ตอนที่ 108 พลังพิเศษของโจวเหมิง
ยามเมื่อก้าวฝีเท้าเดินออกจากถ้ำส่วนตัว ซือเซี่ยก็เปิดฉากส่งสายตาไปจับจ้องมองตรงไปยังต้นไม้ผลที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านพักอิฐแดงก่อนเป็นอันดับแรก
มันยังคงเป็นเจ้าต้นสาลี่ที่ถูกเธอเข้าใจผิดและแอบทึกทักปักใจเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าจะเจริญเติบโตงอกงามกลายมาเป็นต้นลูกท้อนั่นแหละนะ
ซือเซี่ยจับจ้องมองดูต้นไม้ผล พลางตระเตรียมจะยื่นมือน้อยๆ ออกไปหยั่งเชิงศึกษารายละเอียดดูเสียหน่อยว่า ตัวเธอควรจะเลือกใช้หนทางรูปแบบไหนมาช่วยทำการเปิดใช้งานขีดความสามารถชิ้นพิเศษในการเร่งพืชผลเกษตรกรรมให้เจริญเติบโตงอกงามจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในพริบตา
เพิ่งจะยื่นมือน้อยๆ ไปสัมผัสโดนลำต้นไม้ผล หน้าต่างระบบโปรเจกเตอร์สีฟ้าแห่งหนึ่งก็พลันผุดสะท้อนขึ้นมาตรงหน้าทันที
【มีความปรารถนาที่จะเปิดใช้งานขีดความสามารถชิ้นพิเศษในการเร่งพืชผลเกษตรกรรมเป้าหมายตัวนี้ให้เจริญเติบโตงอกงามจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในพริบตาหรือไม่?】
【ยืนยัน / ปฏิเสธ】
ซือเซี่ยรีบใช้นิ้วมือทำการกดตกลงยืนยันอย่างรวดเร็วขั้นสุด
ภายในส่วนลึกของหัวใจเธอมีความต้องการและอยากจะลิ้มลองรสชาติของผลลูกท้อใจจะขาดอยู่แล้วนะโว้ย!
【ระบบเปิดใช้งานเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย】
ภายใต้ประโยคคำพูดข้อความแจ้งเตือนความสำเร็จของระบบกลไก สภาพรูปลักษณ์ภายนอกของต้นไม้ผลก็พลันอุบัติผุดประกายความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาในพริบตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ในพริบตาทันทีก็แปรเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็นเปิดฉากเบ่งบานออกดอกและผลิดอกออกผลออกมาทันควัน
จากนั้นลำดับต่อไปก็มีผลสาลี่ ขนาดอวบอิ่ม อวบอ้วน และกลมกลึงตั้งมากมายพากันห้อยระย้าอยู่จนเต็มกิ่งก้านใบไปหมด
ซือเซี่ยกุมสายตาจับจ้องมองตรงไปยังผลสาลี่ที่ห้อยอยู่จนเต็มต้นพลางตกอยู่ในสภาพนิ่งงันไร้เสียงตอบรับไปชั่วครู่: "..."
ทำไมกันล่ะเนี่ย?
ทำไมเจ้าต้นลูกท้อต้นนี้ถึงได้มีความกล้าหาญแปรเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็นผลิดอกออกผลสาลี่ออกมาได้ล่ะวะเนี่ย!
ต้นสาลี่: ขอบใจที่ช่วยอธิบาย ทว่าตัวฉันตั้งแต่วันแรกเริ่มจนถึงปัจจุบันก็นับเป็นต้นสาลี่มาโดยตลอดดุจเดิมไม่เคยแปรเปลี่ยนเลยนะโว้ย!
ซือเซี่ยรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก เธอเริ่มต้นเปิดฉากพาลหาเรื่องเอ่ยปากพ่นถ้อยคำคำพูดโวยวายไร้สาระเข้าใส่เจ้าต้นสาลี่นิ่ง: "เจ้าต้นลูกท้อเฮงซวย แกรีบส่งมอบผลลูกท้อของฉันกลับคืนมาให้แก่ฉันเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"
อ๊ากกกก!
เธออยากกินผลลูกท้อที่สุดในชีวิตเลยนะโว้ย!
ต้นสาลี่: แอบมารุมรังแกฝังใจว่าตัวฉันไร้ซึ่งขีดความสามารถในการเปิดปากพูดจาโต้ตอบใช่ไหมล่ะวะเนี่ย?
-
วิกฤตการณ์ภัยพิบัติวันสิ้นโลกอย่างคลื่นซอมบี้ที่มาเยือนหาได้มีส่วนส่งผลกระทบหรือสร้างความแปรวนต่อระบบระเบียบเวลาเรียนตามปกติของกลุ่มเด็กน้อยภายในฐานไม่ ยามเมื่อซือเซี่ยกำลังเปิดฉากทำพฤติกรรมคุ้มคลั่งไร้สาระใส่เจ้าต้นสาลี่ตรงหน้า ประจวบเหมาะพอดิบพอดีเป็นช่วงเวลาเลิกเรียนตามปกติของกลุ่มเด็กน้อยพอดีเลยล่ะค่ะ
โจวเหมิงก้าวฝีเท้าวิ่งกระโดดโลดเต้นมุ่งหน้าตรงมาทางนี้อย่างร่าเริง โดยมีเจ้านกผืนผ้าแมวน้อย คอยวิ่งกระโดดโลดเต้นตามหลังติดสอยห้อยตามมาด้วยดุจเดิม
"ว้าว! เจ้าต้นสาลี่แปรเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็นผลิดอกออกผลสาลี่ออกมาตั้งมากมายแล้วล่ะค่ะ!" โจวเหมิงนับตั้งแต่ได้มาปักหลักใช้ชีวิตและอยู่ร่วมกันกับกลุ่มเด็กน้อยภายในฐาน สีหน้าท่าทางก็นับว่าแปรเปลี่ยนเป็นมีความกระฉับกระเฉงและร่าเริงขึ้นมากทีเดียว เธอก้าวฝีเท้าสับเปลี่ยนพิกัดวิ่งกระโดดมาหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณข้างกายซือเซี่ย พลางยื่นมือน้อยๆ ไปออกแรงโอบกอดซือเซี่ยไว้แน่นด้วยท่าทางออดอ้อน: "พี่สาวคะ พี่เป็นคนเรียกใช้พลังเวทมนตร์ มาช่วยทำหน้าที่ทำให้เจ้าต้นสาลี่ต้นนี้ผลิดอกออกผลสาลี่ออกมาใช่ไหมคะค๊า?"
ซือเซี่ย: "..."
นี่มันจัดอยู่ในหมวดประเภทต้นลูกท้อต่างหากเล่าโว้ย!
ซือเซี่ยย่อตัวคุกเข่าลงนั่งยองๆ พลางขยับร่างกายกระชับร่างโอบกอดโจวเหมิงดึงเข้ามาไว้ในอ้อมอกของตน ยื่นมือน้อยๆ ไปลูบหัวของเธอเบาๆ: "คุณน้องสาวตัวน้อยมีความต้องการและอยากจะลิ้มลองรสชาติของผลสาลี่ไหมล่ะคะ?"
ช่างเถอะ
ในเมื่อคุณน้องสาวตัวน้อยเปิดปากบอกเล่าปักใจเชื่อมั่นว่ามันนับเป็นต้นสาลี่ ถ้าอย่างนั้นมันก็ย่อมต้องเป็นต้นสาลี่ตามความต้องการนั่นแหละนะ
ตัวเธอก็นับเป็นผู้ใหญ่ที่มีอายุอานามตั้งมากมายแล้ว ย่อมไม่มีทางที่จะยอมก้าวเท้าไปเปิดฉากทะเลาะเบาะแว้งกับประชากรเด็กน้อยหรอกน่า
โจวเหมิงยกชิวแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ พลางออกแรงพพยักหน้ารับคำแวบหนึ่งอย่างสัตย์ซื่อ: "อยากกินค่ะ พี่สาว"
ปริมาณของพวกข้าวของเสบียงคลังประเภทผลไม้ภายในฐานที่มั่นในปัจจุบันหาได้มีความอุดมสมบูรณ์มากมายเท่าไหร่นัก กลุ่มเด็กน้อยที่ต้องเข้าเรียนหนังสือยามปกติย่อมต้องใช้ระยะเวลาสัญจรยาวนานถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มเต็มถึงจะสามารถได้รับส่วนแบ่งผลไม้มาทานประทังชีวิตได้สักหนึ่งครา
แแถมส่วนใหญ่ยังคงหลงเหลือจัดวางอยู่เพียงแค่ผลแอปเปิ้ล ที่มีลักษณะเด่นเรื่องการเน่าเสียได้ยากเท่านั้นเองนั่นแหละ
ยามนี้เมื่อได้มาเหลือบเห็นภาพผลสาลี่ตั้งมากมายพากันห้อยระย้าอยู่บนต้นสาลี่ เด็กน้อยรายอื่นๆ ต่างก็อดรนทนไม่ไหวพากันก้าวเท้าขยับร่างกายเข้ามาร่วมมุงดูสถานการณ์ป้วนเปี้ยนตรงนี้เพิ่มขึ้นเป็นตาเดียว
ซือเซี่ยกวาดสายตาสำรวจตรวจสอบกลุ่มเด็กน้อยตรงหน้าครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตั้งมั่นตัดสินใจจะจัดหาและจัดตั้งบันไดไม้ตัวยาวไว้ให้แก่พวกเขา สั่งการให้พวกเขาใช้พละกำลังของตัวเองปีนป่ายขึ้นไปบนต้นไม้ผลเพื่อเลือกเด็ดผลสาลี่มาทานประทังชีวิตตามใจชอบแทน
"พวกเธอพากันเดินก้าวออกไปเด็ดผลสาลี่มาทานประทังชีวิตได้ตามใจชอบเลยเถอะนะ" ซือเซี่ยลูบหัวโจวเหมิงเบาๆ: "คุณน้องสาวตัวน้อย เธอเองก็รีบก้าวเท้าออกไปร่วมวงด้วยคนสิจ้ะ"
"ตัวฉันจะสามารถสั่งการให้เจ้าตัวเล็กช่วยทำหน้าที่ปีนขึ้นไปเด็ดผลสาลี่ส่งมาให้แก่ฉันได้ไหมคะพี่สาว?" โจวเหมิงชายสายตาจับจ้องมองตรงไปยังเจ้านกผืนผ้าแมวน้อยแวบหนึ่ง พลางเอ่ยปากซักถามซือเซี่ย
ซือเซี่ยออกแรงพยักหน้ารับคำแวบหนึ่ง: "ย่อมสามารถทำได้แน่นอนอยู่แล้วละจ้ะ"
วินาทีต่อมาเธอถึงได้มีโอกาสเฝ้ามองเห็น ท่าทางพฤติกรรมของโจวเหมิงที่กำลังย่อตัวคุกเข่าลงนั่งยองๆ พลางเริ่มต้นเปิดฉากพูดคุยสื่อสารโต้ตอบร่วมกันกับเจ้านกผืนผ้าแมวน้อยนิ่ง: "เจ้าตัวเล็ก แกจะพอมีความสามารถช่วยทำหน้าที่ปีนขึ้นไปเด็ดผลสาลี่ส่งมาให้แก่ฉันสักผลหนึ่งได้ไหมล่ะ?"
เจ้านกผืนผ้าแมวน้อยรีบเปิดปากส่งเสียงร้องขานรับคำทันที: "เหมียว เหมียว?" มีความต้องการและอยากได้จำกัดเพียงแค่ผลเดียวเท่านั้นเองงั้นเหรอไงกันล่ะเนี่ย?
โจวเหมิงออกแรงพยักหน้ารับคำแวบหนึ่ง: "ถูกต้องแล้วล่ะค๊า ขอจำกัดเพียงแค่ผลเดียวเท่านั้นเองแหละจ้ะ"
เจ้านกผืนผ้าแมวน้อยส่งเสียงร้องขานรับออกมาอีกคำหนึ่ง ท่าทางพฤติกรรมดูราวกับเข้าใจความหมายแจ่มแจ้งดี สภาพร่างกายรีบขยับออกแรงปีนป่ายไต่ขึ้นไปบนลำต้นไม้ผลอย่างคล่องแคล่วและว่องไวขั้นสุด
ซือเซี่ยเฝ้ามองดูภาพการพูดคุยสื่อสารและปฏิกิริยาระหว่างกันของโจวเหมิงและเจ้านกผืนผ้าแมวน้อยนิ่ง ทั่วทั้งร่างกายพลันตกอยู่ในสภาพชะงักงันไปชั่วครู่
ตัวเธอแอบแฝงความรู้สึกกระจ่างแจ้งและเข้าใจดีในวินาทีนี้แล้วล่ะค่ะว่าสรุปแล้วคุณน้องสาวตัวน้อยตื่นรู้พลังพิเศษสายไหนขึ้นมาใช้งานกันแน่แล้วล่ะโว้ย!
-
เฝ้ารอจนกระทั่งเจ้านกผืนผ้าแมวน้อยทำหน้าที่ปลิดเด็ดผลสาลี่ส่งลงมาให้เสร็จเรียบร้อย ซือเซี่ยก็จัดการนำพาตัวตนของโจวเหมิงรวมถึงเจ้าแมวน้อยเดินย่องย้อนกลับเข้าสู่ภายในห้องพักส่วนตัวของถ้ำส่วนตัวทันที
เพิ่งจะก้าวเท้าสัญจรผ่านพ้นประตูห้องพักมาได้ไม่กี่ก้าว เธอก็หมดสิ้นความอดทนรีบเปิดปากซักถามข้อมูลรายละเอียดพัลวันด้วยความตื่นเต้นตื่นตา: "คุณน้องสาวตัวน้อย เธอแอบมีความสามารถและสามารถทำความเข้าใจต่อประโยคคำพูดคำศัพท์คำพูดของเจ้านกผืนผ้าแมวน้อยได้จริงๆ ใช่ไหมล่ะคะ?"
โจวเหมิงเอ่ยปากตอบรับคำคำพูดอย่างว่างง่ายและน่ารักตามระเบียบ: "สามารถทำความเข้าใจได้แจ่มแจ้งชัดเจนเลยค่ะพี่สาว"
ซือเซี่ยยื่นมือน้อยๆ ไปตบลงบนตัวของเจ้านกผืนผ้าแมวน้อยที่กำลังทำกิจกรรมคอยเดินวนเวียนเป็นวงกลมอยู่ข้างกายเบาๆ ทีหนึ่ง: "ส่งเสียงร้องออกมาสักคำสิ"
เจ้านกผืนผ้าแมวน้อยผุดความรู้สึกงุนงงระคนสงสัย: "เหมียว?"
โจวเหมิงทำหน้าที่แปลความหมายประโยคคำพูดคำแปลออกมาทันที: "พี่สาวคะ เจ้าตัวเล็กกำลังเอ่ยปากซักถามพี่อยู่ว่าเกิดเรื่องราวหรือมีปัญหาอะไรตรงไหนขึ้นมาหรือเปล่าน่ะค่ะ"
ซือเซี่ยชายสายตาจับจ้องมองดูโจวเหมิงแวบหนึ่ง จากนั้นจึงหันสายตากลับมาจับจ้องมองดูเจ้านกผืนผ้าแมวน้อยต่อ วินาทีต่อมาก็เหลือบเห็นเจ้านกผืนผ้าแมวน้อยออกแรงพยักหน้ารับคำเบาๆ ท่าทางพฤติกรรมดูฉลาดและแฝงประกายความแสนรู้ราวมนุษย์ไม่มีผิด
ดูแล้วช่างมีความสอดคล้องและยอมรับคำแปลในคำพูดคำแปลของโจวเหมิงอย่างยิ่งทีเดียวเชียว
หลังจากสามารถตั้งมั่นตรวจสอบปักใจเชื่อมั่นในข้อคาดการณ์ส่วนตัวในใจได้สำเร็จเสร็จสิ้น ซือเซี่ยก็จัดการมอบรางวัลตอบแทนให้แก่โจวเหมิงโดยการจัดแบ่งของเหลววิวัฒนาการบรรจุใส่ขวดโหลขนาดยักษ์ส่งมอบให้แก่เธอหนึ่งขวด พลางเปิดปากเอ่ยถ้อยคำคำพูดกำชับหนักแน่นสั่งการว่าของเหลวตัวนี้จัดสรรข้อจำกัดให้เปิดใช้งานและดื่มกินได้เฉพาะกับตัวเธอเพียงลำพังคนเดียวเท่านั้น หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเธอก็จัดการส่งตัวเด็กน้อยก้าวเท้าเดินทางจากไปพิกัดอื่นทันที
-
หลังจากส่งตัวโจวเหมิงเดินทางจากไปเรียบร้อย ซือเซี่ยนั่งลงตรงบริเวณขอบเตียงนอน เริ่มต้นเปิดฉากใช้ระบบความคิดพิจารณาจัดระเบียบและรื้อฟื้นทบทวนเศษเสี้ยวความทรงจำในอดีตของตัวเองนิ่ง
ห้วงเวลาชีวิตคราวก่อนนับเป็นเกณฑ์ระยะเวลาช่วงชีวิตที่ซือเซี่ยสามารถดิ้นรนและยึดครองชีวิตรอดอยู่ได้เนิ่นนานที่สุดในชีวิตแล้วละนะ ถึงแม้ในตอนนั้นส่วนลึกของหัวใจเธอจะแฝงไปด้วยความชอบที่จะก้าวเท้าออกไปจัดการเข่นฆ่าพวกซอมบี้ประทังชีวิตเพียงอย่างเดียว และหาได้มีกระแสความใส่ใจหรือคิดจะไปคอยเสาะหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องราวความวุ่นวายไร้สาระอื่นภายนอกเท่าไหร่นักก็ตาม
ทว่าเนื่องจากในอดีตเคยมีกลุ่มโจรประชากรที่เป็นพวกคนเนรคุณคอยปักหลักติดตามติดสอยห้อยตามคอยรับบทบาทเป็นสมุนบริวาร อยู่ตั้งหลายคน ดังนั้ประเด็นปัญหาเรื่องราวข้อพิพาทตั้งมากมายที่คอยผุดสะท้อนแพร่สะพัดจนหนาหูภายนอก ตัวเธอเองย่อมเคยแอบได้รับฟังถ้อยคำซุบซิบนินทาบอกเล่าข่าวสาร มาจากปากของกลุ่มสมุนบริวารเหล่านั้นอยู่บ้างล่ะค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น ในจังหวะตอนช่วงวิกฤตการณ์ภัยพิบัติคลื่นซอมบี้ครั้งที่สองปะทุระเบิดขึ้นมาในอดีต พลันมีประชากรผู้ตื่นรู้พลังพิเศษสายจิตระดับชิ้นพิเศษ รายหนึ่งปรากฏกายผุดขึ้นมาในสมรภูมิ โดยเขามีขีดความสามารถเฉพาะทางในการเปิดระบบพูดคุยสื่อสารและสั่งการให้แก่กลุ่มพวกสัตว์กลายพันธุ์สารพัดรูปแบบภายนอกได้สำเร็จ
นับตั้งแต่ตอนที่วันสิ้นโลกเกิดการปะทุระเบิดขึ้น
กลุ่มประชากรสัตว์ป่าภายนอกเนื่องจากผลกระทบของเชื้อไวรัสย่อมต้องมีอันเป็นไปจนแปรเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็นสัตว์ซอมบี้หรือเกิดสภาวะการกลายพันธุ์ขึ้นมาตั้งมากมาย ทว่าจุดที่แอบมีความแตกต่างแยกย่อยจากพวกสัตว์ซอมบี้ที่ไร้ซึ่งระบบสมองทำงานคอยจัดระเบียบความคิดโดยสิ้นเชิงก็คือ กลุ่มพวกสัตว์กลายพันธุ์สารพัดรูปแบบหลังจากผ่านพ้นกระบวนการกลายพันธุ์เสร็จสิ้นเรียบร้อย ระดับระดับสติปัญญาและสมรรถภาพของพวกมัน普遍ต่างคอยเริ่มปรับเปลี่ยนเจริญเติบโตแข็งแกร่งและฉลาดเฉลียวขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวล่ะนะ
กลุ่มพวกสัตว์กลายพันธุ์ในยามปกติย่อมยังคงแอบมีความชอบที่จะคอยเปิดใช้งานเงื่อนไขระเบียบพฤติกรรมการล่าหาอาหารและกลืนกินประทังชีวิตที่มีความสอดคล้องตามความเคยชินเดิมในช่วงเวลาก่อนวันสิ้นโลกอยู่นั่นแหละนะ ยกตัวอย่างเช่น ฝูงวัวกลายพันธุ์ตั้งมากมายหลายตัวที่คอยปักหลักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ทุ่งหญ้ามิติส่วนตัวของซือเซี่ย ต่อให้จะระบุว่าผ่านพ้นสภาวะการกลายพันธุ์มาเรียบร้อยแล้วก็ตาม ทว่าภายในใจของพวกมันก็ยังคงมีความชอบที่จะเล็มหญ้าประทังชีวิตเป็นหลักอยู่ดี
ส่วนกลุ่มสัตว์ประเภทกินเนื้อยามปกติย่อมยังคงออกล่าและกลืนกินเนื้อสัตว์ป่ารายอื่นประทังชีวิตเหมือนเดิม
ทว่าเนื่องจากกลุ่มประชากรสัตว์ป่ารายอื่นที่เป็นเสมือนเป้าหมายในห่วงโซ่อาหาร ของพวกมันในปัจจุบัน ต่างก็พากันผ่านพ้นกระบวนการกลายพันธุ์และแปรเปลี่ยนสภาพกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีระบบสติปัญญาและความเฉลียวฉลาดขึ้นมาตั้งมากมายหลายตัวเรียบร้อยแล้ว แแถมหลังจากผ่านพ้นพายุฝนครั้งใหญ่ที่ตกลงมาปนเปื้อนทุกสรรพสิ่ง สภาพพื้นที่ผืนดินด้านนอกก็พังพินาศหมดสิ้น สภาพทุ่งหญ้าเดิมพากันแปรเปลี่ยนเป็นแห้งเหี่ยวและหมด
ด้วยเหตุผลข้อนี้ กลุ่มพวกสัตว์กลายพันธุ์ส่วนใหญ่ภายนอกจึงจำต้องยอมปรับเปลี่ยนแผนการและเงื่อนไขระเบียบพฤติกรรมการกินอาหารของตัวเองทิ้งไป พลางขยับเปลี่ยนเป้าหมายหันสายตามาจับจ้องล็อกเป้าหมายมุ่งตรงมาที่กลุ่มประชากรมนุษย์อันแสนโอชะ ที่ไม่ว่าในสายตาของไอ้บ้าหน้าไหนในยุควันสิ้นโลกต่างก็มีความต้องการและอยากจะลิ้มลองอ้าปากเคี้ยวกลืนกินประทังชีวิตดูสักคำด้วยกันทั้งนั้นเลยน่ะโว้ย
แน่นอนว่าพวกฝูงซอมบี้เองพวกมันก็นับว่ายอมอ้าปากกินอยู่เหมือนกันนั่นแหละ ทว่าในใจกลับแอบมีความรู้สึกฝังใจว่ารสชาติเนื้อของพวกซอมบี้มันช่างมีความย่ำแย่และไร้ซึ่งความอร่อยน่าทานสิ้นดี จึงหาได้มีความชอบที่จะเลือกกินพวกมันเท่าไหร่นักหรอกนะค๊า
ส่งผลทำให้ในช่วงระหว่างวิกฤตการณ์ภัยพิบัติคลื่นซอมบี้ครั้งที่สองปะทุระเบิดขึ้นมา สิ่งที่แต่ละฐานที่มั่นจำต้องเปิดฉากประจันหน้าและตั้งรับศึกใหญ่ภายนอก จึงหาใช่หลงเหลือจัดตั้งอยู่เพียงแค่กองทัพฝูงซอมบี้สารพัดรูปแบบเท่านั้นไม่ ทว่ากลับแแถมยังมีกองทัพกลุ่มพวกสัตว์กลายพันธุ์ตั้งมากมายคอยเปิดระบบสายตาจับจ้องน้ำลายสอหมายมั่นจะขยับร่างกายพุ่งเข้าจู่โจมกลืนกินมนุษย์อยู่รายล้อมรอบทิศทางด้วยอีกต่างหาก
หลังจากผ่านพ้นศึกวิกฤตการณ์ภัยพิบัติคลื่นซอมบี้ครั้งที่สองเสร็จสิ้นลง นอกเหนือจากฐานที่มั่นอันเป็นที่จัดตั้งปักหลักอาศัยอยู่ของผู้ตื่นรู้พลังพิเศษสายจิตระดับชิ้นพิเศษรายนั้นรายเดียวนั่นแหละนะค๊าที่ยังคงปลอดภัยดี ทว่าสำหรับฐานที่มั่นรายอื่นๆ ที่เหลืออยู่ภายนอกต่างก็จำต้องน้อมรับความเสียหายและตกอยู่ในสภาพถูกทำลายจนพังพินาศย่อยยับอย่างสาหัสสากรรจ์และรุนแรงขั้นสุดกันถ้วนหน้าเลยทีเดียวเชียวล่ะค๊า
ภายใต้สภาพการณ์รูปการณ์รูปแบบนี้ ต่อให้จะระบุว่าสภาวะระบบการติดต่อสื่อสารและการส่งข้อมูลข่าวสารในยุควันสิ้นโลกจะแฝงไปด้วยอุปสรรคและมีความยากลำบากขัดสนปานใดก็ตาม ทว่าชื่อเสียงเรียงนามอันแสนเลิศเลอของผู้ตื่นรู้พลังพิเศษสายชิ้นพิเศษรายนั้นก็นับว่าแผ่สะพัดแพร่กระจายจนหนาหูขจรขจายไปไกลแสนไกลภายนอกเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ
ซือเซี่ยในอดีตตอนที่แอบได้รับฟังถ้อยคำบอกเล่าข่าวสารเรื่องนี้ขึ้นมาในใจ ภายในส่วนลึกของหัวใจเธยังคอยผุดกระแสความตื่นเต้นระคนสงสัยอยากรู้อยากเห็นในตัวตนของผู้ตื่นรู้พลังพิเศษสายชิ้นพิเศษรายนี้เป็นอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ
เหตุผลส่วนตัวล้วนเป็นเพราะว่า ภายในใจเธอแอบแฝงความต้องการต้องการอยากจะส่งคำสั่งสั่งการให้เจ้าประชากรผู้ตื่นรู้พลังพิเศษสายชิ้นพิเศษรายนั้น ช่วยออกแรงเดินทางออกไปสืบค้นหาและใช้ระบบความสามารถไปหลอกล่อเพื่อจัดหาเจ้านกผืนผ้าเสือโคร่งกลายพันธุ์ตัวใหญ่ยักษ์ สักตัวหนึ่งมาส่งมอบให้แก่เธอ เพื่อสิทธิ์ในการนำมาใช้ทำหน้าที่เป็นพาหนะส่วนตัวสวมบทบาทปีนขึ้นไปขี่เดินทางสัญจรซิ่งไปซิ่งมาด้วยท่าทางที่ดูเท่และหล่อเหลาเอาการประทังชีวิตนั่นแหละโว้ย
ทว่าในปัจจุบัน ทั่วทั้งร่างกายและจิตใจของเธอหาได้หลงเหลือกระแสความสงสัยอยากรู้อยากเห็นในตัวตนของคนคนนั้นอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ
เหตุผลส่วนตัวล้วนเป็นเพราะว่า ในปัจจุบันตัวเธออุตส่าห์มีคุณน้องสาวตัวน้อยโจวเหมิงผู้มีความน่ารักน่าเอ็นดูและว่างง่ายคอยปักหลักอยู่เคียงข้างกายเรียบร้อยแล้วนี่นา!
คุณน้องสาวตัวน้อยโจวเหมิงมีความยอดเยี่ยมและแอบมีระดับขีดความสามารถที่เหนือชั้นยิ่งกว่าเจ้าประชากรผู้ตื่นรู้พลังพิเศษสายชิ้นพิเศษรายนั้นตั้งหลายเท่าตัวทีเดียวเชียวล่ะค่ะ เธอยังคงมีความสามารถขยายขอบเขตระบบไปเปิดระบบเจรจาพูดคุยสื่อสารทำความเข้าใจร่วมกันกับกลุ่มประชากรสัตว์ป่าในเกณฑ์ระดับธรรมดา ได้สำเร็จเสร็จสิ้นเลยด้วยนะโว้ย
ช่างมีความยอดเยี่ยมและเลิศเลอขั้นสุดจริงเชียวโว้ย!
วันหน้าวันหลังเธอย่อมสามารถเลือกที่จะส่งสัญญาณคำสั่งสั่งการให้คุณน้องสาวตัวน้อยช่วยออกแรงเดินทางออกไปจัดหาเจ้านกผืนผ้าเสือโคร่งกลายพันธุ์ตัวใหญ่ยักษ์มาส่งมอบให้แก่เธอได้สำเร็จแน่นอนอยู่แล้วละโว้ย!
ซือเซี่ยแอบใช้ระบบความคิดพิจารณากลับไปกลับมาพลางแอบจินตนาการทัศนียภาพภาพท่าทางพฤติกรรมของตัวเองยามเมื่อสวมบทบาทปีนขึ้นไปขี่อยู่บนหลังของเจ้านกผืนผ้าเสือโคร่งกลายพันธุ์ตัวใหญ่ยักษ์สัญจรเดินทางซิ่งไปมาด้วยท่าทางองอาจและทรงพลังระเบิด ไปทั่วบริเวณ
เธอก็ยิ้มหน้าบานจนดวงตาโค้งหยีประคองก้าวฝีเท้าเดินมุ่งหน้าตรงไปยังพิกัดทำเลเกษตรกรรมเพื่อเปิดฉากทำนาทำสวนต่อด้วยความร่าเริงบันเทิงใจเป็นอย่างยิ่งล่ะค่ะ
ตรงบริเวณพื้นที่พิกัดหน้าบ้านพักอิฐแดง กลุ่มเด็กน้อยตั้งหลายคนกำลังพากันนั่งจัดเรียงแถวทำกิจกรรมเคี้ยวเด็ดผลสาลี่ทานประทังชีวิตกันอย่างออกรสสนุกสนาน ยามเมื่อเหลือบเห็นซือเซี่ยก้าวฝีเท้าสัญจรผ่านพ้นมา ต่างก็พากันเปิดปากส่งยิ้มหวานส่งเสียงทักทายพูดจาเจื้อยแจ้วคำพูดคำศัพท์คำว่าพี่สาวคำโตเอ่ยเรียกเธอไม่ขาดปาก
ซือเซี่ยโบกมือน้อยๆ ส่งทักทายให้แก่พวกเขาแวบหนึ่ง
เนื่องจากสภาวะช่วงเวลาในการปะทุระเบิดของวิกฤตการณ์ภัยพิบัติคลื่นซอมบี้จวนเจียนจะมาเยือนเข้าสู่เส้นตายขอบเขตทุกขณะ ฉินเหนียนจึงจำต้องนำพากลุ่มคนพรรคพวก คอยตั้งหน้าตั้งตาทำกิจกรรมก่อสร้างปรับปรุงกำแพงเมือง เปิดประชุมรวมพล และง่วนอยู่กับการจัดแจงรายละเอียดขั้นตอนขั้นตอนการเตรียมความพร้อมและการตั้งรับศึกใหญ่ภายในฐานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ดังนั้นพื้นที่ของผืนดินทำกินเกษตรกรรมจึงคอยถูกปล่อยปละละเลยทิ้งไว้ชั่วคราวยังไร้ซึ่งช่วงเวลาว่างสละมาคอยเพาะปลูกจัดสรรเลยสักครั้งเดียวล่ะค่ะ
ซือเซี่ยแอบแฝงแผนการตระเตรียมจะก้าวฝีเท้าเดินทางตรงดิ่งมุ่งหน้าไปที่แหล่งน้ำทะเลสาบก่อนเป็นอันดับแรก ตระเตรียมจะนำเอาตัวยาของเหลวช่วยเร่งผลผลิตให้เจริญเติบโตงอกงามอย่างรวดเร็วพุ่งโยนบรรจุลงไปผสมผสานร่วมกันด้านในให้เสร็จสิ้นเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย จากนั้นค่อยก้าวระบบไปเปิดฉากศึกเพาะปลูกทำนาทำสวนเกษตรกรรมในลำดับต่อไป
ทว่าเพิ่งจะประคองก้าวฝีเท้าสัญจรมาหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณชายขอบของแหล่งน้ำทะเลสาบ ยามเมื่อได้สายตากวาดมองสำรวจตรวจสอบสภาพรูปลักษณ์ที่แปรเปลี่ยนสภาพไปจนถอดเค้าโครงเดิมไม่ออกของทะเลสาบตรงหน้า ทั่วทั้งร่างกายของเธอถึงกับต้องตกอยู่ในสภาพยืนอึ้งชะงักนิ่งอยู่กับที่ไปในพริบตาทันทีอย่างกะทันหันเลยล่ะค่ะ
-
ซือเซี่ยในอดีตเนื่องจากส่วนลึกของหัวใจแอบมีความรู้สึกฝังใจว่าไม่อยากจะเปิดโอกาสปล่อยให้กลุ่มสารเลวของเว่ยเจิ้งหนานพลอยได้รับผลประโยชน์และเอาเปรียบเธอได้ง่ายๆ จึงจงใจเอ่ยปากส่งสัญญาณคำสั่งสั่งการไหววูบไหววานให้ระบบชาเขียวช่วยทำหน้าที่กางเขตกั้นล้อมรั้วป้องกันโอบล้อมแหล่งน้ำทะเลสาบแห่งนี้ไว้ให้แน่นหนา
ทว่าใครจะไปคาดคิด เจ้าระบบชาเขียวกลับเลือกเปิดระบบปรับเปลี่ยนแผนการโดยตรงโดยการเปิดระบบเนรมิตปรับเปลี่ยนสภาพแปรเปลี่ยนสภาพของแหล่งน้ำทะเลสาบแห่งนี้ให้กลายมาเป็นสิ่งปลูกสร้างลึกลับที่มีลักษณะจำกัดระบุไว้ให้มีเพียงแค่ตัวเธอ คนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถมีระบบสายตามองเห็นและสืบค้นพบทำเลพิกัดที่ตั้งได้เฉยเลยน่ะโว้ย
พูดง่ายๆ ก็คือ นอกเหนือจากตัวของซือเซี่ยเพียงคนเดียวแล้วล่ะค่ะ
ยามปกติย่อมหาได้มีประชากรหน้าไหนภายในฐานที่มั่นที่จะสามารถสืบค้นหรือจับสังเกตพบถึงร่องรอยการจัดตั้งอยู่ของแหล่งน้ำทะเลสาบแห่งนี้ได้เลยสักคนเดียวแน่นอน
กลุ่มประชากรรายอื่นยามเมื่อกวาดสายตาสำรวจตรวจสอบพิกัดตำแหน่งที่ตั้งของทะเลสาบแห่งนี้ผ่านระบบสายตาภายนอก ทัศนียภาพที่ปรากฏเข้าสู่สายตาก็ย่อมหลงเหลือจัดตั้งอยู่เป็นเพียงแค่สภาพพื้นที่ว่างธรรมดาๆ ตรงบริเวณซอกมุมหนึ่งของฐานที่มั่นเท่านั้นเองนั่นแหละนะค๊า
เดิมทีขนาดขอบเขตของแหล่งน้ำทะเลสาบแห่งนี้ถูกระบบระบุไว้ว่าจัดตั้งอยู่ในเกณฑ์ที่มีขนาดเล็กจิ๋วเนื้อที่จำกัดขั้นสุด ทว่าในปัจจุบันพิกัดทำเลแหล่งน้ำทะเลสาบที่จัดตั้งตระหง่านอยู่ตรงบริเวณเบื้องหน้าของซือเซี่ย กลับมีขนาดพื้นที่ที่ขยายขนาดกว้างขวางใหญ่โตเพิ่มขึ้นตั้งหลายเท่าตัวอย่างเห็นได้ชัดเจนเชียวล่ะค่ะ
ระดับขนาดขอบเขตในปัจจุบันย่อมสามารถระบุคำคำพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำแล้วล่ะค่ะว่างดงามสมฐานะตำแหน่งคำนิยามคำว่าแหล่งน้ำทะเลสาบได้อย่างเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วล่ะโว้ย
ตรงบริเวณส่วนกึ่งกลางของแหล่งน้ำยังมีพืชพันธุ์ดอกบัว ที่ในยามปกติจะสามารถมีโอกาสสืบค้นและจับสังเกตพบเห็นรอยการเบ่งบานงดงามได้เฉพาะในช่วงฤดูกาลฤดูร้อน เท่านั้น คอยพากันแผ่ใบเบ่งบานอวดโฉมความงดงามอยู่ประปรายด้วยล่ะค่ะ
ดูแล้วช่างมีความงดงามน่ามองและร่มรื่นเป็นกรณีพิเศษทีเดียวเชียวล่ะนะค๊า
ทว่าเจ้าระดับความงดงามร่มรื่นพรรณนี้กลับหาได้มีความสอดคล้องหรือตรงตามรสนิยมความชอบส่วนตัวขั้นสุด ของซือเซี่ยเลยสักนิดเดียวหรอกนะค๊า
ดังนั้นซือเซี่ยจึงจัดการเก็บกู้เอาตัวยาของเหลวช่วยเร่งผลผลิตให้เจริญเติบโตงอกงามอย่างรวดเร็วจัดเก็บกลับคืนสู่มิติส่วนตัว พลางเปิดฉากส่งกระแสจิตแผดเสียงเรียกตัวระบบชาเขียว in ใจทันที: "ยัยระบบเน่า"
ระบบชาเขียวผู้เพิ่งจะแอบดำเนินกระบวนการสลับร่างมุดร่างหนีรอดกลับมาจากพิกัดอื่น รีบเปิดปากส่งเสียงร้องขานรับคำตอบกลับอย่างว่องไวและกระฉับกระเฉงทันควันตามระเบียบ: [มีเรื่องราวหรือมีอุปสรรคตรงไหนผุดขึ้นมางั้นเหรอจ๊ะคุณซือเซี่ย?]
เกิดเรื่องราวอะไรขึ้นมากันล่ะเนี่ย?
ยัยผู้หญิงนิสัยเสียในปัจจุบันกำลังจวนเจียนจะถูกพฤติกรรมความดีความชอบอันแสนเอาใจใส่ของตัวมันซาบซึ้งใจจนทนไม่ไหวแล้วซุกหน้าร้องไห้โฮ ออกมาใช่ไหมล่ะจ๊ะเนี่ย!
นี่นับเป็นของขวัญชิ้นพิเศษแทนใจอันเต็มไปด้วยประกายกระแสความรักความอบอุ่นจากคุณแม่เสี่ยวชาสุดที่รักส่งตรงมอบให้เชียวนะค๊า~
ระบบชาเขียวกำลังแอบเกิดอาการหยิ่งผยองและภาคภูมิใจในตัวเองอยู่ภายในระบบโปรแกรมทำงานนิ่ง ทว่าวินาทีต่อมากลับจำต้องได้รับฟังถ้อยคำคำพูดเปิดฉากซักถามจิกกัดของซือเซี่ยดังสะท้อนแทรกขึ้นมาทันที: "ยัยระบบเน่า แกบังอาจเปิดระบบแปรเปลี่ยนเนรมิตจัดแต่งเจ้าแหล่งน้ำปานนี้จนแปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสภาพรูปแบบนี้ แล้ววันหน้ามันจะยังพอหลงเหลือคุณประโยชน์มาช่วยทำหน้าที่ช่วยจัดสรรปั๊มน้ำออกไปรดน้ำเกษตรกรรมให้แก่ผืนดินทำกินได้สำเร็จอยู่หรือเปล่าล่ะโว้ย?"
แแถมยังแอบมีความซนคิดอ่านจะมาเพาะปลูกจัดสรรดอกบัวหาอะไรตรงทำเลนี้กันอีกต่างหากเล่าโว้ย!
ประสาทกลับชัดๆ!
อาศัยช่วงเวลาว่างและมีความว่างงานปานนี้ สู้เอาพละกำลังระบบขยับไปออกแรงช่วยทำหน้าที่รุมทุบตี เจ้าต้นสาลี่เฮงซวยที่บังอาจแปรเปลี่ยนสภาพผลิดอกออกผลสาลี่ตัดหน้าต้นลูกท้อต้นนั้นทิ้งไปเสียยังจะดูมีประโยชน์กว่าตั้งเยอะเลยนะโว้ย!
ระบบชาเขียว: ?
ต้นสาลี่: ?
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น