ตอนที่ 90 ท้องฟ้ากัมปนาท บ่าวชราขอเปิดตัวอย่างเฉิดฉาย!
“เพื่อนนายเหรอ?”
ซ่งหมางรีบหยุดฝีเท้าแล้วบอกเขาว่า “งั้นนายก็รีบไปบอกเขาหน่อยสิ ว่าอย่าทำร้ายนักพรตเฒ่าคนนั้นนะ นักพรตคนนั้นก็เพื่อนฉันเหมือนกัน! เร็วเข้า!”
“จ้า ๆ รู้แล้ว ๆ”
ร่างของพรายน้ำเริ่มมีน้ำเลือดหยดติ๋ง ๆ ลงมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะมุดหายเข้าไปในผนังฝั่งห้อง 306 แล้วโผล่ไปที่ห้องข้าง ๆ ทันที
ห้องข้าง ๆ นั้นมีตาแก่ตัวเล็กที่ถือไม้เท้าคนหนึ่ง
เขามีเคราสีขาวโพลนยาวเฟื้อยที่ยืดออกมาพันธนาการร่างของนักพรตเฒ่าไว้จนตัวลอยค้างอยู่บนเพดาน จากนั้นตาแก่ก็ใช้ไม้เท้ากระหน่ำตีนักพรตเฒ่าไม่ยั้ง
ตาแก่ด่าไปตีไป “แกนึกว่าตัวเองเป็นใครฮะ? กล้ามาทวงเงินข้า? มาไถเงินคนแก่เนี่ยนะ แกไม่อายบ้างหรือไงวะ!”
นักพรตเฒ่าตอบอย่างอ่อนแรง “ก็คุณค้างค่าเช่าจริง ๆ นี่นา คุณ... คุณไม่ยอมจ่ายเงิน ฉันไม่ได้...”
เพียะ!
ตาแก่ฟาดไม้เท้าใส่ร่างนักพรตเฒ่าทันที “พูดอีกทีซิ ใครค้างเงิน? ใครค้างเงิน! คนแก่อย่างข้าไม่มีทางทำเรื่องเสียเกียรติแบบนั้นหรอกโว้ย!”
นักพรตเฒ่า: “...”
ในขณะที่นักพรตเฒ่าเริ่มจะสิ้นหวัง เขาก็เห็นน้ำเลือดจำนวนมากซึมออกมาจากผนังห้องที่อยู่ไม่ไกล ตามด้วยร่างที่เปียกโชกปรากฏขึ้น
พรายน้ำเอ่ยปากว่า “ตาแก่เอ๊ย ก็แค่ค่าห้องไม่กี่บาท ทำไมต้องทำเป็นไม่ยอมรับด้วยวะ? เดี๋ยวข้าจ่ายแทนให้เอง! แกน่ะรีบปล่อยไอ้หนูนี่ซะ อย่าไปรังแกเขาเลย!”
แม้นักพรตเฒ่าจะมีอายุห้าสิบหกสิบปีแล้ว แต่พวกผีอาฆาตเหล่านี้ล้วนมีอายุสองสามร้อยปีขึ้นไป นักพรตเฒ่าในสายตาพวกเขาก็เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง
“ไอ้สวี่ แกมาคุยโวอะไรวะ? ในกระเป๋าแกมีเศษเงินอยู่กี่เหรียญข้าจะไม่รู้เชียวเหรอ? ถ้าแกมีเงินจริง แกจะไปนอนซมใกล้ตายอยู่บนเตียงเรอะ?”
ตาแก่หันไปมองพรายน้ำพลางกรอกตาใส่ชุดใหญ่ ชัดเจนว่าไม่เชื่อคำพูดของเพื่อนเลยสักนิด
ตาแก่ว่าต่อ “ข้าจำได้ว่าแกย้ายมาอยู่ที่นี่ก่อนข้านะ ค่าห้องที่แกค้างอยู่อย่างน้อยก็ห้าพันหยวน ส่วนข้าแค่สามพัน น้อยกว่าแกตั้งสองพัน! แกเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ รีบหาเงินไปจ่ายค่าเช่าซะ ไม่อย่างนั้นถ้าผู้จัดการไปรายงานเบื้องบนขึ้นมาล่ะก็ซวยแน่!”
พรายน้ำหยิบเงินกงเต็กสามพันหยวนออกมาส่งให้ทันที “ไม่ต้องมาห่วงข้าหรอก ข้าจ่ายค่าห้องของตัวเองไปตั้งนานแล้ว ต่อไปจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนก็ได้ ข้ามีปัญญาจ่ายโว้ย!”
“เช็ดเข้!”
ตาแก่เบิกตาโตเท่าไข่ห่าน
เขารีบตะครุบเงินสามพันหยวนมาถือไว้ แล้วมองพรายน้ำอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“ไอ้สวี่ แกไปทำอะไรมาวะ? ไปปล้นใครมาเรอะ? ข้าได้ยินว่าช่วงนี้มีมนุษย์เข้ามาในโรงละครโอเปร่าหลายคน แต่พวกมนุษย์น่ะไม่ค่อยมีเงินกงเต็กติดตัวหรอก แล้วแกไปปล้นมาได้เยอะขนาดนี้ได้ยังไง?
เงินข้าสามพัน รวมกับที่แกจ่ายเองอีกห้าพัน ก็แปดพันเข้าไปแล้ว แกยังบอกว่ามีเงินจ่ายค่าห้องในอนาคตอีก แสดงว่าแกปล้นมาหลายหมื่นเลยเหรอ? ปล้นใครวะ ข้าจะไปปล้นบ้าง!”
พรายน้ำกระแอมไอแล้วว่า “ตอนนี้ปล้นมนุษย์มันไม่ได้ผลหรอก แกจะไปทำไม? พวกมนุษย์ที่มีเงินกงเต็กน่ะ เขาฝากไว้ในธนาคารโลกวิญญาณเหมือนพวกเรานี่แหละ ถ้าแกฆ่ามนุษย์ทิ้ง บัญชีเขาก็โดนลบ เงินก็หายไปหมด เราก็เอามาไม่ได้”
ตาแก่จึงถามว่า “งั้นข้าไม่ปล้นก็ได้ ข้าจะใช้วิธีขู่ให้ขวัญอ่อนแล้วค่อยต้มตุ๋นเงินมา
แกรีบบอกข้ามาเลยนะ ว่าใครมันรวยขนาดนั้น? หรือว่าแกหลอกคนเขามาจนเกลี้ยงตัวแล้ว?”
“ข้าไม่ได้หลอก ข้าแค่ไปรับงานเป็นบอดี้การ์ด คอยคุ้มครองแม่หนูนั่นสักพักน่ะ”
จังหวะนั้น ซ่งหมางและเซียวจวิ้นเจ๋อเดินเข้ามาพอดี
พรายน้ำชี้ไปที่ซ่งหมางแล้วบอกว่า “นั่นไง แม่หนูคนนั้นแหละ เธอเปย์หนักใช่เล่นเลยนะ”
ตาแก่ยังคงสงสัยและไล่บี้ต่อ “แล้วตกลงแกได้เงินมาเท่าไหร่วะ? ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนแกมันโคตรขี้เหนียว เงินกงเต็กแค่สิบหยวนยังคิดยิบยับกับข้าเลย ทำไมตอนนี้ใจป้ำจัง? แกต้องได้มาเยอะมากแน่ ๆ ใช่ไหม?!”
พรายน้ำลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “อืม... ก็ไม่เยอะเท่าไหร่หรอก แค่หนึ่งล้านเอง...”
“หนึ่งล้าน!!!!”
เสียงแผดตะโกนของตาแก่ดังสนั่นหวั่นไหวจนมนุษย์ทั้งสามคนในห้องรู้สึกเหมือนแก้วหูจะแตก
แต่หลังจากนั้นไม่นาน
ตาแก่ก็สงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขาทำหน้านิ่งจ้องพรายน้ำแล้วว่า “แกหลอกข้าเล่นใช่ไหม? แกนี่มันคนนิสัยเสีย ชอบล้อเล่นกับความรู้สึกเพื่อนตลอด ฮ่า ๆ แกต้องโกหกข้าแน่ ๆ”
พรายน้ำตอบ “อืม ใช่แล้ว”
ตาแก่ถอนหายใจอย่างโล่งอกทันที “เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ข้านึกว่าแกได้มาล้านนึงจริง ๆ! ความล้มเหลวของตัวเองน่ะมันก็เจ็บปวดอยู่หรอก แต่ความสำเร็จของเพื่อนนี่มันน่าปวดใจยิ่งกว่าโว้ย!
แต่ไม่เป็นไร เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ เพราะแกไม่ได้เงินล้านจริง ๆ ฮ่า ๆ ๆ”
พรายน้ำพูดสวนขึ้นมา “เธอให้ข้าห้าล้าน”
โครม!
ตาแก่หงายหลังหัวฟาดพื้น ล้มตึงลงไปนอนพะงาบ ๆ “ไอ้สวี่... มุกนี้มันไม่ตลกเลยนะเว้ย”
พรายน้ำควักโทรศัพท์ออกมา เปิดหน้าจอแสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารให้ตาแก่ดูตรงหน้า
“...”
ใบหน้าของตาแก่เริ่มมีร่องรอยของความสิ้นหวังปรากฏขึ้น
เขามีความรู้สึกเหมือนตายแล้วฟื้น ฟื้นแล้วก็ตายวนเวียนไปมา ความคิดในหัวตีกันวุ่น ตั้งแต่ 'ไอ้หมอนี่มันได้ห้าล้านจริง ๆ เหรอนั่น' ไปจนถึง 'ทำไมมันถึงได้เงินเยอะขนาดนั้น' ลามไปถึง 'ทำไมข้าถึงไม่ได้เงินนั่น' และจบลงที่ความอิจฉาตาร้อนอย่างบ้าคลั่งว่า 'ทำไมคนคนนั้นถึงไม่ใช่ข้า!'
ในช่วงที่เขากำลังสติหลุดอยู่นั้น เครายาว ๆ ของเขาก็คลายออกจากตัวนักพรตเฒ่า ซ่งหมางและเซียวจวิ้นเจ๋อจึงรีบเข้าไปประคองนักพรตเฒ่าออกมา
ที่โถงทางเดินมีม้านั่งยาว ทั้งสองจึงพานักพรตเฒ่าไปนั่งพักเพื่อดูอาการบาดเจ็บ
“อ๊ากกกกก!”
ขณะที่เซียวจวิ้นเจ๋อกำลังรักษาให้นักพรตเฒ่า เสียงกรีดร้องสยองขวัญดังมาจากหน้าห้องที่อยู่ไม่ไกล
“เฉียนเฉินตายแล้ว!”
ซ่งหมางและเซียวจวิ้นเจ๋อหันไปมองพร้อมกันทันที
พวกเขาเห็นผู้เล่นคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง 303 ด้วยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด จ้องมองเข้าไปข้างในห้องก่อนจะหันหลังวิ่งหนีเตลิดไปอีกทาง
เซียวจวิ้นเจ๋อประหลาดใจ “เขาตายตั้งแต่ห้อง 303 เลยเหรอเนี่ย? อย่างนี้เขาก็ทำความสะอาดห้องที่เหลือไม่เสร็จน่ะสิ ผู้จัดการผีจะสั่งให้คนที่เหลือไปทำแทนไหมนะ?”
นักพรตเฒ่าสีหน้าเคร่งเครียด “เป็นไปได้สูง ผู้จัดการผีบอกไว้ว่าไม่ว่าใครจะตาย ภารกิจทวงค่าเช่าต้องทำให้เสร็จ คนที่เหลือต้องรับผิดชอบต่อ”
สิ้นคำพูดนั้น
ภายในห้อง 303 จู่ ๆ ก็มีเสียงวัตถุทรงกลมกลิ้งขลุก ๆ ดังขึ้นมา ตามด้วยศีรษะของมนุษย์ที่กลิ้งออกมาจากห้อง
“หัวของเฉียนเฉิน?”
เซียวจวิ้นเจ๋ออึ้งไป “เขาตายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมหัวยังขยับได้ แถมตายังเบิกโพลงอยู่เลย!”
ที่สำคัญที่สุดคือ หลังจากหัวนั้นกลิ้งออกมา มันก็จ้องเขม็งมาทางพวกเขา ดูสยองพิลึก!
ขลุก... ขลุก... ขลุก...
ศีรษะนั่นฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา มันกลิ้งตรงมาหาพวกเขา ดวงตาคู่นั้นจ้องจองเวรมาที่ซ่งหมางซึ่งยืนอยู่ข้างม้านั่ง
เพียงไม่นาน หัวนั่นก็กลิ้งมาถึงแทบเท้าของเธอ
ซ่งหมางแววตาเย็นวูบ เธอเงื้อขาเตรียมจะเตะหัวนั่นออกไปให้พ้นทาง
ทว่าหัวของเฉียนเฉินกลับหลบได้อย่างว่องไว ก่อนจะกระเด้งขึ้นมาเหมือนลูกบอล แยกปากกว้างที่เต็มไปด้วยเลือดหมายจะงับเข้าที่คอของซ่งหมาง
ซ่งหมางม่านตาหดเกร็ง
เพราะเมื่อครู่เธอเพิ่งจะใช้ความสามารถ ข่มขวัญ ใส่หัวนั่นไป แต่มันกลับไม่ได้ผล!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? การ์ดระดับยมบาลทำไมถึงใช้ไม่ได้ผลกับหัวผีของเฉียนเฉินล่ะ?!
เขาเพิ่งตายนี่นา เลเวลไม่น่าจะสูงขนาดนี้นะ!
ซ่งหมางใจเสียไปวูบหนึ่ง แต่ร่างกายตอบสนองอย่างรวดเร็ว เธอรีบเบี่ยงตัวล้มกลิ้งลงกับพื้นหลบหัวนั่นไปได้หวุดหวิด
ปึก!
หัวนั่นงับพลาดตกลงพื้น ก่อนจะกระเด้งขึ้นมาอีกครั้งเพื่อโจมตีซ่งหมางต่อ
ปากของหัวผีฉีกกว้างจนถึงใบหู มันแผดเสียงเย็นยะเยือกออกมา
“นังแพศยา ไปตายซะ!”
คราวนี้ความเร็วของมันไวกว่าเดิมมาก!
ในจังหวะที่หัวผีกำลังจะงับเข้าที่แขนของซ่งหมาง จู่ ๆ ก็มีร่างเงาผีพุ่งออกมาจากห้องข้าง ๆ เข้ามาขวางหน้าซ่งหมางไว้ พร้อมกับเงื้อไม้เท้าในมือฟาดใส่หัวนั่นเต็มแรง
ซ่งหมางเพ่งมองชัด ๆ
นั่นมันตาแก่จากห้อง 306 นี่นา!
ตาแก่ใช้ไม้เท้าหวดหัวนั่นปลิวหวือออกไปเหมือนตีลูกกอล์ฟ พร้อมกับแผดเสียงตะโกนกึกก้องว่า
“ท้องฟ้ากัมปนาท บ่าวชราขอเปิดตัวอย่างเฉิดฉาย! ไอ้คนพาลบังอาจนัก อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องเจ้านายข้า!”
“...?”
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น