-->

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ตอนที่ 151 เกมของผู้เหนือกว่า



ตอนที่ 151 เกมของผู้เหนือกว่า

“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนแล้ว” ฟาเซอร์เอ่ยกลั้วยิ้ม

ซูเหยียนตบไหล่จื่อฉีเบาๆ “ฝ่าบาท ข้ากับไลน่านัดกันไว้แล้ว”

จื่อฉีลูบหัวนางพลางส่ายหน้า “มิได้หรอก ตอนนี้บนถนนมิมีผู้คนเลยสักคน”

ซูเหยียนมองลงมาจากด้านบนก็เห็นว่ายังมีคนเปิดร้านทำมาค้าขายอยู่บ้าง มิเช่นนั้นพวกนางคงมิคิดอยากจะลงไป ทว่าเมื่อทุกคนคัดค้าน นางจึงทำได้เพียงหมอบลงอย่างหดหู่และนิ่งเฉย

เมื่อเห็นนางอารมณ์หม่นหมองเช่นนั้น จื่อฉีจึงยิ้มอย่างอ่อนโยน “หากอยากออกไปก็ได้ ทว่าต้องออกไปยามราตรี”

“เอ๊ะ? ทำไมต้องออกไปตอนกลางคืนล่ะเพคะ กลางคืนมิอันตรายกว่ารึ?” ซูเหยียนถามด้วยความฉงน

จื่อฉีตอบ “ในเมื่ออันตรายเหมือนกัน กลางวันกับกลางคืนจะต่างกันอย่างไร?”

สำหรับพวกอสูรแล้ว ยามราตรีกลับทำให้จิตใจกระปรี้กระเปร่าและมีสัญชาตญาณการต่อสู้ที่รุนแรงกว่า ทว่าสำหรับนาง ดูเหมือนจะชอบทำอะไรตอนกลางวันมากกว่า ส่วนตอนกลางคืนมักจะมิค่อยมีเรี่ยวแรง

“ช่างเถอะเพคะ ข้ามิออกไปแล้วก็ได้” ซูเหยียนสะบัดก้นหันหลังให้พวกเขา แล้วหันไปมองไลน่าแทน

ไลน่ากะพริบขนตาที่งอนยาวประหนึ่งจะบอกว่า ข้าช่วยเจ้ามิได้จริงๆ

ซูเหยียนหันไปค้อนฟาเซอร์ที่อยู่ข้างๆ ความล้มเหลวครั้งนี้ สาเหตุหลักอยู่ที่ฟาเซอร์ หากมิใช่เพราะเขาเข้ามาแทรกแซง นางกับไลน่าคงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทว่าฟาเซอร์กลับทำเพียงยิ้มโดยมิได้กล่าวสิ่งใด

คนทั้งหมดกลับเข้าสู่ห้องเซินเหย่เซิ่งซื่อ สีหน้าของจื่อฉีพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที ฟาเซอร์เองก็มีสีหน้าจริงจังลง

“ฝ่าบาท เขตอาคมป้องกันถูกทำลายพ่ะย่ะค่ะ” เสอเยียนเดินไปตรวจสอบที่ประตูแล้วส่ายหน้า “มิมีร่องรอยใดๆ หลงเหลืออยู่เลย อีกฝ่ายอาจจะมีพลังธาตุมิติ และฝีมือมิได้ด้อยไปกว่าฝ่าบาทเลย”

ยามนั้นจื่อฉีหันไปมองซูเหยียนและไลน่า ไลน่าชูอุ้งเท้าขึ้นปิดปากหาววอดหนึ่งพลางบอกจื่อฉีว่า “ข้ามิรู้อันใดทั้งนั้น เพียงแต่พี่ซูจู่ๆ ก็อยากออกไปสูดอากาศข้างนอก ข้าเห็นว่าในร่างอสูรคงดูไม่ออกว่านางตั้งครรภ์ จึงแปลงร่างตามออกไปเป็นเพื่อนเท่านั้น”

แม้ซูเหยียนจะมิรู้ว่าการที่เขตอาคมป้องกันถูกทำลายนั้นรุนแรงเพียงใด ทว่าผลลัพธ์คือนาวและไลน่ารอดพ้นจากภัยพิบัติมาได้อย่างหวุดหวิด! นางรีบเชิดหน้าขึ้นทันที ตบหน้าท้องที่ป่องกลมเบาๆ “เห็นไหม นี่แหละคือสัญชาตญาณของผู้หญิง มิเชื่อมิได้นะเพคะ ปกติข้ามิเคยนึกอยากออกไปเดินเล่นเลย ทว่าเมื่อครู่กลับอยากไปเป็นพิเศษ โชคดีที่ออกไป มิเช่นนั้นพวกท่านจะไปตามหาข้ากับไลน่าที่ไหนกัน”

จื่อฉีมิอาจโต้แย้งได้เลย เขามองดูซูเหยียนที่กำลังลำพองใจพลางยิ้มกล่าวว่า “ดี คราวหน้าข้าจะฟังเจ้า”

ในมือของฟาเซอร์พลันปรากฏไม้เท้าอำนาจสีทองขึ้นมาด้ามหนึ่ง บนนั้นมีลวดลายสลับซับซ้อนหนาแน่น แฝงไปด้วยกฎเกณฑ์และพลังบางอย่างที่ทำให้ผู้คนครั่นคร้ามไปถึงดวงวิญญาณ

“ย้อนอดีต” ฟาเซอร์กล่าวอย่างราบเรียบ

มิช้า ภาพเหตุการณ์หนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ... เสือดาวที่ไลน่าแปลงกายแบกหนูขาวซูเหยียนออกจากห้องมุ่งหน้าสู่ทางเดินเคลื่อนย้าย หลังจากพวกนางจากไป บุรุษผู้หนึ่งที่ดูภูมิฐานก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเดินออกมาจากทางเดินเคลื่อนย้ายและตรงมาที่หน้าประตูห้อง

เมื่อเห็นคนผู้นี้ รังสีแห่งความแค้นพลันปะทุออกมาจากร่างของไลน่า นางกัดฟันกรอด “เขาคือเยว่ อสูรชายของถง·หนานซี”

ในฝ่ามือของเยว่ค่อยๆ มีพลังสีน้ำเงินอ่อนไหลออกมา แล้วปกคลุมลงบนเขตอาคมป้องกันที่จื่อฉีวางไว้ จากนั้นเขาใช้คมมีดมิติกรีดเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปด้านใน ทว่ามิช้าเขาก็เดินออกมาด้วยสีหน้าที่มิสู้ดีนัก เขาเก็บพลังที่คลุมเขตอาคมไว้อย่างมิดชิด มิหลงเหลือร่องรอยใดๆ แล้วจึงจากไปทางทางเดินเคลื่อนย้าย

ซูเหยียนถามไลน่า “เจ้ามีความแค้นกับเขาเรื่อย?”

“เขาสังหารสมาชิกในทีมของข้า” ยิ่งไปกว่านั้นคืออสูรชายที่นางรักที่สุด แววตาแห่งความแค้นจึงยิ่งเข้มข้นขึ้น ทันใดนั้นนางหันไปมองจื่อฉี “ขอร้องใต้เท้าจักรพรรดิจื่อ โปรดแก้แค้นให้ข้าด้วย ข้ายินดีจะรับใช้เป็นวัวเป็นม้าไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัยเพื่อเป็นการตอบแทน”

จื่อฉิมิได้กล่าวสิ่งใด ทว่าหันไปมองอิ๋นจ้าง อิ๋นจ้างยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างกระดากอายเล็กน้อย “ข้าเองก็จะช่วยด้วย”

“หากสบโอกาส สังหารเขาก็คงมิเป็นไร” จื่อฉิมิได้รับปากอย่างเด็ดขาด ทว่าก็มิได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

เสียงของเสี่ยวเหม่ยพลันดังขึ้นในหัว 【โฮสต์คะ บนไม้เท้าอำนาจมีหินสีเทาที่มีลักษณะคล้ายกระดูกอยู่ก้อนหนึ่ง มารถหาวิธีเอามันมาได้หรือไม่?】

ซูเหยียนกะพริบตา มองดูไม้เท้าในมือฟาเซอร์ด้วยความใคร่รู้ “สิ่งนี้คืออันใดรึ?”

“สมบัติวิญญาณประจำกาย” ฟาเซอร์เก็บไม้เท้าอำนาจไป

“เอ๊ะ? ท่านอย่าเพิ่งเก็บสิเพคะ ข้าขอลองสัมผัสหน่อยได้ไหม?” เมื่อครู่นางเห็นหินสีเทานั่นแล้ว มันดูจืดชืดมิสะดุดตาท่ามกลางอัญมณีสีสันสดใสอื่นๆ

ฟาเซอร์ยิ้มตอบ “ไว้วันหลังข้าจะให้เจ้าดู”

จื่อฉีปรายตามองซูเหยียน “เข้าไปข้างในก่อนค่อยว่ากัน” ทว่าทั่วทั้งห้องได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปเสียแล้ว

...

แม้ทางโรงแรมจะเร่งบูรณะห้องพักให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว ทว่าการที่ถง·หนานซีบุกมาท้าทายถึงที่เช่นนี้ได้ยั่วโทสะของจื่อฉีเข้าอย่างจัง และจื่อฉีมิยอมปล่อยให้ซูเหยียนอยู่ลำพังอีกต่อไป นางต้องอยู่กับเขาตลอดเวลาจนกว่าศึกศักดิ์สิทธิ์จะสิ้นสุดลง มิมีผู้ใดคัดค้าน ฟาเซอร์เองก็มิได้กล่าวสิ่งใด

จื่อฉีและฟาเซอร์นั่งอยู่ด้วยกันในโซนไม้ประดับ

“บอกความจริงมาเถอะ” จื่อฉีถามฟาเซอร์

ฟาเซอร์หยิบชิงซินเหมยจากจานผลไม้ขึ้นมากัดคำหนึ่ง “ศึกศักดิ์สิทธิ์ อสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์ และองค์อธิปัตย์ ทั้งสามสิ่งนี้มีความเกี่ยวพันกัน จุดประสงค์ของศึกศักดิ์สิทธิ์คือการคัดเลือกอสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังสืบพันธุ์อันยอดเยี่ยมให้แก่คุณชายศักดิ์สิทธิ์”

“เดาไว้แล้ว” จื่อฉีมองไปทางซูเหยียนที่กำลังทานอาหารอยู่ในห้องอาหารและพูดคุยเรื่องสัพเพเหระประสาอสูรหญิงกับไลน่า “เพียงแต่ สถานการณ์ในยามนี้ ดูมิเหมือนการคัดเลือกอสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์เลย ทว่ากลับเหมือน...” จื่อฉีมองฟาเซอร์ “กระดานหมากแห่งการเข่นฆ่าเสียมากกว่า!”

ท่าทางการทานชิงซินเหมยของฟาเซอร์ชะงักลง “ความคิดนี้ค่อนข้างแปลกใหม่ทีเดียว”

“พวกเราที่เป็นทีมแข่ง ก็คือเบี้ยบนกระดานหมาก และนอกกระดานหมากนั้น ย่อมต้องมีผู้ชมอยู่มิน้อย” จื่อฉีเอ่ยเสียงเย็น “มิรู้ว่าทีม 9908 มีคนลงเดิมพันไว้เท่าไหร่ หรือจะพูดให้ถูกคือ องค์อธิปัตย์ลงเดิมพันข้างทีมใดกันแน่?”

“อย่างไรเสียก็มิใช่ทีม 9908” ฟาเซอร์พลันหัวเราะออกมา และดูเหมือนจะเป็นการหยอกเย้าที่ยากจะกลั้นไว้ได้

จื่อฉีทราบว่าตนเดาถูกแล้ว แววตาพลันฉายรังสีสังหารที่อันตรายยิ่งนัก

“เจ้าสันนิษฐานมิผิด พวกเจ้าเป็นเพียงเครื่องมือประกอบเกมของเขาเท่านั้น เขาเกลียดอสูรหญิง ดังนั้นอสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์จึงเป็นสิ่งที่เขาเสน่ห์มิต้องการเลยสักนิด อสูรหญิงศักดิ์สิทธิ์คนก่อน หลังจากได้ตำแหน่งแล้ว ระบบเกิดลูกก็ถูกขุดออกมาจนสูญเสียความสามารถในการสืบพันธุ์ นางต้องกลายเป็นนางบำเรออยู่นับร้อยปี ภายหลังจึงได้ใช้เงินไถ่ตัวออกมาใช้ชีวิตเป็นภรรยาของผู้ไร้ค่าคนหนึ่งเพื่อล้างมลทิน ยามนี้ระบบเกิดลูกชุดนั้นอยู่ในตัวของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ นางดั้นด้นมาจากทวีปอื่นก็เพื่อตามหาระบบเกิดลูกของตนนั่นเอง”

“มิน่าเล่านางถึงมาถามเสอเยียนว่าระบบเกิดลูกของเหยียนเหยียนมีลักษณะพิเศษอย่างไร”

“ระบบเกิดลูกของเหยียนเหยียน มิควรจะดำรงอยู่แต่แรก”

“ในเมื่อมันดำรงอยู่แล้ว ย่อมมีเหตุปัจจัยแห่งการดำรงอยู่ของมัน”

“ถูกต้อง ข้ามิคิดจะทำร้ายเหยียนเหยียน ขอเพียงนางยอมคลอดลูกให้ข้าสักคน”

“มิมีทาง” จื่อฉีปฏิเสธโดยมิต้องคิด

สีหน้าของฟาเซอร์กลับยิ่งสงบนิ่งขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งแฝงไปด้วยความเฉยเมยเยี่ยงผู้ที่อยู่เหนือกว่า “เจ้าคิดว่าการที่ข้าผู้เป็นชนชั้นสูงยอมลงสนามมาด้วยตนเอง เป็นเพียงเพราะอยากสัมผัสเกมสังหารอันน่าเบื่อนี่รึ? ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าบอกความจริง ข้าก็จะพูดตรงๆ เลย ข้าต้องการ... พลังสืบพันธุ์ของเหยียนเหยียน! หากเจ้ายอมสละรัก ข้ารับรองว่าพวกเจ้าจะได้กลับทวีป 9908 ทุกคน และจะตัดชื่อทวีป 9908 ออกจากรายชื่อทวีปเตรียมศึกศักดิ์สิทธิ์ในครั้งหน้า มิเช่นนั้น ในเกมนี้พวกเจ้าอาจจะต้องย่อยยับกันหมด และข้าก็จะครอบครองเหยียนเหยียนได้อยู่ดี!”

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกแล้ว
⚠️ บันทึกไว้แล้ว!

📚 ชั้นหนังสือของฉัน

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×