ตอนที่ 145 ฉันให้อภัยคุณแล้ว
ห้องเทคโนโลยีชั้นสูง
ในจังหวะที่อวี่จือหมิงเอ่ยคำสารภาพผิดประโยคนั้น ตู้แคปซูลทรงกระบอกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกจากหางตาของหญิงสาวที่นอนหมดสติ วินาทีต่อมามันก็หลอมรวมหายไปกับของเหลวโปร่งใสจนไร้ร่องรอย
จากนั้น
แสงสีแดงก็กะพริบถี่ๆ เสียงกลไกเย็นชาดังก้องไปทั่วทั้งห้อง
[คำเตือน! คำเตือน! คุณซือเซี่ยมีอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง!]
ที่หน้าประตู
มีคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
-
ฐานที่มั่นห้าสีมณีฉาย
อาคารอิฐแดงเขตวงนอก
ห้องพักในอาคารอิฐแดงมีขนาดไม่ใหญ่นัก ซือเซี่ยขดตัวอยู่บนโซฟาขี้เกียจ ในอ้อมกอดกอดตุ๊กตาปากไส้กรอกตัวหนึ่ง ฟังอวี่จือหมิงพร่ำเพ้อพรรณนาด้วยท่าทางเกียจคร้าน
ส่วนบนเตียงตรงหน้าของอวี่จือหมิงเต็มไปด้วยของขวัญกองโต
ตั้งแต่จุกนมไปจนถึงชุดกระโปรงเจ้าหญิง วางระเกะระกะเต็มทั่วทั้งเตียง
"เซี่ยเซี่ย นี่คือของที่พ่อเตรียมไว้ให้หลังจากรู้ว่าลูกมีตัวตนอยู่ ตั้งแต่ลูกเกิดจนถึงอายุยี่สิบ วันเทศกาล วันเกิด ทุกวันที่พ่อพลาดไป พ่อได้ชดเชยของขวัญให้ลูกหมดแล้วนะ"
"อันนี้คือโฉนดที่ดินบ้านที่พ่อซื้อไว้ให้ลูก แต่ตอนนี้คงไม่ได้ใช้แล้วล่ะ"
"ส่วนในบัตรใบนี้ คือเงินเก็บตลอดหลายปีของพ่อ เตรียมไว้ให้ลูกหมดเลย แต่น่าจะไม่ได้ใช้แล้วเหมือนกัน"
"อันนี้คือ..."
อวี่จือหมิงชี้นิ้วไปที่ของขวัญทุกชิ้นพลางอธิบายด้วยความพร่ำเพ้อ
เขาใส่ใจกับมันจริงๆ
ของขวัญมากมายขนาดนี้กินพื้นที่ในมิติของเฮยต้าไปเกือบครึ่งหนึ่ง
แถมตั้งแต่หลังวันสิ้นโลกปะทุขึ้น เขาก็รีบร้อนมุ่งหน้าไปเมืองดี เพราะกลัวว่าลูกสาวที่ไม่เคยพบหน้าจะต้องได้รับอันตราย
จนถึงตอนนี้
บนใบหน้าของเขาสะท้อนความรักความเอ็นดูตามแบบฉบับของผู้เป็นพ่อ แม้แต่รอยแผลเป็นที่พาดผ่านใบหน้าก็ยังดูอ่อนโยนลง
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้
คือความรักความห่วงใยอันยิ่งใหญ่ที่พ่อมีต่อลูกสาว
ซือเซี่ยจะไม่รู้สึกหวั่นไหวได้อย่างไร
เธอขดตัวอยู่บนโซฟา สีหน้าที่เคยเฉยเมยเกียจคร้านค่อยๆ เลือนหายไป มุมปากยกยิ้มจริงใจอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่สังเกตเห็น
อวี่จือหมิงแนะนำของขวัญเสร็จแล้ว เขาก็มองมาที่ซือเซี่ยด้วยท่าทางพยายามเอาใจอย่างห้ามไม่อยู่: "เซี่ยเซี่ย พ่อไม่หวังให้ลูกยกโทษให้พ่อหรอก พ่อแค่อยากให้ลูกรู้ว่า ลูกก็เป็นเด็กที่มีพ่อคอยรักและทะนุถนอมเหมือนกัน พ่อ..."
เขายังพูดไม่ทันจบ
"เอาเถอะค่ะ" ซือเซี่ยก็ขัดจังหวะเขา เธอผุดลุกขึ้น เก็บโซฟาขี้เกียจ แล้วเดินไปยังประตู
อวี่จือหมิงขอบตาแดงก่ำขึ้นอีกครั้ง ทว่าความโศกเศร้ายังไม่ทันได้เอ่อล้นออกมา
เขาก็ได้ยินเสียงซือเซี่ยที่เดินไปถึงประตูหันกลับมาพูดว่า: "ฉันให้อภัยคุณแล้วค่ะ แต่ฉันยังไม่สามารถเรียกคุณว่าพ่อได้ในตอนนี้ ฉันต้องการเวลาสักพัก หวังว่าคุณจะเข้าใจนะคะ"
ขอบตาของอวี่จือหมิงยิ่งแดงก่ำหนักกว่าเดิม รีบพยักหน้าไม่หยุด: "ได้ ได้ พ่อเข้าใจ"
"จริงสิ ของขวัญพวกนั้นส่งไปที่ร้านค้าเบ็ดเตล็ดเลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะแวะไปเอาเอง" ซือเซี่ยทิ้งท้ายไว้คำหนึ่งแล้วจากไป ไม่รั้งรออีก
สิ่งที่อวี่จือหมิงไม่เห็นก็คือ
วินาทีที่ซือเซี่ยเดินจากไป รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าก็ขยายกว้างขึ้นในทันที
ราวกับดวงอาทิตย์ที่เคยถูกเมฆหมอกบดบัง ได้เผยโฉมที่แท้จริงออกมาในชั่วพริบตา
สดใสและเจิดจ้า
ระบบชาเขียวก็รู้สึกดีใจไปกับซือเซี่ยด้วย จึงแอบฟังเสียงหัวใจของเธอ
กลับได้ยินซือเซี่ยกำลังคิดว่า
ตาแดงก่ำนั่นเป็นพ่อของเธอสินะ?
แล้วเธอจะได้รับเชื้อโรคตาแดงก่ำนั่นมาด้วยไหมนะ?
ต่อไปจะเป็นคนชอบทำตาแดงง่ายๆ หรือเปล่า?
ไม่ได้การแล้ว!
น่าอายชะมัด!
ระบบชาเขียว: [...]
สมกับเป็นยัยผู้หญิงนิสัยเสียจริงๆ!
คนทั่วไปเขาคงไม่มานั่งคิดอะไรเพี้ยนๆ แบบนี้ในสถานการณ์นี้หรอก!
-
หลังจากดื่มของเหลววิวัฒนาการไปหลายครั้ง ในที่สุดฉินเหนียนก็ลุกจากเตียงได้แล้ว
ทว่าเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกฉงอี้ซิงและคนอื่นๆ ไล่กลับไปบนเตียงอีกจนได้
กลัวเขาจะเบื่อ
สื่อผิงอันถึงกับไปขนหนังสือมาจากคลังเสบียงตั้งกองโต ซึ่งเป็นหนังสือที่ซือเซี่ยเก็บมามั่วซั่วตอนไปตามหาสัตว์เมื่อก่อน
มีหนังสือปรัชญาอยู่หลายเล่ม
แถมยังมีหนังสือแนวทหารอีกด้วย
ฉินเหนียนเปิดดูด้วยความสนใจอยู่สองหน้า
แล้วก็ปิดลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ใบหูแดงก่ำไปหมด
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กสาวถึงเคยพูดจาแปลกๆ ตอนที่อยู่กับเขา
หนังสือพวกนี้ภายนอกหุ้มด้วยปกปรัชญา แต่เนื้อหาข้างในกลับเป็นนิยายแนวประธานจอมเผด็จการรักฉันยุคเก่า
เนื้อหาก็แนวตัวแทนนางเอก แนวรักแรก แนวตามง้อภรรยา อะไรพวกนั้น
ประโยคคลาสสิก: "ผู้หญิง เธอเล่นกับไฟอยู่นะ"
ซือเซี่ยฮัมเพลงเข้ามาในห้องของฉินเหนียน สิ่งที่เห็นคือหนังสือสมบัติของเธอวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงของฉินเหนียนอย่างเป็นระเบียบ
แถมฉินเหนียนยังถือเล่มหนึ่งอยู่ในมือด้วย
ซือเซี่ย: "???"
ทำอะไรน่ะ?
ไอ้คนนิสัยเสียจะลงมือกับเหล่าสมบัติของเธอแล้วเหรอ?
จะยึดเอาสมบัติของเธอไปเป็นของตัวเองเหรอ?
เรื่องที่เธอกังวลที่สุดเกิดขึ้นแล้ว!
ซือเซี่ยพุ่งตัวเข้าไปสองก้าว เก็บหนังสือสมบัติทั้งหมดเข้ามิติ จ้องเขม็งไปที่ฉินเหนียนอย่างระแวดระวัง
จากนั้นก็ฉกหนังสือเล่มสุดท้ายออกจากมือเขาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ฉินเหนียน: "..."
หนังสือทุกเล่มถูกเก็บเข้ามิติไปหมดแล้ว
ซือเซี่ยถึงค่อยถอนหายใจยาว ยิ้มกว้างถามฉินเหนียน: "พี่ชายคะ พี่ชอบหนังสือของฉันเหรอ?"
รีบบอกว่าไม่ชอบสิ!
ไม่งั้นเธอจะซ้อมไอ้คนนิสัยเสียให้สลบอีกรอบ!
ฉินเหนียนเห็นสายตาที่ดูอันตรายของซือเซี่ย จึงพยักหน้าอย่างรู้ความ: "ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ"
ไม่ค่อยเท่าไหร่?
แสดงว่ายังมีโอกาสที่จะชอบเหรอ?
ซือเซี่ยจ้องฉินเหนียนด้วยความสงสัย แล้วตัดสินใจว่าหนังสือทุกเล่มจะต้องเก็บไว้ในมิติเท่านั้น
ห้ามเปิดโอกาสให้ไอ้คนนิสัยเสียได้หยิบอ่านอีก!
หรือว่า... จะซ้อมไอ้คนนิสัยเสียให้สลบอีกรอบดีนะ?
เห็นสายตาที่ดูอันตรายขึ้นเรื่อยๆ ฉินเหนียนจึงรีบเปลี่ยนคำพูด ส่ายหน้า: "ไม่ชอบเลยสักนิดครับ"
ซือเซี่ยถึงค่อยพอใจ
เธอควักเอาสตรอว์เบอร์รีที่เด็ดมาจากระหว่างทางส่งให้ฉินเหนียน แล้วหยิบตะกร้าใหญ่ออกมาบอกฉินเหนียนว่า: "พี่ชายทานไปก่อนนะคะ ฉันจะเอาสตรอว์เบอร์รีไปให้พี่สาวโจวอวี่ค่ะ"
พูดจบก็เดินจากไปทันที
ฉินเหนียน: "..."
เริ่มสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วว่าลูกในท้องของโจวอวี่น่ะ เป็นลูกของใครกันแน่!
-
ตอนที่ซือเซี่ยไปหาโจวอวี่ โจวอวี่กำลังบ่นกับหลิวหนิงว่าอยากกินสตรอว์เบอร์รีพอดี
พอเห็นซือเซี่ยหิ้วสตรอว์เบอร์รีมาเคาะประตู โจวอวี่ก็ผลักหลิวหนิงออกไปอย่างไม่ใยดี แล้วเรียกซือเซี่ยเข้าไปหาด้วยความสนิทสนม: "น้องซือเซี่ย รู้ได้ไงคะว่าฉันอยากกินสตรอว์เบอร์รี? ใจตรงกันเกินไปแล้ว!"
พูดจบก็เหลือบมองหลิวหนิงด้วยความเบื่อหน่าย
หลิวหนิงคลำจมูกตัวเองอย่างเงียบๆ แล้วเดินไปหยิบถุงนิวเคลียสซอมบี้ถุงใหญ่ออกจากตู้
เตรียมจะเอาให้ซือเซี่ยสักครู่
ซือเซี่ยคอยดูแลโจวอวี่มาตลอด เขาเองก็ไม่อยากเอาเปรียบคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว
แถมพวกเขาก็ไม่มีของดีอะไร
มีก็แต่ผลึกนิวเคลียสซอมบัเนี้ยแหละ
ได้มาจากการฆ่าซอมบี้ในโรงงานพลาสติกและส่วนแบ่งจากคลื่นซอมบี้
รวมๆ แล้วมีตั้งพันกว่าเม็ด
หยิบออกมาให้ซือเซี่ยเสียเกินครึ่ง ที่เหลือก็เพียงพอสำหรับพวกเขาแล้ว
สองพี่น้องนั่งสนทนากันอย่างสนิทสนมบนข้างเตียง
พอได้ยินโจวอวี่บอกว่าตั้งครรภ์แล้วออกไปข้างนอกไม่ได้คงเหงาแย่ ซือเซี่ยจึงแบ่งหนังสือสมบัติให้โจวอวี่ไปสองเล่ม
แถมยังเตรียมโซฟานอนขี้เกียจไว้ให้โจวอวี่อีกต่างหาก
เพราะห้องของเธอมีโทรทัศน์ จึงชวนโจวอวี่ไปนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน
หลังจากทำตามขั้นตอนทุกอย่าง
โจวอวี่ถึงกับตื้นตันจนน้ำตาคลอ กุมมือซือเซี่ยพลางรำพึงว่า ทำไมซือเซี่ยถึงไม่ได้เป็นผู้ชาย
ถ้าเป็นผู้ชายนะ หลิวหนิงคงต้องหลบไปไกลๆ เลยล่ะ
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น