ตอนที่ 109 เครื่องหยอดเมล็ดสควอต
ซือเซี่ยบังคับขู่เข็ญจนระบบชาเขียวจำต้องยอมทำให้ดอกบัวในทะเลสาบหายไป
หลังจากทำให้หายไปแล้ว เธอจึงเทน้ำยาเร่งโตเร็วลงไปในทะเลสาบ
ของเหลวสีเขียวในหลอดทดลองถูกเทลงไปในทะเลสาบอันกว้างใหญ่ น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนักที่มันทำให้ผืนน้ำเปลี่ยนสีตามไปด้วย
น้ำในทะเลสาบที่เคยใสสะอาดพลันเปล่งประกายแสงสีเขียวจางๆ ออกมา
ซือเซี่ยพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
ตามหลักการที่จะไม่ยอมเสียของไปโดยเปล่าประโยชน์ เธอจึงเอาหลอดทดลองเปล่าลงไปแกว่งล้างในน้ำในทะเลสาบอีกรอบ
-
เทน้ำยาเสร็จแล้ว ซือเซี่ยราชินีแห่งการทำนา ก็อุ้มเครื่องหยอดเมล็ดอัจฉริยะตรงไปยังโรงเรือนเพาะปลูก
โรงเรือนเพาะปลูกดูสวยงามขึ้นมากทีเดียว
ระบบชลประทานเดิมทีถูกปิดไว้เพราะไม่ได้ปลูกพืชมานาน ตอนที่ซือเซี่ยออกไปเล่นกับพวกซอมบี้ เธอแวะมาปิดมันเอาไว้เองกับมือ
ตอนนี้ได้เวลาเปิดใช้งานร่วมกับเครื่องหยอดเมล็ดอัจฉริยะพอดี
เครื่องหยอดเมล็ดอัจฉริยะนี้ขับเคลื่อนด้วยนิวเคลียสซอมบี้เช่นกัน มีช่องลับขนาดเล็กสำหรับใส่นิวเคลียสซอมบี้อยู่ด้านข้าง
ส่วนด้านบนมีช่องเปิดขนาดเล็ก ซึ่งน่าจะเป็นช่องสำหรับใส่เมล็ดพันธุ์
หลังจากซือเซี่ยใส่นิวเคลียสซอมบี้เข้าไป ด้านบนก็พลันปรากฏรูปวงรีสีแดงขนาดเล็กสองรูปขึ้นมาเหนือกองช่องเปิดนั้น ประกอบกันเป็นใบหน้าเล็กๆ ที่ตรงตามรสนิยมความชอบของซือเซี่ยอย่างยิ่ง
เจ้าสิ่งนี้หน้าตาแปลกตาดีจริง
ซือเซี่ยหยิบเมล็ดพันธุ์กำมือหนึ่งออกมาจากมิติแล้วโยนใส่ลงไป เฝ้ารอดูด้วยความตื่นเต้นว่าเครื่องหยอดเมล็ดจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
จากนั้นก็เห็นว่าช่องเปิดขนาดเล็กนั้นขยายกว้างขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนรูปเป็นเส้นขีดแนวนอน
ซือเซี่ย: "..."
ทำไมรู้สึกเหมือนเครื่องหยอดเมล็ดเครื่องนี้เป็นผีอดอยากปากแห้งเลย
คงไม่ใช่ว่าจะกินเมล็ดพันธุ์ของเธอจนเรียบหรอกนะ
ตัวก็แค่นี้แต่ทำไมกินจุจัง
ช่างเถอะ
หน้าตาน่ารักขนาดนี้ กินเมล็ดพันธุ์ไปบ้างจะเป็นไรไป
ซือเซี่ยเทเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดที่นำติดตัวออกมาลงไปในปาก เอ๊ย ช่องเปิดขนาดเล็กของเครื่องหยอดเมล็ด
คงเป็นเพราะรู้ว่าซือเซี่ยมอบเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดที่มีให้มันแล้ว ดวงตาเล็กๆ ทั้งสองข้างของเครื่องหยอดเมล็ดจึงเปลี่ยนกลับมาเป็นรูปวงรีตามเดิม แถมสีสันยังเปลี่ยนจากสีแดงกลายเป็นสีเขียวอีกด้วย
จากนั้นเท้าเล็กๆ สองข้างด้านล่างก็เริ่มขยับ ขยับเยื้องย่างตรงไปยังแปลงเกษตรภายในโรงเรือนเพาะปลูก
ซือเซี่ยรู้สึกสนอกสนใจใคร่รู้ยิ่งนักว่าเจ้าสิ่งนี้จะปลูกพืชอย่างไร จึงรีบเดินตามไปติดๆ
เธอตั้งใจจะแอบครูพักลักจำวิชาเสียหน่อย
-
ภายในโรงเรือนเพาะปลูก เครื่องหยอดเมล็ดกำลังทำนาอย่างร่าเริง ดวงตาเล็กๆ ทั้งสองข้างเปลี่ยนรูปเป็นระลอกคลื่น
ซือเซี่ยยืนนิ่งอยู่ตรงประตูด้วยสภาพจิตใจที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
ใครก็ได้ช่วยบอกเธอที
ทำไม
ทำไมเครื่องหยอดเมล็ดอัจฉริยะเครื่องหนึ่ง
ถึงได้ปลูกพืชเหมือนแม่ไก่กำลังกกไข่แบบนี้
แถมยังกกทีหนึ่งแล้วขยับเปลี่ยนที่ทีหนึ่งอีกด้วย
เครื่องหยอดเมล็ดอัจฉริยะบ้านไหนเขาปลูกพืชกันแบบนี้
เดิมทีซือเซี่ยตั้งใจจะมาเรียนรู้วิชา แต่ตอนนี้ยิ่งดูก็ยิ่งโมโห
จะมาจำวิชาอะไรกัน
เดินไปก้าวหนึ่งแล้วหย่อนก้นลงกับพื้นทีหนึ่งอย่างนั้นเหรอ
บ้าไปแล้ว
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ยัยระบบชาเขียวเน่าเป็นพวกประสาท
ของรางวัลที่ให้มาก็ประสาทเหมือนกัน
ระบบชาเขียว: ……
ไม่ใช่ละ มันไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อนตอนไหนกัน
นี่ไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นคนวิจัยสร้างขึ้นมาเสียหน่อย
มาด่ามันทำไมกัน
-
ซือเซี่ยเดินหน้าบึ้งออกมาจากโรงเรือนเพาะปลูก ตัดสินใจว่าจะยกเครื่องหยอดเมล็ดสควอตเครื่องนั้นให้ฉินเหนียน
กำลังคิดอยู่พอดี ก็เดินไปเจอกับฉินเหนียนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วเดินตามหาเธอ
ฉินเหนียนมองเห็นซือเซี่ยทำหน้ามุ่ยแก้มป่องมาแต่ไกลราวกับปลาปักเป้าที่กำลังโมโห จึงรีบเดินเข้าไปหาทันที: "หนูสาวเป็นอะไรไป"
"พี่ชาย" ซือเซี่ยดึงมือฉินเหนียนพาเขาไปดูเครื่องหยอดเมล็ดอัจฉริยะ "อันนี้เป็นของขวัญที่ฉันมอบให้คุณ"
เธอชี้ไปยังเครื่องหยอดเมล็ดที่กำลังทำงานหย่อนก้นลงกับพื้นอยู่: "ฉันรู้สึกว่ามันคู่ควรกับคุณมากเลย"
ฉินเหนียนมองดูเครื่องหยอดเมล็ดที่กำลังสควอตทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่นั้น: "..."
คู่ควรกับเขาอย่างนั้นเหรอ
เอาเถอะ
ในเมื่อหนูสาวบอกว่าคู่ควรก็คงคู่ควรนั่นแหละ
ฉินเหนียนดึงมือเด็กสาวขึ้นมาจุมพิตเบาๆ: "ขอบคุณนะหนูสาว ผมชอบมากเลย"
ซือเซี่ยหยิบน้ำยาเร่งโตเร็วปึกหนึ่งออกมาจากมิติมอบให้ฉินเหนียนด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งสั่งให้ระบบชาเขียวเปิดสิทธิ์การมองเห็นทะเลสาบให้แก่เขา
สุดท้ายยังลากเขาไปยังระบบชลประทาน
อธิบายวิธีการใช้งานสิ่งเหล่านี้ให้ฉินเหนียนฟังอย่างรอบด้าน
ซือเซี่ยเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
เธอไม่มีทางเป็นราชานักปลูกผักได้หรอก
กลับไปนอนตีพุงยังจะดีเสียกว่า
ฉินเหนียนรู้สึกมึนงงเล็กน้อยกับการกระทำอันต่อเนื่องลื่นไหลของเด็กสาว
เขาโอบกอดน้ำยาเร่งโตเร็วปึกนั้นไว้ พลางเอ่ยถามอย่างเหม่อลอย: "ทั้งหมดนี้คือของขวัญที่หนูสาวมอบให้ผมเหรอ"
ซือเซี่ยกะพริบตา แสร้งทำสีหน้าจริงใจเป็นอย่างยิ่ง: "ใช่แล้ว พี่ชาย ทั้งหมดนี้เป็นของขวัญที่มอบให้คุณ"
ของขวัญบ้านแกสิ
ล้วนเป็นเพราะเธอรำคาญเจ้าเครื่องสควอตนั่นต่างหาก
ฉินเหนียนไม่รู้เรื่องราว คิดว่าเด็กสาวกลัวเขาจะเหนื่อยเกินไปจึงมอบของขวัญเหล่านี้ให้ ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจจนบรรยายไม่ถูก
-
ทั้งสองคนยืนดูเครื่องหยอดเมล็ดปลูกพืชอยู่ในโรงเรือนเพาะปลูกอีกครู่หนึ่ง จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานของตน
ฉินเหนียนในเวลานี้ถือเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบของฐานที่มั่น ย่อมมีงานยุ่งมาก
ซอมบี้ด้านนอกถูกกำจัดไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ขุดนิวเคลียสซอมบี้ หลังจากขุดเสร็จแล้วยังต้องจัดการกับซากศพเหล่านั้นอีก
รวมถึงเรื่องโรงอาหารที่ตั้งใจจะสร้าง และเรื่องการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนแต้มผลงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนรอให้เขาไปจัดการทั้งสิ้น
ช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกับซือเซี่ยเมื่อครู่นี้ ถือเป็นเวลาที่ฉินเหนียนเจียดออกมาท่ามกลางความยุ่งตัวเป็นเกลียว
เมื่อเดินมาส่งเด็กสาวถึงหน้าประตูห้องพัก ฉินเหนียนก็ไม่ได้รั้งอยู่ต่อนาน
ซือเซี่ยแสดงท่าทีเข้าใจเป็นอย่างดี เธอเดินกลับเข้าห้องพักไปด้วยท่าทางสบายๆ
โชคดีที่มีเจ้าคนนิสัยเสียคอยจัดการอยู่
เธอไม่อยากเอาเรื่องปวดหัวเหล่านี้มาใส่สมองหรอกนะ
-
ค่ำคืนนี้ที่ฐานที่มั่นห้าสีมณีฉายถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นคืนที่ไร้ซึ่งการหลับใหล
ฉินเหนียนนำกำลังคนจัดเตรียมไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่ ตั้งใจจะเคลียร์ซากศพของพวกซอมบี้ที่หลงเหลืออยู่จากศึกคลื่นซอมบี้ตลอดทั้งคืน
ซือเซี่ยเองก็ยังไม่นอน เธอนอนอ่านหนังสือปรัชญาบนเตียงอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เตรียมตัวแอบหนีออกไปร่วมสนุกด้านนอกด้วย
ศึกคลื่นซอมบี้เธอไม่ได้เข้าร่วม แต่เรื่องการสับซากซอมบี้ให้เป็นชิ้นๆ เธอถนัดนัก
ถือโอกาสออกไประบายอารมณ์เสียหน่อย
เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ในตอนที่กำลังระบายอารมณ์ ซือเซี่ยจึงจงใจหาเสื้อผ้าสีดำสนิทมาสวมใส่ แม้แต่ใบหน้าขาวเนียนผุดผ่องก็ถูกเธอเอาถ่านมาทาจนดำมืด
มองดูตัวเองในกระจกที่ดูสกปรกมอมแมมราวกับขอทานน้อย ซือเซี่ยพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเดินออกมาจากถ้ำ ด้านนอกสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
ซือเซี่ยจงใจแบกบันไดขนาดยาวหลังหนึ่งออกมาจากคลังเก็บของในถ้ำ ตั้งใจจะปีนข้ามกำแพงออกไป
เธอเอาบันไดไปพาดไว้กับกำแพงฝั่งหนึ่งของลานจัตุรัส แล้วปีนขึ้นไปได้อย่างราบรื่น
กำแพงของฐานที่มั่นมีความสูงประมาณสี่ถึงห้าเมตร
ซือเซี่ยปัดมือ จัดการเก็บบันไดข้างกำแพงกลับเข้ามิติ ตัดสินใจที่จะกระโดดลงไป
เธอยังคงฝังใจกับเหตุการณ์ในห้องเรียนชั้นสามที่โรงเรียนมัธยมที่หนึ่งครั้งนั้น ทั้งที่เธอสามารถกระโดดลงมาได้เองแท้ๆ แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันอ่อนแอเอาไว้จึงต้องยอมให้ฉินเหนียนแบกขึ้นหลังลงมา
แม้ในเวลานี้จะไม่มีผู้ชมคนอื่นนอกจากยัยระบบชาเขียวเน่าก็ตาม
เธอแกก็ยังอยากจะแสดงฝีมือให้ดูสักรอบ
"ยัยระบบชาเขียวดูให้ดีๆ ดูว่าท่านซือจะกระโดดลงไปอย่างไร"
พูดจบเธอก็กระโดดลงมาจากกำแพงทันที
ระบบชาเขียว: [……]
ไม่จำเป็นเลยสักนิด
มันรู้อยู่เต็มอกมาตลอดว่ายัยผู้หญิงนิสัยเสียนี่เก่งกาจขนาดไหน
-
ซือป๋อหยวนยืนอยู่บริเวณด้านหลังของถ้ำมาตลอดทั้งวันแล้ว
ในมือของเขาขยุ้มเสื้อกันฝนที่มีเศษเนื้อและเลือดซอมบี้ติดอยู่ซึ่งซือเข่อซินทิ้งเอาไว้ สายตาจ้องเขม็งไปยังถ้ำอย่างไม่กะพริบตาโดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ร่างทั้งร่างดูราวกับรูปปั้น หลงเหลือไว้เพียงความรู้สึกแปลกประหลาดและวังเวงอย่างบอกไม่ถูก
"ตุ้บ"
มีเสียงวัตถุหนักตกลงพื้นดังแว่วมา
ซือป๋อหยวนจึงเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองในที่สุด
เขาหันหน้ากลับไป มองไปยังจุดที่เกิดเสียงความเคลื่อนไหวขึ้น
เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อผ้าสีดำมอมแมมสกปรก
ซือป๋อหยวนดูเหมือนจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ จึงก้าวเท้าเดินตรงไปหาเด็กสาวคนนั้น
เนื่องจากยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานเกินไป ท่าทางการเดินของเขาจึงดูแข็งทื่อและเชื่องช้าเป็นอย่างยิ่ง
ทว่ายังไม่ทันที่ซือป๋อหยวนจะเดินไปถึงตรงหน้าของเด็กสาว
เด็กสาวคนนั้นก็หันหน้ากลับมา บนใบหน้าที่มอมแมมสกปรกนั้นเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายและชวนให้ขนลุกขนพองสยองเกล้า
"ในที่สุดก็เจอตัวแกจนได้นะ ไอ้หนูสกปรก"
จากนั้น สายตาของซือป๋อหยวนก็พลันมืดดับลง ทรุดฮวบจมดิ่งสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งในทันที
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น