ตอนที่ 55 ห้องครัวมีทางออกงั้นเหรอ?
“เท่าไหร่นะ? ห้าหมื่นหยวน?”
เสียงที่ฟังดูไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งดังมาจากหลังบานประตู “ก็แค่สิ่งลี้ลับระดับผีอาฆาตตัวหนึ่ง แข็งแกร่งกว่ามารีแค่จิ๊ดเดียว กล้าดียังไงมาอ้าปากขอคำโต? แกน่ะไปตักน้ำชะโงกดูเงาตัวเองก่อนเถอะว่ามันระดับไหน!”
ยังไม่ทันที่ผีหนังมนุษย์จะทันตั้งตัว ขนนกที่ร่วงหล่นอยู่หน้าประตูก็เริ่มทวีจำนวนมากขึ้น
ลมวูบหนึ่งพัดมาหอบเอาขนนกเหล่านั้นลอยขึ้นฟ้า ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ผีหนังมนุษย์ราวกับลูกศรนับสิบดอก
“อ๊าก!”
ผีหนังมนุษย์ร้องโหยหวน ร่างของมันถูกขนนกเหล่านั้นตรึงเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลอย่างแม่นยำ
ขนนกแต่ละดอกแฝงไว้ด้วยพลังมหาศาลจนมันไม่อาจขัดขืน จุดที่ถูกขนนกปักกลายเป็นรูโหว่ที่มีเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด ร่างหนังมนุษย์ของมันทำท่าเหมือนกำลังจะฉีกขาดเป็นเสี่ยงๆ
น้ำเสียงจากหลังประตูยิ่งทวีความเย็นเยือก “เดิมทีฉันยอมจ่ายเพิ่มให้เพื่อให้แกทำงานให้ดี แต่ถ้าแกยังไม่รู้จักเจียมตัว ก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ! ฉันไม่รังเกียจที่จะทำให้แกหายสาบสูญไปจากโลกนี้ตลอดกาล!”
“ไม่—! ไม่นะ—!”
ผีหนังมนุษย์ร้องลั่นด้วยความขวัญเสีย สายตามองไปทางประตูหลังอย่างวิงวอน “ฉันจะหาทางช่วยคุณเอง ฉันจะรีบหาทางจัดการให้แน่นอน ยกโทษให้ฉันด้วย! ฉันไม่กล้าอีกแล้ว!”
เสียงแค่นหัวเราะอย่างเหยียดหยามดังมาจากข้างใน
ขนนกที่ปักอยู่บนตัวผีหนังมนุษย์ร่วงหล่นลงมา และปลิวกลับไปตกอยู่บนพื้นหน้าประตูตามเดิม
“งั้นก็รีบหาทางซ่อมแซมดันเจี้ยนนี้ซะ เวลาเหลือไม่มากแล้ว!”
เสียงนั้นสั่งต่อว่า “เจ้าหมาน้อยนั่นเข้าไปในห้องอาหารแล้ว พอถึงตอนเช้ามันจะกลับร่างเป็นมารี แล้วเชฟก็จะพามันออกจากดันเจี้ยน คืนนี้แกต้องจัดการเชฟให้ได้!”
“ครับ ครับๆ! ฉันจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงหวาดกลัวของผีหนังมนุษย์ สิ่งนั้นจึงพอใจขึ้นมาบ้างและไม่ลงมือทำร้ายมันต่อ
ผีหนังมนุษย์ที่เนื้อตัวพรุนเป็นรังผึ้งร่วงลงมาจากต้นไม้ ปรากฏร่างเงาผีของผู้ชายซ้อนทับขึ้นมา แววตาซีดเซียวจ้องมองประตูหลังห้องอาหารด้วยความหวาดหวั่น เตรียมจะชิ่งหนีไป
ทว่าพอมันลอยออกไปได้ไม่ไกล
เสียงจากข้างในก็ดังขึ้นอีก “ไอ้สวะ กลับมานี่ มาที่หน้าประตู”
“...”
เมื่อถูกเรียกขานเช่นนั้น แววตาของผีหนังมนุษย์ก็ฉายแววโทสะวูบหนึ่ง แต่เพราะอีกฝ่ายมีพลังเหนือกว่ามาก มันจึงไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมา ได้แต่ลอยกลับไปอย่างเจียมตัว
“คุณยังมีคำสั่งอะไรอีกครับ?”
เสียงข้างในตอบ “เปิดประตูซะ”
ภายในห้องอาหาร ซ่งหมางและคนอื่นๆ ล้มตัวลงนอนต่อ แต่ซ่งหมางกลับข่มตาไม่หลับ
จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่ามีร่างเงามาอยู่ข้างเตียง พร้อมกับเสียงกรนของหมาน้อยที่นอนอยู่ใกล้ๆ
เธอลืมตาขึ้นมอง เห็นเชฟผีอุ้มหมาน้อยยืนอยู่ข้างเตียงเธอ
“คุณลูกค้า”
เชฟผีพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย
ซ่งหมางไม่แน่ใจว่าเชฟผีตรงหน้าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม เธอจึงได้แต่จ้องมองเขาโดยไม่พูดอะไร
เชฟผีอุ้มหมาน้อยไว้ในอ้อมแขน เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้เธอมากนัก แต่กระซิบเบาๆ ว่า “คุณลูกค้า ผมกำลังจะไปจากที่นี่แล้ว ในห้องครัวของห้องอาหารมีห้องเก็บของอยู่ห้องหนึ่ง ในนั้นมีประตูที่สามารถออกไปข้างนอกได้”
“ผมมาที่นี่เพื่อตามหามารี ลูกของผม แต่พอผมเจอเธอ ดันเจี้ยนกลับเกิดความเปลี่ยนแปลง เงินเดือนของมารีถูกริบไปหมด ทำให้เธอเข้ามาใช้บริการในห้องอาหารไม่ได้ และผมก็พาเธอออกไปไม่ได้”
“ต้องขอบคุณที่คุณยอมให้มารีเข้ามา ในที่สุดผมก็สามารถพาเธอออกไปได้เสียที เพื่อเป็นการตอบแทน ผมจึงอยากบอกทางออกที่ไม่มีใครล่วงรู้นี้แก่คุณ”
ซ่งหมางนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วถามเขาว่า “คุณเข้ามาทางห้องเก็บของนั่นเหรอ?”
“ใช่ครับ”
เชฟผีตอบ “แต่พอผมเข้ามาแล้ว ผมก็ไม่สามารถออกจากห้องอาหารได้ ดันเจี้ยนรับรู้ถึงเป้าหมายของผม ทันทีที่ผมก้าวพ้นห้องอาหารไปผมจะถูกลบหายไปทันที”
สีหน้าของเชฟผีฉายแววโศกเศร้า “ไอ้พวกนายทุนหน้าเลือดนั่น มันอยากจะให้มารีทำงานอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล ไม่อยากให้ผมพาเธอไป มันเลยทำให้มารีกลายเป็นหมาน้อยที่ไร้พลังในตอนกลางคืน แถมยังสั่งให้พนักงานคนอื่นรังแกมารี เพื่อล่อให้ผมออกไปจากห้องอาหาร”
เสียงของเชฟผีเริ่มสั่นเครือ “แต่ผมออกไปไม่ได้ ทันทีที่ผมออกไป ผมจะไม่สามารถต้านทานพลังนั้นได้ ผมจะหายสาบสูญไปจากดันเจี้ยนนี้ และจะไม่มีวันพามารีออกไปได้อีกเลย”
“คุณลูกค้า ขอบคุณจริงๆ นะครับ คุณเป็นคนดีและมีเมตตามาก มารีบอกว่าคุณช่วยชีวิตเธอไว้”
“คุณยังให้มารีเข้ามาในห้องอาหาร ทำให้พ่อลูกอย่างเราได้พบกัน ผมหวังว่าคุณเองก็จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน”
“อ้อ”
ซ่งหมางตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “งั้นพวกคุณจะไปตอนนี้เลยเหรอคะ? ฉันว่าจะรอจนเช้าค่อยไปน่ะค่ะ”
“พวกเราต้องไปตอนนี้เลยครับ”
เชฟผีเร่ง “แต่ทางที่ดีคุณควรจะรีบไปตอนนี้ด้วย พอถึงตอนเช้า ดันเจี้ยนรู้ว่าผมพามารีหนีไปแล้ว มันจะปิดประตูบานนั้นทันที แล้วพวกคุณก็จะออกไปไม่ได้อีกเลย!”
ซ่งหมางยังคงนิ่งเงียบ
เชฟผีอุ้มหมาน้อยพลางเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “คุณไม่เชื่อผมเหรอ? คุณช่วยผมไว้ตั้งเยอะ แถมยังให้เงินกงเต็กผมมาตั้งมากมาย ผมอยากจะขอบคุณคุณจริงๆ ไม่ได้โกหกเลยนะ!”
“ถ้าคุณไม่เชื่อ ตอนนี้ลุกขึ้นมาตามผมไปดูที่ห้องเก็บของก็ได้ จะได้เห็นกับตาว่าผมออกไปได้ยังไง”
“แต่หลังจากผมไปแล้ว จำไว้นะว่าคุณต้องรีบพายายพรรคพวกออกไปก่อนเช้า!”
ซ่งหมางนิ่งคิด แล้วจึงหันไปเรียกซ่งเหวินฉี “แม่คะ แม่ ตื่นเร็ว!”
ซ่งเหวินฉีไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้
ซ่งหมางหันไปมองอีกเตียง เรียกคนอื่นๆ “ซูอวิ๋น เซียวจวิ้นเจ๋อ”
ทั้งคู่ก็นิ่งสนิทเช่นกัน
เธอขมวดคิ้วมุ่นพลางบ่นพึมพำ “ทำไมหลับลึกกันขนาดนี้เนี่ย งั้นฉันไปดูหน่อยก็ได้”
ซ่งหมางเลิกผ้าห่มลุกขึ้น หันไปบอกเชฟผีว่า “งั้นไปกันค่ะ ฉันขอดูหน่อยว่าพวกคุณออกไปยังไง เดี๋ยวค่อยกลับมาปลุกพวกเขาให้ออกไปพร้อมกัน”
“ได้ครับ”
เชฟผีเห็นเธอลงจากเตียงก็เผยยิ้มอย่างพึงพอใจ อุ้มหมาน้อยนำทางไปที่ห้องครัว
พอถึงห้องครัว ซ่งหมางเหลือบมองที่ที่เชฟผีนอนอยู่เมื่อกี้ก่อน
เก้าอี้โยกยังตั้งอยู่ที่เดิม แต่ไม่มีสิ่งลี้ลับนอนอยู่แล้ว และไม่มีหมาน้อยด้วย
ทว่า...
ที่ใต้เก้าอี้โยก กลับมีขนนกร่วงอยู่สองใบ
มันเป็นขนนกสีเขียวอ่อน ขนาดเท่าหัวแม่มือมนุษย์ ดูไม่สะดุดตาเอาเสียเลย ถ้าไม่สังเกตดีๆ คงไม่มีทางเห็น
ซ่งหมางนึกถึงคำเตือนของตาแก่โดนัลด์ดั๊กขึ้นมาได้
“ระวังที่ที่มีขนนกร่วงหล่นไว้ให้ดี”
หมายความว่ายังไงกันนะ?
เชฟผีเปิดประตูห้องเก็บของรอไว้แล้ว เมื่อเห็นเธอยืนนิ่ง เขาก็เร่งว่า “คุณลูกค้า ยืนมองอะไรอยู่ครับ? รีบเข้ามาเถอะ ทางออกอยู่ข้างในนี้แหละ”
ซ่งหมางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เดินไปที่ห้องเก็บของ
แต่พอเข้าใกล้ห้องเก็บของ เธอก็รู้สึกได้ว่ายันต์คุ้มครองที่นักพรตเฒ่าให้มานั้นเริ่มร้อนขึ้น
นักพรตเฒ่าเคยบอกไว้ว่า ยันต์คุ้มครองจะไม่ทำงานเพียงเพราะเจอสิ่งลี้ลับ แต่มันจะทำงานก็ต่อเมื่อมีสิ่งลี้ลับแสดงความมุ่งร้ายต่อเธอเท่านั้น
ซ่งหมางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ สัมผัสได้ถึงยันต์กระดาษสีเหลืองที่พับไว้ และรับรู้ได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจนปลายนิ้วแทบไหม้
เธอหยุดก้าวเท้าทันที แล้วบอกเชฟผีว่า “ฉันไม่เข้าไปแล้วค่ะ คุณไปเถอะ ฉันรู้แล้วว่าทางออกอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวฉันไปพาเพื่อนมาออกไปพร้อมกันดีกว่า”
พอพูดจบ เชฟผีตรงหน้าก็อันตรธานหายไปทันที พร้อมกับแรงผลักมหาศาลที่จู่โจมมาจากด้านหลัง
“เข้าไปซะเถอะแก!”
“เชฟผี” ตัวปลอมมาปรากฏตัวข้างหลังเธอตอนไหนไม่รู้ มันออกแรงผลักเธออย่างแรงจนซ่งหมางกระเด็นเข้าไปในห้องเก็บของทันที!
(จบตอน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น