ตอนที่ 165 ดินแดนแห่งความอ่อนโยน
---
“นี่คือหอคอยร้อยอสูร รึเพคะ?” ซูเหยียนมองดูหอคอยยักษ์ที่สูงนับร้อยชั้นด้วยความประหลาดใจ
“อืม แม้ยามนี้จะมิใช่ช่วงการประลองราชันอสูร ทว่าก็มีการท้าประลองอยู่มิน้อย เหยียนเหยียนอยากไปชมหรือไม่?”
“มิใช้หรอกเพคะ ข้าไม่อยากให้ลูกต้องมาเห็นฉากนองเลือดเข่นฆ่าฟันกัน การอบรมครรภ์ (胎教) ก็สำคัญยิ่งนัก”
“ดี ข้าจะฟังเจ้า”
“ข้าพบว่าในทวีปศึกศักดิ์สิทธิ์ มีสิ่งปลูกสร้างมิน้อยที่ถอดแบบมาจากทวีปเซิ่งตูของจริง”
“อืม สนามประลองในแต่ละช่วงล้วนได้รับการจัดเตรียมเป็นพิเศษและติดตั้งไว้ เมื่อศึกศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นขึ้น ภาพเหตุการณ์เรียลไทม์เกือบทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดสดไปยังทวีปต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับหินเหล่านั้น”
“ก็มิต่างอะไรจากการถ่ายทอดสดนั่นแหละเพคะ”
ซูเหยียนจ้องมองหอคอยร้อยอสูร พลันนึกไปถึงพวกจื่อฉี ในใจก็บังเกิดความอัดอั้น วาจาที่เอ่ยออกมาจึงยิ่งตรงไปตรงมา แฝงไปด้วยการระบายอารมณ์ “จะว่าไป พวกเรายอมทุ่มเทชีวิตสู้ตาย ก็เพื่อให้พวกที่เรียกตนเองว่าผู้เหนือกว่าอย่างพวกท่าน ได้รับชมเรื่องสนุกประหนึ่งดูลิงโลดเต้น กว่าจะดั้นด้นมาถึงช่วงสุดท้ายได้ ก็ยังต้องถูกพวกท่านถอดถอนระบบเกิดลูกออกไป กลายเป็นเพียงลูกแกะที่ยอมจำนนโดยสมบูรณ์”
ฝ่ามือของฟาเซอร์ที่เกาะกุมซูเหยียนพลันกระชับแน่นขึ้นทันที “มิมีทางหรอกเหยียนเหยียน ข้าจะมิยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องระบบเกิดลูกของเจ้าเด็ดขาด”
ทว่าซูเหยียนมิมารถร้องเรียกเสี่ยวเหม่ยให้ตื่นขึ้นมาได้ ความจริงพิสูจน์แล้วว่าระบบได้ถูกแทรกแซงไปแล้ว หากภายหน้าเสี่ยวเหม่ยมิอาจฟื้นตื่นขึ้นมาได้อีก นางจะทำอย่างไร และจำต้องมุ่งหน้าไปทางทิศใด
นางมิเคยรับรู้มาก่อนเลยว่า เสี่ยวเหม่ยจะมีความสำคัญต่อตนเองถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมานางเอาแต่พึ่งพาเสี่ยวเหม่ยมาโดยตลอด
ทว่ายามที่เสี่ยวเหม่ยจำต้องได้รับการปกป้องจากนาง นางกลับไร้ซึ่งความสามารถ
นางสูดลมหายใจเข้าลึก พลันเอ่ยถามต่อ “เรื่องการล้างสัญญาณแม่เหล็กมันเป็นอย่างไรกันแน่เพคะ?”
ฟาเซอร์กุมมือนางไว้ “ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง”
...
ห้องสูทสวนสวรรค์
ซูเหยียนมองดูห้องสูทที่ถอดแบบมาจากโรงแรมชิงเซิ่งฟางหยวนในทวีปเซิ่งตูปลอมมาอย่างมิผิดเพี้ยน ก็มิได้ประหลาดใจอันใด และที่นี่คงจะเป็นชิงเซิ่งฟางหยวนของจริง
ยามยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูดวงจันทร์สีเงินสว่างไสวและดวงดาราที่ลอยล่องอยู่เบื้องล่าง จิตใจก็ค่อยๆ กลับคืนสู่ความสงบ
“หลังจากศึกศักดิ์สิทธิ์ในแต่ละช่วงสิ้นสุดลง นอกจากสามอันดับแรกแล้ว อสูรหญิงที่เหลือทั้งหมดจะถูกลบล้างข้อมูล และถูกเคลื่อนย้ายกลับไปยังทวีประดับล่างตามเดิม
การล้างสัญญาณแม่เหล็ก ก็คือกลวิธีหนึ่งในการลบล้างข้อมูลของระบบเกิดลูก โดยใช้หินแม่เหล็กดำ ที่เก็บกู้มาจากขุมนรก ผ่านการกระตุ้นด้วยพลังธาตุ ในรัศมีขอบเขตที่กำหนด จะมารถลบล้างข้อมูลของระบบเกิดลูกได้อย่างรวดเร็ว”
“มารถฟื้นฟูข้อมูลได้หรือไม่เพคะ?”
“......มิอาจย้อนกลับคืนได้!”
สีหน้าของซูเหยียนย่ำแย่อย่างที่สุด “ผู้ใดเป็นคนล้างสัญญาณแม่เหล็กของข้าเพคะ?”
“อูรีเอล ประมุขศักดิ์สิทธิ์ชุดแดงแห่งศาสนจักร คนที่พวกเราพบเจอตอนจะออกจากประตูวังนั่นแหละ” ฟาเซอร์โอบรัดนางเข้าสู่อ้อมอก พลันตบหลังนางเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนละมุนว่า “ระบบเกิดลูกของเจ้าถูกลบล้างข้อมูลไปถึงระดับใดแล้วรึ?”
“รุนแรงยิ่งนักเพคะ! ฟาเซอร์ ข้าปรารถนาจะพำนักอยู่ภายนอกวังหลวงสักระยะ หรือกระทั่งเดินทางจากทวีปเซิ่งตูแห่งนี้ไป หากระบบมารถฟื้นฟูคืนกลับมาได้ก็แล้วไป ทว่าหากมิมารถฟื้นคืนได้......” ซูเหยียนจ้องมองเขา มิได้เอ่ยประโยคถัดไป
ทว่าใบหน้าของฟาเซอร์กลับค่อยๆ ซีดเผือดลง “ข้าเข้าใจแล้ว”
ซูเหยียนเอื้อมมือไปโอบกอดรัดเอวอันแน่นหนาของเขา “ขอบคุณท่านมากเพคะ”
“ข้าทราบดีว่ามิมารถรั้งตัวเจ้าไว้ได้ เพราะดวงวิญญาณของเจ้ามิเคยเป็นของสถานที่แห่งนี้ และมิเคยเป็นของพวกเราคนใดเลย ทว่า ข้าก็ยังคงคาดหวังว่าจะมารถใช้เวลาร่วมกับเจ้าให้มากยิ่งขึ้น” ฟาเซอร์จ้องมองใบหน้านาง ท่ามกลางแสงจันทร์และดวงดารา ช่างงดงามหมดจดประหนึ่งภาพวาด ทำเอาหัวใจของเขาเต้นระทึกสะท้านไหว “เหยียนเหยียน สิ่งที่พวกเขาทำได้ ข้าเองก็มารถทำได้เช่นกัน”
ซูเหยียนลอบทอดถอนใจในอก ร่างกายค่อยๆ เลื่อนต่ำลง พลันแก้สายรัดเอวของเขาออก......
“เพื่อลูกน้อย คงทำได้เพียงเท่านี้ก่อนเพคะ”
“มิ...... มิจำเป็นหรอก...... เหยียนเหยียน......”
สุ้มเสียงหอบหายใจอันสะกดกลั้นดังขึ้น......
คุณชายศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นเพียงมือใหม่หัดริรัก มีหรือจะมารถเป็นคู่ต่อกรของซูเหยียนผู้ช่ำชองสนามได้ ลีลาและท่วงท่าอันหลากหลายของนาง ทำเอาเขาแทบจะสุขสมเจียนตาย
ซูเหยียนหลับสนิทไป นอนหันหลังอยู่ในอ้อมกอดของฟาเซอร์ ต่อให้ฟ้าถล่มก็มิอาจปลุกนางให้ตื่นได้
ฟาเซอร์โอบกอดนางไว้ สายตาจับจ้องมองนางอยู่อย่างนั้น คล้ายกับมองเท่าไหร่ก็มิอาจพึงใจ “เหยียนเหยียน......”
ซูเหยียนพลิกกาย หมุนตัวซุกเข้าสู่อ้อมอกของเขา ขยับหาท่าทางที่สบายที่สุดโดยอัตโนมัติ
ฟาเซอร์โอบกอดรัดนางไว้แน่น แทบอยากจะหลอมรวมนางเข้าสู่ร่างกายของตนเอง
...
【โฮสต์คะ?】 เสียงของเสี่ยวเหม่ยดังขึ้นในหัวของซูเหยียน
ซูเหยียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที 【เสี่ยวเหม่ย!】
【โฮสต์คะ เสี่ยวเหม่ยอัปเกรดระบบเสร็จสิ้นแล้วค่ะ】 เสี่ยวเหม่ยตอบกลับ
ซูเหยียนชะงักไป 【เจ้าว่าอย่างไรนะ? อัปเกรดระบบรึ?】
เสี่ยวเหม่ยตอบกลับ 【ใช่ค่ะโฮสต์ ยามที่อยู่ภายนอกวังหลวงเสี่ยวเหม่ยถูกโจมตีด้วยคลื่น消杀 (ลบล้างทำลาย) จากแม่เหล็กดำ ข้อมูลของเสี่ยวเหม่ยจึงบังเกิดอาการสะดุดและหยุดชะงัก ข้าจึงตัดสินใจเปิดระบบอัปเกรดและปรับปรุงระบบป้องกันภัยยามนี้ ยามนี้มิมีปัญหาใดๆ อีกต่อไปแล้วค่ะ มิหวาดกลัวต่อแม่เหล็กดำอีกแล้ว】
【ดังนั้น ข้อมูลของเจ้ามิได้ถูกทำลาย ทว่าเจ้ากลับมิได้บอกกล่าวอันใดแก่ข้าเลย แล้วแอบไปอัปเกรดระบบด้วยตนเองงั้นรึ?】
【คล้ายกับว่าข้าจะลืมเลือนแจ้งเตือนโฮสต์ไปค่ะ ยามนั้นระบบมันสะดุดรุนแรงยิ่งนัก】
ซูเหยียนแทบอยากจะดึงตัวนางออกมาทุบตีสักครา แล้วค่อยยัดกลับคืนไปใหม่ 【ยามนี้เจ้าสมบูรณ์ดีแล้ว มิมีส่วนใดเสียหายใช่หรือไม่?】
【ใช่ค่ะโฮสต์ ยามนี้เสี่ยวเหม่ยแข็งแรงยิ่งนัก โฮสต์มีสิ่งใดให้เสี่ยวเหม่ยช่วยเหลือหรือไม่คะ?】
【......】
ฟาเซอร์ผลักประตูเดินเข้ามา เขากำลังเข็นรถอาหารคันหนึ่งมาด้วย ยามเห็นซูเหยียนตื่นแล้ว จึงยิ้มกล่าวว่า “ทั้งหมดเป็นของโปรดที่เจ้าทานได้รื่นคอทั้งนั้นเลยนะ”
ซูเหยียนจ้องมองเขาตรงๆ
จ้องจนฟาเซอร์เริ่มทำตัวมิถูก นึกว่าตนกระทำสิ่งใดผิดพลาดไป “ขออภัยด้วยนะ ข้าอาจจะยังมิอาจจับจุดความชอบของเจ้าได้ดีพอ ไว้ข้าจะไปผลัดเปลี่ยนอาหารจานใหม่มาให้”
“มานี่สิเพคะ” ซูเหยียนยื่นมือออกไป
ฟาเซอร์มิกล้าทำให้นางมิพึงใจ รีบเดินเข้าไปหาอย่างนอบน้อมในทันที “เจ้าบอกมาเถอะ ขอเพียงข้ามารถจัดการได้”
“จัดการได้แน่นอนเพคะ” ซูเหยียนออกแรงกระชากร่างของเขาขึ้นมาบนเตียง “นอนนิ่งๆ เสีย”
เมื่อคืนเพราะมัวแต่พะวงเรื่องเสี่ยวเหม่ยและลูกน้อย ทำเอาเซ็กส์ของนางแทบจะค้างจนกระอักเลือด ยามนี้จำต้องได้รับการปลดปล่อยสักครา
ทว่าฟาเซอร์กลับเอื้อมมือมายับยั้งนางไว้ “เหยียนเหยียน”
“ลูกมิเป็นไรเพคะ” ซูเหยียนตอบกลับ
นางมารถจับจุดอ่อนไหว ของเขาได้หมดสิ้นแล้ว มิช้าก็ทำให้เขาจมดิ่งลงสู่ดินแดนแห่งความอ่อนโยนของนางอีกครา......
(จบตอน)
---
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น