ตอนที่ 130 ช้อปปิ้งศูนย์บาท
แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนนักว่าเกิดสถานการณ์อะไรขึ้น แต่ฉินเหนียนยังคงตัดสินใจที่จะรวบรวมเสบียงต่อไป
ผู้รอดชีวิตหน้าใหม่เพิ่งจะออกมากับพวกเขาเป็นครั้งแรก หากต้องจากไปทั้งที่ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น...
ใจคอของเหล่าผู้รอดชีวิตหน้าใหม่ย่อมต้องรู้สึกไม่ดีแน่
อาจจะถึงขั้นคิดว่าฐานที่มั่นกำลังล้อพวกเขาเล่นอยู่ก็เป็นได้
ผลลัพธ์แบบนั้นย่อมสวนทางกับวัตถุประสงค์ของการประกาศภารกิจเพื่อเรียกตัวพวกเขาออกมา
ฉินเหนียนไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงทำได้เพียงกำชับให้ทุกคนระมัดระวังตัวให้ดี
ฉงอี้ซิงพยักหน้า แล้วกำชับผู้รอดชีวิตที่อยู่ด้านหลังอีกสองสามคำ
-
เมื่อทราบว่าไม่มีซอมบี้ตัวเล็กๆ น่ารักๆ ความกระตือรือร้นของซือเซี่ยก็ลดน้อยถอยลงไปมาก
เธอไม่ได้สอดส่ายสายตามองไปทั่วเหมือนก่อน
เธอควักสมุดบันทึกรายการเสบียงที่ต้องรวบรวมออกมาจากมิติ หยิบปากกาขึ้นมา เตรียมตัวจะบันทึกไปพลางเก็บของไปพลาง
เดินผ่านแหล่งค้าส่งอาหารทะเลไป ก็เข้าสู่เขตตลาดค้าส่งเนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อหมู
ในตลาดค้าส่งมีคนแวะเวียนมาซื้อของบ้างประปราย ดังนั้นเนื้อสดบางส่วนจึงถูกแขวนไว้ด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกแสงแดดแผดเผาหรือโดนฝนตกใส่ บนอาคารสองข้างทางเดินจึงมีการทำผ้าใบกันฝนเอาไว้เป็นพิเศษ
พายุฝนที่โหมกระหน่ำในวันสิ้นโลก ตอนที่พวกเขาอยู่ในถ้ำส่วนตัวในป่าเถื่อน มันก็ระเหยหายไปอย่างรวดเร็ว
แต่ที่นี่ต่างออกไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพื้นปูนซีเมนต์หรือเพราะแสงแดดส่องไม่ถึง ใต้ผ้าใบกันฝนกลับยังมีน้ำขังอยู่เป็นแอ่งเล็กแอ่งน้อย
ดูแล้วช่างมีความชื้นแฉะเหลือเกิน
ส่วนเนื้อสดที่แขวนอยู่ด้านนอกนั่น เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อับชื้น ทำให้เน่าเปื่อยรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก
ทั่วทั้งผิวเนื้อเต็มไปด้วยจุดเชื้อราสีเขียว บางครั้งยังเห็นหนอนแมลงวันคอยไชอยู่ข้างใน
ซือเซี่ยเหลือบมองเพียงแวบเดียว ก็รู้สึกอยากจะอ้วกออกมาอีกแล้ว
อ๊ากกกกก!
ทำไมเธอต้องมาที่แบบนี้ด้วย!
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ซือต้ามหากษัตริย์ (ซือเซี่ย) ไม่เคยกลัวอะไรในใต้หล้า กลัวก็แค่ของน่าขยะแขยงกับถูกไฟช็อตนี่แหละ
ผู้รอดชีวิตที่ตามหลังมาต่างมีสีหน้าซีดเผือด ดูเหมือนจะขยะแขยงจนทนไม่ไหวเช่นกัน
มีเพียงฉินเหนียน ฉงอี้ซิง และสื่อผิงอันสามคนเท่านั้นที่สีหน้ายังคงเป็นปกติ ยังคงรักษาความระแวดระวังเอาไว้อย่างเต็มที่
โชคดีที่ถนนตรงนี้กว้างพอ และห่างจากเนื้อสัตว์ทั้งสองฝั่งอยู่มาก
แต่ซือเซี่ยก็ยังทนไม่ไหว เร่งเร้าให้ฉินเหนียนรีบเดินจากไป
-
ผ่านโซนเนื้อเน่าที่แสนขยะแขยงมาได้ ในที่สุดก็มาถึงโซนเครื่องปรุงรสที่ดูปกติขึ้นหน่อย
หน้าประตูแต่ละร้านก็วางสินค้าเอาไว้เช่นกัน ส่วนใหญ่เป็นแบบตักแบ่ง
แต่ก็มีแบบบรรจุถุงอยู่บ้าง
ซือเซี่ยเก็บแบบบรรจุถุงมาเล็กน้อยพอเป็นพิธี
เครื่องปรุงรสก่อนหน้านี้เก็บมาจากตลาดค้าส่งทางการเกษตรได้เยอะพอสมควรแล้ว แถมยังมีเมล็ดพันธุ์อีก
ไม่ค่อยขาดแคลนเท่าไหร่
แต่ผู้รอดชีวิตหน้าใหม่ต่างออกไป พวกเขาแทบทุกคนมีเสบียงติดตัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นอาหารแห้ง
ปากคอจึงจืดชืดมาตลอด
เครื่องปรุงเหล่านี้ถึงจะกินเปล่าๆ ไม่ได้ แต่เอาไปต้มน้ำเติมรสชาติให้มื้ออาหารดีขึ้นก็ยังดี
ดังนั้นแต่ละคนจึงเริ่มกว้านเก็บกันอย่างบ้าคลั่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะแบบตักแบ่งมันไม่สะอาด พวกเขาคงจะเก็บแบบตักแบ่งกลับไปหมดแล้ว
ซือเซี่ยในตอนที่คืนชีพใหม่ๆ ตอนที่ยังไม่มีมิติก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้ จึงเข้าใจพวกเขาดี
เธอหยุดรอฉินเหนียนและคนอื่นๆ จนกว่าจะเก็บของเสร็จ
ทว่าผู้รอดชีวิตพอเก็บไปสักพักก็ตั้งสติได้ว่ามาทำภารกิจ จึงไม่มีใครกล้าแช่อยู่นานเกินไป
-
ผ่านโซนเครื่องปรุงรสมาได้ ในที่สุดกลุ่มพวกเขาก็มาถึงหนึ่งในจุดหมายของทริปนี้
โซนขายส่งสินค้าสุขอนามัยและอุปกรณ์ทำความสะอาด
ต่างจากสามโซนก่อนหน้านี้ ที่นี่สะอาดอย่างไม่น่าเชื่อ
ด้านนอกวางสินค้าตัวอย่างเอาไว้มากมาย
ซือเซี่ยทิ้งสินค้าตัวอย่างพวกนี้ไว้ให้ผู้รอดชีวิต ไม่ได้แย่งพวกเขา
แต่ให้ฉงอี้ซิงใช้พลังพิเศษช่วยค้นหาตำแหน่งของโกดัง
แล้วตรงดิ่งไปเก็บของในโกดังเลย
พอมาถึงโกดัง ก็เข้าสู่ช่วงเวลาของการ "ช้อปปิ้งศูนย์บาท" อันแสนเบิกบานใจ
สินค้าประเภทสุขอนามัยและอุปกรณ์ทำความสะอาดมีครบถ้วน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน กระดาษชำระ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างมือ ผ้าอนามัย...
มีครบทุกอย่าง
โกดังก็สร้างอยู่ติดกัน ซือเซี่ยเก็บเรียบทีละหลัง
โชคดีที่มิติของเธออัปเกรดแล้วจึงกว้างขวางพอ
ข้าวของพวกนี้ไม่ได้กินพื้นที่เท่าไหร่เลย
-
เดินถัดจากโซนค้าส่งสินค้าสุขอนามัยไปก็คือตลาดค้าส่งเสื้อผ้า
โซนตลาดค้าส่งเสื้อผ้าแตกต่างจากโซนอื่นที่พวกเขาผ่านมา
โซนเสื้อผ้าตั้งอยู่ในตึกห้าชั้น
คล้ายกับห้างสรรพสินค้า แต่ไม่ได้มีพื้นที่เปิดโล่งสำหรับทำกิจกรรมเหมือนห้างอื่น
พอเข้ามาด้านในก็จะเจอกับบันไดเลื่อนทันที สองฝั่งซ้ายขวาล้วนเป็นร้านค้า
ร้านค้าพวกนี้เน้นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ บนผนังแขวนเสื้อผ้าเอาไว้เพียงไม่กี่ตัวพอเป็นพิธี
ตรงกลางวางสิ่งที่คล้ายกับแผงขายของขนาดใหญ่ เอาไว้บนแผงมีเสื้อผ้าสารพัดแบบวางกองซ้อนทับกันอยู่หลายชั้น
บนพื้นก็เต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้แกะห่อ แทบไม่มีที่ให้เดิน
ซือเซี่ยทิ้งพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้ผู้รอดชีวิตตามเคย แล้วพาฉินเหนียนและพวกพ้องเข้าไปเก็บเสื้อผ้าในร้านค้าด้านใน
ฉงอี้ซิงจัดการกวาดล้างอาคารค้าส่งเสื้อผ้าทั้งตึกเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว
สินค้าชั้นหนึ่งปะปนกันมั่วไปหมด มีทั้งเสื้อผ้าผู้ชาย ผู้หญิง คนแก่ และเด็ก
แต่ตั้งแต่ชั้นสองเป็นต้นไป ก็มีการแบ่งประเภทไว้
ชั้นสองเป็นที่ขายส่งเสื้อผ้าผู้หญิงโดยเฉพาะ ทั้งชุดชั้นใน เสื้อคลุม เสื้อฮู้ด กระโปรง ชุดเซต...
มีครบทุกสไตล์
แถมยังมีถุงน่องหลากหลายแบบด้วย
ชั้นสามเป็นของผู้ชาย ชั้นสี่เป็นของเด็ก
ชั้นห้าเป็นสินค้าเบ็ดเตล็ดเหมือนกัน แต่ทั้งหมดเป็นเสื้อผ้าและกางเกงกันหนาว
เมื่อได้ฟังคำแนะนำของฉงอี้ซิง ซือเซี่ยจึงตัดสินใจทิ้งชั้นหนึ่งไว้ให้ผู้รอดชีวิต
แล้วพาคนบุกกวาดของตั้งแต่ชั้นสองเป็นต้นไป
มิติของเธอกว้างขวาง เธอไม่เลือกอะไรทั้งนั้น อะไรที่มองเห็น เธอเก็บเข้ามิติหมด
อยากจะยัดตึกทั้งตึกเข้ามิติไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด
ระบบชาเขียวมองดูแล้วรู้สึกสะใจมาก แอบใช้พลังงานขยายมิติให้ซือเซี่ยกว้างขึ้นอีกนิดหน่อย
ยัยผู้หญิงนิสัยเสียเก็บของอย่างมีความสุขขนาดนี้ มันก็ต้องทำให้เธอมีความสุขมากขึ้นไปอีก!
มันคือระบบที่ดีที่สุดในโลก!
ไอ้ระบบต่อสู้กระจอกที่อยู่ข้างบ้านนั่นไสหัวไปไกลๆ เลย!
ระบบชาเขียวยังคงจำได้ว่าระบบต่อสู้ที่อยู่ข้างบ้านเคยบอกว่าเคยผูกมัดกับซือเซี่ยมาก่อน จึงแอบด่าทอในใจไปสองสามประโยค
แอบด่าในใจยังไม่สะใจ ในเมื่อเห็นว่าตอนนี้ไม่มีอะไรต้องทำ มันถึงกับวิ่งไปหา "ระบบความรัก" เพื่อพูดนินทาระบบต่อสู้ต่ออีก
ระบบต่อสู้: ยัยชาเขียวเฮงซวย!
-
การเก็บของเป็นเรื่องที่สนุกแต่ก็ใช้เวลาไม่น้อย
ตลาดค้าส่งห้างสรรพสินค้าตงเฉิงอยู่ห่างจากฐานที่มั่นห้าสีมณีฉายค่อนข้างไกล รวมเวลาเดินทางและสำรวจ
กว่าซือเซี่ยจะเก็บเสื้อผ้าชั้นสองและชั้นสามเสร็จ ท้องฟ้าภายนอกก็เริ่มมืดลงแล้ว
แต่คืนนี้พวกเขาตั้งใจจะพักค้างคืนที่นี่อยู่แล้ว
ซือเซี่ยเตรียมอาหารและน้ำมาเป็นพิเศษ แม้แต่ฟูกนอนและโต๊ะก็ยังเตรียมมา
พอวางข้าวของเสร็จ ทุกคนก็ตัดสินใจทานข้าวกันก่อนจะดำเนินการเก็บของต่อ
ซือเซี่ยจัดวางข้าวของเสร็จ ก็ไปเข้าห้องน้ำก่อน
ฉงอี้ซิงลงไปชั้นล่างเรียกคนจากชั้นหนึ่งขึ้นมา
บนโต๊ะเตี้ยๆ วางกล่องข้าวที่มีทั้งเนื้อและผักอยู่สิบกว่ากล่อง พร้อมกับแอปเปิลลูกโตๆ อีกสิบกว่าลูก บนพื้นยังวางหม้อใบใหญ่เอาไว้ ในหม้อเต็มไปด้วยปูขนเต็มหม้อ
ผู้รอดชีวิตหน้าใหม่เห็นมื้อเย็นที่อุดมสมบูรณ์ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
อาหารแบบนี้ แม้แต่ผู้ดูแลฐานที่มั่นเดิมของพวกเขาก็คงไม่มีปัญญาหามาให้ทานในวันสิ้นโลกแบบนี้หรอก
แถมยังมีปูขนด้วย
ผู้รอดชีวิตนั่งลงข้างโต๊ะอย่างเกร็งๆ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
จนกระทั่งซือเซี่ยกลับมาจากเข้าห้องน้ำ ควานเอาโซฟานอนขี้เกียจออกจากมิติมานั่งข้างโต๊ะ เช็ดมือจนสะอาด
นวดท้องตัวเองแล้วพูดคำว่า "หิวจัง"
ฉินเหนียนเปิดปาก: "ทานเถอะ"
หลังจากนั้น
ผู้รอดชีวิตถึงได้เริ่มขยับตัว
ซือเซี่ยเองก็หยิบกล่องข้าวขึ้นมา ทานคำแรกเข้าไป
เธอก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
ดูเหมือนจะมีบางอย่างในที่มืดกำลังจับจ้องมองพวกเขาอยู่อย่างเงียบเชียบ
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น