยังมีระยะห่างตรงกลางประมาณสิบกว่าเมตร
ตำแหน่งที่เขาชี้ก็คือพื้นที่ด้านหลังระหว่างอาคารทั้งสองแห่งนั่นเอง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กว้างขวางและมองเห็นได้ชัดเจน
เธอเองก็เห็นดีด้วย ในเมื่อสามด้านเต็มหมดแล้ว ก็คงต้องวางไว้ด้านหลังนั่นแหละ
ลู่หลีจึงนำทางเขา พร้อมด้วยเหอเล่อที่ตามมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นรวมถึงลูกค้าอีกสองสามคน
เพราะธุรกิจซบเซา หลัวมู่เลยลากเสิ่นปิงออกมาดูด้วย ทั้งคู่สบตากัน
หลัวมู่เอ่ยว่า "หรือว่าจะเป็นรางวัลที่หนึ่งหรือรางวัลใหญ่ระดับท็อปอีกแล้ว?"
จากประสบการณ์ของเขา ปกติถ้าบอสลู่อุ้มแมวกวักเดินไปหาที่ว่างกว้างๆ แบบนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นเช่นนั้น
ดังนั้นคนกลุ่มหนึ่งจึงเดินตามหลังมาด้วยความสงสัยและชอบมุงตามสไตล์คนหัวเซี่ย
ลู่หลีไม่ได้ใส่ใจ ส่วนเจ้าของรางวัลเองก็มีท่าทางเหมือนตัดขาดจากโลกภายนอกไม่สนใจสิ่งใด
ในที่สุดก็เดินมาถึงที่ว่าง ลู่หลีหนีบแมวกวักไว้ใต้รักแร้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ยัดบัตรใบนั้นเข้าไป
กลุ่มคนมุงต่างพากันกลั้นหายใจ อยากจะเห็นเหลือเกินว่าของรางวัลที่ต้องทำพิธีใหญ่โตขนาดนี้คืออะไรกันแน่
เหอเล่อเองก็สงสัยสุดขีด หากเป็นของรางวัลตามที่เขียนไว้ในบัตรจริงๆ ละก็ เรื่องนี้คงจะเกิดการเคลื่อนไหวใต้ดินครั้งใหญ่อีกรอบ
ไม่นานนัก แสงสีขาวสายหนึ่งก็วาบผ่านไป อาคารโรงงานสูงห้าชั้นก็ปรากฏแก่สายตาทุกคน
ทำไมถึงเรียกว่าโรงงานแทนที่จะเรียกว่าอาคารทั่วไปน่ะเหรอ? เพราะมันไม่มีระเบียงยื่นออกมาน่ะสิ
มันมีเพียงหน้าต่างกระจกแบบปิดตาย แถมยังเป็นกระจกแบบมองเห็นด้านเดียว คนข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน
พื้นที่ของโรงงานแห่งนี้กว้างขวางยิ่งกว่าโรงอาบน้ำเสียอีก ความสูงของแต่ละชั้นก็สูงมาก ประตูทางเข้าชั้นหนึ่งก็ใหญ่โตมโหฬาร
มันเป็นประตูม้วนที่ควบคุมได้ทั้งด้วยรีโมทหรือคอมพิวเตอร์แสง ผนังด้านนอกเรียบเนียนเป็นระเบียบ ไม่รู้ว่าทาสีด้วยอะไร
ลู่หลีเบิกตากว้างเล็กน้อย มันคือ... โรงงานจริงๆ ด้วย?
ข้อความบนบัตรใบเล็กนั้นมีไม่มาก: โรงงาน ใช้สำหรับการผลิต
มีแค่นี้เอง แล้วมันคือโรงงานประเภทไหนกันเล่า? ใช้ผลิตอะไร? หรือจะผลิตอะไรก็ได้?
ขอบเขตมันกว้างขวางเกินไปจริงๆ
ลู่หลี เหอเล่อ และเจ้าของโรงงานได้สติเป็นกลุ่มแรก พวกเขาเริ่มก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังอาคารโรงงาน
เมื่อกดปุ่มข้างประตู ประตูม้วนก็ส่งเสียงดังครืดคราดฟังดูค่อนข้างเก่าแต่กลับเลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียวมันก็ม้วนขึ้นไปจนสุด ทั้งสามคนเดินเข้าไปข้างใน
ภาพที่เห็นคือความว่างเปล่ามหาศาล ชั้นหนึ่งเรียกได้ว่าไม่มีอะไรเลย แต่บนผนังกลับมีป้ายบอกทาง
มันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนจากตรงกลาง ด้านซ้ายคือคลังสินค้า ส่วนด้านขวาคือโรงปฏิบัติงาน
เหอเล่อกะพริบตาปริบๆ อย่างงงงวย "แล้วสินค้าล่ะ? เครื่องจักรล่ะ? ไม่มีอะไรเลยจะทำยังไง?"
ส่วนลู่หลีเดินเข้าไปหาเจ้าของรางวัลอย่างคุ้นเคยแล้วถามว่า "คุณชื่ออะไร?"
"จงเซี่ย" เขาตอบ เพราะอากาศร้อนทำให้พวงแก้มเขาขึ้นสีแดงเรื่อ และมีเหงื่อซึมบางๆ ที่ปีกจมูก
เขามองไปรอบๆ อย่างสับสนกับความว่างเปล่านี้
เขาเป็นชาวเมืองจากฐานที่มั่นเจียงหนาน ถูกรางวัลจากเครื่องขูดสลากอัตโนมัติ แต่เครื่องกลับให้มาเพียงบัตรใบเล็กใบเดียว
โดยระบุว่าต้องมาแลกรางวัลด้วยตัวเอง เขาจึงรู้ว่ารางวัลนี้ไม่ธรรมดา และเดินทางตามคำแนะนำมาจนพบลู่หลี
แต่... การมอบอาคารเปล่าๆ ให้เขาหลังหนึ่ง มันจะมีประโยชน์อะไรกัน?
ลู่หลีสังเกตเขาอย่างละเอียด เห็นแววตาสับสนและเหงื่อบนใบหน้า ยิ่งทำให้เขาดูบอบบางเข้าไปใหญ่
เธอจึงอธิบายอย่างใจเย็น "คุณลองดูในคอมพิวเตอร์แสงสิว่ามีซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้นมาตัวหนึ่งไหม"
จงเซี่ยเปิดคอมพิวเตอร์แสงตามคำบอก แล้วก็พบซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า "โรงงานลู่หลี" จริงๆ
เป็นชื่อซอฟต์แวร์ที่... มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก
เมื่อเปิดเข้าไปในซอฟต์แวร์ จะเห็นแผนผังอาคารโรงงานแห่งนี้ ชั้นสองถึงชั้นห้ายังเป็นสีเทาที่กดเข้าไปดูไม่ได้
ตอนนี้เขาสามารถควบคุมได้เพียงชั้นหนึ่งเท่านั้น เขาไม่ใช่คนโง่ เพียงแค่ได้รับคำชี้แนะนิดหน่อยก็เข้าใจได้ทันที
ไม่นานเขาก็พบหน้าอินเทอร์เฟซการตั้งค่า ซึ่งสามารถจัดการรูปแบบอาคารและเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ ได้...
ลู่หลีชะโงกหน้ามาดูแล้วอดตกใจไม่ได้ "สายพานการผลิตอาหาร? สายพานการผลิตเสื้อผ้า?"
เหอเล่อที่เดินสำรวจไปทั่วพอได้ยินก็รีบวิ่งมาดูทันที เสิ่นปิงกับหลัวมู่เองก็หายตกตะลึงและก้าวตามเข้ามา
ส่วนลูกค้าคนอื่นๆ ยังคงยืนกล้าๆ กลัวๆ อยู่หน้าประตู เพราะคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเท่าไรนัก
จงเซี่ยยังไม่ทันได้เลือกว่าจะเอาอะไร เหอเล่อก็ร้องโวยวายขึ้นมาก่อน "ยังจะลังเลอะไรอีก เลือกอาหารเป็นอันดับแรกสิ!"
คนเราไม่กินผลไม้ก็ไม่ตายหรอก แต่ถ้าไม่กินข้าวไม่กินน้ำน่ะตายแน่นอน เรื่องนี้สิถึงจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่สุด!
จงเซี่ยพอเห็นคำว่าอาหารก็น้ำลายสอขึ้นมาทันที เรื่องเสื้อผ้าอะไรนั่นไม่สำคัญหรอก
ในยามที่หิวจนหน้ามืดตามัว มองไม่เห็นอะไรเลยเนี่ย การจะใส่เสื้อผ้าหรือไม่มันสำคัญด้วยเหรอ?
เขาลังเลอยู่เพียงครู่เดียว และเหลือบมองลู่หลีเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้คัดค้านอะไร
เขาจึงเลือกสายพานการผลิตอาหาร สายพานทั้งสองเส้นนี้คือการตั้งค่าเริ่มต้น เปรียบเสมือนของขวัญสำหรับมือใหม่ที่ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่ต้องเสียแต้ม
แสงสีขาววาบผ่านไปอีกครั้ง สายพานการผลิตสีเขียวเข้มขยับมาตั้งอยู่ตรงหน้าทุกคน
ต้นสายของสายพานเชื่อมต่ออยู่กับเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ดูซับซ้อน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในสถานะปิดเครื่อง
กลุ่มคนเดินตามสายพานมุ่งหน้าต่อไปจนถึงหน้าเครื่องจักร แม้แต่หลัวมู่ยังต้องแหงนหน้ามอง
มันสูงมาก ดูเหมือนกล่องเหล็กทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่สูงเกือบเท่าหลัวมู่สองคนต่อกัน
มีเพียงช่องเล็กๆ ตรงส่วนที่เชื่อมกับสายพานเท่านั้น รูปลักษณ์โดยรวมดูใหญ่โตมหาศาล แต่หน้าจอแสดงผลกลับอยู่ค่อนข้างต่ำ
มันอยู่ในระดับสายตาของลู่หลีพอดี เธอจึงกดปุ่มลงไปเร็วกว่าที่สมองจะทันสั่งการ
หน้าจอแสดงผลสว่างขึ้น เครื่องจักรนี้แม้จะใหญ่โตซับซ้อนแต่การใช้งานกลับง่ายดาย บนหน้าจอมีปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่ม
เริ่ม หยุด และหยุดฉุกเฉิน ง่ายๆ แค่นี้เอง
ลู่หลีรู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะกดปุ่มเริ่มดูผลลัพธ์เหลือเกินว่ามันจะผลิตอาหารประเภทไหนออกมา?
ดังนั้นเธอจึงกดปุ่ม "ปัง— ตึง—" เสียงดังสนั่นสองครั้ง
ทำเอาทุกคนตกใจกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะหลัวมู่ที่มือบอนกำลังลูบๆ คลำๆ เครื่องจักรอยู่ถึงกับกระโดดหนีไปไกลด้วยความระแวดระวัง
"เสียงอะไรน่ะ?" เหอเล่อถาม
วินาทีต่อมา สายพานการผลิตก็เริ่มเคลื่อนที่ และผลผลิตชิ้นแรกก็ปรากฏออกมา
ทุกคนพากันรุมล้อมเข้าไปดู มันคือกล่องข้าวเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือ และมีความสูงประมาณหนึ่งช่วงมือ
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น