-->

ตอนที่ 30 บังเอิญเจอเข้าพอดี





ตอนที่ 30 บังเอิญเจอเข้าพอดี

ซูเฉิงถอนหายใจพลางเอามือกุมขมับอย่างเหนื่อยหน่าย “ฉันไม่ใช่ตำรวจแล้ว! ลาออกมาแล้ว หน้าที่กับภารกิจพวกนั้นตอนนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันแค่อยากดูแลพ่อให้ดี ให้ท่านมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกสักกี่ปีก็ยังดี! แค่นั้นจริงๆ!”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง “อีกอย่าง ก่อนลาออกพวกเราได้รับแจ้งข่าวจากวงในแล้วว่าภัยพิบัติครั้งนี้... ไม่ใช่ภัยธรรมชาติทั่วไป แต่มันคือภัยพิบัติระดับโลกที่จะทำลายล้างทุกสิ่งและลากยาวไปอีกนานแสนนาน นานแค่ไหนพวกผู้เชี่ยวชาญยังพยากรณ์ไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ คือไม่หยุดในเร็ววันหรอก พูดง่ายๆ ก็คือ วันสิ้นโลก ที่ทุกคนพูดถึงนั่นแหละ มันมาถึงแล้ว!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วงพ่อ ฉันคิดว่าฉันคงไม่ลาออก และคงจะยืนหยัดทำหน้าที่ในตำแหน่งของตัวเองต่อไป!” เขาไม่ได้มีความเป็นวีรบุรุษสูงส่งอะไรขนาดนั้น ที่เขามาเป็นตำรวจก็แค่เพราะอยากช่วยพ่อ และอยากล้างแค้นให้พี่ซูเยี่ยน พี่สาวที่ตายไปแล้วเท่านั้น! ศัตรูก็หาตัวเจอแล้ว แต่นั่นมันขุนเขาชัดๆ เขาพยายามพุ่งชนหลายครั้งแต่ก็ยังหาหลักฐานมัดตัวอีกฝ่ายไม่ได้ คาดว่าในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่อันจำกัดของพ่อ เขาคงไม่มีปัญญาแก้แค้นให้สำเร็จแล้ว

หลู่ชิงถางเข้าใจความหมายในคำพูดของซูเฉิงดี ซูเฉิงไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ของปู่ซูเฮ่า แต่ปู่ซูเฮ่ารับเขามาเลี้ยงตอนอายุ 59 ปี ซึ่งตอนนั้นซูเฉิงเพิ่งจะ 5 ขวบ

ได้ยินมาว่าเหตุผลที่ปู่ซูเฮ่ารับซูเฉิงมาเลี้ยง เพียงเพราะตอนซูเฉิงเด็กๆ มีบางมุมที่ดูคล้ายกับพี่ซูเยี่ยน ลูกสาวที่ตายไปแล้วของท่าน ก็แค่เลี้ยงไว้ดูต่างหน้าให้คลายความคิดถึงเท่านั้นเอง!

แต่ปู่ซูเฮ่าก็เลี้ยงดูซูเฉิงมาอย่างดีเยี่ยม ซูเฉิงเองก็เป็นคนกตัญญู ในชาติก่อนตอนที่ปู่ซูเฮ่าเกือบจะตายไปหลายครั้ง ก็ได้ซูเฉิงนี่แหละที่ยื้อชีวิตกลับมาได้เสมอ

ทว่าสุดท้ายปู่ซูเฮ่าก็ทนไม่ไหว และเสียชีวิตลงในช่วงที่เกิดไวรัสระบาดรุนแรง

หลังจากปู่ซูเฮ่าตาย ซูเฉิงก็พยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างยากลำบาก สุดท้ายเขาก็ไปที่ฐานทัพซวงหลง เพราะศัตรูของเขาก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน

น่าเสียดายที่ฝนกรดได้ทำลายแผนการของซูเฉิงลง หลังจากนั้นเขาแก้แค้นสำเร็จหรือไม่เธอเองก็ไม่รู้ แต่ต่อให้แก้แค้นได้จริง มันก็ต้องเป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนสาหัสแน่นอน

“งั้นจะไปหาห้อง 1904 ตอนนี้เลยไหม? หรือจะรออีกหน่อย? พวกนายพักผ่อนให้พอก่อนค่อยไป?” หลู่ชิงถางถาม

ซูเฉิงหันไปมองจี้เยี่ยนโม่ “ตอนนี้เลยดีไหม? จัดการให้จบ จะได้พักผ่อนยาวๆ!”

หลู่ชิงถาง “งั้นก็ตอนนี้เลย! จัดการห้อง 1904 เสร็จพวกนายก็ไปพักซะ เดี๋ยวฉันเฝ้าเอง!” เธอเมาขี้ตาตื่นมานอนอิ่มเต็มที่แล้ว!

ดังนั้นทั้งสามคนจึงมาที่หน้าประตูห้อง 1904 แล้วเคาะประตู แต่คนห้อง 1904 ทำยังไงก็ไม่ยอมเปิด ทำเอาทั้งสามคนโกรธจนควันออกหู ซูเฉิงเตะประตูเสียงดังปัง “ตอนที่คนข้างล่างบุกขึ้นมาที่ชั้น 19 พวกแกมุดหัวอยู่ในบ้าน ไม่ยอมออกมาช่วยกันต้านทานสักคนเดียว เสวยสุขจากการปกป้องของพวกเราแล้วยังคิดจะเสวยสุขต่ออีกเหรอ? รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะพังเข้าไปแล้วนะ!”

หลู่ชิงถางขมวดคิ้ว “คนข้างล่างเคยบุกขึ้นมาถึงชั้น 19 ของเราแล้วเหรอคะ?” น่าจะเป็นช่วงที่เธอออกไปฟาร์มหมู “ฉันจำได้ว่าเมื่อสองวันก่อนตอนกลับจากหาเสบียง หน้าบ้านฉันมีรอยเลือดลากยาวไปถึงบ้านนาย สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

ซูเฉิงมองหลู่ชิงถางด้วยสายตาสงสาร “ซ่งหยูเหว่าเป็นพ่อแท้ๆ ของเธอเหรอ?”

“...อืม!” ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเป็นเชื้อไขของซ่งหยูเหวย! ไม่ว่าเธอจะเกลียดเขาแค่ไหน แต่นี่คือความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้

“วันนั้น พ่อของเธอพาคนมาตามหาเธอถึงที่นี่น่ะ!” ซูเฉิงนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

ซ่งหยูเหวยพาชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนถือไม้เบสบอลเดินขึ้นมาที่ชั้น 19 ด้วยท่าทางดุดันและตรงดิ่งไปที่หน้าห้อง 1901 ตอนนั้นเขากำลังจะออกจากบ้านพอดี เลยบังเอิญเจอเข้า

ซ่งหยูเหวยเคาะประตูโครมๆ ตะโกนให้หลู่ชิงถางเปิดประตู แต่เคาะอยู่นานก็ไม่มีใครเปิด ซูเฉิงเลยรู้ทันทีว่าหลู่ชิงถางยังไม่กลับจากการหาเสบียง ซ่งหยูเหวยไม่ยอมแพ้เลยสั่งให้ชายร่างยักษ์สองคนพังประตู ผลคือพวกมันบอกว่า “คุณซ่ง ถ้าจะให้พวกเราพังประตู คุณต้องเอาเสบียงออกมาจ่ายก่อน! คุณบอกเองนะว่าแค่พวกเรามาที่หมู่บ้านแสงตะวัน คุณจะให้เสบียงพวกเราคนละหนึ่งร้อยหยวน!”

“พังประตูนี่ต้องจ่ายเพิ่มนะ! ถ้าคุณซ่งเอาเสบียงสองร้อยหยวนออกมาให้ตอนนี้ พวกเราจะพังประตูให้ทันที แถมลดราคาให้เป็นพิเศษด้วย!”

ซ่งหยูเหวยโกรธจนตัวสั่น “พวกนายวางใจเถอะ ฉันซ่งหยูเหว่าเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูง ขอแค่ช่วยพังประตูนี้ ของทุกอย่างในห้องนี้พวกนายเอาไปได้เลย!”

แต่ชายร่างยักษ์สองคนไม่ยอม ในเมื่อซ่งหยูเหวยไม่มีเสบียงให้ เห็นชัดว่าหลอกพวกมันมา พวกมันเลยกดตัวซ่งหยูเหวยลงกับพื้นแล้วรุมสกรัมชุดใหญ่ ดูเหมือนยังไม่สะใจ เลยลากคอซ่งหยูเหวยลงไปชั้นล่าง “กล้าหลอกพวกกูเหรอ งั้นต้องพาไปพบลูกพี่แล้ว ถ้าลูกพี่รู้ว่ามึงกล้าเบี้ยวเสบียง มึงตายแน่!”

และจังหวะนั้นเอง ห้อง 1904 ก็เปิดประตูออกมา

พอเห็นซ่งหยูเหวยโดนชายร่างยักษ์สองคนรุมซ้อม อู๋เกอก็ยืนตบมือหัวเราะร่าอย่างชอบอกชอบใจ “พี่ชาย พวกพี่ต่อยได้ดีมาก คนประเภทเบี้ยวเสบียงคนอื่นแบบนี้มันต้องโดนซ้อมให้เข็ด! พายุมาขนาดนี้ไม่รู้จะลากยาวไปอีกนานแค่ไหน คนที่เปลืองเสบียงแบบนี้อยู่ไปก็รกโลก สู้ตายๆ ไปซะยังดีกว่า!”

“เออพี่ชาย แล้วคนนี้เขาเกี่ยวอะไรกับห้อง 1901 เหรอ? ผมจำได้ว่าห้อง 1901 เป็นเด็กผู้หญิง หน้าตาสวยพริ้ง หุ่นดีมีเสน่ห์สุดๆ เลยนะ!”

คำพูดของอู๋เกอไม่ได้ทำให้ชายร่างยักษ์ชายตามองแม้แต่น้อย ทำให้อู๋เกอโกรธมาก ไม่มีใครเห็นหัวเขาเลย ทุกคนมองว่าเขาไร้ความสามารถ เห็นแก่ตัว ไร้ศีลธรรม และแม้แต่คนนอกสองคนนี้ยังรังเกียจเขา ความอัดอั้นตันใจที่เขาสั่งสมมาในช่วงนี้มันเลยพุ่งทะลุจุดเดือด

อู๋เกอเลยทำเป็นใจกล้าเข้าไปขวางทางชายร่างยักษ์สองคนนั้นไว้ “พวกแกหูหนวกเหรอ? ไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึไง? อยากโดนต่อยใช่ไหม!”

ชายร่างยักษ์มองอู๋เกอด้วยสายตาเย็นชา “หลีกไป!”

อีกคนก็เสริม “ให้โอกาสมึงรอดชีวิต ไสหัวไปซะ!”

อู๋เกอไม่กลัว กลับยิ่งโกรธหนักกว่าเดิม “ให้ข้าไสหัว? ไม่ดูหนังหน้าตัวเองเลยนะว่าตัวอะไร? นี่บ้านข้า! ไม่ใช่บ้านแก! แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งข้า? ข้าจะบอกให้ ถ้าอยากออกไปจากชั้น 19 ของข้า ต้องจ่ายเสบียงมา 20 จิน! ถ้าไม่จ่าย พวกแกก็อย่าหวังว่าจะเดินออกไปจากตึกนี้ได้เลย”

หลู่ชิงถางได้ยินถึงตรงนี้ก็หมดคำจะพูด “อู๋เกอนี่มันโง่จริงๆ! สองคนนั้นดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่จะไปล้อเล่นด้วยได้ ตัวแห้งยังกะกิ่งไม้ดันรนหาที่ตาย สมองหมาคาบไปกินหมดแล้วเหรอ?”

ซูเฉิงพยักหน้า “ก็หมาคาบไปกินจริงๆ นั่นแหละ”

ชายร่างยักษ์สองคนไม่ได้โดนใครขู่มานานแล้ว พวกมันมองอู๋เกอเหมือนมองซากศพ แต่อู๋เกอเนี่ยสิ ยังตะโกนเรียก “พี่! พี่สะใภ้! ออกมาช่วยผมหน่อย!”

ชายร่างยักษ์แค่นหัวเราะ “เมื่อก่อนคนเห็นหน้าพวกกูโหดๆ ก็ไม่มีใครกล้ายุ่ง หลบกันไปไกลๆ แต่อ้ายกิ่งไม้ผุๆ นี่ดันกล้ามาลองดีกับพวกกู ช่างไม่รักชีวิตจริงๆ!” ว่าแล้วสองพี่น้องคนหนึ่งก็กดตัวซ่งหยูเหวยไว้ อีกคนก็ประเคนหมัดใส่อู๋เกอจนหน้าบวมเขียว เลือดกำเดาไหลพราก แขนถูกหักจนผิดรูป อู๋เกอได้แต่ร้องขอชีวิตน้ำตาไหลพราก แต่น่าเสียดายที่สองพี่น้องนั่นไม่ยอมปล่อยมือ รุมสกรัมเขาต่ออย่างเมามัน!

คนบ้านตระกูลอู๋ได้ยินเสียงอู๋เกอร้องโหยหวนก็รีบวิ่งมาที่ประตู พอเห็นคนซ้อมอู๋เกอเป็นชายร่างยักษ์สองคน ก็ตกใจรีบคว้าขอบประตูไว้ “พวกเราไม่รู้จักมันนะ อย่ามาหาเรื่องพวกเรานะ!”

ซูเฉิงเพิ่งจะเช็ดตัวให้ปู่ซูเฮ่าเสร็จ ยังไม่ทันได้หายาให้ท่าน ก็ได้ยินเสียงอู๋เกอร้องดังลั่นหน้าห้อง มันรบกวนเขาและปู่ซูเฮ่ามาก เขาเลยไปหยิบปืนที่แอบเก็บไว้แล้วเปิดประตูออกมา “ปล่อยเขาซะ ไม่อย่างนั้นพวกมึงตาย!”

การปรากฏตัวของซูเฉิงไม่ได้ทำให้ชายร่างยักษ์สองคนถอยหนี ตรงข้ามพวกมันกลับยิ่งตื่นเต้น “มีปืนด้วยว่ะพี่! พี่ เราปล้นมันเลย!”

(จบตอน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

🔔 0
รายชื่อตอน
× LIST OF CHAPTERS กำลังโหลด...
กำลังดึงรายการ...
🎁

ส่งของขวัญให้ผู้แปล 💖

ขอบคุณที่สนับสนุนผู้แปลค่ะ 💕

×