ตอนที่ 158 นี่แหละซือเซี่ย
เหอจงหัวยิ้มออกมา: "พวกเราจะเข้าไปพร้อมกับเหล่าจางทีหลังครับ"
"ได้ค่ะ" ซือเซี่ยไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวอย่างคล่องแคล่วไปเปิดสิทธิ์การเข้าถึง
แม้เธอจะสามารถเปิดสิทธิ์ผ่านแผงควบคุมได้โดยตรง แต่เธอยังไม่อยากทำแบบนั้นต่อหน้าเหอจงหัวและคนอื่นๆ
คนพวกนี้ฆ่าทิ้งก็ไม่ได้
งั้นอย่าให้พวกเขารู้จะดีกว่า
ซือเซี่ยเปิดสิทธิ์ไปพลางเดินไปพลาง หลังจากเปิดสิทธิ์เสร็จ เธอก็ไปเดินเตร็ดเตร่ที่ห้องรักษาความปลอดภัยรอบหนึ่ง
เมื่อทำท่าทางจนเนียนแล้ว ถึงได้เดินไปที่ประตูฐานที่มั่น
"คุณอาทั้งหลาย เข้ามาได้เลยค่ะ"
-
รอบนี้จางเหล่ยไม่ได้แย่งเหอจงหัว เขาถอยไปครึ่งก้าวตามหลังเหอจงหัวไป
หม่าอันกั๋วเดินรั้งท้าย ทั้งสามคนตามซือเซี่ยเข้าไปในห้องรักษาความปลอดภัย
ในห้องรักษาความปลอดภัยมีเครื่องทำความร้อน อุณหภูมิค่อนข้างสูง
เหอจงหัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามซือเซี่ย แม้จะมีเหงื่อท่วมหัว แต่เขาก็ถอดเพียงเสื้อโค้ททหารตัวนอกออกเท่านั้น
ซือเซี่ยมองดูท่าทางของเขาแล้วก็พอจะเข้าใจ
เมื่อวานตอนหม่าอันกั๋วทั้งสามคนมาถึงทีแรกก็ไม่กล้าถอดเสื้อเหมือนกัน
จนตอนกินข้าว อากาศร้อนจัดจนทนไม่ไหว
ถึงได้ยอมถอด
พอถอดออกแล้ว ซือเซี่ยถึงได้รู้สาเหตุ
หลังจากได้พูดคุยกันถึงได้รู้ว่า ตอนที่ฐานที่มั่นกวงหมิงออกไปเก็บกวาดเสื้อผ้าช่วงที่อากาศเริ่มเย็นลง ของเหล่านั้นล้วนให้ผู้รอดชีวิตชั้นผู้น้อยสวมใส่กันหมดแล้ว
ส่วนพวกทหาร นอกจากชุดเครื่องแบบทหารและเสื้อโค้ททหารสะอาดๆ ที่สวมอยู่ชั้นนอก ข้างในยังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมที่เคยใส่
วันสิ้นโลกขาดแคลนน้ำ เสื้อผ้าซักไม่ได้ จึงเก่าและสกปรกมาก
สำหรับน้ำใจเช่นนี้ ซือเซี่ยรู้สึกนับถือจริงๆ
การสร้างเงื่อนไขที่ดีให้ผู้รอดชีวิตชั้นผู้น้อยส่วนตัวเองต้องลำบาก ถามใจตัวเองแล้ว เธอคงทำไม่ได้
ซือเซี่ยไม่ได้รีบร้อนคุยกับเหอจงหัว แต่ทำเหมือนเมื่อวาน คือให้หุ่นยนต์ส่งอาหารมาส่งมื้ออาหารให้ทั้งสามคนก่อน
วันนี้ตอนเช้าทำเป็นซาลาเปาไส้เนื้อและโจ๊กข้าวฟ่าง
พอซาลาเปาและโจ๊กมาถึง เหอจงหัวและจางเหล่ยเห็นเข้าก็รีบโบกมือปฏิเสธไม่ยอมกิน
ทั้งสองคนตั้งใจมาเดินชมฐานที่มั่นห้าสีมณีฉาย จะกล้ากินของดีขนาดนี้ได้อย่างไร
เหอจงหัวกลัวว่าซือเซี่ยจะคิดว่าพวกเขามาเพื่อกินฟรี
แต่ซือเซี่ยยังมีภารกิจที่ต้องให้เหอจงหัวช่วยเหลือ อีกอย่างแค่ข้าวไม่กี่มื้อ เธอไม่ได้จนลงหรอก
เธอจึงหยิบซาลาเปาขึ้นมา มือละลูก แล้วยัดเข้าปากเหอจงหัวและจางเหล่ยที่กำลังโบกมือปฏิเสธอยู่ทันที
เหอจงหัวที่โดนซาลาเปาอุดปาก: "???"
จางเหล่ยที่โดนยัดจนเต็มปากเช่นกัน: "???"
หม่าอันกั๋วผู้ต่ำต้อยและไร้ทางสู้: "!!!"
ระบบชาเขียว: ชินแล้วล่ะ! นี่แหละซือเซี่ย!
ทั้งสามคนสตั๊นไปเลย
หม่าอันกั๋วกลัวว่าซือเซี่ยจะยัดซาลาเปาให้เขาด้วย จึงรีบหยิบซาลาเปาขึ้นมากินเองอย่างรวดเร็ว
ซือเซี่ยตบมือสองสามที ขาข้างหนึ่งเหยียบลงบนม้านั่งเล็กข้างโซฟาอย่างกับนักเลง: "คุณอาทั้งหลาย ทานกันไปก่อนนะ ฉันมีธุระ เดี๋ยวจะกลับมาหาใหม่ค่ะ"
ทั้งสามคนที่ยังมึนๆ พยักหน้าตอบ
ซือเซี่ยพอใจแล้ว ถอนเท้ากลับแล้วเดินออกจากห้องรักษาความปลอดภัยอย่างอารมณ์ดี
-
หลังจากการติดต่อเพียงชั่วครู่ ซือเซี่ยรู้สึกว่าเหอจงหัวและคนอื่นๆ ก็ใช้ได้เลย
ดีกว่าผู้ดูแลฐานที่มั่นที่เธอเคยเข้าร่วมด้วยก่อนหน้านี้เยอะ
ผู้ดูแลฐานที่มั่นที่เธอเคยอยู่ก่อนหน้านี้ ไม่เห็นเหมือนเหอจงหัวเลย ที่จะจัดสรรเสบียงให้ผู้รอดชีวิตในฐานก่อน
อย่าว่าแต่ผู้รอดชีวิตในฐานเลย แม้แต่กองกำลังทหารใต้อำนาจยังไม่ได้กินด้วยซ้ำ
เขาเก็บเอาไว้กินเองคนเดียวหมด
ในวันสิ้นโลกที่ขาดแคลนน้ำและอาหาร ผู้รอดชีวิตแทบทุกคนล้วนซูบผอมจนเหลือแต่กระดูก แต่ผู้ดูแลคนนั้นกลับดูสะอาดสะอ้านแถมยังกินจนอ้วนพีทุกวัน
ซือเซี่ยตอนที่เจอผู้ดูแลคนนั้นในสถาบันวิจัย เกือบจะนึกว่าวันสิ้นโลกจบลงแล้วเสียอีก
น่ากลัวจริงๆ!
ซือเซี่ยส่ายหัว เดินเตร็ดเตร่ไปรอบหนึ่ง กะเวลาว่าพวกเขาน่าจะกินเสร็จแล้วถึงค่อยกลับไป
ถึงห้องรักษาความปลอดภัย
เหอจงหัวทั้งสามคนทานเสร็จแล้วจริงๆ
ซือเซี่ยยังไม่ทันคิดวิธีที่จะบอกเหอจงหัวเรื่องที่ฐานที่มั่นห้าสีมณีฉายต้องการรับผู้รอดชีวิตจากฐานกวงหมิงไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นคนเลย
จะให้พูดตรงๆ ก็ไม่ได้
คุณอาเหอคะ ฉันเล็งผู้รอดชีวิตในฐานของคุณไว้ จะแบ่งให้ฉันสักหมื่นคนได้ไหม?
ถ้าทำแบบนั้นคงประสาทพอกับยัยระบบเน่าแหงๆ!
ระบบชาเขียว: ??? เกี่ยวอะไรกับมัน?
ดังนั้นซือเซี่ยจึงไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ หลังจากสอบถามให้แน่ใจว่าเหอจงหัวทั้งสามคนเตรียมผลึกนิวเคลียสมาแล้ว ก็พาพวกเขาทั้งหมดไปเดินเล่นที่ร้านค้าเบ็ดเตล็ด
-
ร้านค้าเบ็ดเตล็ดเขตวงนอก
นับตั้งแต่ผู้รอดชีวิตเขตวงนอกย้ายเข้าเขตวงกลางไป ประกอบกับหิมะที่ตกหนัก คนในร้านค้าเบ็ดเตล็ดก็ลดน้อยลงไปเยอะ
ตอนซือเซี่ยพาคนไปที่ร้านค้า ในร้านไม่มีผู้รอดชีวิตเลย มีเพียงต้าหั่วและพวกพ้องที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ในโถง
เห็นซือเซี่ย ทั้งสี่คนก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความลนลาน
กล่าวทักทายเธออย่างนอบน้อม
ซือเซี่ยขานรับ แนะนำเหอจงหัวและคนอื่นๆ ให้ต้าหั่วรู้จัก: "นี่คือแขกจากฐานที่มั่นกวงหมิง พวกคุณพาพวกเขาไปเดินชมร้านค้าเบ็ดเตล็ดหน่อยนะ"
รีบๆ พาไปที!
เธอไม่อยากคุยกับตาแก่พวกนี้แล้ว!
ต้าหั่วพยักหน้า พาเหอจงหัวทั้งสามคนเข้าไปในร้านค้าเบ็ดเตล็ด
ซือเซี่ยมองดูทั้งสี่คนเดินเข้าไปในร้านก็นั่งลงบนเก้าอี้ เริ่มคุยกับระบบชาเขียวในใจ
"ยัยระบบเน่า ภารกิจเฮงซวยนี่ฉันจะทำยังไง?"
เธอจะพูดว่ายังไงดี?
ยัยระบบเน่าประสาทหลุดไปแล้วรึไง!
整这么个破任务 (ทำภารกิจบ้าบออะไรแบบนี้)!
แถมไอ้คนนิสัยเสียวันนี้ก็ไม่อยู่ด้วย!
ทุกอย่างต้องให้เธอทำเองหมด!
น่ารำคาญชะมัด!
ระบบชาเขียวลองหยั่งเชิงอย่างขลาดกลัว: [คุณซือเซี่ยคะ ลองพูดออกไปตรงๆ เลยดีไหมคะ?]
พูดจบประโยค มันก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี จึงรีบมุดเข้าห้องมืดทันที
ผลก็เป็นไปตามคาด
วินาทีต่อมา
ซือเซี่ยก็ด่ากราดมันในใจทันที
-
ถ้ำ
ฉินเหนียนที่ซือเซี่ยเฝ้าคิดถึงอยู่ ตอนนี้ยังคงนอนอยู่บนเตียง ดูเหมือนเขาจะไม่ได้นอนทั้งคืน ทั้งร่างดูไร้เรี่ยวแรง
มีความหดหู่ที่อธิบายไม่ถูก
ผ่านไปนานมาก
อาจจะเป็นเพราะคิดอะไรบางอย่างออก
ฉินเหนียนลงจากเตียง ไปอาบน้ำชำระร่างกาย ใบหน้ากลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ
ฉินเหนียนก็ไปที่หน้าห้องของซือเซี่ย ยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตู
แต่ทว่าวินาทีถัดมา เขาก็ลดมือลง
ผ่านไปไม่กี่วินาที เขาก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง
ทำซ้ำๆ ไปมาหลายรอบ
ในที่สุดฉินเหนียนก็ตัดสินใจเด็ดขาด ยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตู
จังหวะนั้นเอง
ลั่วอั๋งเดินขึ้นมาจากชั้นล่าง เห็นฉินเหนียนยืนอยู่ที่หน้าห้องซือเซี่ยทำท่าจะเคาะประตู
เขาจึงกระแอมไอแล้วเตือน: "พี่เหนียนครับ เซี่ยเซี่ยไม่อยู่ครับ"
ฉินเหนียน: "..."
ตกลงเขาลังเลอยู่ตั้งนานเพื่ออะไรเนี่ย?
ฉินเหนียนพ่นลมหายใจยาวๆ ออกมา ข่มอารมณ์ที่ซับซ้อนในใจ แล้วมองไปทางลั่วอั๋ง: "เซี่ยเซี่ยไปไหน?"
ลั่วอั๋งนึกดู: "น่าจะไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยครับ เซี่ยเซี่ยบ่นไว้ตอนเช้าว่าเหมือนจะมีผู้นำจากฐานที่มั่นกวงหมิงจะมาหาในวันนี้"
ฐานที่มั่นกวงหมิง?
นั่นน่าจะเป็นฐานที่มั่นทางการที่หม่าอันกั๋วพูดถึงสินะ
ผู้นำจากฐานที่มั่นกวงหมิงมาทำอะไรที่ห้าสีมณีฉาย?
"เข้าใจแล้ว" ฉินเหนียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินลงบันไดไป
เขารู้สึกหงุดหงิดตัวเอง
เขาลังเลอยู่ทำไมตั้งนาน?
เด็กสาวคนเดียวต้อนรับผู้นำจากฐานที่มั่นกวงหมิงจะกลัวแค่ไหนกันเชียว!
ฉินเหนียนรีบวิ่งไปทางประตูฐานที่มั่น
วิ่งไปได้ไม่ไกล
ฉินเหนียนก็เห็นซือเซี่ยทั้งสี่คนที่กำลังพูดคุยหัวเราะกันระหว่างเดินเล่นในเขตวงกลาง
เอาเถอะ
เขาเป็นห่วงเก้อซะแล้ว
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น