ตอนที่ 129 ยัยผู้หญิงนิสัยเสียคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ?!
แปดโมงเช้า
จุดรับภารกิจของฐานที่มั่น
ผู้รอดชีวิตจำนวนมากห้อมล้อมอยู่หน้าห้องรับภารกิจ แต่ละคนบนใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
"ได้ยินมาหรือยัง? วันนี้ฐานที่มั่นประกาศภารกิจแล้วนะ ให้รวบรวมผู้รอดชีวิตไปออกไปหาเสบียงด้วยกัน"
"ใช่ๆ ฉันยังได้ยินมาว่าเสบียงที่หามาได้ต้องแบ่งให้ฐานแค่ครึ่งเดียวเองนะ"
"ใช่ๆๆ แถมยังมีรางวัลเป็นของเหลววิวัฒนาการอีกต่างหาก!"
"เสียดายก็แค่รับแค่สิบคน ไม่รู้ว่าจะถึงคิวพวกเราหรือเปล่า..."
"ใครจะไปรู้ล่ะ"
"เฮ้อ..."
"..."
ผู้รอดชีวิตต่างมีสีหน้าสดใส จ้องมองจุดรับภารกิจพลางวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
ไม่ไกลนัก
ซือเซี่ยและฉินเหนียนนั่งอยู่บนรถออฟโรด กำลังรอคอยผู้รอดชีวิตสิบคนที่ผ่านเกณฑ์รับภารกิจในที่สุด
-
หลังจากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
รายละเอียดของฝันร้ายนั้นฉินเหนียนเริ่มเลือนรางไปแล้ว แต่ความรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในใจ ไม่จางหายไปไหน
โดยเฉพาะภาพของคลื่นซอมบี้อันไร้ขอบเขตและซือเซี่ยที่ถูกสายฟ้าฟาด ทั้งหมดนั้นยังคงปรากฏซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเขา
ฉินเหนียนมีความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่ง ความรู้สึกนี้บอกเขาว่า สิ่งที่อยู่ในฝันดูเหมือนจะเคยเกิดขึ้นจริง
ทันทีที่ความรู้สึกนี้ผุดขึ้นมา ต่อให้เรื่องนี้อาจเป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อ แต่ฉินเหนียนก็ตัดสินใจที่จะป้องกันไว้ก่อน
สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ คือการยกระดับความแข็งแกร่งของผู้รอดชีวิตในฐาน
หากในอนาคตเกิดคลื่นซอมบี้ขนาดใหญ่ขึ้นมาจริงๆ ตามในฝัน ฐานที่มั่นก็จะยังพอมีกำลังในการต้านทานได้บ้าง
แต่ฐานที่มั่นจะแจกของเหลววิวัฒนาการให้ฟรีๆ ไม่ได้
ของที่ได้มาง่ายเกินไปมักไม่ถูกเห็นค่า ธรรมชาติของมนุษย์เป็นเช่นนี้เสมอ
ไม่ต้องพูดถึงว่า ยิ่งให้ยิ่งทำให้คนนิสัยเสีย
ต่อให้ฉินเหนียนอยากจะยกระดับความแข็งแกร่งของผู้รอดชีวิตในฐาน ก็จะไม่ทำความผิดพลาดระดับพื้นฐานแบบนี้
ดังนั้นหลังจากปรึกษาซือเซี่ยแล้ว เขาจึงเลือกวิธีการประกาศภารกิจผ่านฐานที่มั่นแทน
เลือกคนเพียงสิบคน
ด้านหนึ่งคือเพื่อตรวจสอบความสามารถของผู้รอดชีวิตหน้าใหม่ อีกด้านหนึ่งคือเพื่อกระตุ้นผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่ไม่ได้รับเลือก
แน่นอนว่า ที่บอกว่าปรึกษานั้น
อันที่จริงเป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียวของฉินเหนียน ส่วนหัวหน้าซือไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย
หัวหน้าซือสายบ้าระห่ำเชื่อมั่นเพียงแค่กำปั้นของตัวเองเท่านั้น
(◣д◢)
-
ซือเซี่ยที่นั่งอยู่ในรถเริ่มรู้สึกเบื่อ
เธอชะโงกหน้ามองดูข้างนอก แล้วหันไปมองฉินเหนียน รู้สึกว่าชั่วครู่คงไม่สามารถคัดเลือกผู้รอดชีวิตที่เหมาะสมได้แน่ๆ
จึงลงไปที่เบาะหลัง นอนกลิ้งตัวแกล้งเจ้าผีเสื้อในมิติส่วนตัว
ดูเหมือนว่าพวกบรรดาภรรยาของเจ้าผีเสื้อจะมีสัญญาณของการกลายพันธุ์และดูเหมือนกำลังจะตั้งท้องอีกรอบ
ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ เจ้าผีเสื้อกำลังวนเวียนอยู่รอบๆ ภรรยาตัวหนึ่งของมัน
ซือเซี่ยลองมองดู ถึงได้พบว่าหน้าท้องของแม่หมูตัวนั้นนูนขึ้นมาใหญ่มากแล้ว
ดูเหมือนใกล้จะคลอดอีกแล้ว
ซือเซี่ย: "..."
หากเธอจำไม่ผิด ภรรยาตัวนี้ของเจ้าผีเสื้อเพิ่งคลอดไปไม่นานนี้เอง
นี่เพิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่กัน
กลับมาตั้งท้องอีกแล้ว?
แถมยังใกล้จะคลอดอีก?
หมูไม่ใช่ว่าต้องผ่านไปสี่เดือนถึงจะคลอดได้ครั้งหนึ่งหรอกเหรอ?
ซือเซี่ยรู้สึกสงสัย จึงเรียกเจ้าผีเสื้อมาถาม: "ผีเสื้อ ภรรยาแกจะคลอดอีกแล้วเหรอ?"
"ฮึ่ม! ฮึ่มๆ!" ใช่! กำลังจะคลอดแล้ว!
เจ้าผีเสื้อเผยสีหน้าภาคภูมิใจอย่างกับมนุษย์บนใบหน้าหมู
มันกำลังจะมีลูกชายตัวใหม่แล้ว!
เพียงแต่ไม่รู้ว่าลูกชายพวกนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน
อืออออ
พอนึกถึงตรงนี้ หน้าหมูของเจ้าผีเสื้อก็หงอยลงไป
เจ้านายชอบกินหมูมากเกินไปแล้ว!
ซือเซี่ยคุยเล่นกับเจ้าผีเสื้อต่ออีกสักพัก
ค่อยๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวจนเข้าใจสาเหตุที่แม่หมูเกิดการกลายพันธุ์กะทันหัน
ที่แท้เป็นเพราะเจ้าผีเสื้อกลัวว่าลูกหมูจะไม่พอให้ซือเซี่ยกิน แล้วซือเซี่ยจะหันมาเล่นงานมันและภรรยาของมัน
มันเลยมักจะขู่ภรรยาพวกนั้นว่า หากไม่มีลูกหมู พวกมันก็จะถูกจับกิน
นานวันเข้า แม่หมูก็ถูกขู่จนเกิดการกลายพันธุ์ไปเลย
ซือเซี่ย: "..."
อ้าว?
ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?
งั้นพรุ่งนี้ลองไปขู่เรื่องกินแกะดูบ้างดีไหมนะ?
-
ขณะที่ซือเซี่ยกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ในการขู่ให้พวกแกะกลายพันธุ์ด้วยการบอกว่าจะกินเนื้อแกะ ผู้รอดชีวิตภายนอกก็คัดเลือกกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตอนที่ซือเซี่ยไปเติมน้ำมันและเอารถบ้านไปจอดที่ลานจอดรถใต้ดินเมื่อคืน เธอได้ถือโอกาสเลือก ยานพาหนะเลือกได้ 5 คัน)เอาไว้แล้ว
ทั้งหมดเลือกเป็นรถบรรทุกทหาร
ครั้งนี้มีคนออกไปข้างนอกเยอะ รถบรรทุกทหารคันเดียวถือว่าพอดี
ลั่วอั๋งและเว่ยเหยียนอันเฝ้าฐาน
สื่อผิงอันและฉงอี้ซิงรับหน้าที่ขับรถบรรทุก
ส่วนรถออฟโรดคันนำหน้า มีเพียงฉินเหนียนและซือเซี่ย
ครั้งนี้ไม่ต้องเสียสละที่นั่ง ซือเซี่ยเลยไม่ได้ลุกขึ้น เบื่อจนแทบจะงอกขนออกมาแล้ว
จึงเริ่มนอนกลิ้งไปมาบนเบาะหลังคอยหาเรื่องป่วนคนอื่น
เริ่มจากใช้คำพูดด่าทอเจ้าผีเสื้อขี้แยว่าเป็นพวกหน้าไม่อาย ให้ภรรยาท้องอยู่เรื่อย
แล้วก็หันไปขู่พวกแกะที่ยังไม่ได้กลายพันธุ์และฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องไปชุดใหญ่
จากนั้นก็หันไปโจมตีเจ้าวัวมีปีกที่หน้าตาดีแต่ไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง
สุดท้ายเป้าหมายก็พุ่งตรงไปที่ระบบชาเขียวที่กำลังนั่งชมเรื่องสนุกอยู่
ระบบชาเขียว: [...]
ยัยผู้หญิงนิสัยเสียเสียสติไปแล้วแน่ๆ?!
มันยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง!
-
ภายใต้การทำลายล้างของซือเซี่ยที่ด่าไปทั่วสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกสัตว์และระบบชาเขียวที่ได้แต่มองแต่ไม่กล้าโต้ตอบ
รถออฟโรดในที่สุดก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
ตลาดค้าส่งห้างสรรพสินค้าตงเฉิงในเมืองเอช
ตลาดค้าส่งห้างสรรพสินค้าตงเฉิงเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเอช ที่นี่เกิดจากการรวมตัวกันของตลาดค้าส่งขนาดเล็กหลายแห่ง
ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าไปจนถึงเข็มกับด้าย
มีครบทุกอย่าง
รถออฟโรดและรถบรรทุกจอดอยู่ที่หน้าทางเข้าตลาดค้าส่งห้างสรรพสินค้า
ซือเซี่ยปีนลงจากรถ สูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด
อ๊าก! อิสระ... อ้วก...
ส่วนนอกสุดของตลาดค้าส่งเป็นแหล่งขายอาหารทะเล หลังจากวันสิ้นโลกปะทุขึ้น ไฟฟ้าก็ถูกตัดไปนานแล้ว
แถมยังอยู่ในช่วงฤดูร้อน
ปลา กุ้ง ปู ต่างเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง
แถมยังมีชิ้นส่วนอวัยวะที่ถูกกัดกินจนเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปหมด
ทั่วทั้งอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเหม็นเน่า
ซือเซี่ยสูดลมหายใจที่มีกลิ่นคาวเหม็นเน่าเข้าไปเต็มปอด จนรู้สึกคลื่นไส้รีบหาที่อ้วกออกมา
ฉินเหนียนเห็นเธอมีน้ำตาไหลเพราะความคลื่นไส้และดวงตาแดงก่ำ ก็รู้สึกปวดใจมาก
รีบเข้าไปตบหลังเพื่อช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น
หลังจากอ้วกเสร็จ บ้วนปากด้วยน้ำ ซือเซี่ยก็ควานหาหน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งออกมาจากมิติมาสวมซ้อนกันหลายชั้น ถึงได้ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย
แล้วก็แบ่งหน้ากากอนามัยให้ฉินเหนียนด้วย
จากนั้นก็หันไปมองรถบรรทุกด้านหลัง
ผู้รอดชีวิตที่ลงมาจากรถบรรทุกก็รู้สึกคลื่นไส้กับกลิ่นเหม็นจนทนไม่ไหวเช่นกัน
ซือเซี่ยแบ่งหน้ากากอนามัยให้พวกเขาด้วยความใจดี ทันใดนั้นก็ได้รับคำชมว่าเป็นคนสวยจิตใจดีไปเต็มๆ
แม้จะมีส่วนที่เกินจริงอยู่บ้าง แต่ซือเซี่ยก็ยังรู้สึกเบิกบานใจ
ประชากรกลุ่มนี้ใช้ได้เลย!
ท่านซือเซี่ยผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับ!
-
ฉินเหนียนและฉงอี้ซิงยังคงเป็นทัพหน้า สื่อผิงอันรับหน้าที่ระวังหลัง
ซือเซี่ยเดินตามหลัง อากาศที่มีกลิ่นเหม็นถูกกรองผ่านหน้ากากอนามัยหลายชั้นจนพอจะทนได้แล้ว
ดังนั้นท่านซือเซี่ยผู้ยิ่งใหญ่จึงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ดวงตาจ้องมองไปทั่ว
พยายามเฟ้นหาซอมบี้ตัวเล็กๆ น่ารักสักตัวสองตัว
"แปลกมาก ที่นี่ดูเหมือนไม่มีซอมบี้เลย" ซือเซี่ยยังไม่ทันสังเกตเห็น แต่เรดาร์ฉงอี้ซิงก็เอ่ยปากขึ้นก่อน
พลังพิเศษของเขาในช่วงที่ผ่านมานี้ หลังจากดื่มของเหลววิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องก็ยกระดับขึ้นมาก
ขอบเขตของพลังพิเศษก็กว้างขวางขึ้นมาก
แทบจะครอบคลุมตลาดค้าส่งห้างสรรพสินค้าได้ทั้งหมด
ฉินเหนียนได้ยินคำพูดของเขา คิ้วก็ยิ่งขมวดแน่นขึ้น
คราวที่แล้วที่ฉงอี้ซิงไม่พบซอมบี้ เกิดขึ้นในสถาบันวิจัยการแพทย์
แล้วพวกเขาก็เจอซอมบี้ผอมแห้งที่ซ่อนอยู่ในช่องลิฟต์ ซึ่งมีความแข็งแกร่งมาก
คราวนี้...
"ให้ผู้รอดชีวิตพวกนั้นระวังตัวไว้!"
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น