ตอนที่ 84 เปลี่ยนนามสกุล?
แม่หวงมองไปทางหลันจิ่นพลางรู้สึกโกรธจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก เธอรู้ดีว่าในครอบครัวหนึ่งจะมีคนฉลาดเป็นกรดพร้อมกันสองคนไม่ได้ เธอเป็น และหลันจิ่นก็เป็นเช่นกัน ดังนั้นพวกเธอจึงถูกลิขิตมาให้เป็นแม่สามีลูกสะใภ้ที่ดีต่อกันไม่ได้ ทว่าเธอรู้สึกจริงๆ ว่าตนเองไม่เคยทำตัวใจดำกับหลันจิ่นเลย “เธอไม่เคยใช้เงินบ้านเราสักหยวนงั้นเหรอ แล้วเรื่องงานแต่งงาน สินสอด บ้านช่องห้องหับพวกล่ะ……”
“คุณยังกล้าพูดถึงเรื่องสินสอดอีกเหรอ งั้นตอนนี้ฉันคงต้องขอสะสางบัญชีกับคุณให้ชัดเจนหน่อยแล้วล่ะค่ะ” ยังไม่ทันที่แม่หวงจะพูดจบ หลันจิ่นก็เอ่ยขัดขึ้นมาทันควัน “คุณพูดถึงงานแต่งงาน งั้นงานจัดเลี้ยงและค่าใช้จ่ายทุกอย่างมันก็เป็นการออกคนละครึ่งระหว่างฉันกับบ้านคุณไม่ใช่เหรอคะ ฉันไปเอาเปรียบอะไรบ้านคุณตรงไหน หรือว่าคุณคิดจะให้ฉันเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดคนเดียวเลยล่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นลูกชายคุณจะแต่งงานทำไม ไม่มาแต่งเข้าบ้านฉันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ
เรื่องสินสอด คุณให้สินสอดฉันมาจริงค่ะ ทว่าพอแต่งงานปุ๊บคุณก็อ้างเรื่องหมุนเวียนธุรกิจจนขอเงินสินสอดก้อนนั้นคืนไปทันที ตอนที่ฉันกับเหรินสิงทะเลาะกันจนเกือบจะหย่าคุณก็ยังไม่คิดจะคืนเงินก้อนนี้มาให้ ถ้ารู้แบบนี้หย่ากันไปตั้งแต่ตอนนั้นก็ดีแล้ว ในเมื่อสินสอดมันก็แค่การส่งมอบผักชีโรยหน้าและฉันไม่ได้เงินเก็บไว้สักหยวนเดียว แถมตอนนั้นยังมีการเขียนใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานด้วย ตอนนี้มันยังวางอยู่ที่บ้านฉันเลย เป็นไงล่ะคะ จะให้ฉันไปเอามาเปิดเผยเพื่อยืนยันความจริงตอนนี้เลยไหม
ส่วนเรื่องบ้าน บ้านหลังนั้นครอบครัวคุณเป็นคนซื้อจริงค่ะ มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับฉันเลยสักนิด ดังนั้่นเรื่องค่าตกแต่งภายในครอบครัวคุณเป็นคนออกมันมีปัญหาตรงไหนเหรอคะ และเพื่อไม่ให้เป็นการอยู่อาศัยแบบกินแรงฟรีๆ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในบ้านฉันก็เป็นคนซื้อเองไม่ใช่เหรอ ยิ่งไปกว่านั้นพอนำค่าค่าน้ำค่าไฟหลังแต่งงาน รวมกับค่าอาหารการกินของเหรินสิงมารวมกัน เงินพวกนี้เอาไปจ่ายเป็นค่าเช่าบ้านตลอดหลายปีที่ผ่านมามันยังไม่พออีกเหรอคะ
หากคุณยังจะพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน คุณให้เงินเหรินสิงเดือนละสองหมื่นหยวนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายก็จริง ทว่าลูกชายคุณไม่ได้เจียดเงินก้อนนั้นมาใช้กับฉันเลยสักหยวนเดียว ซ้ำร้ายทุกวันที่เขาอยู่บ้านกินดื่มก็ยังใช้เงินของฉันทั้งหมด คุณอย่าบอกนะว่าเป็นไปไม่ได้ ลูกชายคุณมีนิสัยใจคออย่างไรต้องให้ฉันเป็นคนพูดประจานอีกเหรอ
สรุปคือระหว่างพวกเรามันขาดกันอย่างสะอาดหมดจด แล้วฉันไปติดค้างอะไรครอบครัวคุณตรงไหนกันคะ”
แม่หวงโดนหลันจิ่นตอกกลับจนโกรธจัดจนหายใจหอบกระชั้น “ยังไงพวกเธอก็เคยเป็นสามีภรรยากันช่วงหนึ่ง จำเป็นต้องพูดจาประจานเขาขนาดนี้เลยเหรอ ตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตกไปอยู่ที่ไหน”
“เขาจะไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะคะ ก็คงไม่พ้นไปมั่วสุมอยู่กับผู้หญิงสักคนนั่นแหละ คุณคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะว่าเหรินสิงจะมีเมิ่งอิ่งเป็นผู้หญิงข้างกายแค่คนเดียว อย่าใสซื่อไปหน่อยเลย ลูกชายคุณมีสันดานอย่างไร ทำไมต้องให้ฉันเป็นคนคอยพูดเตือนสติอยู่ตลอดเวลาด้วยนะ”
หากหลันจิ่นกับแม่หวงไม่ทะเลาะกันก็ยังพอว่า ทว่าพอเปิดฉากปะทะคารมกันรอบนี้ เมิ่งอิ่งถึงกับตาสว่างและรู้สึกผิดหวังในตัวอดีตสามีผู้นี้ทันที ชายหนุ่มทายาทคนรวยที่หล่อนใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงมานั้น ที่แท้ในเนื้อแท้กลับไม่ได้มีเงินทองติดตัวมากมายอะไรเลย ขนาดหลันจิ่นที่เป็นเมียหลวงยังไม่ได้ใช้เงินของเขาเลยสักหยวนเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้หญิงข้างนอกอย่างหล่อนเลย นี่มันกลายเป็นการเหนื่อยเปล่าโดยสิ้นเชิง ซ้ำร้ายยังต้องมาแบกรับตราบาปติดตัว แถมตอนนี้เหรินสิงยังมาหายสาบสูญไปอีก และเป็นอย่างที่หลันจิ่นพูด ต่อให้พ่อหวงแม่หวงลาโลกไปแล้วเหรินสิงได้สืบทอดมรดก เขาก็ใช่ว่าจะเจียดเงินมาให้หล่อนใช้เสียหน่อย
เวลานี้เมิ่งอิ่งรู้สึกอัดอั้นตันใจและน้อยเนื้อต่ำใจสุดขีด หล่อนจึงโพล่งออกมาทันที “สรุปคือตอนที่เธอแต่งงานเธอไม่เคยได้ใช้เงินตระกูลเยิ่นเลยสักหยวนเดียวงั้นเหรอ แล้วเธอจะแต่งงานเพื่ออะไรฮะ ไปหาบรรพบุรุษมาประคบประหงมรับใช้ที่บ้านเหรอ เธอมันบ้าหรือเปล่าเนี่ย”
“ก็ตอนนั้นฉันยังเด็กและยังไม่ประสีประสาเรื่องโลกยังไงล่ะคะ เหรินสิงน่ะไม่ได้ความสักอย่างก็จริง ทว่าหน้าตาเขาดี ที่เธอตาโตไปแย่งเขามานอกจากเรื่องเงินแล้ว ก็เป็นเพราะหน้าตาไม่ใช่เหรอคะ” เรื่องนี้หลันจิ่นไม่ได้พูดส่งเดช เหรินสิงน่ะถึงจะไม่ได้เรื่องได้ราวสักอย่าง ทว่าหน้าตาของเขาดีจริง อย่างน้อยก็เป็นประเภทที่หลันจิ่นชอบ หากไม่มีเมิ่งอิ่งมาอ่อยสลับฉกตัวไป และไม่มีวันสิ้นโลกมาเยือนล่ะก็ เธอก็คงมองสันดานของเหรินสิงไม่ทะลุแจ่มแจ้ง และคงต้องทนใช้ชีวิตร่วมกับเขาต่อไปแน่ๆ พอนึกดูแล้ว ตอนนั้นเธอมันเป็นพวกคลั่งรักจนตาบอดจริงๆ นั่นแหละ
ทว่าหลังจากสลัดคราบคนคลั่งรักจนตาบอดทิ้งไป หลันจิ่นก็กลับคืนสู่ช่วงเวลาของคนฉลาดเป็นกรดตามเดิม เวลานี้เธอจึงเอ่ยขอบคุณออกมาจากใจจริง “ยังไงฉันก็ต้องขอขอบคุณเธอจากใจจริงนะที่ช่วยแย่งอดีตสามีของฉันไป ฉันซาบซึ้งใจจริงๆ ทว่าทุกครั้งเธอกลับไม่ยอมเชื่อคำพูดฉันเลย ฉันล่ะเพลียจิตจริงๆ คราวนี้เธอคงยอมเชื่อคำพูดที่ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมล่ะ”
ในตอนที่หลันจิ่นพูดประโยคนี้ น้ำเสียงของเธอยังแฝงแววตัดพ้อและน้อยใจอยู่เล็กน้อย ทว่าพอได้ยินคำพูดนี้ หลิงเจียงที่อยู่ข้างๆ ก็กลั้นขำไม่ไหวจนหลุดหัวเราะพรวดออกมาเสียงดัง
แม้เสียงหัวเราะของหลิงเจียงจะดูไม่ถูกกาลเทศะไปบ้าง ทว่าหล่อนไม่ได้เป็นตัวละครสำคัญในคดีนี้ จึงไม่มีใครสนใจจะเอาความอะไร ทว่าทางด้านเมิ่งอิ่งกลับโดนตอกหน้าจนพูดไม่ออก หากจะนับกันจริงๆ แล้ว พ่อหวงยังดูเป็นคนใจกว้างมากกว่าเหรินสิงเสียอีก
อย่างไรก็ตาม พ่อหวงและแม่หวงยังคงปักใจเชื่อว่า นี่ไม่ใช่เหตุผลที่หลันจิ่นจะนำเรื่องอัปยศภายในครอบครัวมาป่าวประกาศให้คนอื่นฟัง “ยังไงเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว……”
“ฉันไม่ได้พูดโกหกสักคำนี่คะ จะให้ฉันช่วยปกปิดเรื่องบัดสีที่พวกคุณทำลงไปเพียงเพราะพวกคุณทำเรื่องอัปยศงั้นเหรอ ฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องช่วยปกปิดให้พวกคุณด้วยล่ะคะ อีกอย่างนะ คุณรู้ไหมว่าการพูดโกหกต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจมันจะมีผลลัพธ์อย่างไร ขนาดถังถังบ้านฉันยังรู้ความเลยว่าต้องพูดความจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกคุณอายุรวมกันตั้งกี่สิบปีแล้ว เรื่องพื้นฐานแค่นี้ยังคิดไม่ได้อีกเหรอคะ”
หลันจิ่นพูดจาเหน็บแนมประจานโต้งๆ ว่าสองคนนี้ทำตัวไร้ความคิดยิ่งกว่าเด็กเสียอีก พ่อหวงจึงเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธว่า “ยังไงพวกเราก็เป็นปู่เป็นย่าของถังถังนะ เธอช่วยพูดจาให้มันระวังหน่อย”
ยังจะมาอ้างว่าเป็นปู่เป็นย่าอีก เหrินซือเฉียวนั่งอยู่ข้างกายเธอตั้งนานสองนานแล้ว คนพวกนี้ตั้งแต่แรกเริ่มก้าวเท้าเข้ามาก็ไม่เคยเอ่ยปากทักทายเลยสักคำ ซ้ำยังไม่แม้แต่จะปรายตามามองด้วยซ้ำ ทว่าเวลานี้กลับนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองมีหลานสาวอยู่คนหนึ่ง
ทว่าเหrินซือเฉียวนั้นช่างรู้ใจและให้ความร่วมมือกับหลันจิ่นได้เป็นอย่างดี พอได้ยินคำพูดนี้ เธอก็หันไปถามหลันจิ่นตรงๆ ว่า “แม่จ๋า ใครคือปู่กับย่าเหรอคะ”
แม่หวงนึกว่าตนเองจับจุดผิดพลาดเพื่อเอาไว้ตอกกลับหลันจิ่นได้แล้ว จึงแผดเสียงตวาดลั่น “หลันจิ่น วันๆ เธอสั่งสอนลูกอย่างไรกัน ถึงขนาดทำให้แกไม่ยอมรับปู่ย่าตายายของตัวเองแล้ว นี่ถ้าปล่อยไว้พ้นช่วงเวลานี้ไป บรรพบุรุษตระกูลเยิ่นพวกเธอคงจะไม่คิดยอมรับนับถือด้วยเลยใช่ไหม”
“ถังถังบ้านฉันน่ะน่าสงสารจะตายไปค่ะ ตั้งแต่ฉันเริ่มตั้งท้องแกจนถึงตอนนี้ แกเพิ่งจะได้เห็นหน้าคนที่อ้างว่าเป็นปู่เป็นย่าของตัวเองเป็นครั้งแรกนี่แหละค่ะ ปู่ย่าประเภทไหนกันไม่รู้จักมักจี่เลยสักนิด ทุกครั้งที่ฉันจะพาลูกไปหาที่บ้านคุณก็บอกปัดไม่ว่างดู พอฉันโทรศัพท์วิดีโอคอลไปหาคุณก็ไม่ยอมกดรับสาย นี่มันเป็นความผิดของฉันงั้นเหรอคะ พวกคุณนี่ช่างโยนความรับผิดชอบเก่งเหลือเกินนะคะ”
ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ การที่หลานสาวจะไม่รู้จักปู่ย่าของตัวเองมันมีปัญหาตรงไหนกัน
เหrินซือเฉียวแม้จะฟังความหมายของประโยคยาวๆ ทั้งหมดไม่เข้าใจ ทว่าเรื่องที่เธอไม่รู้จักปู่ย่าเธอย่อมรับรู้ได้ดี เหมือนกับที่เธอแสร้งทำเป็นไม่รู้จักพ่อบังเกิดเกล้าที่เธอแสนเกลียดนั่นแหละ “ถังถังไม่เคยเห็นเลยค่ะแม่ ใครคือปู่กับย่าเหรอคะ”
คำพูดไร้เดียงสาของเหrินซือเฉียวทำให้เจ้าหน้าที่ในที่นั้นต่างพากันรู้สึกสงสารจับใจ เด็กน้อยช่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเลย ทว่าเวลานี้กลับต้องถูกผู้ใหญ่ใจดำไม่กี่คนใช้เป็นเครื่องมือในเวทีปะทะคารม
ทว่าในเวลานั้น ในสมองของหลันจิ่นกลับมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ในเมื่อคนตระกูลเยิ่นไม่ได้รักและเอ็นดูลูกของเธอเลย ซ้ำยังมาปรักปรำว่าเธอสอนให้ลูกไม่ยอมรับตระกูลเยิ่นและบรรพบุรุษตระกูลเยิ่นไม่ใช่เหรอ
งั้นก็ประทับตราไม่ยอมรับไปเลยสิ เธอมีเหตุผลอะไรที่ต้องปล่อยให้ลูกสาวของตัวเองใช้ร่วมใช้นามสกุลเดียวกับกลุ่มคนที่เกลียดชังแกด้วยล่ะ สู้จัดการเปลี่ยนนามสกุลให้แกไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ อย่างไรเสียในช่วงเวลานี้ก็น่าจะสามารถเปลี่ยนได้อยู่แล้ว
น่าจะ
เปลี่ยนได้แหละนะ
หลันจิ่นจึงหันไปพูดกับเหrินซือเฉียวว่า “ถังถังจ๋า แม่จะเปลี่ยนนามสกุลให้หนูดีไหมลูก ให้หนูมาใช้นามสกุลเดียวกับแม่ดีไหมคะ”
ใช้นามสกุลเดียวกับแม่เหรอ
เหrินซือเฉียวตาเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มตาหยิกว่า “หลัน?”
“ใช่จ้ะ มาใช้นามสกุลหลันเหมือนแม่นะลูก”
เหrินซือเฉียวรีบตบมือดีใจทันที “ดีค่ะ ดีค่ะ ใช้นามสกุลเหมือนแม่ ใช้นามสกุลเหมือนแม่”
บทสนทนาสั้นๆ ของสองแม่ลูกดูจะรวบรัดตัดความเกินไป ทั้งที่เมื่อครู่ยังคุยเรื่องประเด็นอื่นอยู่เลย ไฉนพริบตาเดียวกลับวกมาคุยเรื่องเปลี่ยนนามสกุลไปเสียได้
ทว่าเรื่องเปลี่ยนนามสกุลนี้ กลับจุดชนวนความไม่พอใจให้แก่พ่อหวงและแม่หวงในทันที เวลานี้ลูกชายของพวกเขาได้หายสาบสูญไปแล้ว และยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะได้กลับมาหรือไม่ ทว่าตอนนี้แม้กระทั่งหลานสาวคนเดียวก็กำลังจะไม่ใช่คนของตระกูลเยิ่นอีกต่อไปแล้วงั้นเหรอ
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น