-->

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 189 ตะกละ!



ตอนที่ 189 ตะกละ!

เหอเล่อถลึงตาใส่เธอหนึ่งที จากนั้นเขาก็หลับตาลง พนมมือประสานกันกุมก้อนหินไว้แน่น

เขาท่องชื่อสิ่งของที่ต้องการคัดลอกในใจสามจบ ทว่า... กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย

เขาจำใจต้องลืมตาขึ้นแล้วถามลู่หลี “ทำไมไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย”

ลู่หลีอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “นั่นก็หมายความว่านายตะกละเกินไปแล้ว”

เหอเล่อ: ...ขูดได้รางวัลคัดลอกมาทั้งที แน่นอนว่าต้องตะกละ บนนี้ไม่ได้เขียนข้อจำกัดอะไรไว้เลย ย่อมต้องคิดฝันไปไกลเป็นธรรมดา

เขาเอ่ยถามอย่างถ่อมตัว “งั้นต้องทำยังไง”

ลู่หลีถามกลับ “เมื่อกิ้นายคิดถึงอะไรล่ะ”

เหอเล่อชี้ไปทางโรงแรม ทำท่าทางลับลมคมในแล้วกระซิบเสียงเบา “นายจำที่ดินผืนหลังโรงแรมนั่นได้ไหม”

ราวกับมีสายฟ้าฟาดใส่ลู่หลี เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมอะไรไป เมื่อเช้าเหอเล่อยังโทรศัพท์มาถามเรื่องที่ดินผืนนั้นอยู่เลย

เธอยิ้มเหมือนไม่ยิ้มพลางถาม “นายจะคัดลอกที่ดินผืนนั้นเหรอ ตะกละ!”

เหอเล่ออึ้งไปครู่หนึ่งแต่ก็ยังพยักหน้าถามด้วยความอยากรู้ “ในดินนั่นมันมีอะไรกันแน่ ถึงได้ปลูกพืชผลได้ตามปกติแบบนั้น”

ลู่หลีส่ายหน้าอย่างซื่อตรง ประกอบกับดวงตาที่ใสซื่อจริงใจของเธอ ทำให้เหอเล่อเชื่อสนิทใจ

“เซิ่งเสวียนเป็นคนทำเหรอ” เหอเล่อถาม

ลู่หลีพยักหน้า

“เป็นรางวัลที่ขูดได้จากที่นี่ใช่ไหม” ดูเหมือนจะเป็นคำถาม แต่ความจริงคือประโยคบอกเล่า เพราะเขามีคำตอบในใจอยู่แล้ว

ลู่หลีไม่พูดอะไร เพียงแต่ยิ้มบางๆ

เหอเล่อมั่นใจในคำตอบยิ่งขึ้นและไม่ซักไซ้ต่อ เขาเริ่มคิดว่าจะคัดลอกอะไรดี

ของที่ต้องการคัดลอก...? ต้องเป็นสิ่งไม่มีชีวิตเท่านั้น หรือว่าสิ่งมีชีวิตก็ได้ด้วย

ขอบเขตมันกว้างเกินไป ทำได้เพียงลองไปทีละอย่าง เขามีเวลาเหลือเฟือแต่มีโอกาสแค่สามครั้ง

ซึ่งเขาใช้ไปแล้วหนึ่งครั้ง

ลู่หลีไม่ได้สนใจเขาต่อ ลูกค้าในโรงแรมทยอยเดินออกมา

บ้างก็มาซื้อสลากขูด บ้างก็ไปเซเว่นเพื่อซื้อของกิน หรือไม่ก็ไปโรงอาบน้ำเพื่อผ่อนคลาย

เหอเล่อลองอีกครั้ง หลังจากไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เขาก็ลืมตาขึ้นด้วยความสิ้นหวัง

ประจวบเหมาะกับที่เห็นเซิ่งเสวียนเดินมาทางรถบ้านพอดี สีหน้าของเขาพลันตื่นตัวขึ้นมาทันที

“นายคือเซิ่งเสวียนใช่ไหม” เหอเล่อคว้าข้อมือเซิ่งเสวียนไว้พลางเอ่ยอย่างตื่นเต้น

“รัฐมนตรีเหอ” เซิ่งเสวียนทำท่าทางลังเล ในใจเริ่มมีความวิตกเล็กน้อยว่าทำไมเหอเล่อถึงรู้จักตนเอง

เขาเหลือบมองลู่หลีที่กำลังดูละครฉากนี้อยู่ แล้วหันกลับมามองเหอเล่อที่ดึงรั้งตนไว้ไม่ยอมปล่อย พลางส่งยิ้มสุภาพแต่เหินห่างให้

“ใช่ ผมคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฐานที่มั่นกลาง เหอเล่อ” เขาแนะนำตัว

ข้อมูลเหล่านี้สามารถหาดูได้บนเว็บไซต์ทางการของฐานที่มั่นกลาง เขาไม่มีความจำเป็นต้องปิดบัง

แต่สิ่งที่เขาอยากรู้ยิ่งกว่าคือ เขาพูดเข้าประเด็นทันที “ที่ดินผืนหลังโรงแรม... แปลงผักนั่น เป็นของนายใช่ไหม”

เซิ่งเสวียนยิ่งลังเลหนักกว่าเดิม เดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร และเหลือบมองลู่หลีอีกครั้ง ซึ่งเธอยังคงทำสีหน้าเหมือนกำลังดูละครอยู่

เขาจำต้องพยักหน้า “ใช่ เป็นของผม รัฐมนตรีเหอมีธุระอะไรหรือเปล่า” จากนั้นเขาก็ดึงมือตัวเองออกมา

เหอเล่อโบกมือ รอยยิ้มบนหน้าดูเป็นทางการ ไม่มีความสนิทสนมเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าลู่หลี

“แค่อยากจะทำความรู้จักหน่อยว่าแปลงผักนี่นายดูแลยังไง ทำไมถึงปลูกได้ดีขนาดนี้ สนใจจะไปทำงานที่ฐานที่มั่นกลางไหม” เหอเล่อเอ่ย

“ไม่ ขอบคุณในความหวังดี” เซิ่งเสวียนพูดจบก็เตรียมจะเดินจากไป ตอนเดินผ่านลู่หลีเขาก็เหลือบมองเธออีกครั้ง

เห็นเพียงเธอที่กอดอกมองเขาอย่างสบายอารมณ์ ตลอดทั้งกระบวนการเอาแต่ดูละครอย่างเดียว ทั้งที่ที่ดินผืนนี้เธอก็มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยแท้ๆ

เซิ่งเสวียนรู้สึกจุกในอก จะระบายออกก็ไม่ได้ จะกล้ำกลืนลงไปก็ลำบาก ได้แต่รู้สึกหงุดหงิดใจ

เขาเร่งฝีเท้าเดินตรงไปยังเซเว่นทันที โดยมีเหอเล่อตามตื๊อไม่เลิก “สวัสดิการดีมากเลยนะ”

เซิ่งเสวียนสะบัดมือเขาออกอีกครั้งพลางตอบอย่างรำคาญ “ไม่ไป”

“นายมีเงื่อนไขอะไร เสนอมาได้เลย พวกเราจะพยายามตอบสนองให้ได้มากที่สุด” เหอเล่อยังคงตื๊อต่อ

ถึงเขาจะเป็นคนของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ทุกครั้งที่ประชุม ความท้อแท้บนใบหน้าของพวกสถาบันวิจัยมันชัดเจนเกินไป

แถมยังได้ยินคำบ่นของพวกนั้นมามากเกินไป ทั้งเมล็ดพันธุ์ไม่มีชีวิตชีวา น้ำมีสิ่งเจือปนเยอะ ดินก็ไม่ได้เรื่อง

สรุปคือปลูกอะไรไม่ขึ้นเลย

ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่าที่ดินผืนเล็กๆ ผืนนั้นมีมูลค่ามหาศาลแค่ไหน ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของฐานที่มั่นกลาง เขาต้องพยายามคว้ามาให้ได้

เขาตามตื๊อไปจนถึงเซเว่น พร่ำบ่นข้างหูเซิ่งเสวียนเหมือนยุง “นายบอกมาเถอะ คนเราทุกคนย่อมมีความปรารถนามีความต้องการกันทั้งนั้น”

“บอกมาเถอะ เรื่องจะตอบสนองได้ไหมมันเป็นเรื่องของเรา แต่นายจะเงียบไม่ได้ ถ้าไม่พูดพวกเราจะรู้ได้ยังไงจริงไหม”

เซิ่งเสวียนเม้มปากแน่น ไม่อยากจะพูดด้วย ถ้าทำได้เขาคงอยากจะปิดหูไปเลยด้วยซ้ำ

จนกระทั่งซื้อของเสร็จและเดินออกมาจากเซเว่น เหอเล่อก็ยังไม่เลิกเป่าหู

เซิ่งเสวียนทนไม่ไหวจริงๆ จึงโพล่งออกมาคำหนึ่ง “ลู่หลีก็มีส่วนด้วย นายไปหาเธอเถอะ”

เหอเล่อคิดในใจ: ฉันรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้ต้องมีลู่หลีเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ!

แต่ถ้าเอาเซิ่งเสวียนกับลู่หลีมาเทียบกัน ไม่ว่าจะมองมุมไหนลู่หลีก็เกลี้ยกล่อมยากกว่า ไม่อย่างนั้นเธอคงไปฐานที่มั่นกลางตั้งนานแล้ว

ด้วยเหตุนี้เหอเล่อจึงยังคงวิ่งไล่ตามเซิ่งเสวียนต่อไป เดิมทีเขากะจะซื้อสลากขูดอีกสักใบแล้วถือโอกาสไปดูแปลงผักเสียหน่อย

แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์แล้ว เขาตรงดิ่งกลับโรงแรมทันที ใครจะรู้ว่าเหอเล่อจะตามตื๊อมาจนถึงหน้าประตู

“อย่าเพิ่งไปสิ พวกเรามานั่งลงคุยกันดีๆ—”

“ปัง—” ประตูถูกปิดลงอย่างแรง และปิดปากที่พูดไม่หยุดของเหอเล่อลงด้วย

เหอเล่อไม่ยอมแพ้ เขาไปเดินวนรอบแปลงผักอีกรอบ ยิ่งมองก็ยิ่งประหลาดใจ

ไม่รู้ว่าปลูกมานานแค่ไหนแล้ว แตงโมมีขนาดเท่ากำปั้นแล้ว ลายเส้นสีเหลืองเขียวพาดวนอยู่บนลูก

แล้วก็นี่ นั่นแตงกวาใช่ไหม ยาวกว่าฝ่ามือเสียอีก! ทั้งต้นท้อต้นสาลี่ก็ออกผลแล้ว!

แต่ละลูกใหญ่กว่ากำปั้นเสียอีก รูปลักษณ์ภายนอกดูดีมาก เด็ดมากกินได้เลย

เหอเล่อมองแล้วเผลอกลืนน้ำลายพลางสงสัย ที่นี่ไม่มีคนอื่นสังเกตเห็นเลยเหรอ เห็นแล้วไม่มีใครแอบเด็ดไปบ้างหรือไง

ทุกคนมีมารยาทดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่

เขาเดินกลับไปที่ร้านสลากอีกครั้ง มีลูกค้าเพียงประปราย ลู่หลียังคงมีท่าทางไม่ยินดียินร้ายต่อโลกเช่นเดิม

ลู่หลีเห็นเขามาก็ยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง แล้วนอนเอนหลังกลับไป ในใจรู้ดีว่าเขาคงเกลี้ยกล่อมเซิ่งเสวียนไม่สำเร็จ

เหอเล่อเดินขึ้นรถบ้านมาอย่างคุ้นเคย เขานั่งลงข้างลู่หลี “เซิ่งเสวียนบอกว่าแปลงผักนั่นเธอมีส่วนด้วย”

เจ้าหมอนั่น ขายฉันเข้าให้แล้วไง

รอยยิ้มบนหน้าลู่หลีไม่เปลี่ยนไปเลย เธอพยักหน้า “ใช่แล้ว แล้วมันยังไงล่ะ”

เธอสวนกลับมานิ่มๆ

เหอเล่อถอนหายใจ เริ่มหงายไพ่ดราม่า “เธอไปดูที่ฐานที่มั่นกลางหน่อยเถอะ ยังไงที่นั่นลูกค้าก็เยอะกว่าใช่ไหมล่ะ”

“ไม่ไป ลูกค้าเยอะแล้วเหนื่อย” ลู่หลีส่ายหน้าพลางยัดแตงโมเข้าปากหนึ่งชิ้น

เหอเล่อ: ...พูดไม่ออกเลย

เขาจะพูดอะไรได้อีก คนคนนี้ไม่มีความทะเยอทะยานเลยสักนิด อยากจะขายแต่สลากขูดของตัวเองอย่างเดียว

เหอเล่อขอยึดเก้าอี้โยกตัวหนึ่งบ้าง เขานอนโยกไปมา มีลมพัดมาเป็นระยะ

ลมเย็นๆ พัดมาจนเขาเริ่มจะง่วงแล้ว เขาเข้าใจเลยว่าทำไมลู่หลีถึงไม่มีความทะเยอทะยานขนาดนี้

ในเมื่อครอบครองพลังพิเศษที่เจ๋งที่สุดในโลก และมีฐานอำนาจที่แข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว ทำไมต้องทำให้ตัวเองเหนื่อยด้วยล่ะ

ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมีความสุขไม่ดีกว่าเหรอ

จะหาเรื่องไปยุ่งกับความวุ่นวายในฐานที่มั่นกลางทำไมกัน

เหอเล่อลองสมมติเป็นตัวเองดู พบว่าสภาพจิตใจของเขากลับคล้ายกับลู่หลีอย่างประหลาด เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ได้แต่เสียดายที่ตัวเองไม่ใช่ลู่หลี!

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×