-->

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 166 เสี่ยวเหม่ยผู้บังอาจเทียมฟ้า



ตอนที่ 166 เสี่ยวเหม่ยผู้บังอาจเทียมฟ้า

หลังจากเสี่ยวเหม่ยฟื้นคืนชีพกลับมาอย่างเต็มเปี่ยม ซูเหยียนก็ลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

【ภายหน้ามิมิว่าเจ้าจะทำการอัปเกรดระบบ ปรับปรุง หรือเกิดกรณีอื่นใดขึ้นก็ตาม จำต้องแจ้งบอกกล่าวแก่ข้าก่อน เข้าใจหรือไม่?】 ซูเหยียนเอ่ยดุด่าเสี่ยวเหม่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เสี่ยวเหม่ยเอ่ยอย่างนอบน้อมหวาดกลัว 【ค่ะ ค่ะ ค่ะ ภายหน้าเสี่ยวเหม่ยจำต้องระมัดระวังแน่นอนค่ะ!】

【ทำเอาข้าตกใจแทบแย่ นึกว่าเจ้าถูกล้างสัญญาณแม่เหล็กไปเสียแล้ว หากเป็นเช่นนั้นข้าก็คงมิอาจหวนกลับคืนสู่โลกมนุษย์ได้อีกตลอดกาล】

【โฮสต์มิต้องพะวงหรอกค่ะ ขอเพียงตัวระบบยังอยู่ ยามแต้มสะสมเพียงพอระบบจะเด้งหน้าต่างแจ้งเตือนว่าจะบรรลุความปรารถนาเดิมหรือไม่ขึ้นมาเอง ต่อให้มิมีเสี่ยวเหม่ย ผลลัพธ์ก็มิต่างกันค่ะ】

【เพ้ยๆ พูดจาเหลวไหลอันใด เจ้าจำต้องอยู่เคียงข้างคอยส่งข้ากลับไปด้วยตนเองสิ】

【ค่ะ โฮสต์】

【จริงสิ ข้าเคยเอ่ยถามไลน่า นางบอกว่าระบบเกิดลูกของนางมิมีฟังก์ชันการบรรลุความปรารถนาเดิมเช่นนี้ มีเพียงเสี่ยวเหม่ยคนเดียวที่มีรึ?】

【ข้ามิอาจทราบแน่ชัดค่ะ เสี่ยวเหม่ยเป็นระบบนาวา  ระบบนาวาทั้งหมดล้วนดำรงอยู่เพื่อบันดาลความปรารถนาเดิมของโฮสต์ให้เป็นจริงทั้งสิ้นค่ะ】

【เช่นนั้นเหตุใดระบบนาวาถึงได้หลงเหลือเพียงเจ้าแค่ตัวเดียวเล่า?】

【ข้าถือกำเนิดขึ้นบนเกาะศักดิ์สิทธิ์  ที่นั่นบางทีอาจจะมีคำตอบรองรับอยู่ค่ะ】

【เกาะศักดิ์สิทธิ์รึ?】

ฟาเซอร์พบว่าตนเองมิมารถปล่อยมือจากซูเหยียนได้เลยสักนิด

มิจำต้องเอ่ยสิ่งอื่นใด ยามนี้ร่างกายของเขาตอบสนองยอมรับเพียงนางผู้เดียว อสูรหญิงตนอื่น ขอเพียงก้าวเข้าใกล้ล้วนทำให้เขาบังเกิดความรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนัก

“เหยียนเหยียน มารถอยู่เคียงข้างข้าให้ยาวนานกว่านี้อีกหน่อยได้หรือไม่? สักสามห้าร้อยปี ก็นับว่าดีมิน้อย” ฟาเซอร์โอบกอดซูเหยียนที่กำลังหลับสนิท พลันพึมพำกระซิบเสียงเบาข้างหู

สามห้าร้อยปีรึ? คงมีเพียงเผ่าเทวทูตที่มีอายุขัยอันยาวนานเหนือกาลเวลาเท่านั้น ที่กล้าเอ่ยวาจาถึงช่วงเวลาอันยาวนานเพียงนั้นให้สั้นประดุจสามห้าเดือน

ได้ยินว่าอายุขัยของเผ่าเทวทูตล้วนอยู่ได้นานนับหมื่นปีขึ้นไปทั้งสิ้น ทว่าสำหรับซูเหยียนแล้ว ลำพังการตั้งครรภ์เพียงหนึ่งปีนางยังรู้สึกยาวนานยิ่ง สามห้าร้อยปีช่างยากจะปักใจเชื่อ

【เสี่ยวเหม่ย ฟาเซอร์ออกจะดูยึดติดเสน่หาเกินไปหน่อยหรือไม่?】 การลบล้างอารมณ์ความรู้สึกของสามีอสูร จำต้องใช้แต้มสะสมมหาศาลยิ่งนัก

【รอจนโฮสต์ให้กำเนิดบุตรเสร็จสิ้น ฐานะพ่ออสูรจะทำให้อสูรชายทุ่มเทเรี่ยวแรงและเวลาส่วนใหญ่ไปกับการฟูมฟักทายาท ถึงยามนั้นความสนใจที่มีต่อโฮสต์ย่อมลดน้อยลงไปมิน้อยค่ะ】

【ก็จริง เผื่อเสวียนและคนอื่นๆ ต่างคอยเฝ้าดูลูกประดุจแก้วตาดวงใจเชียวล่ะ】

ซูเหยียนหรี่ดวงตาลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสร้งทำเป็นมิได้ยินคำพึมพำของเขา พลันเอื้อมมือไปโอบกอดรัดร่างเขาพรมจุมพิตอันร้อนแรงลุ่มหลงคราหนึ่ง “ฟาเซอร์ ข้าปรารถนาร่างเทวทูตของท่านเพคะ!”

“ได้” ฟาเซอร์แทบอยากจะหลอมละลายเข้าสู่ร่างกายของนางยามนี้

...

ร้านอาหารส่วนตัวเสี่ยวหลี

ซูเหยียนถือช่อดอกกุหลาบสีชมพูช่อหนึ่ง เดินทางมาหาไลน่า

ทว่ากลับมองเห็นไลน่ามีขอบตาดำแดงก่ำเดินก้าวออกมาจากด้านใน

“ไลน่า? เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ?” ซูเหยียนรีบสาวเท้าก้าวเข้าถามด้วยความห่วงใย

ไลน่าพลันเบ้ปาก รั้งดึงร่างซูเหยียนเข้ามากอดพลันหลั่งน้ำตา “ข้าปรารถนาจะจากไปจากทวีปเซิ่งตูยามนี้ ข้าอยากหวนกลับถ้ำจิ้งจอกของข้าแล้ว”

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? เจ้ามิใช่ปรารถนาจะสานสัมพันธ์อันดีกับอีธานหรอกรึ?” ซูเหยียนเปิดใช้งานแผนที่ระบบดูในทันที

มองเห็นอีธานที่แต่งกายหลุดลุ่ยยืนถืออัลบั้มภาพถ่ายใบหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานยิ่ง

“พวกเจ้ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วรึ?”

“อืม”

“เป็นอย่างไรบ้าง? ทำให้น้องร่วมสุขเกษมสำราญหรือไม่?”

“......มีค่ะ”

“แล้วได้ทานโอสถตั้งครรภ์แล้วหรือยัง?”

“ทานแล้วค่ะ”

“เช่นนั้นก็สิ้นเรื่องแล้วมิใช่รึ พวกเราต่างรู้ดีว่าร่างกายตนเองบรรจุสิ่งใดไว้ การให้กำเนิดทายาทที่มีพรสวรรค์สูงส่ง ย่อมช่วยยกระดับระบบเกิดลูกได้”

“ศึกศักดิ์สิทธิ์สิ้นสุดลงแล้ว ยังจำเป็นต้องยกระดับระบบอีกรึคะ?”

“ก็น่าจะจำเป็นนะ......” เสี่ยวเหม่ยกับระบบในร่างกายของพวกนางมิต่างกัน ซูเหยียนเองก็มิรู้จะอธิบายอย่างไรดี

ไลน่าเอ่ยต่อว่า: “ทานโอสถตั้งครรภ์เข้าไปแล้ว ทว่าระบบกลับแจ้งข้าว่า มิได้ตั้งครรภ์ทายาทเลยค่ะ”

“เป็นไปได้อย่างไรกัน?” ซูเหยียนประหลาดใจยิ่ง

“เพราะอีธานอยู่ระดับอสูรศักดิ์สิทธิ์ ทว่าระบบเกิดลูกของข้าอยู่เพียงระดับอสูรวิญญาณ จึงมิมารถให้กำเนิดทายาทระดับอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ค่ะ” ไลน่าเอ่ยพลางแววตาพลันชะงักนิ่งไปวูบหนึ่ง “ข้าเข้าใจแล้ว จำต้องให้กำเนิดทายาทระดับอสูรวิญญาณเพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับระบบเกิดลูกให้ถึงระดับอสูรศักดิ์สิทธิ์จึงจะมารถตั้งครรภ์ได้...... ทว่ามิถูกต้องนี่คะ พี่ซูเองยัมิต่างอยู่ระดับอสูรวิญญาณมิใช่รึ? เหตุใดจึงมารถตั้งครรภ์ทายาทของคุณชายศักดิ์สิทธิ์ได้เล่า?”

“......บางที อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่ข้าเคยตั้งครรภ์ตามธรรมชาติมาแล้วครรภ์หนึ่ง ทารกคนก่อน ข้าตั้งครรภ์ขึ้นมาตามธรรมชาติเพคะ”

“เก่งกาจยิ่งนัก! ข้ามิเคยได้ยินมาก่อนเลยว่า ผู้ที่ผูกมัดกับระบบเกิดลูกจะยังมารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้ พี่ซูเป็นคนแรกเชียวล่ะ” ไลน่าเลื่อมใสศรัทธาอย่างหมดหัวใจ เหตุใดซูเหยียนถึงคู่ควรกับตำแหน่งอสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์ วัดกันที่พลังสืบพันธุ์ก็สมควรเป็นนางแล้ว

“พี่ซู ท่านช่วยทูลถามคุณชายศักดิ์สิทธิ์ให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ว่ามีวงเวทเคลื่อนย้ายข้ามทวีปที่ใดมารถใช้งานได้บ้าง ข้าปรารถนาจะจากไป หากจำเป็นต้องจ่ายแต้มเกิดลูก ข้าก็ยินดีเพคะ”

“ข้าจะพาเจ้ากลับเข้าเซิ่งกง ไปเอ่ยบอกกับเขาด้วยตนเองเถิด และงานเลี้ยงค่ำคืนนี้ แน่ใจแล้วว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์จำต้องมาร่วมงานด้วยแน่นอน”

“หลินเสวี่ยเอ๋อร์!” ไลน่าเบิ่งดวงตาจิ้งจอกอันเสน่ห์ลุ่มลึก “เกือบลืมเลือนนางไปเสียสนิท ช่างหลงมัวเมาในราคะจนลืมเลือนธุระสำคัญไปเสียได้”

“มิใช่ว่าได้กลืนกินเขาเข้าไปแล้วหรอกรึ พวกเรามิได้ขาดทุนอันใด ภายหน้ายังมารถนำเรื่องนี้ไปเอ่ยอวดสหายในถ้ำจิ้งจอกได้ ว่าอสูรชายเผ่าเทวทูต รสชาติต่างจากผู้อื่นอย่างไร”

“ฮ่าๆ~ ใช่แล้ว พี่ซูกล่าวได้มิผิดเลยค่ะ” ไลน่ากลับมาครึกครื้นได้อีกครา คล้องแขนซูเหยียนก้าวเดินจากไป

ทว่าในแผนที่ระบบ ซูเหยียนมองเห็นอีธานนำอัลบั้มภาพถ่ายเหล่านั้นเก็บใส่หีบไม้ พลันมัดห่อรวมไว้อย่างมิดชิด......

...

“ค่ำคืนนี้คืองานวันเกิดครบรอบ 1,897 ปีของท่านรึ เหตุใดมิเอ่ยบอกข้าให้เร็วกว่านี้เล่าเพคะ?”

ซูเหยียนทราบเพียงว่าจะมีการจัดงานเลี้ยง ทว่ามิมารู้เลยว่าเป็นงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของฟาเซอร์

ฟาเซอร์ยิ้มกล่าว “โดยทั่วไปหลังจากอายุครบหนึ่งร้อยปี จะจัดงานเฉพาะปีที่ครบรอบหลักร้อยเท่านั้น ทว่าปีนี้ฐานะตำแหน่งแปรเปลี่ยนไป จึงจำต้องจัดขึ้นคราหนึ่ง ภายหน้าก็คงต้องรอให้ครบรอบหลักร้อยจึงจะจัดอีกครั้ง”

“เฮ้อ! พวกเราล้วนเป็นเผ่าอสูร เหตุใดเผ่าเทวทูตอย่างพวกท่านถึงมีอายุขัยที่ยาวนานปานนั้น แทบจะอายุยืนยาวเคียงคู่ฟ้าดินอยู่แล้วเพคะ” ซูเหยียนช่วยจัดแจงชุดคลุมมงกุฎลวดลายปีกสีดำทอง (玄金色羽纹冕服) ให้แก่เขา

ฟาเซอร์โอบรัดนางเข้าสู่อ้อมอก “ค่ำคืนนี้เจ้าอยู่เคียงข้างข้าตลอดเวลาได้หรือไม่?”

ซูเหยียนพยักหน้ารับคำ “เห็นแก่ที่วันนี้เจ้าเป็นเจ้าภาพวันเกิด ข้าจะบันดาลตามความประสงค์ของเจ้าทุกประการเพคะ”

“จริงรึ? เช่นนั้นข้าปรารถนาจะลองท่วงท่าเมื่อคราวก่อน...... อื้อ~”

ซูเหยียนเอื้อมมือไปอุดปากเขาไว้ทันควัน “วาจาเช่นนี้เก็บไว้เอ่ยบนเตียงเถิดเพคะ”

ฟาเซอร์รีบผงกศีรษะรับคำทันที “ยามนี้ข้าอยากจะยกเลิกงานเลี้ยงเสียยามนี้เลย”

ซูเหยียนถลึงตาค้อนใส่เขา “งานเลี้ยงวันเกิดของประมุข ถือเป็นหน้าที่การงานประการหนึ่งเพคะ! ไปกันได้แล้ว!”

ยังคงเป็นพระราชวังอันหรูหราอลังการที่ใช้จัดงานเลี้ยงต้อนรับคราวก่อน แสงไฟสว่างไสวเจิดจ้าประดุจกลางวันแสกๆ

ซูเหยียนสวมชุดกระโปรงยาวลากพื้นลวดลายปีกนกสีขาวบริสุทธิ์ปักทอง ยืนเคียงข้างฟาเซอร์ พลันเงยหน้าจ้องมองเขา เส้นผมสีดำสนิทสวมทับด้วยมงกุฎราชา ดวงตาสีเขียวเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดงดงาม แม้จะมิได้สะดุดตาเท่าร่างเทวทูต ทว่าประกายแสงอันนุ่มนวลชวนมองนั้น ช่างดูสุขุมลุ่มลึกและมีเสน่ห์ดึงดูดใจเหลือเกิน

ชายหนุ่มผมทองตนหนึ่ง ถูกผู้คนรายล้อมหนาแน่น ดูเหมือนทุกคนต่างคาดหวังให้เขาปรายสายตามองดูพวกตนสักครา คอยเอ่ยอ้อนวอนอย่างนอบน้อมต่ำต้อย

【โฮสต์คะ ตรวจพบอสูรชายระดับอสูรศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด ค่ะ!】 เสียงของเสี่ยวเหม่ยดังขึ้นด้วยความตื่นเต้นยินดียิ่ง

【……】 ซูเหยียนพูดมิออก พลันกวาดสายตามองสำรวจแขกเหรื่อในงานเลี้ยง ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่เคยพบหน้า มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น และรวมถึงชายหนุ่มผมทองที่มีรัศมีการดำรงอยู่รุนแรงยิ่งตนนั้นด้วย

【ชายหนุ่มตนนั้นรึ?】

【ใช่ค่ะคนนั้นเลย องค์พระประมุขสูงสุดแห่งศาสนจักรค่ะ】

【เจ้าช่างบังอาจเทียมฟ้ายิ่งนัก! กลัวตนเองจะมีชีวิตอยู่ยาวนานเกินไปรึอย่างไรกัน?】

คนของศาสนจักรยามนี้กำลังจ้องเล่นงานนางอยู่ ตัวนางกลับคิดจะวิ่งวุ่นเอาศีรษะไปส่งให้เขาถึงที่รึไง

【อ้อ เช่นนั้นก็ช่างเถอะค่ะ รอให้ให้กำเนิดทายาทเทวทูตเสร็จสิ้น พวกเราค่อยไปเสาะหาเผ่าจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางกันต่อเถอะค่ะ】

【เจ้ารู้รึว่าเผ่าจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางอยู่ที่ใด?】

【โฮสต์คนที่สิบสามในอดีตอันไกลโพ้นเคยพบเจอมาค่ะ เพียงแต่คนผู้นั้นในตอนสุดท้ายสละระบบเกิดลูกทิ้ง แล้วไปเร้นกายใช้ชีวิตคู่กับไป๋เจ๋อ ค่ะ】

【ไป๋เจ๋อรึ!】 ซูเหยียนสะท้านวาบ 【สัตว์มงคลในตำนานตนนั้นรึ?】

【ใช่ค่ะโฮสต์ สัตว์เทพในตำนานล้วนมีตัวตนอยู่จริงทั้งสิ้น โฮสต์ปรารถนาจะให้กำเนิดทายาทสัตว์เทพบ้างหรือไม่คะ?】

【มิปรารถนา!!! รอให้ข้าชดใช้แต้มติดลบจนหมดสิ้น พลันหาแต้มเพิ่มอีกหนึ่งร้อยล้านแต้ม ข้าก็จะหวนกลับคืนสู่โลกมนุษย์แล้ว】

【เช่นนั้นองค์พระประมุขสูงสุดผู้นี้เล่าคะ?】

【หากเจ้าปรารถนาจะดับสูญ......】

【มิเอาแล้วค่ะ พวกเรามิต้องการเขาแล้ว!】

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×