-->

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 167 แอบฟังเรื่องชาวบ้าน จนเสพติดเข้าเสียแล้ว



ตอนที่ 167 แอบฟังเรื่องชาวบ้าน จนเสพติดเข้าเสียแล้ว

……

ยามไลน่าเห็นซูเหยียนเดินเข้ามา นางก็รีบถือแก้วเหล้าตรงดิ่งเข้ามาทันที ตั้งท่าจะยื่นส่งให้แก่ซูเหยียน

ทว่ามิทันที่ซูเหยียนจะยื่นมือไปรับแก้วเหล้า ฟาเซอร์ก็ก้าวเข้ามาขวางไว้เสียก่อน “ข้าจัดการเอง ยามนี้นางมิต่างสะดวกร่วมดื่มเหล้า”

“ข้ามิเป็นไรหรอกเพคะ อีกทั้งค่ำคืนนี้คืองานวันเกิดของคุณชายศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็จำต้องดื่มสักจอก” ซูเหยียนปรารถนาจะรับมา

“ข้าดื่มแทนเจ้าเอง” ฟาเซอร์ยกดื่มรวดเดียวจนหมดสิ้น

ซูเหยียนแอบมุ่ยปากเล็กน้อย แสดงท่าทีขัดใจมิน้อย “ข้าดื่มเองได้นะเพคะ!”

เมื่อกล่าวจบ นางก็ปล่อยมือที่คล้องแขนฟาเซอร์ พลันสาวเท้าเดินจากไปพร้อมกับไลน่าทันที

ฟาเซอร์ตั้งท่าจะรีบก้าวตามไปคว้าตัวซูเหยียน ทว่ากลับถูกคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาขวางทางไว้ “ฟาเซอร์ ข้าดั้นด้นมาเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดให้แก่เจ้าโดยเฉพาะเชียวนะ”

สายตาหางตาของเซฟิส เฮอร์มันน์ ที่ 1 ตวัดมองไปทางทิศทางที่ซูเหยียนเดินจากไป ในครรภ์ของซูเหยียน แฝงไปด้วยกลิ่นอายรังสีศักดิ์สิทธิ์จางๆ

นึกมิถึงเลยว่า เพียงอสูรเผ่าหนูตนหนึ่ง กลับมารถตั้งครรภ์สายเลือดบริสุทธิ์ระดับอสูรศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าเทวทูตได้

ฟาเซอร์รีบหันไปสั่งการมหาดเล็กหญิงที่ติดตามในทันที “กำชับให้ดี ห้ามมิให้นางดื่มเหล้าเด็ดขาด”

หัวหน้ามหาดเล็กหญิงน้อมรับคำสั่ง

ฟาเซอร์จึงค่อยหันกลับมามองเซฟิส เฮอร์มันน์ ที่ 1 “ขอบพระคุณองค์พระประมุขสูงสุดที่เสด็จมาร่วมงาน เชิญประทับเหนือแท่นที่นั่งเถิดเพคะ”

...

ยามที่ไลน่ายื่นแก้วเหล้าให้ ซูเหยียนสังเกตเห็นนางส่งสายตาบางอย่างให้ตน จึงแกล้งทำเป็นสะบัดหน้าหนีจากฟาเซอร์ พลันถือโอกาสเดินตามไลน่าออกมา

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ?” ซูเหยียนเอ่ยถามไลน่า พลันหันไปบอกมหาดเล็กหญิงที่ก้าวตามมาด้านหลัง “ข้ามิใช้เหล้าหรอก จะขอสนทนากับสหายสักประเดี๋ยว”

“รับทราบค่ะ ท่านอสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์” หัวหน้ามหาดเล็กหญิงพามหาดเล็กคนอื่นถอยห่างออกไปก้าวหนึ่ง ทว่าสายตายังคงจับจ้องตรงไปยังร่างของซูเหยียนมิวางตา

ไลน่าเห็นท่าทางเช่นนั้น ก็หลุดหัวเราะกล่าวว่า “ดูท่าคุณชายศักดิ์สิทธิ์จะให้ความสำคัญและทะนุถนอมทายาทในครรภ์ของเจ้าเหลือเกินนะ ยินดีด้วยที่จะได้รับความรักและเสน่หาจากคุณชายศักดิ์สิทธิ์ไปตราบนานเท่านาน”

“ช่างเถอะ บุรุษล้วนเป็นพวกมากรักหลายใจทั้งสิ้น ยามหมดสิ้นความเห่อเสน่หาก็พานเขี่ยทิ้งประหนึ่งเศษเดน ยามนี้เขาเพียงกำลังเห่อของใหม่ ทั้งยังให้ความสำคัญกับเด็กในครรภ์ของข้าเท่านั้นเอง” ซูเหยียนทราบดีว่าในส่วนลึกของหัวใจฟาเซอร์ อาจจะมียัมิต่างมีตำแหน่งของตนอยู่ ทว่าทารกทั้งสองคนนี้ ย่อมมีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดแน่นอน

“พี่ซูช่างสติแจ่มใสกระจ่างแจ้งยิ่งนัก นับว่าหาได้ยากยิ่งค่ะ” ไลน่ามีประสบการณ์ซาบซึ้งในเรื่องนี้ดียิ่ง ยามได้ครอบครองก็พลันพลิกหน้ามิยอมรับ สายตาพลันตวัดไปเห็นสิ่งใดเข้า สีหน้าก็ค่อยๆ จืดจางลง

ซูเหยียนมองตามสายตาของนางไป เป็นอีธาน

ค่ำคืนนี้เขาแต่งกายในชุดสากลสีดำขรับ กระทั่งหนวดเคราก็โกนออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาหมดจดแฝงไปด้วยความหรูหราสูงศักดิ์ เส้นผมมิได้รวบมัดปล่อยสลวยหยิกเป็นลอนธรรมชาติ ดูเป็นบุรุษกรำโลกที่สุขุมและนุ่มนวลยิ่งนัก

“บังเกิดความหวั่นไหวเสน่หาขึ้นมาอีกคราแล้วรึ?” ซูเหยียนเอ่ยถาม

ไลน่าทำสีหน้าหยามหยัน “ในเมื่อบุรุษมารถมากรักหลายใจได้ ยามข้าคิดจะมากรักขึ้นมาบ้าง ย่อมมิใช่คนธรรมดาเช่นกันค่ะ”

ซูเหยียนหลุดหัวเราะ “เขาจ้องมองมาทางนี้แล้วนะ”

ไลน่ารีบหมุนตัวหันหลังให้แก่เขาในทันที

อีธานยามเห็นไลน่าหลบเลี่ยงสายตาตน สีหน้าก็ฉายแววหม่นหมองร้าวรานวูบหนึ่ง ต่อให้มีผู้คนก้าวเข้ามาทักทายปราศรัย เขาก็พานตอบรับอย่างเฉื่อยชาไร้ชีวิตชีวา

苏เหยียนหันไปบอกไลน่า “ข้าทูลถามฟาเซอร์มาให้แล้ว เขาบอกว่าภายในเซิ่งกง มีวงเวทเคลื่อนย้ายข้ามทวีปตั้งอยู่วงหนึ่ง หากเจ้าปรารถนาจะจากไป มารถหยิบใช้งานได้ทุกเมื่อ”

“พี่ซู ขอบคุณท่านมากค่ะ” ไลน่ากล่าวจบก็โอบกอดรัดร่างซูเหยียน พลันเอาหัวซุกไซ้ไปมาบนตัวนาง

ซูเหยียนถูกซุกไซ้โดนจุดเอวบางที่บ้าจี้ ถึงกับหลุดหัวเราะคิกคัก “อย่าจับตรงนั้นสิ......”

ฟาเซอร์ที่กำลังสนทนาปราศรัยกับผู้คนอยู่ ได้ยินสุ้มเสียงหัวเราะอันเย้ายวนใจจางๆ ของซูเหยียน ก็พลันตวัดสายตามองตรงมา พลันขมวดคิ้วเรียวขึ้น

หัวหน้ามหาดเล็กหญิงคอยลอบสังเกตปฏิกิริยาของฟาเซอร์อยู่ตลอดเวลา ยามเห็นเช่นนั้นก็รีบก้าวเข้ามาดึงรั้งตัวไลน่าออกห่าง “อสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์ร่างกายสูงค่าล้ำยิ่ง ขอคุณเลดี่ไลน่าโปรดปล่อยมือด้วยค่ะ”

ไลน่ายัมิต่างตั้งตัวพ้น ก็ถูกดึงรั้งตัวออกห่างเสียแล้ว

ซูเหยียนยิ้มกล่าว “มิเป็นไรหรอก พวกเราเพียงแค่หยอกล้อเล่นสนุกกันเท่านั้นเอง”

ไลน่าเองก็เอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้าเพียงแค่บังเกิดความยินดีมากเกินไปหน่อย พี่ซูโปรดอย่าได้ถือสาเลยนะค่ะ”

“มิเป็นไรหรอก จริงสิ เมื่อครู่เจ้ามีธุระอันใดรึเปล่า?” ซูเหยียนผลัดเปลี่ยนประเด็นสนทนา

ไลน่ารีบผงกศีรษะรับคำทันที “ยามนี้น่าจะประจวบเหมาะได้เวลาพอดี เดินทางตามข้ามาเถอะค่ะ”

...

ซูเหยียนเดินตามหลังไลน่า มุ่งหน้าไปยังประตูเล็กด้านข้างของท้องพระโรง

บรรดามหาดเล็กหญิงย่อมต้องก้าวติดตามซูเหยียนไป มิยอมปล่อยให้นางคลาดสายตาเด็ดขาด

ทว่าไลน่าหาได้ใส่ใจมิ นางเกาะกุมมือซูเหยียนไว้ “ไปรับชมเรื่องสนุกกันค่ะ”

หลังจากก้าวพ้นประตูเล็ก เดินทอดน่องไปตามระเบียงทางเดินคดเคี้ยวครู่หนึ่ง เบื้องหน้าก็ปรากฏอุทยานหลวงอันกว้างใหญ่ และมีศาลาโปร่งสำหรับนั่งชมบุปผาตั้งอยู่หลังหนึ่ง

ยามนี้ศาลาโปร่งหลังนั้น ถูกล้อมกรอบไว้ด้วยกำแพงเถาวัลย์ที่ควบแน่นขึ้นมาจากพลังธาตุพฤกษา

และภายในกำแพงเถาวัลย์นั้น กำลังมีสุ้มเสียงสมสู่ร่วมรักของชายหญิงแว่วดังลอยออกมา

ซูเหยียนยกมือขึ้นเคาะหน้าผากของไลน่าเบาๆ คราหนึ่ง “เจ้านี่ แอบฟังเรื่องชาวบ้าน จนเสพติดเข้าเสียแล้วรึไง”

เพียงแต่ ครานี้มิต่อจะเป็นผู้ใด ก็มิสมควรมาร่วมรักลักลอบสมสู่กันในสถานที่เช่นนี้

ไลน่าหันมาบอกซูเหยียน “ดูฝีมือข้านะคะ”

นางยกมือขึ้นตวัดดาบสายหนึ่งพุ่งตรงไปยังกำแพงเถาวัลย์......

“วิชาดาบรึ?” ซูเหยียนมองดูไลน่าด้วยความประหลาดใจ

ไลน่าผงกศีรษะรับ “ท่านพ่อของข้าพึงใจในมรรคาดาบยิ่งนัก ตั้งแต่เยวนจึงคอยสั่งสอนวิชาดาบให้แก่ข้า และดาบเล่มนี้ ก็เป็นดาบที่ท่านพ่อหล่อหลอมขึ้นมาจากหินอุกกาบาตนอกพิภพ ทั้งยังใช้หยาดโลหิตเปิดคมดาบ เป็นอาวุธล้ำค่าที่สยบธาตุพฤกษาได้โดยเฉพาะค่ะ”

กำแพงเถาวัลย์ถูกคมดาบกรีดผ่าราวกับแผ่นกระดาษ แตกทลายสลายสิ้นเป็นชิ้นๆ

เผยให้เห็นร่างของชายหญิงคู่หนึ่งหลังกำแพงเถาวัลย์

ฝ่ายสตรีก็คือหลินเสวี่ยเอ๋อร์ ส่วนฝ่ายบุรุษ ซูเหยียนมิอาจจดจำได้ ทั้งยังหลบเร้นอยู่ในเงามืด ยามนี้จึงยัมิต่างมารถมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจนนัก

ซูเหยียนยิ้มกล่าว “ช่างมีรสนิยมสุนทรีย์ยิ่งนัก ถึงกับกล้ามาเริงร่านสำราญใจกันในเซิ่งกงเชียวนะ”

“ซูเหยียน! เจ้าคิดว่าตนเองเป็นสิ่งสูงค่าอันใดกัน” หลินเสวี่ยเอ๋อร์หาได้มีความหวาดกลัวมิ นางแสดงสีหน้าทระนงองอาจลงมือสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์อย่างเชื่องช้า เพื่อปกปิดร่องรอยแห่งการร่วมรักอันดุดันรุนแรงบนร่างกาย

ช่างเป็นพวกชอบรสชาติรุนแรงเสียจริง...... ซูเหยียนยักคิ้วเรียว “พลังความสามารถของคุณชายศักดิ์สิทธิ์ ดูเหมือนจะเป็นกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลา หากเขาใช้พลังย้อนภาพเหตุการณ์ตรงนี้ขึ้นมา ภาพคงจะงดงามตระการตาและครึกครื้นมิน้อยเลยนะเพคะ”

หลินเสวี่ยเอ๋อร์จดจ้องมองนางด้วยสายตาหยามหยัน “ซูเหยียน อย่าได้คิดจะนำคุณชายศักดิ์สิทธิ์มาข่มขู่ข้า เกรงว่าเจ้าคงยังยิมารู้ นามที่แท้จริงของข้าหาได้ชื่อหลินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ ทว่าชื่อ คลาริสซ่า กูลเดอร์ลิน (Clarissa Goulden)”

กูลเดอร์ลินรึ? ซูเหยียนจ้องมองนาง คำเรียกขานสกุลนี้คล้ายกับนางจะเคยได้ยินจากที่ใดมาก่อน

“พี่ใหญ่ เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึคะ?” ลิลิธก้าวเดินเข้ามา

คลาริสซ่าถลึงตาใส่คู่หนึ่ง สั่งให้นางคอยดูต้นทาง แล้วนางไปดูอีท่าไหน ถึงปล่อยให้คนบุกมาเหยียบหยามจนต้องขายหน้าเพียงนี้

ซูเหยียนมองดูลิลิธ พลันหันไปมองคลาริสซ่า หน้าตาหาได้มีความคล้ายคลึงกันมิ “พวกเจ้าเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดรึ?”

ลิลิธฉายแววตาเหยียดหยามเกียจคร้านจะใส่ใจซูเหยียน ทว่าก็เยนเอ่ยตอบว่า “พวกเราเป็นพี่น้องลูกพี่ลูกน้อง ต่างมาจากตระกูลกูลเดอร์ลินเหมือนกัน”

“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าต้องใช้นามแฝงว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์ เพื่อเข้าร่วมศึกศักดิ์สิทธิ์ด้วยเล่า?” ไลน่าเอ่ยถามคลาริสซ่า

“ก็เพื่อความสนุกสนานอย่างไรเล่า ศึกครั้งหน้าข้าเองก็คิดจะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน” ลิลิธเป็นฝ่ายเอ่ยตอบ พลันก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าซูเหยียนและไลน่า “พวกบ้านนอกคอกนาที่มาจากทวีปป่าเถื่อนเดียรัจฉานสองตน หากศึกครานี้มิได้บังเกิดอุบัติเหตุอันใดขึ้น มีหรือตำแหน่งอสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์และผู้ท้าชิงจะตกมาถึงมือพวกเจ้า”

“อุบัติเหตุรึ? อุบัติเหตุอันใดกัน?” ซูเหยียนเอ่ยถาม

คลาริสซ่าเอื้อมมือไปลากตัวลิลิธออกมา “ไปกันเถอะ เจ้าจะไปเสวนากับพวกบ้านนอกคอกนาให้เสียเวลาทำไม งานเต้นรำจวนจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

“อืม จริงด้วยค่ะพี่ใหญ่ เมื่อครู่ข้าเพิ่งเห็นท่านดุ๊กอีธานท่านพ่อปรารถนาจะให้พี่ใหญ่ลองไปสานสัมพันธ์พูดคุยกับเขาเสียหน่อยน่ะค่ะ” ลิลิธคล้องแขนคลาริสซ่า พลันก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังท้องพระโรงที่จัดงานเลี้ยง

บรรดามหาดเล็กหญิงที่ก้าวติดตามซูเหยียน ต่างก็แสดงท่าทีนอบน้อมและให้เกียรติแก่พี่น้องสองคนนั้นมิน้อย หาได้ใส่ใจในพฤติกรรมเสื่อมเสียความไร้มารยาทของคลาริสซ่าในอุทยานหลวงแห่งนี้ไม่

ซูเหยียนปรายสายตามองไลน่า “ท่านดุ๊กอีธาน คงมิใช่เขาหรอกนะ......”

ไลน่ามีสีหน้าไร้ความรู้สึก “เป็นเขาแล้วอย่างไรเล่า อย่างไรเสียข้าก็จวนจะจากไปแล้ว”

ยามนั้นซูเหยียนหันสายตากลับไปมองยังศาลาโปร่ง จ้องมองบุรุษที่เฝ้ารับชมเรื่องสนุกอยู่ตลอดเวลา ยามนี้เขาจัดการสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์เสร็จสิ้น พลันก้าวเดินก้าวออกมาจากเงามืด เผยโฉมหน้าให้เห็นเด่นชัด

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×