ตอนที่ 100 ลงไม้ลงมือเพื่อแย่งกันแสดงโชว์ให้เธอดู
ห้องทำงานเงียบกริบลงในฉับพลัน
คราวนี้ไม่ใช่แค่ไฉอวี่กับต้วนเล่อเจี๋ยที่เบิกตาค้าง แต่สิ่งลี้ลับสองตนที่เพิ่งมาใหม่ก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปด้วย
โดยเฉพาะตอนที่พวกเขาเห็นตาแก่กำลังนั่งนับเงิน
เงินกงเต็กปึกนั้นในมือตาแก่หนาเท่าแก้วน้ำ เขาต้องนั่งนับอยู่นานกว่าจะรู้ว่ามีเท่าไหร่
ทั้งหมดหกแสนกว่าหยวน!
"สวรรค์ช่วย!"
พอตาแก่นับเสร็จ แม้แต่ตัวเขาเองยังตะลึงจนมือที่ถือเงินกงเต็กสั่นพะงาบๆ ไม่หยุด
เมื่อเห็นเสียงอุทานของตาแก่ ซ่งหมางก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอไลฟ์สดของตัวเอง
เพราะสีอวี้ หุ่นกระดาษกงเต็กจอมเกเรนั่นไม่ยอมช่วยเธอถือกล้องไลฟ์ให้ หลังจากซ่งหมางลงมาที่ชั้นสอง เธอก็เลยต้องถือโทรศัพท์ไลฟ์เองมาตลอด
แต่เธอก็ไม่ได้หันเลนส์กล้องออกไปถ่ายข้างนอกตลอดเวลา บางทีพอขี้เกียจถ่าย เธอก็แค่เปิดไลฟ์ทิ้งไว้แล้วยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อ
ด้วยเหตุนี้ ผู้ชมในไลฟ์สดจึงได้ยินแต่เสียงแต่ไม่ได้เห็นภาพมาพักใหญ่ จนพากันกระวนกระวายแทบจะคลั่งตายกันหมดแล้ว
ในห้องไลฟ์ยังมีเศรษฐีอีกหลายคนคอยส่งของขวัญรัวๆ ทั้งจรวด ทั้งคฤหาสน์ เพื่อขอให้ซ่งหมางช่วยหันเลนส์กล้องออกมาถ่ายบรรยากาศรอบๆ ให้ดูหน่อย
ซ่งหมางมองเอฟเฟกต์ของขวัญที่ลอยเต็มหน้าจอพลางเปรยอย่างเซ็งๆ "ฉันว่าแล้วทำไมเงินฉันถึงยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม ที่แท้ก็เพราะพวกคุณขยันส่งของขวัญให้ฉันทุกวันนี่เอง!"
ทุกครั้งที่เธอทำลายดันเจี้ยนอาถรรพ์ได้สำเร็จ จะมีคนกลุ่มหนึ่งส่งของขวัญให้เธออย่างบ้าคลั่ง ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง
ตอนนี้กระแสในไลฟ์สดพุ่งสูงขึ้น คนเข้ามาดูมากขึ้น ของขวัญก็เลยยิ่งถล่มทลายเข้าไปใหญ่!
เมื่อก่อนซ่งหมางยังพอจะพูดถากถางได้ว่าเงินล้านสองล้านที่พวกเขาส่งให้น่ะมันแค่เศษเงิน แต่ตอนนี้ตัวเลขมันพุ่งไปไกลกว่านั้นมากแล้ว!
【เศษเงินแล้วไงล่ะโว้ย ข้าจะเปย์ มีปัญหาไหม? อย่าซ่อนกล้องสิ เอาออกมาให้พวกเราดูหน่อย!】
【นั่นสิ นี่มันดันเจี้ยน 6 ดาวแห่งแรกในเมืองเจียงเลยนะ ด่านระดับนี้หาดูยากมากในประเทศ รีบให้พวกเราดูวิธีผ่านด่านหน่อยเร็ว!】
【ฉันพนันหนึ่งหยวนเลยว่า พอท่านเทพคนนี้ออกจากดันเจี้ยน ดันเจี้ยนนี้ต้องหายสาบสูญไปแน่ พวกเราจะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงดวงผ่านด่านนี้กันอีก!】
【นี่มันด่าน 6 ดาวนะเฟ้ย เทียบกับด่านดาวน้อยๆ ไม่ติดหรอก คงทำลายยากน่าดู แต่ฉันสนับสนุนการกระทำของสตรีมเมอร์นะ สู้ๆ!】
ซ่งหมางเห็นยอดของขวัญไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ก็แอบคิดในใจว่าโลกนี้ไม่ได้มีเธอรวยอยู่คนเดียวสินะ ยังมีคนรวยคนอื่นอีกเพียบเลยแฮะ
ทำไมแต่ละคนถึงเปย์เงินรางวัลให้เธอเป็นก้อนใหญ่แบบไม่ลังเลขนาดนี้นะ!
แล้วแบบนี้เงินในตัวเธอจะยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มได้ยังไงล่ะ?!
ซ่งหมางลอบถอนหายใจอีกครั้ง สะบัดมือวูบเดียว ควักเงินกงเต็กห้าล้านหยวนออกมาวางแผ่จนเต็มโต๊ะน้ำชา
เธอมองไปยังสิ่งลี้ลับสองตนที่เพิ่งมาใหม่แล้วกล่าวว่า "พวกนาย คนหนึ่งเป็นนักเปียโน อีกคนเป็นนักเชลโลใช่ไหม? ลองแสดงให้ฉันดูหน่อยสิ"
"ถ้าเล่นจบหนึ่งเพลงแล้วฉันพอใจ พวกนายก็หยิบเงินกงเต็กจากตรงนี้ไปได้เลยปึกหนึ่ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วย"
สิ่งลี้ลับทุกตนในห้อง: !!!!
สิ่งลี้ลับตนหนึ่งถึงกับตกใจจนลูกตาหลุดออกมานอกเบ้า เขาต้องรีบเก็บมาสวมคืนที่เดิมอย่างรวดเร็ว
พอเห็นเงินกงเต็กมหาศาลบนโต๊ะน้ำชา ตาแก่ที่เพิ่งได้เงินไปและนักเชิดหุ่นผีที่ยังไม่ได้เงินต่างก็ตะลึงงัน
ตาแก่รีบพุ่งเข้าไปขวางสิ่งลี้ลับนักดนตรีสองตนนั้นไว้ทันที "เดี๋ยวๆๆ! ตอนนี้ไม่ใช่เวลารอบแสดงของโรงละครโอเปร่านะ พวกแกไม่ต้องแสดง! เดี๋ยวข้าจัดการเอง! ข้าเรียนเปียโนตอนนี้ก็ยังทัน!"
"ข้าเพิ่งอายุสามร้อยกว่าปีเอง เป็นช่วงวัยที่กำลังเหมาะกับการเรียนทักษะใหม่ๆ ที่สุด! โลกใบนี้ควรปล่อยให้คนชราที่มีประสบการณ์รับหน้าไป พวกแกที่เป็นคนหนุ่มถอยไปให้หมด!"
นักดนตรีทั้งสองเริ่มร้อนรน
"ตาแก่นี่เล่นเปียโนไม่เป็นแล้วจะมาแย่งเล่นทำไมฮะ! ผมน่ะเป็นนักเปียโนที่จบนอกมาเลยนะ มีใบเซอร์รับรองด้วย! เรื่องเฉพาะทางแบบนี้ต้องให้มืออาชีพจัดการสิ!"
"ใช่ๆ ถึงตอนนี้จะไม่ใช่เวลาแสดงของโรงละคร แต่ผมเห็นแม่หนูคนนี้มีสง่าราศีไม่ธรรมดา ท่าทางจะรสนิยมสูงส่ง การได้บรรเลงเพลงให้เธอฟังสักเพลงย่อมไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง!"
สิ่งลี้ลับทั้งสามทำท่าจะวางมวยกันเสียตรงนั้น
จังหวะนั้น นักเชิดหุ่นผีกระแอมไอขึ้นเบาๆ แล้วพูดว่า "คุณซ่งครับ ความจริง... อืม... ผมเองก็พอจะเล่นเชลโลได้อยู่บ้าง ผมค่อนข้างชอบศิลปะแขนงนี้อยู่แล้ว ก็เลยศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองมาพักหนึ่งน่ะครับ"
ซ่งหมางมองเขาอย่างจับผิด "พอเล่นได้? แบบนี้ก็ไม่ใช่มืออาชีพน่ะสิ ถ้าเล่นออกมาห่วยแตกจะทำยังไง?"
นักเชิดหุ่นผีตอบอย่างมั่นใจ "จะเป็นแบบนั้นได้ไงครับ คนที่เคยฟังผมบรรเลงต่างก็ชมว่ายอดเยี่ยมกันทั้งนั้น"
ซ่งหมาง: "..."
เมื่อกี้คุณเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเล่นไม่เป็น!
จู่ๆ สิ่งลี้ลับนักดนตรีตนหนึ่งก็โพล่งถามขึ้นมา "พวกคุณสองคนที่ไม่ใช่คนในสายอาชีพ จะมาอยากแสดงทำไมกันฮะ? พวกคุณมีแกรนด์เปียโนกับเชลโลหรือเปล่า? เครื่องดนตรียังไม่มีเลย จะมาคุยเรื่องบรรเลงดนตรีได้ไง!"
ตาแก่ปรายตามองมัน "แล้วแกมีเครื่องดนตรีเหรอ?"
อีกฝ่ายตอบ "ผมมีแน่นอนอยู่แล้วสิ คืนนี้ผมต้องขึ้นแสดงนะ เครื่องดนตรีน่ะวางอยู่ในห้องดนตรี"
ตาแก่นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วบอกว่า "งั้นพวกแกก็ไปเอาเครื่องดนตรีมาสิ อย่าให้ท่านหนูต้องรอนาน"
สิ่งลี้ลับนักดนตรีทั้งสองสบตากัน ก่อนจะรีบพุ่งตัวออกไปทางประตูห้องทำงานทันที
พวกมันไปเอาเครื่องดนตรีที่ห้องดนตรีแล้ว!
ไม่นานนัก พวกมันก็กลับมา
สิ่งลี้ลับตนหนึ่งหิ้วเชลโลเข้ามา ส่วนอีกตนแบกแกรนด์เปียโนลอยเข้ามาในห้อง
พอย้ายเครื่องดนตรีมาพร้อมแล้ว นักดนตรีทั้งสองต่างจ้องมองเงินกงเต็กบนโต๊ะน้ำชาด้วยความตื่นเต้น
พวกมันค้อมตัวทำความเคารพซ่งหมาง "คุณลูกค้าผู้สูงศักดิ์ ไม่ทราบว่าคุณอยากฟังเพลงอะไรครับ?"
ซ่งหมาง: "อะไรก็ได้"
ทว่าทันทีที่เธอพูดจบ ตาแก่และนักเชิดหุ่นผีที่อยู่ข้างกายเธอก็ขยับตัววับ ถีบส่งสิ่งลี้ลับนักดนตรีสองตนนั้นกระเด็นออกนอกห้องทำงานไปคนละที
ปัง!
ประตูห้องทำงานปิดกระแทกลงทันที
ตาแก่เข้าไปนั่งหน้าเปียโน ส่วนนักเชิดหุ่นผีหยิบเชลโลขึ้นมาเตรียมพร้อม แล้วเริ่มบรรเลงดนตรีให้ซ่งหมางฟัง
ซ่งหมาง: "..."
เซียวจวิ้นเจ๋อ: "..."
เสียงเคาะประตูดังลั่นมาจากข้างนอก
ปัง ปัง ปัง!
"เปิดประตูนะโว้ย นั่นมันเครื่องดนตรีของพวกเรา!"
"ผมจะแสดง ให้ผมแสดงเถอะ! ผมนี่แหละนักดนตรีมืออาชีพ พวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไง!"
นักดนตรีทั้งสองตนข้างนอกส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญราวกับมีใครไปฆ่าล้างตระกูลพวกมันข้างใน
"พวกคุณมันเกินไปแล้ว!"
"รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่เกรงใจนะ! เดี๋ยวจะมีคนมาจัดการพวกคุณแน่!"
นักดนตรีสองตนนั้นถูกถีบออกมาแล้วพยายามมุดกลับเข้ามาแต่ทำไม่ได้ ชัดเจนว่านักเชิดหุ่นผีแอบร่ายอาคมบางอย่างไว้ที่ประตู ทำให้พวกมันมุดทะลุเข้ามาไม่ได้
เสียงเชลโลที่ทุ้มกังวานและไพเราะเริ่มบรรเลงขึ้น
แต่ดันมาพร้อมกับเสียงเปียโนที่ตาแก่ดีดมั่วซั่วจนไม่เป็นสับปะรด
ซ่งหมางมุมปากกระตุก จ้องมองตาแก่แล้วว่า "ตาแก่ เลิกดีดเถอะ เสียงยังกับหมูโดนเชือด ไปนั่งดูคลิปวิดีโอศึกษาไปก่อนไป"
ตาแก่เลยต้องยอมหยุดมือ แล้วไปนั่งยองๆ ศึกษาการดีดเปียโนอยู่ข้างๆ แทน
นักเชิดหุ่นผีไม่ได้โกหกจริงๆ เขาสามารถบรรเลงเชลโลออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อครู่เขาคงแค่ไม่อยากเล่นให้ซ่งหมางฟังถึงได้บอกว่าเล่นไม่เป็น
ซ่งหมางนั่งฟังดนตรีเชลโลอย่างสบายอารมณ์พลางรอผู้จัดการผีเอาของหวานมาส่ง ทว่าท่ามกลางเสียงเชลโลอันนุ่มนวล กลับมีเสียงร้องเพลงที่ไม่เข้าพวกแทรกเข้ามา
จากนั้น เสียงร้องเพลงก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเสียงโซปราโนแผดสูงขึ้น เสียงร้องเพลงนั้นก็กลบเสียงเชลโลจนมิด เสียงที่แหลมเสียดหูนั่นทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ซ่งหมางลุกขึ้นจากโซฟา แล้วเธอก็สังเกตเห็นว่า บนผนังด้านหลังโซฟามีรูปภาพสีน้ำมันแขวนอยู่สามรูป
ทันใดนั้นเอง
ไฉอวี่ก็แผดเสียงตะโกนลั่น "รองเท้าเต้นรำสีแดง! ฉันเห็นรองเท้าเต้นรำสีแดงแล้ว มันอยู่ตรงนั้น!"
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น