ตอนที่ 185 ทิชชู่พกพา
ลู่หลีเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แต่ก็ดูไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่ เธอเลยยื่นมือไปตบหลังหัวแมวกวักเบาๆ
ผ่านไปพักใหญ่ มันก็ส่งเสียงดังครืดคราดเหมือนเครื่องติดขัด ก่อนจะคายการ์ดใบเล็กออกมาใบหนึ่ง ซึ่งเป็นคำอธิบายสรรพคุณ
ลูกค้าคนนั้นรีบหยิบขึ้นมาอ่านแล้วพึมพำเสียงเบา "ทิชชู่พกพา เช็ดล้างทุกความแปดเปื้อนบนโลก?"
เขาไม่เข้าใจ มันดูลึกซึ้งเกินไป หมายความว่ายังไงกันแน่?
แต่บนการ์ดก็มีแค่สองประโยคนี้ ลู่หลีเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เธอเลยแสร้งทำเป็นนิ่งขรึมแล้วละสายตากลับมา
ลูกค้าคิดว่าเธอเป็นเจ้าของร้าน ย่อมต้องรู้ดีแน่ๆ เลยหยิบขึ้นมาถาม "บอสครับ ทิชชู่พกพานี่มันใช้ทำอะไรได้บ้าง?"
"ก็ใช้เช็ดของไงคะ เช่น ตรงนี้มันสกปรก คุณก็เช็ดมันซะ" ลู่หลีตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
เธอชี้ไปยังจุดบนโต๊ะที่เพิ่งจะถูกพวกเขาทำเลอะเทอะด้วยเศษดินเมื่อครู่ พลางมองหน้าเขาอย่างตั้งใจ
ลูกค้ามองโต๊ะสลับกับมองลู่หลี สีหน้าเขาฟ้องชัดเจนว่า: ฉันดูเหมือนพวกสมองนิ่มขนาดนั้นเลยเหรอ?
"ลองดูสิคะ" ลู่หลียุ เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทิชชู่นี่ใช้ยังไง
คนแถวนั้นที่อยากรู้อยากเห็นก็ขยับเข้ามามุง ชายคนหนึ่งชี้ไปที่คราบสกปรกฝังลึกบนเสื้อตัวเอง "งั้นนายลองเช็ดให้ฉันดูหน่อยสิ?"
ทุกคนต่างคิดว่าเขาขูดได้ของขยะชิ้นหนึ่ง เลยพากันรุมแซว
หนึ่งในนั้นดูเหมือนจะมีเรื่องขัดใจกับเจ้าของทับทิมมาก่อน สายตาเขามองมาอย่างไม่เป็นมิตรชัดเจน
เขาชี้ไปที่ปานดำขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่เกือบครึ่งซีกหน้าซ้ายของเจ้าของทิชชู่ แล้วพูดเยาะเย้ยว่า "มาๆๆ เช็ดไอ้ตรงนี้ให้ดูก่อนเลย"
"หน้าตัวเองยังเป็นแบบนี้แล้วยังไม่รู้จักเจียมตัวอยู่ในฐาน ออกมาเดินประจานหน้าตาให้อับอายชาวบ้าน! นายกำลังทำคนเขาดูถูกฐานที่มั่นจี๋ลี่นะ นายรับผิดชอบไหวไหมเนี่ย?!"
กลุ่มคนมุงจ้องมองอย่างรอคอยเรื่องสนุก เจ้าของทิชชู่เองก็ไม่ใช่พวกที่จะยอมคนง่ายๆ
เขาฉีกซองทิชชู่ออก ดึงออกมาแผ่นหนึ่งแล้วแสยะยิ้มเย็น
ปานดำนั่นมีรูปร่างคล้ายไก่โต้ง ปากไก่อยู่ใต้เปลือกตา ส่วนหางไก่อยู่ใต้ใบหู
พอเขาแสยะยิ้ม ปานนั่นก็ขยับตามจนดูราวกับมีชีวิต เหมือนไก่โต้งที่กำลังจะจิกคนจริงๆ
"อ๊ากกก—" เสียงโหยหวนดังขึ้น
ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็กดชายคนนั้นลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
หมัดระดมซัดลงไปดั่งพายุฝนจนอีกฝ่ายร้องครวญคราง พยายามยกมือขึ้นป้องตัวเองพัลวัน
เขานั่งทับร่างชายคนนั้นไว้ แล้วหยิบทิชชู่ออกมา พลางบดเขี้ยวเคี้ยวฟันใช้ทิชชู่เช็ดไปที่ปากของคนใต้ร่าง
เขากล่าวอย่างดุร้าย "ปากดีนักนะ! ปากดีนัก! ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าปากแกจะเก่ง หรือทิชชู่ฉันจะเก่งกว่ากัน!"
"อื้อๆๆ..." คนโดนซัดจนมึนหัวแถมยังโดนกดไว้ด้วยแรงมหาศาลดิ้นไม่หลุดเลย
แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด เรื่องสำคัญคือเสียงอุทานรอบข้างที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย
"ปาก! ปากเขา!"
"หายไปแล้ว! มันหายไปจริงๆ!"
"สวรรค์! เป็นไปได้ยังไงเนี่ย?!"
คนโดนเช็ดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่าตรงที่เคยเป็นปาก บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนถูกเย็บติดกัน...
เขาสัมผัสไม่ได้ถึงการมีอยู่ของปากเลย เขาอยากจะพูด แต่เสียงกลับติดอยู่ที่ลำคอ ออกมาไม่ได้!
ความตื่นตระหนกอย่างรุนแรงทำให้เขาเริ่มดิ้นรนสุดชีวิต ทั้งมือทั้งเท้าประโคมใส่
เจ้าของทิชชู่เองก็นึกไม่ถึงว่ามันจะใช้ได้ผลขนาดนี้ เขาอึ้งไปวูบหนึ่งจนเปิดโอกาสให้อีกฝ่าย
พริบตาเดียวสถานการณ์ก็พลิกกลับ เขากลายเป็นฝ่ายถูกกดอยู่ข้างล่างแทน
เจ้าของทิชชู่ตาโตมองใบหน้าประหลาดของคนบนร่างแล้วเกือบจะหลุดขำ
ถ้าสถานการณ์ไม่คับขันขนาดนี้ เขาอยากจะแหกปากหัวเราะสักแปดร้อยครั้ง แล้ววิ่งรอบรถบ้านสักแปดร้อยรอบจริงๆ!
"นายขำอะไร!" เสียงของชายคนนั้นสั่นเครือ เขาไม่กล้ายื่นมือไปจับหน้าตัวเอง เพราะกลัวความจริงจะทำให้สติแตก
ความหวาดกลัวและความแค้นใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุดกำลังจะท่วมท้นเขา เขาเงื้อมหมัดขึ้นเตรียมจะซัดลงไป
เจ้าของทิชชู่ตั้งตัวรับไม่ทัน ในจังหวะจวนตัวเขาเลยคว้าทิชชู่ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเช็ดแรงๆ ไปที่ข้อมือของอีกฝ่าย
ผลลัพธ์มันยิ่งกว่าที่จินตนาการไว้ ข้อมือช่วงนั้นหายวับไปทันที มือทั้งมือร่วงลงพื้นดังแปะ
เลือดพุ่งกระฉูดออกมาสาดเข้าเต็มหน้าเจ้าของทิชชู่ ทำเอาทุกคนขวัญผวา แม้แต่ลู่หลีเองยังต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"อ๊ะ! มือ! มือขาดด้วย!"
"ทิชชู่นี่มันยางลบชัดๆ!"
"เช็ดล้างทุกความแปดเปื้อนบนโลก? สงสัยว่าถ้าเขาคิดว่าอะไรสกปรก มันก็ลบสิ่งนั้นทิ้งได้เลยมั้ง?"
"ของรางวัลแบบนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว..."
ชายคนนั้นเพิ่งจะรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง เขาจ้องมองรอยตัดที่เรียบกริบอย่างเหม่อลอย
เขายังไม่อยากจะเชื่อว่ามือตัวเองหายไปแบบนี้จริงๆ...? เขาหยิบมือของตัวเองขึ้นมาด้วยท่าทางเอ๋อๆ
พยายามจะแปะมันกลับเข้าไป แต่พอปล่อยมืออีกข้าง มันก็ร่วงลงพื้นอีก
หลังจากลองอยู่สองสามครั้ง ในที่สุดเขาก็ต้องยอมรับความจริง... ดวงตาเขาแดงก่ำ ริมฝีปากเม้มแน่น (ซึ่งจริงๆ คือไม่มีปากให้เม้มแล้ว)
เจ้าของทิชชู่รู้สึกสะใจสุดขีด เขาผลักชายคนนั้นล้มลงแล้วลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามตัวแล้วเดินจากไปอย่างผ่าเผย
ส่วนคนที่มือขาด ดูท่าทางในฐานจะมีเพื่อนไม่ค่อยเยอะ เพราะไม่มีใครเดินเข้าไปถามไถ่เลยสักคน
ทุกคนทำเพียงแค่ใช้สายตาแอบมอง พลางซุบซิบนินทาและวิจารณ์กันไปมา ไม่มีใครสงสารหรือสนใจจริงๆ เลย
ลู่หลีเองก็นึกไม่ถึงว่าทิชชู่พกพามันจะใช้งานได้แบบนี้... เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
ได้แต่หวังว่ามันจะถูกนำไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร
เธอไม่ได้สนใจชายคนนั้นต่อ เมื่อเห็นเขาเดินก้มหน้ากุมมือเดินโงนเงนกลับเข้าฐานไป เธอก็ละสายตากลับมา
หลังจากนั้นรางวัลที่ออกมาก็เริ่มปกติขึ้น มีทั้งผลไม้ ผัก หรือแม้แต่หม้อต้ม
แน่นอนว่าเป็นหม้อที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าและไม่ต้องใช้แก๊ส มีปุ่มหมุนปุ๊บมันจะร้อนเองทันที
ใช้ต้มน้ำ ต้มมาม่า ทำสุกี้ หรือผัดผักก็ได้ สารพัดประโยชน์สุดๆ
ลู่หลีรู้สึกว่ามันช่างตอบโจทย์จริงๆ ระบบรู้ว่าที่นี่ไม่มีไฟฟ้า เลยตัดการใช้ไฟฟ้าและแก๊สออกไปเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด
คนที่ได้หม้อไปดีใจมาก ถึงขั้นประกาศว่าใครอยากใช้ก็ได้นะ แต่ต้องจ่ายนิวเคลียสคริสตัลมา
ส่วนคนก่อนหน้าที่ขูดได้ต้นไม้กินผลแบบสุ่ม ก็ขุดต้นไม้ไปแล้ว ไม่รู้ว่าเอาไปไว้ที่ไหน
ลู่หลีเห็นว่าธุรกิจที่นี่เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่ลูกค้าก็ยังน้อยอยู่ดี
จนถึงช่วงเที่ยง คนที่หน้ารถบ้านก็ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ นอกจากบางคนที่เดินจากไปบ้าง แต่ก็ไม่มีลูกค้าใหม่โผล่มาเลย
เธอจำหน้าคนที่ขูดได้รางวัลระดับแสงสีเหลืองขึ้นไปได้หมด พอสังเกตดีๆ คนที่เดินจากไปคือพวกที่ถูกรางวัลดีๆ ทั้งนั้นเลยเหรอ?
ทั้งคนได้หม้อ, ต้นไม้กินผล, ตะกร้าผลไม้, ตุ๊กตาหมีดำ และทิชชู่พกพา
เมื่อเช้ารางวัลระดับแสงสีเหลืองขึ้นไปมีแค่ 5 คนนี้ ซึ่งตอนนี้ไม่อยู่เลยสักคน มันทั้งดูปกติและดูประหลาดในเวลาเดียวกัน
เป็นไปไม่ได้ที่ฐานที่มั่นจี๋ลี่จะมีคนที่มีปัญญาหานิวเคลียสคริสตัลมาได้แค่เท่านี้
เธอก็เลยสุ่มถามใครสักคนถึงเรื่องที่ค้างคาใจ "ชาวเมืองในฐานพวกคุณไม่ค่อยออกมาข้างนอกกันเหรอคะ?"
"ออกมาทำไมล่ะ?" หญิงสาวคนนั้นกำลังขูดอย่างเมามัน เลยตอบส่งๆ ไป
ลู่หลีถึงกับอึ้ง "ก็ออกมาฆ่าซอมบี้ไงคะ หานิวเคลียสคริสตัล มาเล่นสลากขูด ฉันมีเซเว่นกับโรงอาบน้ำด้วยนะ ไม่นึกสงสัยกันบ้างเหรอ?"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่งก่อนจะก้มลงขูดต่อ "สงสัยสิคะ เดี๋ยวค่อยไปดู"
ท่าทางดูเป็นมิตรแต่ก็เหินห่าง ลู่หลีรู้สึกว่าถามไปก็ไม่ได้อะไร เลยนั่งเท้าคางเหม่อลอยต่อ
เธอเริ่มรู้สึกเบื่อปาก เลยสั่งผลไม้มากินแก้เหงา องุ่นแดงไร้เมล็ด ทั้งกรอบทั้งหวานและที่สำคัญคือไม่ต้องปอกเปลือก
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น