-->

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 188 แปลงผักมหัศจรรย์





ตอนที่ 188 แปลงผักมหัศจรรย์

ลู่หลีที่กลับมาถึงรถบ้านไม่ได้ปล่อยให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์เลยสักนิด คนน้อยลงหน่อยก็ถือว่าได้พักผ่อน สบายเสียอีก อย่างมากก็แค่ต้องอยู่นานขึ้นอีกไม่กี่วันก็น่าจะทำยอดครบหนึ่งแสนหยวนได้เหมือนกัน

เพียงแต่เธอรู้สึกแปลกใจมาก เธอไม่เคยมีความแค้นส่วนตัวกับหัวหน้าฐานที่มั่นจี๋ลี่เลย แล้วทำไมเขาต้องมาหาเรื่องกันด้วย?

ก็นะ... ตอนที่เธอเพิ่งรู้จักชื่อฐานที่มั่นจี๋ลี่ได้ไม่นาน เซิ่งเสวียนก็โผล่มาอยู่ข้างกายเธอแล้ว ดูท่าฝ่ายนั้นคงจะวางแผนมานานแล้วเหมือนกัน

เฮ้อ คนพวกนี้ช่างแปลกจริง ๆ สู้ก็ไม่ได้แต่ก็ยังจะหาเรื่อง

เธออาบน้ำเสร็จก็ขึ้นเตียงนอน วันรุ่งขึ้นเธอถูกเสียงโทรศัพท์จากเหอเล่อปลุกให้ตื่น พอรับสายปุ๊บ เสียงที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นของเขาก็ดังขึ้นมาทันที

“บอสลู่! แปลงดินหลังโรงแรมหลังนั้นเป็นของใครเหรอ? ทำไมมันถึงปลูกผลไม้กับผักขึ้นมาได้ล่ะ?”

ลู่หลีที่ยังไม่ตื่นดีพอได้ยินก็สะดุ้งจนตื่นเต็มตา ความง่วงหายไปเกินครึ่ง เธอตอบตรง ๆ ว่า “ไม่ใช่ของฉันค่ะ”

มันเป็นของเธอร่วมกับเซิ่งเสวียน

ที่ดินน่ะเป็นของเซิ่งเสวียน ส่วนต้นไม้ ผลไม้ และผักที่งอกเงยออกมาน่ะเป็นของเธอ

เสียงของเหอเล่อยังคงตื่นเต้นไม่หาย “แล้วมันเป็นของใครล่ะ? ฉันจะไปคุยธุระกับเขาหน่อย จะลองถามดูว่าเขาสนใจจะไปทำงานที่ฐานที่มั่นกลางไหม”

“ทำไมล่ะคะ?” ลู่หลีถามออกไปด้วยความมึนงง

ปลายสายเงียบไปพักหนึ่งถึงตอบว่า “คนมีความสามารถระดับนี้ แน่นอนว่าต้องทำงานรับใช้ฐานที่มั่นกลาง เพื่ออุทิศตนเพื่อประชาชนยังไงล่ะ”

ลู่หลีแอบคิดในใจ สรุปคือจะเอาไปใช้งานที่ฐานที่มั่นกลาง ยอมถวายหัวรับใช้ในพื้นที่เล็ก ๆ แค่นั้น หรือว่ารับใช้ประชาชนกันแน่?

เธอไม่ใช่เด็กสามขวบนะ คำพูดพวกนี้ฟังหูไว้หูก็พอ

เธอตอบส่ง ๆ ไปว่า “ของเซิ่งเสวียนน่ะค่ะ คุณไปหาเขาเอาเองนะ พักอยู่ในโรงแรมแหละ”

พูดจบถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ “คุณเหอ? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ? ปกติคุณควรจะอยู่ที่ฐานที่มั่นกลางไม่ใช่เหรอ?”

เหอเล่อตอบอย่างขัดใจว่า “ไม่ยอมให้พวกเราลาพักร้อนบ้างหรือไง? พอลาพักร้อนแล้วคิดถึงเมียคิดถึงลูกก็ต้องมาหาบ้างสิ”

แล้วมันก็ช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่เขาไปเจอที่ดินแปลงนั้นหลังโรงแรมเข้าพอดี จนถึงกับอึ้งไปเลย

“โอเคค่ะ งั้นแค่นี้นะ” ลู่หลีตอบแบบขอไปที

หารู้ไม่ว่าเหอเล่อได้จัดการถ่ายภาพพืชผลและต้นไม้บนที่ดินแปลงเล็ก ๆ นั้นส่งกลับไปหมดแล้ว

แถมเขายังอยากจะแอบเด็ดแตงโมสักลูกใส่กระเป๋าเอากลับไปกินที่โรงแรมกับลูกเมียด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่ไม่กล้า

เขาทำได้เพียงใช้สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้ากวาดมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับรอการตอบกลับ

ไม่นานนัก ผู้ดูแลที่ประสานงานกับเขาในสถาบันวิจัยก็แจ้งว่า “ถ้าเป็นไปได้ ช่วยตักดินแถวนั้นกลับมาสักถุงด้วยนะ ถ้ามีผลไม้ที่สุกแล้วก็ช่วยหยิบกลับมาด้วยสักสองสามลูกจะดีมาก”

เหอเล่อเบะปาก แค่ตักดินเขายังใจสั่นเลย นี่ยังจะให้เอาผลไม้ไปด้วยเหรอ เขาไม่อยากเสี่ยงชีวิตหรอกนะ?

เขาจึงฉวยโอกาสช่วงที่ยังเช้าอยู่และยังไม่มีคน ควักถุงออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วใช้มือเปล่าตักดินใส่ถุงไปนิดหน่อย

จากนั้นก็เดินกลับโรงแรมด้วยท่าทางเหมือนโจร หลิวเฉินเฉินเห็นเขาทำท่าทางแบบนั้นก็หลุดขำ แล้วถามทันที “ไปทำอะไรมาน่ะ?”

“ชู่... คุณเคยไปหลังโรงแรมหรือเปล่า?” เหอเล่อกระซิบถาม

ทั้งที่อยู่ในห้องตัวเองแท้ ๆ แต่ท่าทางระแวดระวังและเสียงที่กดต่ำลงนั้น ทำให้หลิวเฉินเฉินเผลอตอบเสียงเบาตามไปด้วย

“ไม่เคยไปค่ะ ใครจะว่างงานไปแถวนั้นล่ะ” หลิวเฉินเฉินส่ายหน้า ในมือยังถือขนมปังแทะอยู่

ตั้งแต่ย้ายเข้าพักในโรงแรม คุณภาพชีวิตของสองแม่ลูกก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตอนเช้าไปซื้อขนมปังกับนมที่เซ็นเว่นทาน มื้อเที่ยงซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยหนึ่ง มื้อเย็นทานสุกี้หม้อไฟอัตโนมัติ ตอนบ่ายยังมีขนมกินเล่นอีก

ในฐานที่มั่นกลางเมื่อก่อนไม่มีชีวิตดี ๆ แบบนี้หรอก พวกเธอพึงพอใจมากแล้ว

เหอเล่อหยิบถุงดินออกมาจากพื้นที่มิติ หลิวเฉินเฉินรู้สึกได้ทันทีว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล

อยู่ดี ๆ จะขุดดินมาทำไม ถ้าไม่ใช่ว่าดินนี่มีปัญหา เธอจึงถามตรง ๆ ว่า “ดินนี่มันมีอะไรผิดปกติเหรอคะ?”

เหอเล่อรู้สึกอบอุ่นใจ แต่เขาก็ทำเพียงแค่ส่ายหน้าและตอบอย่างระมัดระวังว่า “ยังไม่รู้หรอก ต้องส่งไปตรวจสอบก่อน”

หลิวเฉินเฉินพยักหน้าและแอบเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ

ส่วนลู่หลีนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย หลังจากวางสายเธอก็มึน ๆ หลับต่อจนเกือบสิบโมงถึงได้ลุกมาเปิดร้าน

เป็นไปตามคาด ไม่มีลูกค้าเลย แต่เธอไม่รีบ ทานหมี่เสร็จก็นั่งรออย่างสงบ

จะมีก็แต่เซียวตี๋กับจานถิงที่ดูจะร้อนรนกว่าใครเพื่อน คอยชะเง้อมองประตูฐานที่มั่นอยู่ตลอด พอเห็นไม่มีคนออกมาก็ถอนหายใจ

นอกจากถอนหายใจแล้วยังเดินวนไปวนมาจนลู่หลีเริ่มจะมึนหัว เธอจึงโบกมือเรียก “นั่งลงนิ่ง ๆ เถอะ อย่าเดินไปมาเลย”

แม้จะไม่มีกลุ่มชาวเมืองที่เป็นฐานลูกค้าหลักในตอนนี้ แต่แขกในโรงแรมก็มีกำลังซื้อไม่น้อย เพียงแต่พวกเขาไม่ได้ออกมาบ่อยนักเท่านั้นเอง

“บอสลู่!” เสียงที่ร่าเริงของเหอเล่อดังมาจากข้างนอก ปลุกให้ลู่หลีที่กำลังจะสัปหงกตื่นขึ้นมา

เธอหรี่ตามอง พอเห็นว่าเป็นใครก็รู้สึกประหลาดใจ “คุณเหอ? ทำไมมาที่นี่ล่ะคะ?”

เหอเล่ออึ้งไปเลย โทรศัพท์เมื่อเช้านี่โทรฟรีไปเหรอ? เขายังคงรักษารอยยิ้ม ก้าวเข้าไปหาแล้วบอกว่า “ลาพักร้อนครับ มาหาเฉินเฉินกับพวกลูก ๆ”

“อ้อ~” ลู่หลีมักจะรู้สึกเหมือนตัวเองลืมอะไรไปบางอย่าง แต่คิดว่าคงไม่สำคัญมั้ง ของสำคัญน่ะปกติจะไม่ลืมหรอก?

จากนั้นทั้งสองคนก็นิ่งเงียบใส่กัน รอยยิ้มบนหน้าเหอเล่อแทบจะรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว

เขาจึงทำได้แค่พูดว่า “ขอสลากขูดสักใบสิ”

เซียวตี๋ยิ้มกว้างทันที ในที่สุดก็ได้เปิดบิลเสียที เธอรีบดันสลากขูดทั้งสามระดับราคาออกไปข้างหน้าเพื่อให้เขาเลือกเอง

เหอเล่อสุ่มหยิบใบที่แพงที่สุดมาใบหนึ่ง ขูดไปพลางชวนลู่หลีคุยไปพลาง

“ช่วงนี้ธุรกิจเป็นยังไงบ้าง?” มันเป็นคำถามทักทายตามมารยาทน่ะนะ แต่พอถามออกไปถึงได้รู้ว่าพูดผิดเสียแล้ว

อากาศเงียบกริบไปชั่วขณะ ลู่หลีที่นอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยกยิ้มตอบว่า “ก็อย่างที่เห็นน่ะค่ะ”

เหอเล่อหัวเราะแก้เก้อ “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ? ยังมีคนไม่ชอบเล่นสลากขูดอยู่อีกเหรอ?”

ข้างหลังเขาคือฐานที่มั่นจี๋ลี่ เขาไม่มีความประทับใจอะไรกับฐานนี้มากนัก รู้แค่ว่าหัวหน้าฐานมีรสนิยมวิปริตอยู่นิดหน่อย

นอกจากนั้นก็ดูธรรมดาทั่วไป

ลู่หลีส่ายหัว ในปากคาบกล่องนมถั่วเหลืองดื่มอยู่ “ไม่รู้สิคะ เมื่อวานก็เป็นแบบนี้ สงสัยพวกเขาจะจนมั้งคะ?”

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ ลู่หลีจึงหันไปมองเหอเล่อ พบว่าฝ่ายหลังกำลังจ้องมองสลากขูดตาเป็นประกาย

“ขูดได้อะไรเหรอคะ?” ลู่หลีถาม

ถ้าทำให้เหอเล่อทำสีหน้าแบบนี้ได้ แสดงว่าไม่ธรรมดาแน่

เหอเล่อส่งสลากเข้าไปในปากแมวกวักทันที ดวงตาจ้องเขม็ง ไม่นานรางวัลก็มาอยู่ในมือเขา

ลู่หลีขยับตัวขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้ เห็นเพียงก้อนหินสีดำก้อนหนึ่งที่ทำให้คนดูแล้วมึนงง

แต่พอเห็นก้อนหินก้อนนี้ ลู่หลีก็รู้ทันทีว่าอย่างน้อยมันต้องเป็นรางวัลระดับแสงสีเหลืองขึ้นไป

ม่านพลังป้องกันกับรางวัลคัดลอกก่อนหน้านี้ ก็เป็นก้อนหินสีดำที่กลมมนแบบนี้แหละ

มีเพียงเหอเล่อที่มองเห็นคำอธิบายบนก้อนหิน เขาเหลียวซ้ายแลขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใคร

ถึงค่อยสรุปความออกมาว่า “คัดลอก... แค่คิดถึงสิ่งของที่ต้องการคัดลอก แล้วท่องในใจสามจบก็เสร็จ”

เหอเล่อมองลู่หลีอย่างเอ๋อ ๆ “ของรางวัลพวกคุณนี่นับวันยิ่งล้ำขึ้นเรื่อย ๆ นะ ลูกเล่นเยอะจริง ๆ สุดยอดเกินไปแล้ว”

เมื่อความอยากรู้อยากเห็นได้รับการตอบสนอง ลู่หลีก็โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เมื่อไม่กี่วันก่อนก็มีคนขูดได้อันนี้เหมือนกันค่ะ”

“แล้วเขาคัดลอกอะไรไปเหรอ?” เหอเล่อถามอย่างใคร่รู้

ในหัวเขาเริ่มคิดฟุ้งซ่านไปไกล หรือเราจะคัดลอกร้านสลากนี่เลยดีนะ? แต่คิดดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้...

เซเว่นล่ะ? แต่ตอนนี้มีออนไลน์มอลล์แล้ว คัดลอกไปก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่

จู่ ๆ เขาก็นึกถึงที่ดินแปลงเล็กหลังโรงแรมนั่นขึ้นมา ในใจเขามีคำตอบแล้ว

ลู่หลีส่ายหัวอย่างมีลับลมคมใน “ไม่บอกหรอกค่ะ” เดี๋ยวพวกคุณจะอิจฉาตาร้อนกันเปล่า ๆ

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×